ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 281 จิตใจเต็มไปด้วยแผนการสกปรก
ผูกมิตรร่วมมือหรือ
เจียงหลีหัวเราะอย่างครุ่นคิด นางกับหลัวอวี่คนนี้ถึงแม้เคยไปดินแดนผนึกมารด้วยกัน แต่ทว่าความจริงแล้วกลับเข้ากันไม่ได้เลยสักนิด
ความจริงหากจะนับแล้ว หลัวอวี่คนนี้ตอนที่ยังอยู่ที่ดินแดนผนึกมารได้เคยพาคนของกลุ่มอำนาจอื่นไปทิ้งไว้มาครั้งหนึ่งแล้ว
คนอุปนิสัยเช่นนี้หรือ จะมาเจรจาให้นางเข้าร่วมพันธมิตรด้วย
“คุณชายหลัวล้อข้าเล่นแล้ว” เจียงหลีเอ่ยอย่างจงใจ
หลัวอวี่กลับเอ่ย “ข้ามิได้พูดเล่น แม่นางเจียงถึงแม้จะเป็นสตรี ทว่าพละกำลังแข็งแกร่งนัก ดียิ่งกว่าบุรุษทั่วไปเสียอีก ท่านกับข้าสองคนร่วมเป็นพันธมิตรกัน ขอเพียงร่วมมืออย่างแข็งขัน ก็จะนำชัยชนะมาได้ทั้งคู่”
แววตาของเจียงหลีเป็นประกายเล็กน้อย สีหน้าของหลัวอวี่ไม่ได้ดูพูดเล่น เพียงแต่ นางไม่เข้าใจ ร่วมพันธมิตรในเมืองเทียนตี้แล้วจะได้ประโยชน์เช่นไร หากไม่อยากเป็นศัตรู อย่างมากที่สุดก็คือหลีกเลี่ยงกันทั้งคู่ ไม่ลงมือฉวยโอกาสแย่งชิงไส้ตะเกียงก็พอแล้ว
“เป้าหมายของการร่วมพันธมิตรเพื่ออะไรหรือ” เจียงหลีเอ่ย
หลัวอวี่ยิ้มขึ้น “แน่นอนว่าเพื่อให้ทั้งเจ้าและข้าหาไส้ตะเกียงได้มากกว่าเดิม และยังได้เพิ่มโอกาสให้มากขึ้น”
เจียงยิ้มบางๆ “หากเป็นเพราะเรื่องเช่นนี้ ข้ากับท่านมิใช่ควรจะต่างคนต่างลงมือหรือ จะร่วมพันธมิตรไปเพื่ออะไร”
“ไม่ๆๆ ที่ข้าบอกว่าจะหาไส้ตะเกียงได้มากกว่าเดิมนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ไปตามจับไส้ตะเกียงพวกนั้น” หลัวอวี่ยิ้มอย่างครุ่นคิดขึ้นมา
เจียงหลีมองเขาอย่างสงสัย มุมปากค่อยๆ ยกขึ้นมา “อ๋อ ถ้าเช่นนั้นความหมายของท่านคือ…”
หลัวอวี่เผยรอยยิ้มที่ล้ำลึกขึ้นมา “แม่นางเจียงก็มาที่เมืองเทียนตี้ระยะหนึ่งแล้ว พอเข้าใจได้ว่า เจ้าก็เคยจับไส้ตะเกียงมาก่อน ยิ่งเคยแย่งชิงไส้ตะเกียงจากมือคนอื่นมาก่อนเช่นกัน”
เจียงหลีไม่เอ่ยคำพูดใด เพียงยิ้มออกมา
หลัวอวี่ก็ไม่ได้สนใจ จึงเอ่ยต่อ “สองวิธีที่จะได้มาซึ่งไส้ตะเกียง เจ้าล้วนเคยลองมาก่อนแล้ว ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็คงจะรู้ว่า ถ้าเทียบกับการไปจับไส้ตะเกียงทีละตัวนั้น การแย่งชิงมาจากคนอื่นนั้น ทั้งเร็วกว่าแล้วยังได้ไส้ตะเกียงที่แข็งแกร่งกว่า”
“แล้วอย่างไรต่อหรือ” เจียงหลีก็เข้าใจความหมายของหลัวอวี่แล้ว กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้แล้วถามต่อ
หลัวอวี่แววตาเป็นประกาย เอ่ยอย่างกดเสียงเบา “ดังนั้น ถ้าพวกเราจะไปตามจับไส้ตะเกียง เทียบไม่ได้กับพวกเราไปดักฆ่าคนไม่กี่คนหรอกหรือ”
“นี่…” เจียงหลีเบนสายตาที่งดงามมีเสน่ห์น่าหลงใหล นางยิ้มเจื่อนเอ่ย “…คงจะไม่ดีหรอก”
“ไม่มีอะไรไม่ดีหรอก!” หลัวอวี่โน้มน้าวนาง “นี่ก็เป็นกฎในเมืองเทียนตี้แต่แรกแล้ว คนอื่นๆ ก็ทำเช่นนี้กันทั้งนั้น ถึงแม้ว่าแม่นางเจียงจะจิตใจดีงาม ไม่ยอมลงมือทำร้ายคนอื่นก่อน แต่ทว่าคนอื่นหากพบแม่นาง จะใจดีอ่อนข้อไม่ลงมือกับเจ้าเช่นนั้นน่ะหรือ พละกำลังของท่านแค่คนเดียว ท้ายที่สุดแล้วก็มีขีดจำกัด ไม่เหมือนพวกเราร่วมมือทำด้วยกัน เป็นพันธมิตรกัน ไม่เพียงแต่สามารถดูแลซึ่งกันและกันได้ ยังหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีลับได้ เวลาลงมือ ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นมิใช่หรือ”
“ความคิดนี้ก็ไม่เลวนัก” เจียงหลียิ้มเอ่ยอย่างมีเลศนัย
หลัวอวี่แววตาลุกวาว เอ่ยอย่างตื่นเต้น “พูดเช่นนี้ หมายความว่าเจ้าตกลงแล้วหรือ”
“ช้าก่อน” เจียงหลีหยุดยั้งความดีใจของเขาไว้ ทำให้หลัวอวี่มีสีหน้ายิ้มเจื่อน “แล้วไส้ตะเกียงที่ได้มาจะแบ่งกันอย่างไร ท่านยังไม่ได้พูดไว้ให้ชัดเจน”
เจียงหลียังคงยิ้มอยู่
แต่ทว่า รอยยิ้มนั้น กลับทำให้หลัวอวี่รู้สึกถึงความผิดปกติอย่างหนึ่งที่พูดไม่ออก นึกถึงแผนการในใจ เขาเอ่ยอย่างรีบร้อน “อันนี้ง่ายมาก เพียงแค่แม่นางเจียงตอบรับเรื่องร่วมมือกัน พวกเราก็สามารถออกไปไล่ล่าได้ในทันที ไส้ตะเกียงที่ฆ่ามาได้นั้น เราสองคนก็ผลัดกันเก็บ”
“สองคนผลัดกันเก็บหรือ” เจียงหลีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “นี่มันจะไม่ยุติธรรมไปหน่อยหรือ ในเมื่อคนที่พบ ไส้ตะเกียงของพวกเขาไม่ได้มีเท่ากันเสมอไป หากเมื่อถึงตาข้ามีไส้ตะเกียงมากกว่า พอถึงตาท่านไส้ตะเกียงน้อยกว่า หากท่านขุ่นเคืองใจ เช่นนั้นข้าจะไม่อันตรายหรือ”
!
คำพูดของเจียงหลี ทำให้หลัวอวี่จู่ๆ รู้สึกชาวาบขึ้นมา เอ่ยขึ้นในใจ คำพูดของสตรีคนนี้ ทำไมถึงทำให้คนฟังรู้สึกวูบวาบ หรือว่านางดูแผนของข้าออกแล้ว (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“เหอะๆ แม่นางเจียงล้อข้าเล่นแล้ว” หลัวอวี่หยอกล้อเล็กน้อย เพื่อคลายความกังวลของนาง “เรื่องแบบนี้ก็แล้วแต่โชคชะตา หากว่าเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นที่เจ้าพูด ก็คงได้แต่ทำใจว่าข้านั้นอับโชคเอง จะไปโทษแม่นางได้เช่นไร”
“จริงหรือ” เจียงหลียิ้มอย่างครุ่นคิด สายตาแฝงความกระเซ้าเย้าแหย่เล็กน้อย
“แน่นอน” หลัวอวี่พยักหน้ารับปาก “หากแม่นางไม่เชื่อ ข้าสามารถสาบานต่อหน้าสวรรค์ได้”
“ไม่ต้องสาบานหรอก ข้าเชื่อท่าน” เจียงหลียิ้มตาหยีเอ่ย
หลัวอวี่ได้ฟัง รอยยิ้มกลับกว้างขึ้น “ดีเหลือเกิน! มีแม่นางเจียงช่วยเหลือกัน การเดินทางในเมืองเทียนตี้ครั้งนี้ของข้า จะต้องได้รับผลอย่างเหลือล้นแน่นอน ใช่แล้ว เพื่อแสดงความจริงใจของข้า พวกเราก็เริ่มจากเจ้าก่อนเป็นเช่นไร ไส้ตะเกียงทั้งหมดที่จับมาได้ครั้งแรกเป็นของแม่นางทั้งหมดเลย”
“ขอบคุณคุณชายหลัวอย่างยิ่ง” เจียงหลีก็ไม่ปฏิเสธ
ตกลงกันสำเร็จ ทั้งสองคนก็เริ่มออกสำรวจบนภูเขาลอยฟ้า
เป็นตามที่หลัวอวี่กล่าว ที่นี่กว้างใหญ่มาก ไม่เพียงแต่พวกเขาทั้งสองคน ก่อนหน้านี้ เขาก็พบกับหลายๆ คน เพียงแต่เพราะว่ายังไม่สามารถมั่นใจแน่ชัด ดังนั้นจึงยังข่มใจไม่ลงมือ
นี่มันเพราะอะไร หลังจากเขาพบเจียงหลี เหตุผลการเข้ามาขอร่วมพันธมิตรด้วยตัวเองคืออะไร
คำพูดต่างๆ ราวกับเพื่อให้เจียงหลีคลายความแคลงใจ แต่ทว่าเจียงหลีก็มีความระแวดระวังคนๆ นี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าคำพูดตรงไหนของเขาไม่ถูกต้องหรอก แต่เป็นเพราะว่าในดินแดนผนึกมาร เขาแสดงอุปนิสัยเช่นนั้นออกมา ทำให้ใจของเจียงหลีไม่อาจเชื่อสนิทใจได้!
แต่ทว่า ในเมื่อหลัวอวี่อยากเล่น เจียงหลีก็จะเล่นเป็นเพื่อนเขาเอง
ถึงอย่างไรแพ้หรือชนะล้วนเป็นสิ่งไม่แน่นอน!
“แม่นางเจียง เพื่อความยุติธรรม พวกเราเอาอย่างนี้ ศัตรูที่จะลงมือ ให้ตนเองเป็นคนเลือก ส่วนอีกคนก็คอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ เป็นเช่นไร” ผ่านไปสักครู่ หลัวอวี่ก็พูดถึงข้อตกลงอีก
“ได้” เจียงหลีพยักหน้าอย่างหนักแน่น ไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย
ตอบเช่นนั้น ราวกับให้ความเชื่อมั่นคู่พันธมิตรอย่างหลัวอวี่มาก
“คุณชายหลัว ตำหนักหลีหั่วมีเพียงท่านคนเดียวที่มาหรือ” เจียงหลีเอ่ยถามอย่างจงใจ
หลัวอวี่เอ่ย “ที่จริงแล้วข้าเข้ามาก่อนน่ะ แม่นางเจียงคงจะรู้ การมาถึงภายในเมืองเทียนตี้นี้ อย่างแรกต้องบรรลุในโลกของตนเองมาได้ก่อน ถึงจะสามารถทำกิจกรรมได้อย่างอิสระ ข้าเพิ่งจะผ่านช่วงเวลาการบรรลุนั้นมา ดังนั้นก็จึงเข้ามา ทว่า ข้ามาที่นี่สองปีแล้ว คาดว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องเหล่านั้นของข้า ก็คงจะมาแล้ว”
เจียงหลีนับเวลาในใจ ดูไปแล้วหลัวอวี่มาก่อนนางราวครึ่งปี
“แม่นางเจียงดูเหมือนจะคุ้นเคยกับศิษย์น้องเทียนอีนะ” จู่ๆ หลัวอวี่เอ่ยถามขึ้นมาแปลกๆ
เจียงหลีพยักหน้า “อืม คุ้นเคยกันมาก” หลังจากนั้น ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ
“…” หลัวอวี่ก็พูดไม่ออก ปกติแล้วคำถามทำนองนี้ คนที่ถูกถามมิใช่ว่าจะพูดอะไรต่อหรือ
เจียงหลีคนนี้ เพียงเอ่ยห้าคำ…ไม่สิ แค่สี่คำ คำแรกนั้นไม่ควรนับด้วยซ้ำ ก็ทำให้เขาเก้อแล้วหรือ
แกร๊ก!
ข้างหน้ามีเสียงดังขึ้นมา ทำให้เจียงหลีกับหลัวอวี่หยุดฝีเท้าลงพร้อมกัน จึงทำให้คำถามเกี่ยวกับฉินเทียนอีจบลงไปโดยปริยาย
ข้างหน้าทั้งสองนั้น ปรากฏร่างชายหนุ่มคนหนึ่งขึ้นมา แววตาตักเตือนมองพวกเขา เพียงพบกันชั่วพริบตา ก็ปล่อยวิญญาณยุทธ์จากตัวออกมา
ท่าทางน่าดุร้ายของเขาทำให้เจียงหลียิ้มเจื่อน แล้วเอ่ยกับหลัวอวี่ว่า “เขาแล้วกัน!” ตามที่ตกลง ในเมื่อไส้ตะเกียงที่หาได้ในครั้งแรกเป็นของนาง เช่นนั้นการล่าในครั้งแรกนางก็จะเป็นคนตัดสินใจ