ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 128 การเชิญที่คาดไม่ถึง
บทที่ 128 การเชิญที่คาดไม่ถึง
“ดูเหมือนว่าเราคงจะต้องทำความสนิทสนมกับฉางเอ๋อเสียก่อนสินะเราถึงจะถามเรื่องวิชาจากเธอได้ ว่าเธอสามารถแก้เรื่องร่างกายจิ่วยินเสวียนยินของเธอได้อย่างไร?” ฉิงเทียนพูดกับตัวเอง
ในขณะที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้นฉิงเทียนก็ได้ผล็อยหลับไปโดยมีซูเสวี่ยอยู่ในอ้อมกอดของเขา จนกระทั่งเขาตื่นขึ้นมาอีกรอบก็พบว่าพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ฉิงเทียนจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลาแล้วพบว่าเป็นเวลา 10 โมงกว่าแล้ว!
ส่วนซูเสวี่ยนั้นยังคงหลับใหลอยู่ มองดูแขนขาวดุจหิมะของเธอที่หลุดออกมาด้านนอก ฉิงเทียนก็ได้ดึงผ้าห่มมาคลุมแขนของซูเสวี่ยเอาไว้ จากนั้นก็ลูบผมที่ยาวสลวยของซูเสวี่ย!
บางทีอาจเป็นเพราะการกระทำของฉิงเทียนที่ได้ไปปลุกซูเสวี่ยให้ตื่นเข้า ซูเสวี่ยใช้มือสางผมของเธอที่ยุ่งเหยิง ลืมตาของเธอขึ้นมาอย่างง่วงเหงาแล้วถามเขา “ตอนนี้กี่โมงแล้วคะพี่เทียน?”
“เสวี่ยเอ๋อที่รัก, ตอนนี้ 10 โมงเช้าแล้วจ้ะ!” ฉิงเทียนตอบขณะที่ลูบหัวของซูเสวี่ย
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนพูดซูเสวี่ยจึงรีบลุกขึ้นมานั่ง แล้วเธอก็พูดขึ้นมา “10 โมงแล้ว อ๊า!สายแล้ว ฉันกำลังจะสายแล้ว!”
แต่ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำได้เลือดลมของฉิงเทียนไหลเวียนดีขึ้นและสายตาของเขาก็ได้เร่าร้อนขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยเมื่อคืนนั้นเป็นค่ำคืนที่บ้าคลั่งมาก ทำให้เช้านี้ซูเสวี่ยนั้นยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าอะไรเลย!
ซูเสวี่ยที่อยู่บนเตียงกำลังควานหาเสื้อผ้าของเธอใส่อยู่นั้น จึงไม่ได้รู้สึกตัวถึงสายตาที่กำลังเร่าร้อนของฉิงเทียนที่อยู่ข้างหลังเธอ
“เดี๋ยวสิ, ฉันจะต้องไปทำงานนะ ฉันกำลังจะสายแล้วเนี่ย!” ซูเสวี่ยถูกมือของฉิงเทียนเข้ามาจู่โจมเธอ
“ที่รัก คุณช่างสวยเหลือเกิน!” ฉิงเทียนเข้าสวมกอดเธอจากข้างหลัง “วันนี้คุณไม่ทำงานไม่ได้เหรอ?”
“ไม่ได้หรอก!” ซูเสวี่ยแกะมือของฉิงเทียนออก “ฉันมีประชุมเรื่องของยีเย่ากวนวันนี้!”
ด้วยสายตาที่เศร้าหมองของฉิงเทียน ในที่สุดซูเสวี่ยส่งจูบให้เขาแล้วออกจากห้องไป!
หลังจากนั้นฉิงเทียนก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องของฉิงหยู ในห้องนั้นเขาพบฉิงหยูกำลังนั่งขัดสมาธิและหลับตาฝึกวิชาอยู่ พลังวิญญาณกำลังชะล้างฉิงหยูอยู่
จึงได้ปิดประตู แล้วฉิงเทียนจึงได้เดินไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยความเบื่อเขาจึงได้เปิดดูละคร เขาจึงรอให้ฉิงหยูตื่นขึ้นมาจากการฝึกวิชา และเตรียมตัวให้พร้อมต้อนรับปีใหม่ในโม๋ตู และเตรียมตัวกลับบ้านช่วงปีใหม่!
ฉิงเทียนเปิดดูหนังแฟนตาซีซีรีส์ทางทีวีอย่างเรื่อยเปื่อย แต่สุดท้ายฉิงเทียนก็รู้สึกทนไม่ได้
“อา เดี๋ยวนี้ผลิตทีวีซีรีส์ออกมาได้แย่มากขึ้นเรื่อยๆเลยแฮะ!” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจกับทีวีซีรีส์ของจีน
คนหนุ่มสาวชาวจีนสมัยนี้ไม่ค่อยดูทีวีซีรีส์ในประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วไปตามดูทีวีซีรีส์ของอเมริกากันแทน
เพราะทีวีซีรีส์ต่างชาตินั้นทำออกมาเป็นอย่างดี ต่างจากทีวีซีรีส์ของจีนที่ยึดเอาแต่ความนิยม เมื่อดูเหล่านักแสดงหน้าใหม่เหล่านั้นแล้ว พวกเขานั้นไม่มีความสามารถในการแสดงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับได้รับเงินเดือนสูงๆ พวกเขานั้นดังได้ก็เพราะฐานเสียงจากแฟนๆเท่านั้นแหละ และคนที่ดูทีวีซีรีส์เหล่านั้นก็คือแฟนๆเหล่านั้น!
ดังนั้นในเวลานี้ ค่าการผลิตทีวีซีรีส์ส่วนใหญ่นั้นจึงตกไปอยู่กับนักแสดงเหล่านั้น ผลคือมีเงินเพียงน้อยนิดที่จะเหลือใช้กันในการผลิต ในสายตาคนทั่วไปต่างก็พูดว่าทีวีซีรีส์เรื่องนี้นั้นลงทุนกันเป็นล้าน แต่มีการใช้จ่ายเงินในการผลิตจริงๆไม่เท่าไรเอง
“ในอนาคตหากเรารวยเมื่อไรจะสร้างทีวีซีรีส์ที่ดังสนั่นไปทั้งโลกเลยคอยดู” ฉิงเทียนตัดสินใจแล้ว
“นายท่านเจ้าคะ นายท่านอยากที่จะทำละครทีวีเหรอเจ้าคะ?” ในทะเลความรู้นั้นจู่ๆเพ่าฝูก็พูดขึ้นมา
ฉิงเทียนส่ายหัวและตอบพร้อมกับยิ้ม “ผมแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ”
“มีคนติดต่อมาหานายท่านเจ้าค่ะ” จู่ๆเพ่าฝูก็พูดขึ้น “ตือโป๊ยก่ายติดต่อมาหานายท่านทำไมกันนะ?”
เดาได้ไม่ยากเลยว่าตือโป๊ยก่ายนั้นติดต่อหาเขานั้น ก็เพราะเรื่องของงานเลี้ยงลูกท้อในสวรรค์นั่นเอง ในตอนแรกนั้นเขาได้พูดถึงการแสดงในงานเลี้ยงให้ตือโป๊ยก่ายฟัง แต่เหล่าเซียนนั้นไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้เลย ดังนั้นถ้าหากพวกเขาอยากที่จะจัดงานได้ประสบความสำเร็จแล้วล่ะก็ พวกเขาก็มีแต่ต้องติดต่อมาหาเขาเท่านั้น!
“รับสายที” ฉิงเทียนกล่าว
จากนั้นในทะเลความรู้ ภาพของตือโป๊ยก่ายก็ปรากฏขึ้นมา ซึ่งพบว่ามีเหล่าเซียนอยู่รอบๆตัวเขา ซึ่งพบเหล่าเซียนที่แต่งชุดขุนนางโบราณบินไปมาพร้อมด้วยตะกร้าในมืออยู่ด้านหลังของตือโป๊ยก่ายเป็นช่วงๆ
“มีธุระอะไรเหรอครับพี่ใหญ่?” เขาถามออกไปถึงแม้ว่าพอจะเดาได้อยู่แล้วก็เถอะ
ตือโป๊ยก่ายนั้นทำสีหน้าอย่างซื่อๆแล้วพูดกับฉิงเทียน “ครั้งก่อนข้าได้ยินมาว่าเจ้านั้นมีความคิดสำหรับการทำงานเลี้ยงลูกท้อ อาจจะกะทันหันสักหน่อย แต่พวกเราอยากจะให้เจ้ามาช่วยคิดว่าจะจัดงานเลี้ยงดอกท้ออย่างไรดีหน่อยน่ะ”
“คือว่า….” ฉิงเทียนรู้สึกลังเล เดิมทีฉิงเทียนนั้นต้องการที่จะเสนอความคิดให้ตือโป๊ยก่าย เพื่อที่ถ้าพวกเขาไม่มีอุปกรณ์ที่จะทำตามความคิดของเขา เขาก็จะได้ขายของให้พวกเขาเพื่อทำเงินได้
แต่ในตอนนี้ฉิงเทียนนั้นต้องการที่จะหาความลับในการแก้ไขเรื่องของร่างกายจิ่วยินเสวียนยิน ซึ่งในโลกสวรรค์มีเพียงฉางเอ๋อเท่านั้นที่รู้วิธีดังนั้นงานเลี้ยงดอกท้อนั้นจึงอาจจะเป็นโอกาสดีที่ฉิงเทียนจะได้ติดต่อกับฉางเอ๋อก็เป็นได้
ส่วนตือโป๊ยก่ายที่อยู่ในสวรรค์นั้น ไม่ทราบว่าฉิงเทียนนั้นลังเลเพราะอะไร เขาและไท่ไป๋จินซิงนั้นได้หารือกันถึงทุกวิธีที่จะจัดงานเลี้ยงลูกท้อ แต่ในที่สุดพวกเขาก็ตกลงกันว่ามีเพียงแต่จะต้องใช้วิธีการของมนุษย์โลกเท่านั้นถึงจะทำให้เหล่าเซียนรู้สึกประหลาดใจได้
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าคนจากโลกเซียนทุกคนจะสามารถเข้าออกโลกมนุษย์ได้ พวกเขาเองก็ไม่เคยได้ยินการแสดงเช่นนั้นมาก่อนเลยด้วย
ดังนั้นในเวลานี้ไท่ไป๋จินซังและตือโป๊ยก่ายก็ได้ตัดสินใจที่จะพาฉิงเทียนมายังโลกเซียนเพื่อให้คอยช่วยเหลือพวกเขาจัดงานเลี้ยงลูกท้อโดยไม่ว่าจะใช้วิธีการใดๆก็ตาม
เมื่อเห็นฉิงเทียนมีท่าทีลังเลตือโป๊ยก่ายจึงได้รีบพูดออกไป “น้องฉิงถ้าครั้งนี้เจ้าช่วยพวกเราให้คำแนะนำเรื่องการจัดงานเลี้ยงลูกท้อสำเร็จล่ะก็ พวกเราจะช่วยให้เจ้าได้เข้ารับตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่บนสวรรค์ซึ่งมีทั้งเงินเดือนและโชคลาภ”
แต่ว่าผมเพิ่งจะฝึกวิชาถึงขั้นเหลียนฉีเองนะครับ ตำแหน่งบนสวรรค์นั้นไม่ใช่ว่ามีแต่เซียนเท่านั้นหรอกเหรอครับ?” ฉิงเทียนถามอย่างสงสัย
“ใครบอกเจ้าแบบนั้นกันล่ะ?” ตือโป๊ยก่ายจึงได้ยิ้มและอธิบาย “ที่พระราชวังบนสวรรค์นั้นมีตำแหน่งต่างๆอยู่ 9 ระดับ และตำแหน่งในระดับที่ 9 นั้นไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ฝึกวิชาด้วยซ้ำ ต้องเป็นตำแหน่งระดับสูงกว่า 9 ขึ้นไปถึงจำเป็นจะต้องให้เซียนเข้ารับตำแหน่ง”
เมื่อได้ยินที่ตือโป๊ยก่ายอธิบาย ฉิงเทียนรู้สึกเหมือนไม่อยากจะเชื่อแล้วพูดขึ้น “ผมจะได้รับตำแหน่งในสวรรค์จริงๆเหรอครับ?”
“ใช่แล้ว หากเจ้าตกลงเจ้าก็จะได้เข้ารับตำแหน่งบนสวรรค์” ตือโป๊ยก่ายพูดเชิญชวน หากมองไปที่ใบหน้าที่ซื่อตรงของตือโป๊ยก่ายแล้ว จะเห็นได้ว่าเขาทำสีหน้ากำลังล่อลวงเขาอยู่
ในเวลานี้เองหัวใจของฉิงเทียนก็ได้โลดเต้นไปมา มันเป็นอะไรที่เขาไม่เคยคิดฝันมาว่าก่อนตั้งแต่ตอนยังเด็ก นี่ถือเป็นก้าวแรกสู่สวรรค์ของเขาถ้าหากว่าเขาได้เข้ารับตำแหน่งบนสวรรค์
“เพ่าฝู เธอต้องการให้ผมเป็นเจ้าหน้าที่บนสวรรค์ไหม?” ถึงแม้ว่าฉิงเทียนจะตื่นเต้นก็ตามที แต่เขาก็ไม่สามารถสูญเสียตัวของตัวเองได้
เพ่าฝูตอบขณะที่อยู่ในทะเลความรู้ “นายท่านเจ้าคะ นี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากเลยนะเจ้าคะ นายท่านจะต้องเข้ารับตำแหน่งให้ได้นะเจ้าคะ!”
มองดูเพ่าฝูที่กำลังตื่นเต้น ฉิงเทียนก็ได้ถามอย่างสงสัย “แล้วเป็นเจ้าหน้าที่บนสวรรค์จะได้รับอะไรบ้างล่ะ?”
“ก็มีผลประโยชน์มากมายเลยเจ้าค่ะ, เจ้าหน้าที่บนสวรรค์นั้นถือได้ว่าเป็นตำแหน่งในสวรรค์ และผู้ที่ได้เป็นก็จะชื่ออยู่ในรายชื่อของผู้ที่จะเป็นเทพได้เจ้าค่ะ”
“แล้วถ้าผมได้เป็นเจ้าหน้าที่บนสวรรค์แล้วแบบนี้ ถ้าผมขายของให้สวรรค์เช่นนี้ พวกเขาจะยังจ่ายเงินให้ผมอีกเหรอ?” หลังจากที่กำลังตื่นเต้นอยู่นั้น ฉิงเทียนก็พลันคิดปัญหาที่สำคัญมากขึ้นมาได้