ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 129 เจ้าหน้าที่บนสวรรค์ระดับ 9
บทที่ 129 เจ้าหน้าที่บนสวรรค์ระดับ 9
สำหรับคำถามที่จู่ๆฉิงเทียนก็ถามขึ้นมานี้ เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความคิดนั้นก็ได้ถลึงตาใส่เขาทันที สำหรับความคิดนี้ของนายท่านนั้น เพ่าฝูรับไม่ไหวจริงๆ
ส่วนฉิงเทียนก็รู้สึกอึ้งขึ้นมาเพื่อถูกเพ่าฝูจ้องมองใส่ เขาจึงช่วยไม่ได้ที่จะถามอย่างระวัง “เพ่าฝู คำถามนี้มันดูบ้ามากสินะ?”
“ใช่แล้วค่ะ นายท่าน!” เพ่าฝูก็ได้อธิบายด้วยรอยยิ้ม “เรื่องของการซื้อขายนั้นยังเป็นไปตามปกติเจ้าค่ะ เงินทุนของงานเลี้ยงที่สำคัญมากอย่างงานเลี้ยงลูกท้อนั้นมหาศาลมากเจ้าค่ะ นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่นายท่านจะทำเงินเจ้าค่ะ!”
เมื่อพูดจบตาของเพ่าฝูก็เป็นประกายขึ้นมา ราวกับว่ามีทองเป็นภูเขาอยู่ตรงหน้าเธอ
“นายท่านรีบตกลงเถอะเจ้าค่ะ! นี่เป็นโอกาสที่ดีในรอบศตวรรษเลยนะเจ้าคะ ไม่สินี่เป็นโอกาสหายากในรอบพันปีด้วยซ้ำเจ้าค่ะ!”
ภายใต้สายตาที่คาดหวังของเพ่าฝูและสายตาที่กระตือรือร้นของตือโป๊ยก่าย ฉิงเทียนก็ได้ผงกหัวแล้วพูดอย่างตื่นเต้น “ลูกพี่หมูครับ ในเมื่อคุณอุตส่าห์ชวนผมทั้งทีแบบนี้ ถ้าผมไม่ตกลงผมคงทำให้คุณเสียหน้าแย่เลย”
“ถ้าหากเจ้าพูดดีซะขนาดนี้ ก็แสดงว่าเจ้ายอมตกลงแล้วสินะ”
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนยอมตกลงที่จะเข้ารับตำแหน่งบนสวรรค์แล้ว ตือโป๊ยก่ายก็พูดอย่างดีใจ “น้องฉิง ข้าพยายามอย่างมากเพื่อขอร้องไท่ไป๋จินซิงให้รับเจ้า เจ้าก็ต้องพยายามให้มากล่ะ”
“วางใจเถอะครับลูกพี่หมู ผมจะไม่ทำให้คุณต้องเสียหน้าแน่!” ฉิงเทียนพูดลั่นวาจา
“ดี, ในเมื่อเจ้าตกลงแล้ว อีกไม่นานไท่ไป๋จินซิงคงจะติดต่อไปหาเจ้าเร็วๆนี้ แล้วเจอกันบนสวรรค์เร็วๆนี้นะ” ตือโป๊ยก่ายก็พูดพร้อมกับหัวเราะ
หลังจากที่พูดคุยกับตือโป๊ยก่ายเสร็จเรียบร้อย ฉิงเทียนก็รู้ว่านี่เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับเขา หากว่าเขาได้ไปที่สวรรค์แล้วได้เป็นเจ้าหน้าที่กลายเป็นคนของสวรรค์แล้วล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องผลประโยชน์อื่นๆเลย มันเป็นเรื่องที่เยี่ยมมากที่จะได้ฝึกวิชาด้วยพลังวิญญาณบนสวรรค์!
“นายท่านเจ้าคะ, ไท่ไป๋จินซิงติดต่อมาเจ้าค่ะ!” ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังคิดถึงเรื่องผลประโยชน์ที่จะได้ขึ้นไปบนสวรรค์อยู่นั้น เสียงของเพ่าฝูก็ได้ดังมาจากทะเลความรู้
“ใครบอกให้เจ้าเอามาวางไว้ตรงนี้ เอาไปวางไว้ตรงอีกฟากของถนนโน่นเซ่”
“แล้ววางโต๊ะหินใหญ่ไว้ตรงนี้ ท่านเซียนเท้าเปล่าจะได้มานั่งที่นี่ในงานเลี้ยงดอกท้อ”
………………
ทันทีที่เขาติดต่อเข้ามาได้ ฉิงเทียนก็ได้ยินเสียงการสั่งการที่วุ่นวายอย่างต่อเนื่อง เขาพบว่าบนจอนั้นมีชายชราที่ผมหงอกเต็มหัว แม้แต่หนวดยาวๆของเขาก็ยังเป็นสีขาว
“เจ้าคงจะเป็นมนุษย์ที่ชื่อฉิงเทียนที่ตือโป๊ยก่ายพูดถึงอย่างนั้นสินะ” ไท่ไป๋จินซิงถามอย่างตรงไปตรงมา
“ใช่แล้วครับ” ฉิงเทียนตอบ ฉิงเทียนนั้นทราบดีว่าท่านไท่ไป๋จินซิงคงจะมาสัมภาษณ์งานเขาด้วยตัวเอง บนโลกนั้นไม่ว่าจะไปเข้าที่บริษัทไหน หรือสมัครเข้าทำงานที่ไหนๆก็ต้องเจอเหมือนกันหมด! คือการส่งคนมาสัมภาษณ์คุณ แน่นอนว่าการสมัครงานบนสวรรค์เองก็คงเหมือนกัน
บนสวรรค์ ไท่ไป๋จินซิงนั้นไม่ได้หลับเต็มตื่นมาหลายเดือนแล้ว องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้รับสั่งให้เขานั้นเป็นผู้จัดงานเลี้ยงลูกท้อและให้สรรหาความคิดใหม่ๆขึ้นมา
หากมองจากสายตาของคนภายนอกแล้ว ก็แค่องค์เง็กเซียนฮ่องเต้นั้นแค่ไม่ต้องให้งานเลี้ยงลูกท้อนั้นกลายเป็นงานน่าเบื่อเหมือนแต่ก่อน แต่ความเป็นจริงแล้วเรื่องของที่นี่นั้นมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
ถึงแม้ว่าโลกเซียนนั้นจะมีทางสวรรค์เป็นผู้จัดการดูแลทั้งหมดเหมือนกับรัฐบาลของประเทศบนโลก แต่จริงๆแล้วก็ยังมีขุมอำนาจอื่นๆอยู่ในโลกเซียนอยู่อย่างเช่น พุทธศาสนา, เต๋า, ลัทธิมารและอื่นๆ, ขุมอำนาจต่างๆเหล่านี้ก็เหมือนกับประเทศราชในสมัยโบราณที่จ้องจะล้มล้างและต้องการแทนที่สวรรค์! ดังนั้นงานเลี้ยงลูกท้อจึงไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดาๆอีกต่อไป!
ไท่ไป๋จินซิงมองดูฉิงเทียนอยู่ 10 นาทีโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะรู้สึกตื่นตระหนก แต่เขาก็ยังคงจ้องมองไท่ไป๋จินซิงอยู่
หลังจากที่ผ่านไปได้พักใหญ่ ในตอนนั้นเองไท่ไป๋จินซิงก็ได้ยิ้มแล้วพูดกับเขา “ยินดีต้อนรับสู่สวรรค์!”
“แค่นั้นเองเหรอ?” ในเวลานี้ฉิงเทียนรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา แต่ปากของเขาก็พูดตอบอีกอย่างทันที “ขอบพระคุณมากครับท่านไท่ไป๋จินซิง!”
“นี่คือหนังสือแต่งตั้งของเจ้าและตราประทับของเจ้า!” ทันใดนั้นก็มีสิ่งของสองอย่างปรากฏขึ้นมาบนโต๊ะของฉิงเทียน “เมื่อใดที่เจ้าเซ็นสัญญาลงไปที่หนังสือแต่งตั้ง เจ้าก็จะกลายเป็นเจ้าหน้าที่ของทางสวรรค์ทันที”
มีผ้าฝ้ายสีสองวางอยู่บนโต๊ะซึ่งดูธรรมดามาก แต่ข้างๆผ้าฝ้ายนั้นมีตราประทับสี่เหลี่ยมวางอยู่ ตราประทับนั้นมีสีฟ้าสว่าง
เมื่อฉิงเทียนใช้นิ้วโป้งกดลงไปที่หนังสือ นิ้วโป้งของเขาก็ได้แตกออกจากกัน แล้วจากนั้นตัวหนังสือฉิงเทียนก็ได้ไปอยู่ที่หนังสือแต่งตั้ง เมื่อตัวหนังสือคำว่าฉิงเทียนอยู่บนหนังสือแต่งตั้งแล้ว หนังสือแต่งตั้งนั้นก็ได้เรืองแสงขึ้นมาตามมาด้วยเสียง “ฟิ้ง” แล้วก็หายไปต่อหน้าฉิงเทียน
หลังจากที่ฉิงเทียนได้เซ็นสัญญาไปแล้ว เขาก็รู้สึกได้ถึงความสบายราวกับได้อยู่ในห้องซาวน่า เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหลับตาแล้วรู้สึกดีไปกับชั่วเวลานี้ แต่มันก็สั้นมากเกินไปก่อนที่ฉิงเทียนจะรู้สึกดีไปกับมัน ความรู้สึกเช่นนี้ก็ได้หายไปแล้ว
หนังสือแต่งตั้งที่หายไปได้ก็ได้ไปปรากฏอยู่ที่มือของไท่ไป๋จินซิง และไท่ไป๋จินซิงก็ได้เก็บเอาจดหมายนั้นไว้ในแขนเสื้อของเขา จากนั้นเขาก็พูดกับฉิงเทียน “ตั้งแต่นี้ต่อไปเจ้าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ 9 ของสวรรค์แล้ว และตราประทับนั่นจะเป็นเครื่องหมายของเจ้า แล้วข้าจะมารับเจ้ามาที่สวรรค์เวลานี้พรุ่งนี้” หลังจากที่พูด “ปิ๊บ” เขาก็ได้วางสายไปทันที
“แล้วเราก็ได้เป็นเจ้าหน้าที่บนสวรรค์แล้วสินะ” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาอย่างรู้สึกไม่คาดฝันอยู่
“ยินดีด้วยนะเจ้าคะนายท่าน ท่านได้กลายเป็นเทพแล้วนะเจ้าคะ” เพ่าฝูปรบมือแล้วพูดอย่างยินดี
มองไปที่ตราประทับบนโต๊ะของเขาแล้วถือมันไว้ในมือ ฉิงเทียนไม่รู้เลยว่าเขาจะเก็บมันไว้ที่ไหนดี เพราะมันเป็นเครื่องหมายแสดงตัวตนของเขาบนสวรรค์
“ฮี่ฮี่….นายท่าน ตราประทับนี้ถือเป็นของเซียน มันสามารถเก็บเอาไว้ในทะเลความรู้ได้เจ้าคะ” เพ่าฝูมองดูฉิงเทียนที่สีหน้าบ่งบอกว่าจะเก็บเอาตราขนาดใหญ่นี้เอาไว้ตรงไหนดี จนสุดท้ายเธอก็ได้พูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อได้ยินที่เพ่าฝูพูดฉิงเทียนก็รู้สึกเขินขึ้นมา ใช่แล้วนี่เป็นตราประทับของสวรรค์นี่นา เขาตื่นเต้นเสียจนลืมซะสนิทไปเลย ฉิงเทียนจึงได้หยดเลือดลงไปบนตราประทับนี้
พอเลือดตกลงไปที่ตราประทับมันก็ได้ถูกดูดเข้าไปทันที เสียง “ฟิ้ว” ดังขึ้นมาแล้วตราประทับก็หายเข้าไปในทะเลความรู้ของฉิงเทียนอย่างรวดเร็ว
จากเดิมที ที่มีแค่เพ่าฝูกับแผ่นเหล็กปริศนาที่อยู่ในทะเลความรู้ ซึ่งในตอนที่ตราประทับได้ลอยเข้ามานั้นเอง แผ่นเหล็กในทะเลความรู้ก็ได้ส่องแสงสีทองขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ตราประทับเข้ามาในทะเลความรู้ และดูเหมือนว่าตราประทับเองก็ทำตัวเป็นปรปักษ์กับแผ่นเหล็กที่อยู่ในทะเลเช่นกัน และส่องแสงสีฟ้าใส่แผ่นเหล็ก
ทะเลความรู้ของฉิงเทียนจึงได้กลายเป็นสนามรบขึ้นมา ทั้งสองสิ่งนี้ได้เข้าเผชิญหน้า ส่วนเพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ก็ได้มองดูทั้งสองสิ่งนี้เผชิญหน้ากันอย่างสนุกสนาน! มันเป็นภาพที่วิเศษมากที่อยู่ในทะเลความรู้ของฉิงเทียน
สาวน้อยน่ารักคนนั้นกำลังนอนเท้าคาง และตรงหน้าของเธอก็มีแสงสว่างสีทองและสีฟ้าที่ส่องแสงใส่กันอย่างดุเดือด หลังจากนั้นสักพักแสงสีทองก็ได้ครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลความรู้ของฉิงเทียน ในขณะที่แสงสีฟ้าได้พื้นแค่ส่วนๆหนึ่งในทะเลความรู้ แต่พอเพ่าฝูได้ปล่อยลำแสงไปที่ที่แสงสีฟ้าอยู่ แสงสีฟ้านั้นก็ได้ส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง แล้วขยายอาณาเขตไปในทะเลความรู้ของเขา
แต่มันรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมานิดหน่อย เมื่อฉิงเทียนรู้ว่ามีการทะเลาะกันของสิ่งของสองสิ่งในทะเลความรู้ของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นในทะเลความรู้ทำให้ฉิงเทียนรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา