ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 130 ร่วมมือ
บทที่ 130 ร่วมมือ
แต่ความเจ็บปวดในทะเลความรู้ของฉิงเทียนนั้นไม่ได้เปล่าประโยชน์เสียทีเดียว ด้วยการทะเลาะกันในทะเลความรู้ของทั้งสองสิ่งนั้น ทำให้จากเดิมทะเลความรู้ของฉิงเทียนนั้นมีขนาดแค่ 1 ตารางเมตร ตอนนี้ได้ขยายออกไปถึง 2 เท่าเลยทีเดียว
แสงสีฟ้าและแสงสีทองของทั้งสองสิ่งในทะเลความรู้นั้นยังคงทะเลาะกันต่อไป เพ่าฝูที่นั่งดูอยู่ใกล้ๆก็เริ่มเบื่อเอามือปิดปากตัวเองแล้วหาว “ฮ้าว น่าเบื่อจัง!”
พูดจบเธอก็ใช้มือน้อยๆของเธอทั้งสองข้างโดยที่ข้างหนึ่งยื่นไปที่ตราประทับ และอีกข้างไปที่แผ่นเหล็ก แล้วเลื่อนมือทั้งสองข้างเข้าหากันอย่างช้าๆ และแผ่นเหล็กกับตราประทับก็ได้เคลื่อนที่เข้าหากันตามมือของเพ่าฝู
ในขณะที่ทั้งสองสิ่งกำลังเคลื่อนที่เข้าหากันมากขึ้นเรื่อยนั้น แสงสีฟ้าและแสงสีทองก็ได้ผสานเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ ทันใดนั้นเองก็เกิดเป็นแสงที่สว่างจ้าไปทั่วทั้งทะเล แม้แต่บางที่ที่ยังไม่ถูกพบในทะเลความรู้ของฉิงเทียน
“ว้าว ไม่คิดเลยว่ายังมีพื้นที่อีกมากมายที่ยังไม่ได้ไปสำรวจนะเนี่ย” เพ่าฝูอดไม่ได้ที่จะตกใจเมื่อเธอพบว่าทะเลความรู้ของฉิงเทียนนั้นยังมีบางส่วนที่ยังไม่ได้ถูกค้นพบ
มือทั้งสองข้างของเธอบรรจบเข้าด้วยกัน แล้วพบว่าทั้งแผ่นเหล็กกับตราประทับได้ผสานเข้าด้วยกันอย่างเรียบร้อย
“เรียบร้อย!” เพ่าฝูตบมือปัดฝุ่นแล้วพูดอย่างยินดี “นายท่านจะต้องประหลาดใจแน่ๆ ตอนที่เขาตื่นมาเห็นสิ่งนี้เข้า”
พูดจบเพ่าฝู่ก็ได้หาวออกมา “ข้าหลับซักงีบล่ะนะเจ้าคะ” แล้วตาของเพ่าฝูก็หรี่เล็กลงเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอก็ได้หลับไปในทะเลความรู้
ในโลกความเป็นจริง ฉิงเทียนเองก็ได้สลบไปแล้วนอนอยู่ที่โซฟาไปพร้อมๆกับการต่อสู้กันในทะเลความรู้เมื่อสักครู่
หลังจากนั้นสักพัก ฉิงเทียนก็ได้ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ สิ่งแรกที่เขามองก็คือภายในทะเลความรู้ของเขา
ทันทีที่เขาพบว่าทะเลความรู้ของเขานั้นได้ถูกขยายออกไปอย่างมาก! และที่วิเศษมากยิ่งขึ้นไปอีกนั่นคือฉิงเทียนได้บรรลุแล้วเขาได้เลื่อนจากขั้นเหลียนฉีมาสู่ขั้นจู่จีแล้ว
“ทำไม เพ่าฝูถึงได้หลับได้ล่ะ?” มองดูเพ่าฝูที่กำลังหลับอยู่ในทะเลความรู้ ฉิงเทียนจึงได้ทำเตียงเจ้าหญิงน่ารักด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ในทะเลความรู้ แล้วจากนั้นก็อุ้มเพ่าฝูขึ้นไปนอนบนเตียง
“นี่คือตราประทับของเราอย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนพบตราประทับขนาดใหญ่ลอยอยู่ในทะเลความรู้ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะตกใจ
ตราประทับของเขานั้นได้มีรูปร่างเหมือนกับเพกาซัส, ซึ่งทั้งตัวของมันนั้นกลายเป็นหยกใสซึ่งสวยงามมาก ที่ด้านใต้ของตราประทับมีตัวหนังสือขนาดใหญ่ 4 ตัวเขียนเอาไว้ว่า “ตราเจ้าหน้าที่ระดับ 9(九品官印)”
เมื่อเห็นตัวหนังสือทั้ง 4 ตัวนี้ฉิงเทียนก็รู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์ ตัวหนังสือทั้ง 4 ตัวนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีพลังขึ้นมาทันทีทันใด!
“อยากรู้จังว่าใครกันที่เป็นคนสร้างตัวหนังสือทั้ง 4 ตัวนี้” ฉิงเทียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
“หือ?” แต่แล้วในตอนนั้นเองฉิงเทียนก็พบว่ามีแสงสีทองออกมาจากปากของม้า “ก็ว่าอยู่ว่าทำไมถึงไม่เห็นแสงสีทองแล้ว หรือว่านั่นคือแผ่นเหล็ก?”
ฉิงเทียนลองค้นหาในทะเลความรู้ดูอยู่สักพักแต่เขาก็ไม่พบแผ่นเหล็กเลย จากนั้นเมื่อเขาหยิบเอาตราประทับขึ้นมาแล้วมองดูอย่างตั้งใจแล้ว “แสงสีทองที่ออกมาจากปากนี้เหมือนกับของแผ่นเหล็กนั่นไม่มีผิด!”
ฉิงเทียนที่กำลังสงสัยก็ได้หยิบเอาตราประทับออกมาจากทะเลความรู้ ราวกับเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นใหม่
“ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าตราประทับนี่มีเอาไว้ใช้อะไร แล้วตราประทับอันนี้ก็ได้เปลี่ยนรูปร่างไปแล้วด้วย ไม่รู้เลยว่ามันจะยังใช้ได้อยู่ไหมเนี่ย?” ฉิงเทียนพูดกับตัวเองอย่างสงสัย
ไท่ไป๋จินซิงนั้นได้มอบตราประทับไว้ให้ฉิงเทียนแต่ไม่ได้บอกอะไรเขาไว้เลย “ดูเหมือนว่าคนทางเดียวที่เราจะรู้ได้ก็คือต้องถามคนบนสวรรค์ดูว่าตราประทับอันนี้เอาไว้ใช้ทำอะไร?” ฉิงเทียนแอบตัดสินใจ
เขาเล่นมันอยู่ในมือสักพัก แล้วก็เก็บมันเข้าไว้ในทะเลความรู้ ทันทีที่มันได้เข้าไปที่ทะเลความรู้ ตราประทับอันนั้นก็ได้วิ่งเข้าไปใกล้เพ่าฝูทันที
“กริ๊ง กริ๊ง…..” โทรศัพท์มือถือของฉิงเทียนจู่ๆก็ดังขึ้นมา เมื่อฉิงเทียนหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นจ้าวก่างโทรเข้ามา
“พี่ใหญ่โทรมามีอะไรเหรอครับ?” ฉิงเทียนถามทันที
“น้องสี่ ดูเหมือนว่านายจะสร้างเรื่องไว้มากมายในจิงตูเลยนะ นายไม่คิดที่จะเล่าเรื่องนี้ให้พี่ชายฟังบ้างรึยังไง?” ฉิงเทียนก็หัวเราะขึ้นมาเมื่อถูกหยอกล้อเช่นนี้ “นายกลายเป็นหมอเทวดาไปแล้ว ถ้ามีเวลาว่างก็มารักษาให้พี่ใหญ่บ้างเซ่ วันนี้พี่ใหญ่ของนายรู้สึกเหมือนจะมีอาการที่ไต”
“ไปหาน้องสาวคุณเหอะ พวกคุณเป็นผู้ฝึกวิชานะ ยังจะมีปัญหาโรคไตกันอีกเรอะ” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะพูดดุขึ้นมา
“หึ, แต่ฉันพูดจริงนะน้องสี่! ฉันบอกพ่อของฉันไปถึงเรื่องที่นายฝากให้ฉันไปคุยเมื่อวันก่อน เขาก็ยอมตกลงแล้วล่ะนะ แต่ว่า….”
“แต่อะไรรึครับ?” ฉิงเทียนถามกลับทันที
อีกด้านของโทรศัพท์ จ้าวก่างได้ลังเลที่จะถาม “เขาบอกว่าผลประโยชน์ของพวกเรานั้นจะแบ่งออกเป็น 5:5”
สำหรับฉิงเทียนนั้นเขาไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากโลกแล้วนั้น เพราะตอนนี้เขาได้เป็นเจ้าหน้าที่บนสวรรค์แล้ว ผลประโยชน์บนโลกหากเทียบกับบนสวรรค์แล้ว บนสวรรค์ย่อมมาก่อนโลกเป็นเรื่องรอง
อีกด้านของโทรศัพท์ จ้าวก่างที่พบว่าฉิงเทียนนั้นที่เงียบไปนานโดยไม่ตอบอะไรกลับมา จ้างก่างคิดว่าฉิงเทียนนั้นอาจจะคิดว่าตระกูลของเขานั้นขอมากเกินไปก็ได้
“น้องสี่ ฉันจะลองต่อรองกับพ่อของฉันดูอีกทีว่าเขาจะยอมลดส่วนลงให้มากกว่านี้ได้ไหมดูนะ?”
ในเวลานี้เองที่ฉิงเทียนรู้สึกตัวว่าจ้าวก่างนั้นกำลังเข้าใจเข้าผิดไป “พี่ใหญ่ ถ้าเรื่องของตลาดมืดละก็พอได้แล้วล่ะ ผมต้องการแค่ 30% เท่านั้น ที่เหลืออีก 70% ตระกูลของคุณเอาไปได้เลย
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูด จ้าวก่างที่อยู่อีกด้านของโทรศัพท์ก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ ตลาดมืดนั้นมันเหมือนกับไก่ที่ออกไข่เป็นทอง ด้วยกำไรที่มากถึงหลายพันล้านหยวนต่อปี ทำไมฉิงเทียนจึงได้สละผลประโยชน์ของตัวเองมากขนาดนั้น บางทีอาจจะเป็นไปได้ว่าเพราะฉิงเทียนกับจ้าวก่างนั้นเป็นพี่น้องกันก็ได้!
“น้องสี่ นาย…..” จ้าวก่างอดไม่ได้ที่จะคล้อยตาม
สำหรับฉิงเทียนแล้ว เขาไม่ได้ยกส่วนแบ่งให้มากขึ้นเพราะว่าเขาเป็นพี่น้องกับจ้างก่างหรอก แต่เพราะเขามีความคิดของเขาอยู่
อันดับแรกเลยเขาตั้งใจที่จะให้ตระกูลจ้าวและตระกูลหวงได้รับผลประโยชน์จากในเรื่องนี้ อันดับที่สองฉิงเทียนนั้นไม่มีเวลามากพอที่จะมาจัดการเรื่องของตลาดมืด ดังนั้นเขาจึงยกให้ 2 ตระกูลนั้นได้ทำการจัดการดูแลแทน ส่วนต่าง 5% นั้นก็เหมือนเป็นค่าจ้างให้พวกเขามาจัดการบริหารดูแลของพวกเขา เพื่อที่เขาไม่ต้องดูแลบริหารเอง
“พี่ใหญ่ คุณจะมาทำเป็นตื้นตันทำไม? แล้วก็นอกเหนือจากนี้ผมไม่ให้เพิ่มแล้วนะ” ฉิงเทียนพูดแกล้งจ้าวก่างให้อาย “นอกจากนี้พวกเรายังไม่ได้ทำการยึดตลาดมืดของโม๋ตูกันเลยนะ”
“แล้วพวกคุณคิดจะลงมือเมื่อไรล่ะ?” ฉิงเทียนถาม
“พ่อของฉันบอกว่าอยากเจอนายก่อนน่ะ”
“ที่ไหนและเมื่อไร?” ฉิงเทียนถามกลับ
“บ้านฉัน ตอน 4 ทุ่มคืนนี้!”
“เวลาดี แล้วผมจะไปหา!” ฉิงเทียนตอบ
หานักฆ่ามาฆ่าผมงั้นเหรอ ตลาดมืดเอ๋ยคุณเรียกหาปัญหาใส่ตัวเสียแล้ว! ฉิงเทียนนั้นเป็นคนที่ไม่เคยคิดรุกรานใครก่อนถ้าไม่ถูกรุกราน แต่ถ้ามีคนมารุกรานเขาก่อน เขาก็จะรุกรานตอบคืนแน่นอน
ในเวลานี้เองที่ฉิงหยูได้ตื่นจากการฝึกวิชาและเปิดประตูออกมาพบกับฉิงเทียนที่กำลังนั่งอยู่ที่โซฟา
จากความสำเร็จในการบรรลุวิชาในปัจจุบันของฉิงเทียนแล้ว ตอนนี้เขาดูแค่ปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าฉิงหยูนั้นได้ก้าวเข้าสู่ขั้นเทียนเซียนแล้ว
“พี่ครับ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าในโลกนี้มีพลังวิญญาณไม่ค่อยพอน่ะครับ” ฉิงหยูอธิบาย “ทำไมผมถึงรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของฟ้าดินถึงได้น้อยขนาดนี้ได้”
ฉิงเทียนจึงได้ลูบหัวของเขาแล้วหยิบยาลูกกลอนออกมาจากมือของเขาแล้วส่งให้ฉิงหยู แล้วพูดขึ้น “เสี่ยวหยู นี่คือยาลูกกลอนจู้เอวี๋ยน ทานทุกครั้งที่น้องฝึกวิชา”
หลังจากที่ได้รับยามาจากในมือของฉิงเทียน ฉิงหยูก็ได้เปิดขวดยาออกมาแล้วสูดเอากลิ่นของมันเข้าไป “พี่ครับยาเม็ดนี้กลิ่นมันแรงกว่ายาจงเทาที่เอาออกมาในตอนนั้นอีกนะครับ”
“แน่นอน ยาตัวนี้ปรุงขึ้นมาโดยคนที่เก่งกว่านั้นมากน่ะสิ” ฉิงเทียนพูดพร้อมกับยิ้ม