ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 155 ท่านมหาเซียนที่กำลังก้าวข้ามวิบัติ
บทที่ 155 ท่านมหาเซียนที่กำลังก้าวข้ามวิบัติ
หลังจากที่เอาเพลงหงอคงให้กับเขา สายตาของซุนหงอคงก็ชุ่มไปด้วยน้ำตา และเหม่อลอยมองยังที่ไกลๆ ซุนหงอคงนั้นอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องของเขาตั้งแต่ตอนที่เกิดจนกลับมาจากการอัญเชิญพระไตรปิฎก เหตุการณ์ต่างๆลอยเข้ามาในหัวของเขา ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
เกิดมาอย่างพิเศษ แล้วร่ำเรียนวิชาในพุทธศาสนา จนไม่เห็นคนธรรมดาในสายตาอีก จากนั้นก็ไปยังพระราชวังมังกรเพื่อไปเอาเสาทองคำมาเพิ่มพลังตัวเอง
ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขมากที่สุด ไม่ต้องกังวลอะไร ทุกๆวันในเขาฮัวกั่วซานกับลูกศิษย์ลูกหาและลูกหลานของพวกเขา กิน, ดื่มและเฮฮา ปราศจากปัญหาใดๆ
แต่ช่วงเวลานั้นไม่อาจอยู่ได้ยืนยาวนัก ทางสวรรค์ต้องการที่จะเอาเขาไปเข้าร่วม ถ้าเขาต้องการที่จะเป็นเจ้าหน้าที่บนสวรรค์ พวกเขาก็จะยินดียกตำแหน่งปี้หม่าเวินให้ ในใจของเขานั้นถือว่าเป็นการดูถูกมาก
ในความโกรธนั้นเขาจึงได้ไปปั่นป่วนงานเลี้ยงบนสวรรค์ และทำให้เง็กเซียนฮ่องเต้ต้องขายหน้าต่อหน้าเหล่าเซียน ตอนนั้นเขารู้สึกมีความสุขมาก!
เง็กเซียนฮ่องเต้รู้สึกเหมือนดูถูกอย่างมาก จึงได้รวบรวมทหารสวรรค์ 100,000 นายและขุนพลเข้าโจมตีเขาฮัวกั่วซานของเขา
สงครามในครั้งนั้น ไม่รู้เลยว่าลูกศิษย์ลูกหลานของเขาต้องบาดเจ็บล้มตายไปมากเพียงใด เลือดของพวกเขาไหลไปตามแม่น้ำ จนทำให้เขาฮัวกั่วซานต้องเต็มไปด้วยวิญญาณชั่วร้าย
ในเวลานั้น เขาจึงได้กำจัดปีศาจตาแดงนั้นด้วยตัวเขาเอง แล้วก็ไปทำลายสวรรค์ต่อ ผลคือเพราะความแข็งแกร่งของเขาที่ไม่เพียงพอ ทำให้เขาต้องถูกขังอยู่ในเขาห้านิ้วเป็นเวลา 500 ปี!
ในช่วงเวลา 500 ปีนั้น เขาจึงได้เรียนรู้ถึงความแข็งแกร่งของทั้งโลกเซียนอย่างช้าๆ พลังเซียนของเขานั้นไม่ต่างอะไรไปจากเด็กน้อยเมื่อต้องเจอกับทั่วทั้งสวรรค์ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วราวกับเขากำลังวิ่งเต้นอยู่ในฝ่ามือของพระโพธิสัตว์เท่านั้น เขาเป็นได้เพียงเบี้ยหมากตัวสำคัญตัวหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาอยากที่จะต่อต้านในเวลานั้น แต่ด้วยการฝึกวิชาของเขาที่ฝึกมาไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับองค์ยูไลและเง็กเซียนฮ่องเต้ได้เลย เขาจำแต่ต้องยอมรับอย่างเงียบๆในเวลานั้นเองที่เขารู้ว่าสิ่งที่สำคัญในโลกนี้คือความแข็งแกร่ง
ฉิงเทียนที่อยู่ใกล้ๆมองดูซุนหงอคงอยู่เป็นเวลานานและยังไม่ฟื้นสติกลับมา เขารู้ดีว่าเพลงนี้คงส่งผลกระทบอย่างมากกับซุนหงอคง ขนาดเขาที่เป็นคนธรรมดาๆยังรู้สึกซาบซึ้งไปกับมันเลย ยิ่งคนที่เกี่ยวข้องกับเพลงนี้อย่างเขาแล้วไม่ต้องพูดถึงเลย
ฉิงเทียนจึงเงียบและเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเพลงนี้อีกครั้ง
เมื่อได้ยินเสียงเพลง ซุนหงอคงก็อดไม่ได้ที่จะร้องตาม
ดวงจันทร์ที่แตกสลายในอวกาศ ระยะทางที่ไกลแสนไกล
สายลมและควันที่หมดไป และเงาก็เริ่มจางหาย
…………….
ระหว่างเพลงผ่านไป เสียงของซุนหงอคงก็จากตอนแรกที่ร้องเบาๆก็ได้เริ่มร้องดังมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วบรรยากาศรอบตัวเขาที่เปลี่ยนจากธรรมดาๆกลายเป็นทรงพลัง และแสงสีทองก็ได้เรืองแสงออกมาจากตัวของเขาราวกับพุทธองค์
ฉิงเทียนรู้สึกตกใจขึ้นมาเมื่อพบว่ามีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นตรงมิติที่ซุนหงอคงอยู่ มิติตรงบริเวณนั้นมีสภาพเหมือนกับกระจกที่จู่ๆก็ค่อยๆแตกออกอย่างช้าๆ แล้วมิติก็เริ่มแตกออกดัง “เพล้ง” จนกระทั่งเห็นสีดำโผล่ขึ้นมา แล้วก็เกิดแรงดึงดูดขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าเขากำลังจะถูกดูดเข้าไปยังแรงดึงดูดของเขา และแรงดึงดูดนั้นก็ได้แรงมากขึ้นเรื่อยๆ!
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เกิดอะไรขึ้นกับท่านมหาเซียน?” ฉิงเทียนพูดอย่างกระวนกระวาย ด้วยแรงดึงดูดนี้เขาเริ่มที่จะต้านทานไม่ไหว และเริ่มที่จะหายใจไม่ออก!
เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ก็ได้มีการทำท่าทางบางอย่างรวดเร็ว ส่วนฉิงเทียนที่รู้สึกร่างกายของเขาที่หนักอึ้งเพราะแรงดึงดูดจู่ๆก็รู้สึกตัวเบาขึ้นมา แต่ในเวลานี้เพ่าฝูกลับรู้สึกหน้าซีดเผือดแทน
“เพ่าฝู เกิดอะไรขึ้นเธอเนี่ย?” ฉิงเทียนถามอย่างกระวนกระวาย
เพ่าฝูก็ตอบด้วยเสียงอ่อยๆ “ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะนายท่าน ข้าแค่ใช้พลังมากไปเท่านั้น” จากนั้นเธอก็มองไปที่ซุนหงอคงอย่างประหลาดใจและพูดขึ้น “ข้าไม่คิดว่าเลยว่าเจ้าลิงตัวนี้จะสามารถบรรลุชั้นจุ่นเชิ่งได้!
จนกระทั่งทั่วทั้งสวรรค์ก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่นี้! เง็กเซียนฮ่องเต้ที่ประทับอยู่ด้านในของพระราชวังสวรรค์นั้นก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนนี้
“แรงสั่นสะเทือนนี่มันอะไรกัน?” เง็กเซียนฮ่องเต้ถามอย่างประหลาดใจ มันไม่เคยมีการสั่นไหวครั้งใหญ่บนสวรรค์แบบนี้มานาน 10,000 ปีแล้ว
“กราบเรียนองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ การสั่นไหวครั้งนี้เกิดขึ้นจากการก้าวข้ามวิบัติมหาเซียนซุนครับ” ทหารสวรรค์คนหนึ่งคุกเข่ารายงาน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ตกใจแล้วพูดขึ้น “เจ้าลิงนั่นกำลังจะข้ามวิบัติงั้นรึ เจ้านั่นกำลังจะเข้าสู่ชั้นจุ่นเชิ่งแล้ว!”
“ไปเร็ว!” แล้วเง็กเซียนฮ่องเต้ก็ได้โบกมือสั่งทหารสวรรค์
“ครับ”
เจ้าแม่หวังหมู่ก็พูดขึ้นมาอย่างอิจฉา “ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าลิงตัวนั้นจะสามารถบรรลุถึงขั้นจุ่นเชิ่งได้โดยที่อายุแค่ไม่กี่ 10,000 ปีเท่านั้น”
การประชุมเขาวิญญาณพุทธ
เหล่าชาวพุทธที่ต่างก็นั่งหลับตาฝึกสมาธิกันอยู่นั้น จู่ๆองค์ยูไลที่นั่งอยู่ตรงบัลลังก์ก็ได้ลืมตาขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “หงอคงกำลังก้าวข้ามวิบัติ!”
เจ้าแม่กวนอิมก็ลืมตาขึ้นมาอย่างยินดีแล้วพูดขึ้น “ถ้าเช่นนั้นเขาวิญญาณของพวกเราก็จะได้มีเซียนระดับจุนเซิ่งเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแล้ว ช่างน่ายินดียิ่งนัก!”
“ใช่แล้ว ช่างน่ายินดีจริงๆ” เหล่าชาวพุทธต่างพูดด้วยความยินดี
แต่องค์ยูไลที่นั่งอยู่ที่บัลลังก์นั้นกลับไม่ได้มีสีหน้าที่ยินดีอย่างที่คนอื่นคิด แต่กลับเป็นสีหน้าที่เสียใจแทน!
ในเวลานี้ ด้วยการร้องเพลงของซุนหงอคง ด้วยเสียงที่กังวานมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มิติที่อยู่ไกลออกไป 100,000 ลี้ต่างเต็มไปด้วยเสียงของซุนหงอคง และเกิดการแตกร้าวของมิติขึ้น
ฉิงเทียนจึงได้รีบอุดหูของเขา แต่เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงความรุนแรงของคลื่นเสียงอยู่ดี
ดอกไม้และต้นไม้โดยรอบต่างก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆทันที ในเวลานี้โดยรอบต่างก็เต็มไปด้วยเซียน และเซียนเหล่านี้ต่างก็มองมาที่ซุนหงอคงด้วยความอิจฉา
“นี่น่ะเหรอคือการบรรลุสู่ขั้นจุ่นเชิ่ง?”
“ไม่คิดเลยว่ามหาเซียนซุนจะบรรลุได้ไวขนาดนี้!” เซียนคนหนึ่งพูดด้วยความอิจฉา
และในขณะที่เซียนคนอื่นๆกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น เมฆสีดำขนาดมหึมาก็ได้มารวมตัวกันอยู่เหนือหัวของซุนหงอคง แล้วเมฆสีดำนั้นก็ได้มีฟ้าแลบขึ้นมาเป็นช่วงๆ แรงกดดันเหล่านี้ทำให้ฉิงเทียนรู้สึกอึดอัดมาก
“นี่มันสายฟ้าวิบัติ สายฟ้าวิบัติของจุ่นเชิ่ง!” นางฟ้าคนหนึ่งพูดอย่างหวาดกลัว
“ขนาดของเมฆดำใหญ่มากดูเหมือนว่าท่านมหาเซียนคงได้ถูกฟ้าผ่าอย่างน้อย 66 ครั้งแน่” นางฟ้าคนหนึ่งอุทานขึ้นมา
เพราะฉิงเทียนที่ยืนอยู่ข้างๆซุนหงอคง เขาจึงไม่ได้ยินที่พวกเขาพูดขึ้น สายฟ้าวิบัตินี้ไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาอย่างฉิงเทียนนั้นจะสามารถทนได้เลย
“ฮ่าๆ อย่างตาเฒ่าซุนน่ะไม่กลัวสายฟ้าวิบัติหรอกโว้ย!” ยืนอยู่ภายใต้ท้องฟ้าซุนหงอคงถือไม้พลองทองคำในทองคำ แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไปที่สายฟ้าวิบัติ
ราวกับสายฟ้าวิบัติรู้ว่ากำลังโดนดูถูก
ก็มีสายฟ้าขนาดใหญ่เท่าฝาชามซึ่งเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างจากฟ้าดิน และตรงบริเวณที่สายฟ้าได้ผ่าลงมานั้น เกิดการเผาไหม้พลังเซียนทันที แล้วได้ผ่าลงมายังซุนหงอคงด้วยความเร็วสูง
“ฮ่าๆ ลงมาอีก” ซุนหงอคงนั้นไม่ได้มีความกลัวเลยแม้แต่น้อยแล้วได้บินพุ่งผ่านฟ้าผ่าท่ามกลางสายตาของทุกคน
“สหายทุกท่าน นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่พวกเราจะได้เห็นสายฟ้าวิบัติของจุ่นเชิ่งช่างเป็นบุญตาพวกเราจริงๆ” เซียนคนหนึ่งพูดขึ้น
หลังจากที่สิ้นเสียง เหล่าเซียนทั้งหมดต่างก็พากันลงไปนั่งขัดสมาธิ สายตาของพวกเขาจับจ้องมายังซุนหงอคงที่เผชิญหน้ากับสายฟ้าวิบัติ
ในโลกเซียนนั้น ผู้ที่มาถึงจุ่นเชิ่งนั้นมีจำนวนน้อยมาก และส่วนใหญ่ก็ได้เข้าสู่ขั้นจุ่นเชิ่งไปตั้งแต่หลาย 100,000 ปีก่อนแล้ว และถึงพวกเขาจะได้เข้าสู่บรรลุจุ่นเชิ่ง พวกเขาก็คงจะมองหาสถานที่ลึกลับที่ปราศจากการถูกรบกวนเป็นแน่
อย่างไรเสีย สายฟ้าวิบัตินั้นถือเป็นสิ่งที่กลัวอย่างมากสำหรับเซียนทุกคน บางทีอาจจะมีเพียงซุนหงอคงเท่านั้นที่กล้าที่จะก้าวข้ามการวิบัติท่ามกลางเซียนจำนวนมากโดยปราศจากการเตรียมตัว
ในเวลานี้ฉิงเทียนกำลังเจ็บปวดอย่างมาก แรงกดดันจากสายฟ้าวิบัติของจุ่นเชิ่งนั้นยากที่ฉิงเทียนจะสามารถต้านทานไหว พลังเซียนที่อยู่รอบตัวได้ทำร้ายเขาอย่างเจ็บปวดและพุ่งเข้าหากายทิพย์ของฉิงเทียน