ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 156 ขั้นหยวนยิง
บทที่ 156 ขั้นหยวนยิง
ฉิงเทียนรู้สึกราวกับว่ามีทหารม้าหลายพันนายกำลังเหยียบบนตัวเขา
และทหารม้าเหล่านี้ก็กำลังวิ่งพล่านไปมาโดยไม่มีทิศทางไปแน่นอนด้วย
“ทำไมพลังวิญญาณในเส้นลมปราณของเขาถึงได้คลุ้มคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆได้ล่ะเนี่ย?” ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณในร่างกายของเขากำลังคลุ้มคลั่งภายใต้การนำของพลังวิญญาณที่รุนแรงจากภายนอก
“ไม่ได้ เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเราคงได้ตัวระเบิดตายแน่ๆ” ฉิงเทียนพูดในใจอย่างรู้สึกไม่ค่อยดี
แล้วเขาก็เริ่มท่องคาถาในใจตามในวิชาสวรรค์โลกาและพลังสวรรค์โลกาก็ได้เคลื่อนที่ไปในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
ด้วยการเคลื่อนไหวของพลังสวรรค์โลกา ฉิงเทียนก็ได้สะกดพลังวิญญาณที่รุนแรงในร่างกายของเขาได้อย่างช้าๆ
“ฮ่าๆ สายฟ้าแค่นี้มันไม่พอหรอก!” เสียงคำรามของซุนหงอคงดังขึ้นมา ในเวลานี้สายฟ้าวิบัตินัดแรกได้ถูกทำลายลงไปแล้ว
เห็นได้ชัดว่าสายฟ้าวิบัติกำลังโกรธซุนหงอคง ฟ้าผ่าขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 10 เท่าได้ผ่ามาทางเขาทันที
“มาได้สวย ตาเฒ่าซุนคนนี้ยังไม่รู้สึกพึงพอใจเลย”
ถึงแม้ซุนหงอคงจะรับเอาสายฟ้าวิบัติฟาดใส่เข้าไปเต็มๆ แต่ฉิงเทียนก็ยังทุกข์ทรมานอย่างมาก ฉิงเทียนที่พยายามกดดันพลังวิญญาณไว้ได้เมื่อสักครู่นั้นก็ได้กลับมาพลุ่งพล่านอีกครั้ง แล้วในคราวนี้ก็รุนแรงมากกว่าครั้งก่อนเสียอีก
และยิ่งเวลาผ่านไปฉิงเทียนก็พบว่าพลังเซียนเข้ามาอยู่ในร่างกายของเขาซึ่งฉวยโอกาสเข้ามาตอนที่ฟ้าผ่าลงมาใกล้ๆเขา
ถึงแม้ว่าสายฟ้านั้นจะมีพลังวิญญาณอยู่ไม่มาก แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะต้านทานพลังเซียนปริมาณมากเช่นนี้ได้ไหว ตอนนี้พลังเซียนในร่างกายของเขากำลังพลุ่งพล่านอยู่ในเส้นลมปราณของฉิงเทียน
“ดูเหมือนว่าจะเหลือทางเดียวที่ทำได้แล้ว” ฉิงเทียนคิดและหลังจากที่เขาตัดสินใจแล้ว ฉิงเทียนก็ได้เริ่มดึงพลังวิญญาณของเขาเข้าสู่จุดแก่นทองคำ
ซึ่งกลายเป็นว่าฉิงเทียนนั้นกำลังเข้าสู่ขั้นหยวนยิงแล้ว เดิมทีฉิงเทียนเองก็อยู่ขั้นท้ายๆของจินตันแล้วยังได้ทานลูกท้อที่ซุนหงอคงให้มาอีก พลังวิญญาณของเขาจึงได้กักเก็บอยู่ในแก่นทองคำจนเต็มแล้ว แต่ในเวลานี้พลังเซียนจากภายนอกได้พากันหลั่งไหลเข้ามาในตัวของฉิงเทียน ทำให้ฉิงเทียนได้พร้อมที่จะบรรลุแล้ว
ในบรรดาแก่นต่างๆในร่างกาย แก่นทองคำนั้นจะนอนอยู่นิ่งๆเงียบๆ แต่หลังจากพลังเซียนได้หลั่งไหลเข้ามาผ่านเส้นลมปราณเข้าไปยังแก่นต่างๆแล้ว แก่นทองคำก็ได้เหมือนกับเด็กที่กำลังหิวนม และทำการซึมซับพลังเซียนเข้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง!
จนกระทั่งพลังเซียนในร่างกายของฉิงเทียนถูกซึมซับเข้าไปในแก่นทองคำจนเต็มแล้ว ก็เหมือนกับขว้างก้องหินลงทะเลที่ไม่ทำให้แก่นทองคำเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว
ฉิงเทียนที่เร่งความเร็วของวิชาสวรรค์โลกาให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ แล้วได้เคลื่อนย้ายไปยังจุดศูนย์กลางของฉิงเทียน ในขณะที่พลังเซียนยังคงเข้ามาในตัวของฉิงเทียนอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะที่พลังเซียนได้ไหลทะลักเข้ามาในร่างกายอย่างต่อเนื่องและหลังจากที่แก่นทองคำได้ซึมซับพลังเข้าไปแล้ว รอบๆแก่นทองคำก็ได้ค่อยๆมีการเปลี่ยนแปลง แก่นทองคำนั้นได้มีสายฟ้ามาล้อมรอบแก่นทองคำเหมือนกับเป็นเกราะกำบังแก่นทองคำยังไงอย่างงั้น
“ทำไมถึงยังไม่บรรลุอีกนะ” ฉิงเทียนได้ทำการเร่งความเร็วในการซึมซับพลังเซียนรอบๆตัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ผ่านไป 1 แก้วน้ำชา แก่นทองคำก็ได้เริ่มแตกอย่างช้าๆ
“มันกำลังจะออกมาแล้ว!” เพ่าฝูพูดอย่างตื่นเต้น
ในเวลานี้ฉิงเทียนได้บรรลุขั้นจินตันแล้ว ซึ่งแก่นทองคำนั้นได้แปรเปลี่ยนไปเป็นตัวอ่อนหยวนยิงซึ่งเป็นอะไรที่ต้องระมัดระวังมาก ในเมื่อแก่นทองคำได้เริ่มแตกออกจากกันแล้วก็จำเป็นต้องป้อนพลังงานให้อย่างช้าๆและแม่นยำ
ถ้าเกิดว่าเผลอทำพลาดมากเกินไป ตัวอ่อนในแก่นทองคำก็จะระเบิดแล้วตายได้ ถ้าค่อยๆป้อนพลังเซียนทีละน้อยๆ ตัวอ่อนในแก่นทองคำก็จะสามารถออกมาจากแก่นทองคำได้
1 แก้วช้าผ่านไป, 1 ชั่วโมง, 2 ชั่วโมง
ร่างกายของแก่นทองคำในตัวของฉิงเทียนนั้นได้ค่อยๆแตกตัวออกมาอย่างช้าๆ แล้วก็มีฉิงเทียนขนาดจิ๋วปรากฏตัวออกมาอยู่ภายใต้แสงสีขาว
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ประหลาดใจมากที่เขานั้นถือดาบที่โปร่งแสงอยู่ในมือของจิตหยวนยิงด้วย
“นั้นคือจิตหยวนยิงของเราอย่างนั้นเหรอ ไม่นึกเลยว่าจะน่ารักเช่นนี้ แล้วดาบนี่มันคืออะไรกัน?” ฉิงเทียนพูดอย่างสงสัย
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะเจ้าคะนายท่าน สำหรับการได้มาอยู่ในชั้นหยวนยิงแล้ว” เพ่าฝูพูดอย่างตื่นเต้น
ตอนนี้เพ่าฝูไม่ได้อยู่ในสภาพที่อ่อนแอเหมือนเมื่อสักครู่แล้ว แถมยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอีก
“เพ่าฝูเจ้าไม่เป็นอะไรแล้วอย่างนั้นรึ?” ฉิงเทียนถามอย่างสงสัย
“ฮิๆ นายท่านได้บรรลุวิชาแล้ว ข้าเองก็ได้รับพลังเซียนมาจนเต็มเปี่ยมแล้ว ตอนนี้ข้าเลยแข็งแกร่งมากกว่าแต่ก่อนอีกเจ้าค่ะ” เพ่าฝูพูดอย่างดีใจ
“มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” ฉิงเทียนผงกหัว
“แต่ทำไมผมถึงได้มีดาบแสงอยู่ในมือของผมได้ล่ะเพ่าฝู?” ฉิงเทียนถามขึ้นมา ฉิงเทียนรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับจิตหยวนยิงของเขา
เพ่าฝูเองก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะ” เพ่าฝูเองก็ส่ายหัว “แต่ก็รู้สึกได้ว่าดาบแสงนี้จะส่งผลดี และไม่มีอันตรายกับนายท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”
หลังจากที่คุยกับเพ่าฝูแล้ว ฉิงเทียนก็ได้ออกมาจากจิตศักดิ์สิทธิ์ ออกมาดูสายฟ้าวิบัติของซุนหงอคง
ส่วนซุนหงอคงนั้นไม่ได้อยู่ในสภาพที่สบายๆเหมือนเมื่อสักครู่แล้ว เสื้อผ้าของเขาได้ขาดออกรุ่งริ่ง และขนลิงสีเหลืองทองของเขาก็ได้ไหม้เกรียมหมดแล้ว
“นั่นคือสายฟ้าวิบัตินัดสุดท้ายแล้ว ถ้ามหาเซียนสามารถผ่านไปได้เขาก็จะได้เป็นจุ่นเชิ่งเต็มตัวแล้ว” ในเวลานี้เองที่เหล่าเซียนต่างพากันกลั้นหายใจและเฝ้าดูสายฟ้าวิบัตินัดสุดท้ายของซุนหงอคง!
“เปรี้ยง เปรี้ยง” สายฟ้าวิบัตินัดนี้มีขนาดที่ยาวมากกว่าสายฟ้าวิบัติที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ทั้งหมด ราวกับว่าเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ไม่เพียงแต่ซุนหงอคงที่รู้สึกได้ถึงสายฟ้าวิบัติ แม้แต่เหล่าเซียนที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆก็ยังรู้สึกได้ถึงสายฟ้าวิบัตินี้!
“สายฟ้าวิบัติดูเหมือนว่าจะมาทางพวกเราด้วย ทุกคนรีบป้องกันเร็วเข้า” มีเสียงที่พูดด้วยความห่วงใยดังขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
แล้วก็มีเกราะกำบังโปร่งใสมาป้องกันฉิงเทียนและทุกๆคนเอาไว้ เหล่าเซียนต่างพากันส่งพลังให้กัน
สายฟ้าวิบัติได้เข้ามาใกล้เรื่อยๆ สายฟ้าวิบัติส่วนใหญ่พุ่งเข้าหาซุนหงอคงและมีบางส่วนที่กระเด็นกระดอนมาทางพวกเขา
แต่ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนน้อย แต่ทุกคนก็ไม่สามารถดูถูกได้เลย เพราะว่านี่เป็นสายฟ้าวิบัติของจุ่นเชิ่ง
มีเสียงที่ดังมากขึ้นมาพร้อมกับการสั่นสะเทือนขนาดหนักจากสายฟ้าที่กระแทกเข้ามา
ฉิงเทียนที่รู้สึกได้ถึงประสบการณ์เฉียดตาย และเกราะกำบังนั้นก็กำลังอันตราย ซึ่งดูเหมือนกำลังจะพังได้ในไม่ช้า
“ทุกคนรีบส่งพลังไปเพิ่มอีกเร็วเข้า”
“ได้” แล้วเหล่าเซียนก็ได้เพิ่มพลังของตัวเองเพิ่มมากขึ้นไปอีก
และในเวลานี้ซุนหงอคงเองก็ได้รอดมาจากสายฟ้าวิบัติ และก็พบว่าซุนหงอคงนั้นสามารถก้าวข้ามวิบัติมาได้ในสภาพที่รุ่งริ่ง และทุกคนต่างก็มองไปที่เขาและรอคอยการกลับมาของมหาเซียน
“ยอด! มันยอดมาก!” หลังจากที่ตะโกนคำราม ซุนหงอคงก็ได้บินกลับมาจากท้องฟ้า ในเวลานี้ซุนหงอคงที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเมื่อสักครู่ก็ได้กลับมาสวมเสื้อผ้าอีกครั้ง ขนสีทองของเขาก็ได้สว่างไสวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และรู้สึกแรงกดดันมากขึ้นมากกว่าเดิม
ทุกสิ่งรอบๆได้กลับคืนสู่สภาพเดิมหลังจากการตะโกนของซุนหงอคง ในเวลานี้เอง ฉิงเทียนก็ได้ถูกยกตัวลอยขึ้นมาด้วยพลังพิเศษ
“น้องฉิง เจ้าเป็นดาวนำโชคของข้าจริงๆ ข้าไม่คิดเลยว่าการบรรลุวิชาที่ข้าลำบากมาหลายปีจะสามารถก้าวข้ามไปได้ด้วยบทเพลงนี้” ซุนหงอคงอดใจไม่ไหวและพูดกับฉิงเทียนทันที
ฉิงเทียนจึงพูดออกไปอย่างถ่อมตัว “นั้นเป็นผลมาจากการฝึกฝนของท่านมหาเซียนต่างหากล่ะครับ!”
“ข้าบอกว่าผลงานของเจ้ามันก็เป็นผลงานของเจ้า เจ้าหลานชายเจ้าภูมิใจในตัวเองหน่อย หากไม่มีเจ้า ข้าก็คงไม่สามารถบรรลุได้แม้ผ่านไปหลายล้านปี” ซุนหงอคงกล่าวอย่างจริงจัง
จากนั้นเขาก็ได้ประกาศให้เหล่าเซียนทุกคนได้ยิน “จากนี้ต่อไปน้องฉิง เรื่องของเจ้าจะถือว่าเป็นเรื่องของข้า ใครก็ตามที่อยากหาเรื่องเจ้าในโลกเซียนนี้ก็เท่ากับว่ามาหาเรื่องกับข้า”