ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 158 ปฏิเสธ
บทที่ 158 ปฏิเสธ
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?” ฉิงเทียนตะโกนถามอย่างสงสัยในใจ ทำไมซุนหงอคงถึงต้องมาคารวะให้เขาด้วย? เขาทำเพียงแค่ให้เพลงซุนหงอคงเท่านั้น แล้วซุนหงอคงก็ได้บรรลุกลายเป็นเทพจุ่นเชิ่งซึ่งมันก็เป็นผลงานของซุนหงอคงเอง
ในทะเลความรู้เพ่าฝูส่ายหัวของเธอแล้วพูดขึ้น “นายท่านได้มอบเพลงให้กับเขา ถ้าเขาไม่ได้บรรลุกลายเป็นเทพจุ่นเชิ่งเพราะเพลงนี้เขาก็คงจะไม่มีธุระอะไรกับนายท่าน แต่ว่าเขาสามารถบรรลุกลายเป็นเทพได้เพราะเพลงนี้ เขาจึงถือว่านายท่านเป็นผู้ที่ฉุดเขาขึ้นมาจากความมืด การคารวะเช่นนี้ยังถือว่าน้อยไปสำหรับเขาด้วยเจ้าค่ะ”
“เข้าใจแล้ว” ฉิงเทียนที่ในที่สุดก็เข้าใจ เขาจึงได้ไม่ห้ามให้ซุนหงอคงคารวะเขาอีก หลังจากที่รับการคารวะจากหงอคงแล้ว ก็มีแสงสีขาวลอยมาเข้าตัวของฉิงเทียน
การคารวะของซุนหงอคงทำเกิดความศรัทธาลอยเข้าตัวของฉิงเทียน ฉิงเทียนรู้สึกตกใจ พลังความศรัทธาของซุนหงอคงที่อยู่ในระดับเทพจุ่นเชิ่งนั้น มันช่างมหาศาลมากนัก ดูเหมือนว่าซุนหงอคงนั้นจะขอบคุณเขามากจริงๆ
ฉิงเทียนที่เพิ่งจะบรรลุขั้นหยวนยิงขึ้นมาได้นั้น ก็พบว่าแสงนั้นได้ลอยมาอยู่ในมือของเจ้าตัวน้อยของเขา แล้วเจ้าตัวน้อยก็ได้กินเอาความศรัทธาสีขาวนั้นลงไป
“เอิ๊ก” เจ้าตัวน้อยนั้นได้เรอออกมา แล้วจากก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก เขาไม่รู้สึกถึงอะไรเลย
“ไม่รู้สึกอะไรเลยแฮะ” ตอนอยู่ในโลกมนุษย์นั้น ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าตัวเขานั้นเบามากราวกับจะลอยได้ตอนที่เขาได้ดูดซับเอาความศรัทธาของคนธรรมดาเข้าไป แต่ทว่าพลังของความศรัทธาที่เขาดูดซับมาจากซุนหงอคงที่อยู่ในขั้นจุ่นเชิ่งนั้นกลับไม่รู้สึกถึงอะไรเลย ทำให้ฉิงเทียนสงสัยขึ้นมา ดูเหมือนน่าจะเป็นเพราะเจ้าตัวน้อยนั่น!
หลังจากที่คารวะกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซุนหงอคงก็ได้นั่งลงบนม้านั่งหินอ่อน “น้องฉิง เจ้ารู้ไหมว่าสิ่งนี้คืออะไร?” เขาชี้ไปที่กล่องที่อยู่ตรงหน้าเขา
“ผมไม่ทราบครับ” ฉิงเทียนส่ายหัว ถึงแม้ว่าเขาจะเห็นเพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้นั้นจะดูตื่นเต้นมากก็ตามที แต่เธอก็ไม่ได้บอกกับเขาว่าของในกล่องนั้นคืออะไร จนป่านนี้ฉิงเทียนจึงยังไม่รู้อะไรเลย
“ฮ่าๆ ผู้เฒ่าซุนเองก็มีของดีๆอยู่เช่นกัน!” ซุนหงอคงมองดูกล่องนี้อย่างภาคภูมิใจ “ด้วยสิ่งนี้นะน้องฉิง ต่อให้เป็นเซียนทองคำขั้นไท่อี่ก็ไม่สามารถที่จะฆ่าเจ้าตายในทันทีได้”
“น่าทึ่งมาก!” ฉิงเทียนอุทานขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เพราะสามารถต้านทานพลังของเซียนไท่อี๋ได้ สมบัติชิ้นนี้ทำให้ฉิงเทียนถึงกับหายใจได้ไม่ทั่วท้อง
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังหายใจถี่ๆ ซุนหงอคงก็ได้เปิดของในกล่องอย่างช้าๆ
ทันทีที่กล่องเปิดออกมา แสงสีทองก็ได้ส่องสว่างออกมาจากกล่อง ทำให้ฉิงเทียนไม่สามารถที่จะลืมตาสู้ได้เลย และต้องเอามือบังสายตาของเขาเอาไว้ แต่ทว่าก็รู้สึกได้ถึงไอที่สงบสุขที่ลอยออกมาทำให้จิตใจที่กำลังว้าวุ่นของฉิงเทียนสงบลง เสียงจ้อกแจ้กของเหล่าลิงจ๋อรอบตัวเขาก็ได้เงียบลงหลังจากที่แสงสีทองนั้นส่องออกมา ทำให้เกิดความเงียบสงบขึ้นโดยรอบ และต่างก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนต้นไม้แล้วเอามือประสานกัน
“ใช่มันจริงๆด้วย ใช่จริงๆด้วย” เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ก็ได้ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นอีกครั้ง
พระพุทธเจ้า ฉิงเทียนรู้สึกได้ถึงพระพุทธเจ้า มีเสียงท่องชื่อพระพุทธเจ้าเต็มไปหมดโดยรอบ
“นี่เป็นสมบัติของพุทธศาสนาอย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนคาดเดาในใจ แล้วค่อยๆขยับมือของเขาอย่างช้าๆ ไปยังเม็ดกลมๆที่มีขนาดเท่าไข่กำลังส่องแสงอยู่ตรงหน้าเขา
“ใช่แล้วน้องฉิง สิ่งนี้คือพระธาตุของเซียนทองคำระดับต้าลัวในพุทธศาสนา ตาเฒ่าซุนเองก็ได้รับมาชิ้นหนึ่ง” ซุนหงอคงกล่าวแล้วผลักกล่องนั้นเข้าไปใกล้ฉิงเทียน
“รับเลย รับเลย นายท่านจะต้องรับมานะเจ้าคะ สิ่งนี้น่ะเป็นสมบัติเลยสมบัติเลยก็ว่าได้นะเจ้าคะ ในรอบ 1,000 ปี ไม่สิ 10,000 ปีถึงจะได้มาเลยนะเจ้าคะ” เพ่าฝูพูดอย่างตื่นเต้น
แต่ฉิงเทียนกลับไม่ได้ทำตามที่เพ่าฝูแนะนำให้รับพระธาตุมา กลับกันเขาได้ผลักมันกลับไปแล้วพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ท่านมหาเซียนครับสิ่งนี้มันมีค่ามากเกินไป ผมรับมันไว้ไม่ได้หรอกครับ” พระธาตุของเซียนต้าลัวนั้นไม่ใช่ของที่ธรรมดา และเพราะมันเป็นของที่มีค่ามาก หากฉิงเทียนรับมันมาก็เท่ากับว่าหลังจากเขานั้นต้องตกเป็นหนี้ของซุนหงอคง ซึ่งเป็นหนี้บุญคุณอย่างมากด้วย ฉิงเทียนเองก็มีความคิดของตัวเองอยู่และไม่อยากที่จะติดหนี้บุญคุณเขาด้วย!
แต่เมื่อซุนหงอคงเห็นว่าฉิงเทียนไม่ได้พูดอะไรแต่ผลักคืนกลับมาให้เขา ก็ได้ทำให้รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา ของสิ่งนี้เขาได้รับมาจากเขาหลิงซานซึ่งเป็นของที่ทรงพลังอย่างมาก มีเซียนมากมายที่แค่เห็นก็ตื่นเต้นแล้วเรื่องปฏิเสธนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย แต่ฉิงเทียนกลับปฏิเสธมันทั้งๆที่เป็นมนุษย์ที่ฝึกวิชาถึงแค่ขั้นหยวนยิงเท่านั้น
“เจ้าไม่รู้งั้นเหรอว่าของสิ่งนี้คืออะไร?” ซุนหงอคงอดไม่ได้ที่จะสงสัย “น้องฉิง พระธาตุของเซียนต้าลัวนี้นั้นได้ถูกบรรจุความสามารถตลอดชีวิตของเขาเอาไว้ และไม่ใช่แค่เพียงความสามารถแต่ยังรวมถึงประสบการณ์ในการฝึกวิชาของเขา ถ้าเจ้าได้รับมันไปการฝึกวิชาของเจ้าก็จะเร็วมากขึ้นไปอีก เจ้าอาจจะได้เป็นเซียนเต็มตัวโดยบำเพ็ญเพียรแค่ 100 ปีเท่านั้น”
ซูนหงอคงได้เกลี้ยกล่อมเข้าที่หูของฉิงเทียน จริงๆแล้วเขาเองก็มีความคิดของเขาเช่นกัน หลังจากที่ซุนหงอคงได้กลายมาเป็นจุ่นเชิ่งแล้ว ถึงแม้ว่าพระธาตุนี้จะมีค่ามาก แต่มันก็ไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกแล้ว เขาจึงคิดที่จะใช้พระธาตุนี้เป็นการตอบแทนหนี้บุญคุณของฉิงเทียน
แต่ฉิงเทียนเองก็ยังไม่ตอบตกลงและส่ายหัวแล้วพูดขึ้น “ไม่ว่าพระธาตุนี้จะดีเพียงใดก็ตาม แต่ผมก็ไม่ต้องการหรอกครับ” เขาพูดอย่างมีพลัง “ผมไม่ต้องการที่จะพึ่งพาคนอื่นในการฝึกวิชาหรอกครับ”
เมื่อเห็นฉิงเทียนปฏิเสธไปเช่นนี้ ซุนหงอคงเองก็รู้ว่าเขาคงให้พระธาตุนี้ไม่ได้แล้ว เมื่อเขานึกถึงว่าเขาได้สูญเสียทรัพย์ไปเป็นจำนวนมากเพื่อให้ได้พระธาตุนี้มา ซึ่งเขาเองก็ได้ตกลงทำสัญญาที่เสียเปรียบมากมายกับตาเฒ่ายูไล และตอนนี้เขาก็ไม่สามารถใช้เป็นของตอบแทนได้อีก
เขาส่ายหัวอย่างช่วยไปไม่ได้แล้วเขาก็เก็บเอาพระธาตุนั้นกลับไป แล้วฉิงเทียนก็ได้ยิ้มตอบตั้งแต่ต้นยันจบ
“นายท่านช่างทำเสียของจริงๆเลยเจ้าค่ะ” เพ่าฝูพูดด้วยใบหน้าที่เล็กๆของเธอ “ของดีอย่างนี้โผล่มาทั้งที เพ่าฝูขอประกาศว่าจะไม่สนใจนายท่านแล้วเจ้าค่ะ”
มองไปที่เพ่าฝูที่ทำสีหน้าโกรธ ฉิงเทียนจึงรู้ว่าเขาคงจะต้องง้อเธอ ถ้าปล่อยให้เพ่าฝูน้อยไม่สนใจเขาจริงๆคงจะไม่ดี
“เพ่าฝูที่ผมไม่ต้องการพระธาตุนั้น แน่นอนว่าผมมีเหตุผลอยู่ว่าทำไมผมถึงไม่ต้องการมัน” ฉิงเทียนจึงรีบอธิบาย
ตอนที่เพ่าฝูได้ยินที่ฉิงเทียนพูด สีหน้าของเธอก็โกรธมายิ่งขึ้นไปอีกแล้วพูดขึ้น “นายท่านจะบอกว่านายท่านมีเหตุผลอย่างนั้นเหรอ?”
ฉิงเทียนคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูด “ผมไม่ต้องการพระธาตุเพราะว่ามันของพุทธน่ะสิ”
“แล้วพุทธไม่ดีตรงไหนเจ้าคะ พุทธเองก็ถือเป็นศัตรูที่ร้ายกาจกับเหล่าปีศาจเช่นกัน ด้วยของชิ้นนี้ข้าจะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครแอบทำอะไรลับหลังอีก”
เขาที่ยังพูดไม่ทันจบก็ได้โดนเพ่าฝูพูดสวนกลับมาทันที ทำให้ฉิงเทียนได้แต่ยิ้มอย่างฝืนๆและอธิบายต่อ “ของสิ่งนี้แม้จะดีมากแต่มันก็ไม่เหมาะสมกับผมหรอก อันดับแรกเลยผมนั้นฝึกวิชาสวรรค์โลกาอยู่ ซึ่งเป็นวิชาเดียวที่ใช้ฟ้าดินเป็นต้นแบบ ประสบการณ์ของเขาไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับผม แล้วอีกอย่างเลยพระธาตุนี้ไม่ใช่ของที่ดีขนาดนั้น”
“แค่ตอนที่เปิดออกมา ผมก็รู้สึกได้ถึงชื่อของพระพุทธเจ้าลอยขึ้นมาเลย และหูของผมก็ได้ยินแต่ว่าพุทธศาสนานั้นดีเช่นไร ถ้าผมอยู่กับมันนานมากกว่านี้ต่อไป ผมรู้สึกว่าผมคงอาจได้เปลี่ยนไปเข้ากับพุทธศาสนาสักวันใดไม่ก็วันหนึ่งแน่ๆ” พูดจบเขาก็มองดูการตอบสนองของเพ่าฝู
ในช่วงเวลานี้เอง ที่เพ่าฝูก็ได้เลิกโกรธแล้วแต่กลับแสดงสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมาแทน และทั้งสองมือของเธอนั้นก็ได้เขย่าไปมาอย่างต่อเนื่อง