ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 157 ของโบราณ
บทที่ 157 ของโบราณ
หลังจากที่ได้ยินคำสัญญาของซุนหงอคงที่มีต่อฉิงเทียน คนอื่นๆต่างก็มองดูฉิงเทียนด้วยสายตาที่อิจฉา
นี่คือสัญญาของซุนหงอคง สัญญาของยุทธวิชัยพุทธะ ผู้ที่ไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น แล้วตอนนี้เขาได้บรรลุสู่ขั้นจุ่นเชิ่งแล้ว ในโลกแห่งเซียนนี้ผู้ที่จะต่อกรกับเขาได้นั้นคงมีอยู่ไม่มากนัก!
แต่มีไฟที่กำลังคลุกกรุ่นอยู่ท่ามกลางฝูงชน หน้าของเขาที่เป็นสีแดงอยู่แล้วก็แดงมากขึ้นไปอีก เขานั้นคิดอย่างเคียดแค้นฉิงเทียนในใจ “เจ้ามนุษย์แกแย่งทั้งตำแหน่งและโอกาสของข้าไป ทั้งๆที่มันสมควรจะเป็นของข้าแท้ๆ!” ในตอนนี้หัวใจของเขาลุกไหม้เต็มไปด้วยความชิงชังที่มีต่อฉิงเทียน
“ไม่ต้องกังวลฉิงเทียน ข้าจะค่อยๆเล่นกับเจ้าอย่างช้าๆ” หั่วเอี๋ยนพูดอยู่อย่างชั่วร้ายอยู่ท่ามกลางฝูงชน พ่อของเขานั้นคือหั่วเต๋อซิงจวินที่เป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับ 3 ของสวรรค์ การจัดการกับมนุษย์อย่างฉิงเทียนนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย
แต่ในเวลานี้เจ้ามนุษย์คนนี้โชคดีอย่างมาก เขานั้นถูกปกป้องโดยเจ้าจ๋อนั่นอีก? ทำให้ต่อจากนี้ไปการที่จะจัดการกับเขานั้นกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมา
“เจ้าหนูนี่เป็นใครกัน ทำไมถึงได้โชคดีอย่างนี้?”
“ใช่, ความโชคดีของเขาช่างน่าอิจฉาจริงๆ”
“ข้อได้ยินมาว่าเขาคือฉิงเทียนที่เป็นมนุษย์ธรรมดา” เซียนคนหนึ่งกล่าว
“อะไรนะ มนุษย์?” ทุกคนต่างก็ประหลาดใจ ส่วนฉิงเทียนนั้นก็รู้สึกได้ว่ามีหลายร้อยจิตศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจ้องมองเขาอยู่
“ทำไมถึงไม่เห็นพลังการฝึกวิชาของเขาเลยนะ”
“ข้าเองก็ไม่เห็นเช่นกัน!” เหล่าเซียนต่างก็ประหลาดใจเมื่อพบว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะมองเห็นพลังฝึกวิชาของมนุษย์ผู้นี้ได้
เหล่าเซียนก็มองมาที่ฉิงเทียนด้วยความประหลาดใจ “ข้าได้ยินมาว่าเวลานี้ท่านไท่ไป๋จินซิงได้พาเขามาจากโลกมนุษย์เพื่อให้เขามาช่วยจัดงานเลี้ยงลูกท้อ ในเวลานี้เขาคือเจ้าหน้าที่ระดับ 9!”
“ว่าไงนะ?”
เหล่าเซียนที่เมื่อสักครู่แค่ประหลาดใจ แต่ตอนนี้พวกเขากลับมีสีหน้าตกใจ เพราะมนุษย์นั้นอย่างมากที่ฝึกวิชาได้ถึงแค่ขั้นต้าเชิ่งแต่กลับได้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับ 9 ทั้งๆที่มาอยู่บนสวรรค์ได้ไม่ถึง 10,000 ปีเลย
“ไม่รู้จะตกใจอะไรเจ้าพวกรากหญ้า! สักวันหนึ่งข้าจะทำให้หมอนั่นต้องร่วงลงไปด้วยมือของข้า” หั่วเอี๋ยนมองดูฉิงเทียนที่ตกเป็นเป้าสนใจของเหล่าเซียน และมองไปที่ฉิงเทียนอย่างอิจฉา
“ทำไมผู้ที่ตกเป็นเป้าสนใจของบรรดาเซียนถึงไม่ใช่ข้าแต่กลับเป็นฉิงเทียน หมอนั่นมันแย่งไปจากข้า ถ้าเขาไม่ได้แย่งเอาตำแหน่งของข้าไป ข้าก็คงจะเป็นผู้ที่ช่วยเหลือซุนหงอคงบรรลุจุ่นเชิ่ง แล้วจากนั้นก็จะได้เป็นเป้าสายตาของเหล่าเซียนแทน ทั้งหมดมันเป็นเพราะแกฉิงเทียน” หั่วเอี๋ยนตะโกนในใจของเขาด้วยความเกลียดชัง
ซึ่งใช้เวลาอยู่นานมากที่เหล่าเซียนถึงจะยอมรับความจริงได้ ว่ามีมนุษย์ที่อยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาอยู่ด้วย!
“ยินดีด้วยท่านมหาเซียนที่สามารถบรรลุขั้นจุ่นเชิ่งได้” ไม่รู้ว่าเซียนคนไหนพูดยินดีกับเขา
จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง: ขอแสดงความยินดีกับท่านมหาเซียนที่สามารถบรรลุขั้นจุ่นเชิ่งได้
“ฮ่าๆ ผู้เฒ่าซุนขอขอบใจพวกเจ้าทุกคน” ซุนหงอคงพูดตอบอย่างยินดี “หลังจากนี้หากพวกเจ้ามีเวลาแวะไปที่ฮัวกั่วซาน ข้าผู้เฒ่าซุนจะขอเลี้ยงลูกท้อพวกเจ้า!”
……………………………………….
“น้องฉิง, ข้าขอขอบใจเจ้ามาก!” หลังจากที่เหล่าเซียนไปกันหมดแล้ว ซุนหงอคงก็ได้หันไปพูดกับฉิงเทียนอย่างตื่นเต้น
ส่วนเทพน้อยเสี่ยวเยว่ที่อยู่ข้างๆเขาเฝ้ารอดูว่าเมื่อไรซุนหงอคงถึงจะยอมปล่อยฉิงเทียนไปเสียทีมาสักพักแล้ว เขาจึงได้ก้มหัวให้กับซุนหงอคงแล้วพูดขึ้น “ท่านมหาเซียนขอรับ ข้าน้อยขอตัวก่อนก็แล้วกัน เชิญท่านกับท่านฉิงเชิญคุยกันตามสบายนะขอรับ!”
“ตามนั้น, เจ้าไปก่อนได้เลย!” ซุนหงอคงพูดอย่างไม่ใส่ใจมากนัก และไม่ทันที่ฉิงเทียนจะได้พูดอะไร สายตาของฉิงเทียนก็มืดบอดทันที แล้วจู่ๆเขาก็พบว่าภาพสถานที่ที่เขาอยู่นั้นได้เปลี่ยนไป ที่ด้านบนของต้นท้อนั้นมีเหล่าลิงจ๋อสีต่างๆมากมายไม่ว่าจะสีขาว เหลือง ดำ 1 ตัว, 2 ตัว 3 ตัว……..ลิงเหล่านี้กำลังเล่นอยู่บนต้นไม้และกระโดดโลดเต้นจากต้นท้อต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง
หลังจากที่ซุนหงอคงเดินมาหาฉิงเทียน เหล่าลิงจ๋อต่างก็ยังวิ่งเล่นไปตามเดิม
“น้องฉิงนั่งลงก่อน!” พร้อมเสียงพูดของซุนหงอคง ม้านั่งหินอ่อนสองตัวและโต๊ะหินอ่อน 1 ตัวปรากฏขึ้นมา ณ ตรงนั้น
“นี่ผมอยู่ที่ไหนครับ ท่านมหาเซียน?” ฉิงเทียนยังไม่ได้รีบนั่งลง และถามออกไปอย่างประหลาดใจ ว่าเขาอยู่ที่ไหน? ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนกับว่ามาอยู่ในป่าลิงได้
มองดูสีหน้าที่ประหลาดใจของฉิงเทียน ซุนหงอคงก็พลันนึกขึ้นได้ว่าฉิงเทียนนั้นเป็นผู้ฝึกวิชาอยู่แค่ขั้นหยวนหยิง เขาจึงรู้ว่าฉิงเทียนคงจะต้องประหลาดใจในสิ่งที่เหล่าเซียนทำกันแน่ๆ
“ฮ่าๆ, น้องฉิงนี่คือโลกใบเล็กของข้าเอง!” ซุนหงอคงนั่งลงบนม้านั่งหินแล้วทันใดนั้นก็มีจากผลไม้ปรากฏขึ้นมา เขาหยิบเอาผลไม้จากบนจานขึ้นมาแล้วเอาใส่ปากของเขา
“โลกใบเล็ก โลกใบเล็ก!” ฉิงเทียนพูดซ้ำไปซ้ำมาอย่างอดไม่ได้
แล้วเพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ก็พูดขึ้นมา “โลกใบเล็กก็คือ โลกที่สามารถเปิดขึ้นมาได้เมื่อท่านฝึกวิชาจนถึงขั้นเซียนต้าลัวเจ้าค่ะ”
“อะไรนะเปิดโลกเองได้งั้นเหรอ?” ฉิงเทียนพูดอย่างประหลาดใจ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ เซียนนั้นสามารถเปิดโลกในร่างกายของตัวเองได้หลังจากที่ฝึกวิชาถึงขั้นเซียนต้าลัวเจ้าค่ะ และเซียนบางคนก็ยังสามารถเปลี่ยนโลกของพวกเขาให้กลายเป็นโลกใบใหญ่ได้ค่ะ”
หลังจากที่ได้ยินที่เพ่าฝูอธิบาย ฉิงเทียนก็รู้สึกสับสนมากขึ้นไปอีก อะไรคือโลกใบเล็ก อะไรคือโลกใบใหญ่? และในขณะที่เขากำลังจะเตรียมถามต่อนั้นเอง
“ด้วยระดับขั้นการฝึกวิชาของนายท่านตอนนี้ ยังไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดเรื่องนี้หรอกเจ้าค่ะ มันไม่ดีต่อการฝึกของนายท่านเจ้าค่ะ”
การสนทนานี้เกิดขึ้นภายในชั่วขณะเดียว แต่ดูเหมือนว่าซุนหงอคงจะรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้ เพราะฉิงเทียนนั้นน่าจะไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร แต่ยังกลับยังเงียบเฉยตั้งแต่เมื่อสักครู่ ซึ่งฉิงเทียนนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรหลังจากที่เขาถามเพ่าฝูแทน
เมื่อฉิงเทียนได้นั่งลงที่ม้าหิน ซุนหงอคงก็ได้หยิบเอากล่องใบหนึ่งมาไว้ในมือของเขา ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงพลังออกมาจากกล่องใบนั้น
“ของดีล่ะ ของดี!” เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ก็ได้พูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “มันสามารถปล่อยเอาไอศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้มากขนาดนี้”
“ต้องเป็นมัน ต้องเป็นมันแน่ๆ” ในทะเลความรู้เพ่าฝูนั้นตื่นเต้นมากราวกับปีศาจที่กำลังโห่ร้อง
“นี่มันคืออะไร? ทำไมเพ่าฝูถึงได้ดูตื่นเต้นมากขนาดนั้น?” ฉิงเทียนรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นเพ่าฝูที่ตื่นเต้นชนิดที่ฉิงเทียนไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ตอนที่เขาได้เป็นเจ้าหน้าที่บนสวรรค์เธอยังไม่ดีใจขนาดนี้
ซุนหงอคงได้วางกล่องใบนั้นไว้บนโต๊ะหิน อย่างไม่กังวลอะไรแล้วพูดขึ้น “น้องฉิง, นี่คือของตอบแทนน้ำใจจากข้า”
“จะให้ผมงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนพูดอย่างตกใจ ของที่อยู่ในกล่องนั้นทำให้เพ่าฝูตื่นเต้นมันจะต้องเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามากแน่ๆ
ซุนหงอคงผงกหัวอย่างแรงด้วยสายตาที่จริงจัง จากนั้นก็ได้ลุกขึ้นมาและคารวะฉิงเทียน
ท่าทีที่กะทันหันของซุนหงอคงนั้นทำให้ฉิงเทียนตกใจ และรีบลุกขึ้นยืนและถอยห่างออกจากจุดที่ซุนหงอคงคารวะให้เขาทันที
ล้อเล่นน่า? มหาเซียนซุนเนี่ยนะจะมาคารวะให้เขา เขาที่เป็นถึงเทพในขณะที่เขาเป็นเหมือนเด็กเกิดใหม่ ซึ่งเขาห่างจากซุนหงอคงไม่รู้ตั้งเท่าไร ถ้าเกิดเขายอมรับการคารวะจากเขา เขาไม่รู้เลยว่าอายุเขาจะต้องสั้นลงไปกี่ปี
เมื่อเห็นฉิงเทียนที่หลบเลี่ยงเขาเช่นนี้ ซุนหงอคงจึงได้ใช้วิชา แล้วทันใดนั้นรอบตัวของฉิงเทียนก็ล้อมรอบด้วยซุนหงอคงจำนวนมาก แล้วก็ได้ทำท่าคารวะฉิงเทียนอีกครั้ง
“ท่านมหาเซียน ท่านกำลังทำอะไรอยู่? ผมยอมรับการคารวะของคุณไม่ได้หรอกนะครับ ผมได้อายุสั้นกันพอดี!” ฉิงเทียนรู้สึกอยากที่จะร้องไห้ออกมา เขาก็แค่ช่วยฝึกวิชาให้บรรลุเท่านั้นไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องมาคารวะเขาด้วย!
“เจ้าสมควรได้รับแล้ว” ซุนหงอคงกล่าว “เจ้าคงจะไม่รู้ว่าจุ่นเชิ่งนั้นเป็นแบบไหน”
ในเวลานี้เอง เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้นั้นได้กลับสู่ภาวะปกติแล้วพูดขึ้น “นายท่านจะต้องรับการคารวะจากเขานะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะมีปีศาจในใจของเขาได้เจ้าค่ะ”