ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 171 ถูกสายฟ้าฟาด (2)
บทที่ 171 ถูกสายฟ้าฟาด (2)
“บ้าจริง, สายฟ้าทมิฬ นั่นมันสายฟ้าที่ถ้าคนธรรมดาโดนเข้าไปร่างจะแหลกสลายในทันทีเลยนะ” ตือโป๊ยก่ายกระทืบเท้าอย่างกระวนกระวาย “ต้องรีบไปหาน้องฉิง ถ้าเกิดน้องฉิงตายขึ้นมา ข้าจะทำยังไงดี?” ตือโป๊ยก่ายรีบวิ่งไปหาฉิงเทียนด้วยสีหน้ากังวล สายฟ้าทมิฬนั้นไม่ใช่ของธรรมดา
มันเป็นของเหลยเจิ้นจื่อ ที่เป็นหัวหน้าแผนกสายฟ้าในสวรรค์ มันเป็นสายฟ้าความเข้มข้นสูง ที่มีพลังทำลายเช่นเดียวกับที่บนโลกมีระเบิดปรมาณูที่มีพลังทำลายล้างสูง สายฟ้าทมิฬเองก็เป็นอาวุธทำลายล้างของสวรรค์เช่นกัน ทว่าจุดเด่นที่สำคัญของสายฟ้าทมิฬกับระเบิดปรมาณูนั้นต่างกันอยู่ อานุภาพของสายฟ้าจำนวนมากในสายฟ้าทมิฬนั้นอาจจะไม่เท่ากับระเบิดปรมาณูก็จริง แต่กับมนุษย์ธรรมดาหรือมนุษย์ที่เพิ่งจะฝึกจนขึ้นมาเป็นเซียนแล้วพวกเขาก็เหมือนเป็นแค่แผ่นกระดาษใบหนึ่ง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าฉิงเทียนนั้นยังเป็นมนุษย์ที่พึ่งจะขึ้นมาเป็นเซียนในระดับหยวนยิงเท่านั้น
เมื่อไท่ไป๋จินซิงและตือโป๊ยก่ายมาถึงอย่างเร่งรีบ แต่สายฟ้าทมิฬของฮ่าวอวิ๋นก็เริ่มโจมตีไปแล้ว พวกเขาเห็นสายทมิฬกำลังขยายขึ้นจากขนาดเท่าไข่กลายเป็นขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสายฟ้า และพุ่งตรงไปยังบริเวณที่ฉิงเทียนอยู่ พวกเขาไม่สามารถหยุดมันได้แล้ว!
ฉิงเทียนมองดูสายฟ้าทมิฬที่เต็มไปด้วยอันตราย เขารู้ตัวว่ามันเล็งเป้ามาที่ตัวเขาเองและไม่สามารถหนีไปไหนได้แล้ว ช่วงเวลาคับขันแบบนี้ เพ่าฝูล่ะ เพ่าฝู
อันที่จริงแล้ว เพ่าฝูรู้สึกได้ถึงสายฟ้าทมิฬแต่แรกแล้ว แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด นางผู้ที่สามารถปล่อยสายฟ้าสวรรค์ได้ และสายฟ้านั้นมีแต่ส่งผลดีกับตัวนายท่านเองโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ นางจึงไม่สนใจที่ฉิงเทียนเรียกให้ช่วย
ซึ่งเรื่องนี้ยิ่งทำให้ฉิงเทียนลนลานจะเป็นจะตาย แต่ไม่มีทางเลือกแล้ว เขารวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดในร่างกายแล้วสร้างม่านพลังสีเหลืองขึ้นตรงหน้าเขา
“พระเจ้าช่วยด้วย ขอให้หยุดได้ทีเถอะ ผมยังไม่อยากกลายเป็นแกะย่างนะ”
เมื่อสายฟ้าทมิฬพุ่งชนกับตัวเขา ม่านพลังแสงก็มิอาจหยุดยั้งได้ และมันก็ระเบิดใส่ตัวฉิงเทียนโดยตรง
เสียงระเบิดดังสนั่น และจู่ๆก้อนพลังไฟฟ้าในสายฟ้าทมิฬหายไป กลายเป็นกลุ่มสายฟ้าเข้าปะทะกับร่างของฉิงเทียน มองจากไกลๆดูเหมือนกับเสาสายฟ้าที่ยึกยือที่มีสายฟ้านับร้อยเส้นอยู่บนหัวของฉิงเทียน ฉิงเทียนรู้สึกสะท้านไปทั้งร่าง ตามด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ปะทุออกมา
แต่ทว่าในสายตาของตือโป๊ยก่ายและไท่ไป๋จินซิงนั้น พวกเขาต่างตกตะลึงที่เห็นฉิงเทียนยังคงยืนอยู่ได้ ขณะเดียวกันที่ฝั่งตรงข้าม ฮ่าวอวิ๋นก็กำลังขว้างสายฟ้าทมิฬใส่เรื่อยๆไม่หยุด “ไม่จริง ไม่อยากเชื่อว่า สายฟ้าทมิฬจะฆ่าเจ้าไม่ได้ เอาอีก เอาไปอีก”
มองดูฮ่าวอวิ๋นที่ยังคงขว้างสายฟ้าทมิฬต่อไป ตือโป๊ยก่ายและไท่ไป๋จินซิงต่างก็อุทานอยู่ในใจ มหัศจรรย์ยิ่งนัก!
แต่เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นก็พบว่า เมื่อองค์หญิง 8 ขว้างสายฟ้าทมิฬใส่ฉิงเทียนที่ยืนอยู่กับที่โดยทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อสายฟ้าทมิฬระเบิดออก สายฟ้าเหล่านั้นกลับกระจายหายเข้าไปในร่างของฉิงเทียน!
“มันเป็นไปได้อย่างไร การที่ดึงดูดสายฟ้าด้วยร่างเนื้อแบบนั้น ขนาดเหลยเจิ้นจื่อเองยังทำไม่ได้เลย!” ไท่ไป๋จินซิงพูดทั้งที่ยังอ้าปากค้างอยู่แบบนั้น
สายฟ้านั้นเป็นพลังที่เกรี้ยวกราดที่สุดทั้งโลกเบื้องล่างและสวรรค์ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ควบคุมมันได้ เหลยเจิ้นจื่อสามารถบงการสายฟ้าได้โดยใช้พลังของค้อนสายฟ้าที่อยู่ในมือของเขา ตั้งแต่อดีตกาลสายฟ้านั้นถูกใช้สำหรับลงทัณฑ์เหล่าผู้ที่ฝ่าฝืนกฎของโลกและสวรรค์ ใครจะไปนึกว่าจะมีผู้ที่สามารถดูดกลืนสายฟ้าได้ สายฟ้าที่เป็นดั่งมหันตภัยร้ายของผู้คน กลับกลายเป็นเหมือนน้ำเกลือแร่สำหรับฉิงเทียนซะอย่างนั้น!
ทั้งสองคนมองดูฉิงเทียนด้วยความกลัวจนเกือบลืมไปว่าพวกเขาควรจะเข้าไปเกลี้ยกล่อมองค์หญิง 8 ในขณะที่ฮ่าวอวิ๋นเองที่อยู่ถัดไปจากเขาก็ยังขว้างสายฟ้าทมิฬใส่อย่างไม่ยั้งมือ
แม้ว่าในสายตาคนอื่นฉิงเทียนจะดูสบายๆแต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่! ฉิงเทียนที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง จู่ๆก็รู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาลพุ่งใส่ข้างหลังเขา เมื่อรู้ว่าหลบซ่อนต่อไปไม่ได้แล้ว สิ่งที่ฉิงเทียนทำได้ตอนนี้คือใช้พลังวิญญาณทั้งหมดไปในการสร้างโล่ป้องกันขึ้นที่ด้านหลัง!
เขาอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างหนัก ฉิงเทียนรู้สึกราวกับตัวเขากำลังจะสลายไป “เรากำลังจะตายแบบนี้งั้นเหรอ?” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นและความตายนั้น จิตหยวนยิงของเขาก็เปล่งพลังออกมา
จู่ๆ ดาบสายฟ้าในมือของจิตหยวนยิงก็ได้ส่องประกายสีทองออกมา ในขณะเดียวกันสายฟ้าที่อยู่ภายนอกก็ได้ไหลผ่านร่างของเขาเข้าไปยังดาบสายฟ้า
ฉิงเทียนยิ่งรู้สึกทรมาน แม้ว่าสายฟ้าจะถูกดูดกลืนเข้าไปด้วยจิตหยวนยิงของฉิงเทียน แต่สายฟ้าที่ไหลผ่านร่างกายของฉิงเทียนยังคงช็อตเขาอยู่ดี ฉิงเทียนรู้สึกถึงความเจ็บปวดแทบขาดใจอีกครั้ง
สิ่งที่ทำให้ฉิงเทียนรู้สึกแย่คือเขาไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลย ทำได้แต่ต้องรอรับสายฟ้าอยู่กับที่อย่างเดียว
“นี่ผมทำอะไรผิดขนาดนั้นเลยเหรอ ต้องอีกเท่าไหร่คุณถึงจะพอใจ?” ฉิงเทียนมองดูหยวนยิงของเขากำลังดูดกลืนสายฟ้าอย่างอ่อนล้า
ด้วยพลังสายฟ้าที่ดูดกลืนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดาบสายฟ้าในมือของหยวนยิงเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกหนาเท่าตะเกียบ แต่ตอนนี้มันมีขนาดเท่ากับชามข้าวแล้ว
สายฟ้าทมิฬที่ฮ่าวอวิ๋นครอบครองก็ได้ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งลูกสุดท้ายที่นางหยิบเอาออกมาจากแหวนเก็บของ ฮ่าวอวิ๋นพูดอย่างสลด “หมดได้ยังไงเนี่ย?”
มองไปยังฉิงเทียนที่อยู่เบื้องหน้า เขายังคงยืนหยัดอยู่ตรงนั้นได้ และสิ่งที่ทำให้นางโกรธจัดคือฉิงเทียนไม่บาดเจ็บเลย
“หรือว่าเหลยเจิ้นจื่อจะหลอกขายสายฟ้าทมิฬของปลอมให้ข้า?” ฮ่าวอวิ๋นคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับฉิงเทียน หากแต่เป็นเหลยเจิ้นจื่อต่างหากที่น่าสงสัย
“แต่ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าเจ้าจะทนอัสนีเยือกแข็งนี่ได้” จากนั้นก็มีลูกบอลกลมๆ ออกมาบนมือของนาง เมื่ออัสนีเยือกแข็งปรากฏออกมา พื้นที่โดยรอบก็ถูกแช่แข็งและอุณหภูมิก็ลดต่ำลงอย่างฉับพลัน
“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่เป็นอะไร” ฮ่าวอวิ๋นรวมพลังแล้วขว้างลูกบอลสายฟ้าขึ้นไปบนฟ้า แน่นอนว่าไท่ไป๋จินซิงย่อมให้เกิดเรื่องอีกไม่ได้แล้วและได้เข้าคว้ามันเอาไว้ เมื่ออยู่ในมือของไท่ไป๋จินซิง พลังของบอลอัสนีเยือกแข็งนั้นก็ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง ก่อนจะสลายหายไปเมื่อไท่ไป๋จินซิงรวมพลังขึ้นมา
“องค์หญิง ท่านจะฆ่าเขาไม่ได้ ชายผู้นั้นคืออาจารย์สอนเต้นฮิป-ฮอปให้ท่านนะ” ไท่ไป๋จินซิงรีบชี้แนะ “ ถ้าท่านไม่หยุดเสียตอนนี้ ต่อให้เขาไม่ตายวันนี้ก็มีหวังหนังลอกไปทั้งตัวแน่”
“ฮิป-ฮอปอะไรไม่เข้าใจ? แต่เจ้านั่นบังอาจพูดจาว่าร้ายท่านพ่อกับท่านแม่ ข้าจะไม่ปล่อยมันเด็ดขาด” ฮ่าวอวิ๋นมองฉิงเทียนด้วยความเกลียดชัง
ไท่ไป๋จินซิงปาดเหงื่อบนหน้า ถึงแม้เขาจะเป็นเซียนระดับไท่อี่ แต่เขาก็ยังมีเหงื่อท่วมกายไปทั่วทุกรูขุมขน แสดงให้เห็นว่าเขากำลังกระวนกระวายขนาดไหน!
“ฮิป-ฮอปก็เป็นวิธีเต้นรำแบบใหม่ยังไงล่ะ”
“อะไรนะ! “ ฮ่าวอวิ๋นตื่นตะลึงก่อนจะพูดต่อ “เจ้าบอกว่า เขาเต้นรำแบบนั้นได้งั้นเหรอ?”
“ใช่แล้ว การเต้นแบบนั้นมันมาจากฉิงเทียนเอง ถ้าหากท่านต้องการเรียนรู้การเต้นนี้ ทั่วทั้งสวรรค์มีเขาเพียงคนเดียวที่เต้นได้ ถ้าฆ่าเขาเสียตอนนี้ ท่านจะหาใครมาสอนให้ไม่ได้อีกแล้วนะ” ไท่ไป๋จินซิงเห็นว่าคำพูดของเขาทำให้ฮ่าวอวิ๋นเริ่มลังเล จึงได้รีบพูดต่อ “องค์หญิง 8 ท่านพอจะปล่อยเขาไปได้หรือยัง? ฉิงเทียนเองก็บอกว่าเขาไม่ได้ว่าร้ายองค์เง็กเซียนกับเจ้าแม่ ข้าหวังว่าองค์หญิงจะไม่ถือสาเอาความกับความผิดครั้งแรกของเขา”
“ก็ได้” ฮ่าวอวิ๋นเห็นแก่ไท่ไป๋จินซิงจึงยอมตกลง เดิมที ฮ่าวอวิ๋นก็เพิ่งจะทะเลาะกับเง็กเซียนฮ่องเต้และเจ้าแม่มาเมื่อไม่นานนี้ ประกอบกับเมื่อได้ยินว่าฉิงเทียนพูดจาดูหมิ่นพวกท่านมา ฉิงเทียนเลยกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของนางแทน
ตอนนี้เมื่อนางได้ยินว่าฉิงเทียนเป็นคนเดียวในสวรรค์ที่สามารถเต้นฮิป-ฮอปได้ ฮ่าวอวิ๋นก็ได้ให้อภัยเขาจากใจ
ฮ่าวอวิ๋นชื่นชอบการเต้นฮิป-ฮอปมาก เรียกได้ว่าเป็นรักแรกพบเลยทีเดียว
การเต้นรำถือเป็นเรื่องสามัญของฮ่าวอวิ๋น นางเต้นรำร่วมกับพี่สาวทั้ง 7 ของนางทุกวัน จนนางเริ่มเหนื่อยหน่ายกับมัน จนถึงตอนนี้การเสาะหาวิธีเต้นรำใหม่นั้นยากเต็มที นางจะฆ่าเขาไม่ได้
เมื่อได้เห็นฮ่าวอวิ๋นค่อยๆ ใจเย็นลง ไท่ไปจินซิงก็เบาใจลงได้ ในที่สุด องค์หญิงน้อยของเขาก็ยอมสงบเสียที!
เมื่อไม่มีสายฟ้ามาจากภายนอกแล้ว ดาบสายฟ้าในมือของหยวนยิงก็ได้สงบลง ฉิงเทียนกู่ร้องในใจ “วู้! ในที่สุดก็จบสักที “
เมื่อฉิงเทียนลืมตาตื่นขึ้น เสียง”เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ” ดังขึ้นมาจากร่างพร้อมกับแสงวูบวาบไม่หยุด เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเปี่ยมไปด้วยพลัง และพลังของสายฟ้านั้นก็ไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่ ถ้าใครมองทะลุไปเห็นถึงกระดูกของฉิงเทียนได้คงจะตกใจไม่น้อย เมื่อพบว่ากระดูกของฉิงเทียนตอนนี้ไม่ได้เป็นสีขาวแล้ว แต่กลับโปร่งใสและเต็มไปด้วยสายฟ้า
“น้องฉิง เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?” ตือโป๊ยก่ายวิ่งมาที่เขาแล้วถามอาการ
ถึงแม้ฉิงเทียนจะสามารถดูดกลืนพลังสายฟ้าได้ แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะมีการบาดเจ็บจากภายในหรือเปล่า
“ไม่เป็นไร ก็แค่รู้สึกชานิดหน่อยครับ” ฉิงเทียนลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
“น้องฉิง นี่แหละคือว่าที่คนที่จะมาเต้นฮิป-ฮอปที่ข้าหามาให้เจ้า” ไท่ไป๋จินซิงพูดกับฉิงเทียนด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ฉิงเทียนรู้สึกอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา
“หา, เขาเนี่ยอะนะลูกศิษย์ของผม” แล้วฉิงเทียนก็ตะโกน “ขอปฏิเสธ!”