ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 172 เต็มไปด้วยผู้ใหญ่
บทที่ 172 เต็มไปด้วยผู้ใหญ่
“เห็นแก่หน้าข้าด้วยน้องฉิง!” ไท่ไป๋จินซิงก้มหัวขอร้องฉิงเทียนอย่างไม่อาย เพื่อขอให้เจ้านายน้อยของเขาที่อยากเรียนเขาจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องทำเช่นนี้ ถ้านางไม่ได้เรียนเขาไม่รู้เลยว่าจะต้องโดนอะไรบ้าง เมื่อคิดถึงสิ่งที่ยัยปีศาจร้ายทำเมื่อสักครู่แล้ว ไท่ไป๋จินซิงก็รู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาเขาจึงได้คิดในใจ: ต้องทำให้ฉิงเทียนยอมให้ได้
แต่ฉิงเทียนนั้นกำลังอยู่ในอารมณ์ไม่ดี เขาถูกสายฟ้าทมิฬผ่าใส่แบบไม่มีเหตุผล ถ้าไม่ใช่เขาก็ไม่รู้ว่าจะตายไปกี่รอบแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะลักษณะเฉพาะตัวของหยวนยิงของเขา เขาคงได้ไปพบกับยมบาลแล้ว แล้วตอนนี้จะมาบอกให้เขาสอนวิธีเต้น ไม่มีทางเสียล่ะเขาเป็นวัยรุ่นยุคใหม่ศตวรรษที่ 21 ที่เกิดในช่วงปลายปี 90 เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะแก้แค้นด้วยความใจดี ยิ่งเพื่อคุณธรรมด้วยแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ต่อให้สวรรค์ถล่มเขาก็ไม่ยอมเด็ดขาด
เขาจึงได้ส่ายหัวของเขาแล้วพูดด้วยสีหน้าที่แย่มาก “ไม่มีวันซะล่ะ”
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนไม่ยอมตกลงง่ายๆไท่ไป๋จินซิงก็หมดหนทาง ในตอนนี้ยัยปีศาจร้ายมีความร้อนใจและรบเร้าเขาเป็นช่วงๆ ในขณะที่ไท่ไป๋จินซิงกำลังมีทีท่ากระวนกระวายว่าจะทำอย่างไรอยู่นั้นเอง เขาก็ได้เหลือบไปมองตือโป๊ยก่ายที่กำลังยืนมองอย่างมีความสุข แล้วไท่ไป๋จินซิงก็ได้ไปพูดกับเขา “นี่น้องตือ เจ้าช่วยข้าขอร้องน้องฉิงหน่อยสิ!”
ตือโป๊ยก่ายที่กำลังยืนชมอยู่นั้น จู่ๆก็ได้ยินที่ไท่ไป๋จินซิงขอร้องเขาจึงได้รีบตอบไป “ข้าก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ตาเฒ่าไป๋เจ้าจัดการด้วยตัวเองก็แล้วกัน!” ตือโป๊ยก่ายคิดว่าต่อให้เป็นเขาก็คงเกลี้ยกล่อมฉิงเทียนไม่ได้เช่นกัน ฉิงเทียนไม่ยอมสอนก็ไม่แปลก โดนฟ้าผ่าเข้าไปหลายนัดแบบไร้เหตุผลเช่นนั้นเป็นใครก็ต้องมีอารมณ์ทั้งนั้นแหละ
เมื่อเห็นว่าตือโป๊ยก่ายไม่ยอมช่วยเขา ตาของไท่ไป๋จินซิงก็ได้หันมองที่องค์หญิงแปดที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างคาดหวัง
ในเวลานี้เองที่ฮ่าวอวิ๋นกำลังโทษตัวเอง ทำไมนางถึงได้ทำราวกับว่านางเพิ่งได้ทานดินปืนเข้าไปในตอนเช้ากันนะ? นางได้ระเบิดใส่ว่าที่อาจารย์สอนเต้นของนางไปเสียแล้ว เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วนางจึงได้แลบลิ้นออกมาอย่างน่ารัก และจ้องมองมาที่ฉิงเทียนราวกับว่านางจะพูดว่าได้โปรดยกโทษให้เข้าด้วยนะ!
ส่วนฉิงเทียนที่พบว่าฮ่าวอวิ๋นกำลังจ้องมาที่เขาก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกขึ้นมา เขาไม่ใช่เกย์นะทำไมถึงได้มาจ้องมองเขาแบบนั้น นอกจากจะเป็นคนเข้าใจอะไรยากแล้ว ยังเป็นพวกสับสนทางเพศอีกเรอะ เขาเป็นชายทั้งแท่งนะโว้ย แต่ก็อีกแหละทำไมไอ้หน้าหล่อนี่ถึงได้มืที่ผิวขาวกว่าผิวของผู้หญิงอีกนะ
บรื๋อ นี่เรากำลังคิดอะไรอยู่? ตั้งสมาธิ!!!
“ท่านไท่ไป๋ ท่านอาจารย์ยอมตกลงหรือไม่?” ฮ่าวอวิ๋นที่จ้องฉิงเทียนเมื่อสักครู่ก็ได้หันหน้าไปหาไท่ไป๋จินซิงแล้วพูดขึ้น นางนั้นอยากที่จะเรียนเต้นฮิปฮอปเพื่อที่จะเอาไปโชว์ให้พวกพี่น้องของนางได้เห็นมาก
“องค์หญิง, น้องฉิงนั้นค่อนข้างเป็นคนหัวแข็งจึงไม่ยอมตกลงง่ายๆ ข้าน้อยจนปัญญาจริงๆ!” ไท่ไป๋จินซิงกล่าวแล้วเขาก็ได้โยนระเบิดออกจากตัวแล้วพูดขึ้น “แต่บางทีท่านพุทธพิธีทูตตือโป๊ยก่ายอาจจะมีหนทางก็ได้ เขานั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับน้องฉิงมากกว่าข้าน้อย ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องมีหนทางเกลี้ยกล่อมเขาได้แน่ๆ”
ในตอนแรกตอนที่ฉิงเทียนไม่ยอมตกลง ฮ่าวอวิ๋นก็ได้แสดงสีหน้าออกมาประมาณว่า นางแค่ขว้างระเบิดใส่เขาไปไม่กี่ครั้งเอง แต่ท่านอาจารย์ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเสียหน่อย ทำไมท่านถึงได้ขี้ตืดเช่นนี้! นางที่เป็นถึงองค์หญิงแปดแห่งสวรรค์มาขอร้องเขาแท้ๆ แต่พอนางได้ยินว่าตือโป๊ยก่ายนั้นอาจจะมีหนทางนางก็รู้สึกยินดีขึ้นมา
ส่วนตือโป๊ยก่ายที่พลันรู้สึกได้ถึงสายตาอ้อนวอนของฮ่าวอวิ๋นแล้ว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าไท่ไป๋จินซิงได้ทรยศเขาเสียแล้ว ซึ่งอย่างที่เขาคิดไท่ไป๋จินซิงนั้นได้เล่นงานเขาเสียแล้ว
“ตาเฒ่าไป๋ พวกเราก็เป็นพี่น้องกันมานานหลายปีแล้ว เรามาร่วมเป็นร่วมตายกันเถอะน่า!”
“ไม่ล่ะ, ถ้าเจ้าจะตายข้าไม่ขอตายด้วย ตาเฒ่าหมูขอให้เจ้าโชคดี” ไท่ไป๋จินซิงพูดด้วยสีหน้าที่เมินเฉย แต่จริงๆแล้วไท่ไป๋จินซิงนั้นกำลังหัวเราะอยู่: เจ้าไม่ช่วยข้าเมื่อกี้ ตอนนี้มาโทษข้าไม่ได้นะ
ก่อนที่ตือโป๊ยก่ายจะได้ด่าไท่ไป๋จินซิงต่อ เสียงของฮ่าวอวิ๋นก็ได้ดังเข้ามาในหัวเขา “ท่านพุทธพิธีทูต ได้โปรดช่วยข้าขอร้องอาจารย์ข้าทีนะ”
“ตาเฒ่าหมูคนนี้ก็จนปัญญาเช่นกัน!” ตือโป๊ยก่ายพูดอย่างอับอายมาก ในเวลานี้ฉิงเทียนโกรธจัดและเขาเองก็ไม่อยากที่จะมีปัญหากับฉิงเทียน
เมื่อเห็นสีหน้าที่อับอายของตือโป๊ยก่าย สายตาของฮ่าวอวิ๋นก็ได้หันไปทางอื่นแล้วพูดขึ้น “ท่านพุทธพิธีทูตข้าน่ะมีพี่สาวตั้ง 7 คน นอกจากองค์หญิง 7 ที่แต่งงานแล้ว ที่เหลือทั้ง 6 คนยังว่างอยู่ถ้าท่านต้องการ ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่ของข้าที่เป็นสาวแบบคุณพี่ หรือพี่สองที่เป็นสาวยั่ว พี่สามที่เป็นสาวหวาน พี่สี่ที่เป็นสาวแกร่ง หากท่านยอมช่วยข้า ข้าสัญญาว่าข้าจะให้พี่สาวของข้าที่ท่านเลือกไปเที่ยวกับท่านคราวหน้า
องค์หญิงทั้ง 8 คนในสวรรค์นั้น แต่ละคนล้วนมีสไตล์เป็นของตัวเอง และเป็นถึงสาวงามในโลกเซียน
แต่ถ้าพี่สาวทั้ง 6 คนของฮ่าวอวิ๋นได้ยินเรื่องนี้เข้า พวกนางคงได้ร้องไห้ไปทั่วทั้งสวรรค์แน่ เป็นน้องสาวประสาอะไรกันที่ขายพี่สาวของตัวเองได้ลงคอเช่นนี้ ยังจะเรียกตัวเองว่าน้องสาวได้อีกเหรอ?
ทันทีที่ตือโป๊ยก่ายได้ยินที่ฮ่าวอวิ๋นพูด ตาของเขาก็เหมือนส่องแสงได้ออกมา นางฟ้าทั้ง 7 บนสวรรค์นั้น เป็นเหมือนดั่งเทพธิดาที่เหล่าเซียนหลายคนหมายปอง ซึ่งองค์หญิงแต่ละคนล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ทุกคนล้วนมีแต่คนพรรณนาถึงความงามของพวกนาง ตือโป๊ยก่ายนั้นนึกภาพเขาที่ได้ออกเดตกับนางฟ้าทั้ง 6 แล้ว จนแสดงใบหน้าที่ฝันหวานออกมาบนใบหน้าของเขา
“ก็ได้ข้าจะลองดู จริงๆก็เป็นโชคดีของฉิงเทียนแล้วแท้ๆที่ได้องค์หญิงมาเรียนวิชาจากเขา” ตือโป๊ยก่ายที่คิดจะขายฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมา “ขอข้าไปคุยกับเขาสักเดี๋ยวนะ”
“จริงด้วย, แล้วอย่าบอกท่านอาจารย์นะว่าข้าเป็นผู้หญิงน่ะ ยิ่งเรื่องที่ข้าเป็นองค์หญิงยิ่งห้ามพูด” ฮ่าวอวิ๋นรีบพูดบอก เพราะนางไม่ต้องการให้เขารู้ว่านางเป็นผู้หญิง
“ได้สิ” ตือโป๊ยก่ายตอบตกลง เพื่อการเดตของเขากับเทพธิดาทั้ง 6! ตือโป๊ยก่ายจึงได้เดินไปหาฉิงเทียนอย่างห้าวหาญและเตรียมที่จะเปิดปาก
แต่ไม่คาดคิดว่าฉิงเทียนจะเป็นคนที่เปิดปากของเขาก่อน “ลูกพี่หมู ถ้าพี่มาเพื่อเกลี้ยกล่อมผมล่ะก็ ผมขอผ่านนะ” เขานั้นเห็นแล้วว่าไอ้หน้าหล่อนั้นกำลังเจรจาอะไรบางอย่างกับตือโป๊ยก่ายอยู่
“นี่น้องฉิง ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย เจ้ารู้ได้อย่างไร?” ตือโป๊ยก่ายพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เดาเอา!” ฉิงเทียนพูดอย่างโมโห เขานั้นเอาแต่ยืนมองดูอยู่นานมาก แล้วตอนนี้ก็คิดที่จะเดินมาคุยกับเขาเพื่อไอ้หน้าหล่ออีก ไม่มีงานอย่างอื่นต้องไปทำแล้วรึไง?
เขาเดินเข้ามาใกล้ฉิงเทียน แล้วสายตาของตือโป๊ยก่ายก็เบนไปที่ฮ่าวอวิ๋น “น้องฉิง เจ้ารู้ไหมว่าตระกูลของฮ่าวอวิ๋นน่ะไม่ธรรมดา”
“ผมไม่สนหรอกว่าเขาจะเป็นใคร ต่อให้เขาเป็นถึงบุตรขององค์เง็กเซียนผมก็ไม่สน”
ตือโป๊ยก่ายหัวเราะแล้วพูดในใจ: น้องฉิงเอ๊ยเจ้าเดาได้เก่งก็จริง แต่นางไม่ใช่บุตรขององค์เง็กเซียนหรอกแต่เป็นบุตรีต่างหาก แต่ตือโป๊ยก่ายก็ไม่ได้พูดบอกฉิงเทียนออกไป ถ้ายัยปีศาจร้ายฮ่าวหวิ๋นรู้เข้าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ตือโป๊ยก่ายจึงได้โกหกออกไป “เขาเป็นหลานชายของไท่ไป๋จินซิงต่างหาก เจ้าลองคิดถึงตำแหน่งของเจ้า ที่ไท่ไป๋จินซิงอุตส่าห์หามาให้เจ้า ดังนั้นเจ้าก็ช่วยเขาหน่อยเถอะเพื่อเป็นการรักษาหน้าของตาเฒ่าไป๋!”
“เขาเป็นหลานของไท่ไป๋จินซิงงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนมองไปที่ฮ่าวอวิ๋นอย่างสงสัย เจ้าหน้าหล่อกับไท่ไป๋จินซิงนั้นหน้าไม่ได้เหมือนกันเลยแล้วแถมไท่ไป๋จินซิงก็มีทีท่ากลัวเจ้าหน้าหล่อด้วย มีลุงที่ไหนที่กลัวหลานของตัวเองกัน “ลูกพี่หมูอย่ามาโกหกผมน่า ทั้งสองคนนั้นดูไม่เหมือนลุงกับหลานกันเลยสักนิด”
“ตอนนี้พวกเราอยู่ตั้งไกล เจ้าจะลองถามพวกเขาดูก็ได้ถ้าเจ้าไม่เชื่อ” ตือโป๊ยก่ายพูดอย่างจริงจัง
เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของตือโป๊ยก่ายแล้ว ฉิงเทียนจึงได้เดินเข้าไปถาม ถ้าเขาเป็นหลานของไท่ไป่จินซิงจริงๆ เพื่อรักษาหน้าของไท่ไป๋จินซิง เขาจะยอมลืมเรื่องในวันนี้แล้วจะยอมสอนให้ก็ได้
“พี่ไท่ไป๋ คุณเป็นอะไรกับเจ้าหน้าหล่อคนนี้เหรอครับ?” หลังจากที่นิ่งคิดอยู่นาน สุดท้ายฉิงเทียนก็เข้าไปถามว่าทั้งสองเป็นลุงหลานกันจริงๆหรือไม่
“เขาเป็นลุงของข้าเอง” ฮ่าวอวิ๋นตอบฉิงเทียนทันที แต่ฉิงเทียนทำเป็นเมินคำพูดของเจ้าหน้าหล่อแล้วมองไปที่ไท่ไป๋จินซิง
ไท่ไป๋จินซิงก็ได้ยิ้มและตอบ “ใช่แล้วๆ เขาเป็นหลานห่างๆของข้าน่ะ”
เหมือนจะเป็นหลานของเขาจริงๆ ฉิงเทียนพูดในใจ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็โอเค จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับฮ่าวอวิ๋น “ในเมื่อคุณเป็นหลานของไท่ไป๋จินซิง ในฐานะที่ผมเป็นผู้ใหญ่พอ ผมจะยอมยกโทษให้คุณก็ได้และจะสอนการเต้นให้ด้วย”
เมื่อเห็นฉิงเทียนตอบตกลงแล้ว ฮ่าวอวิ๋นก็กระโดดดีใจและพูดด้วยความยินดี “เย้ อาจารย์ยอมรับข้าแล้ว”
แต่ฉิงเทียนรู้สึกพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้เห็นท่าทีที่ดีใจเขา
ในตอนที่ฉิงเทียนมองไม่เห็น ฮ่าวอวิ๋นก็ได้โล่งอกด้วยความกลัว เมื่อสักครู่นี้ตือโป๊ยก่ายได้ส่งโทรจิตมาหา ซึ่งทำให้รู้ว่าตือโป๊ยก่ายได้โกหกฉิงเทียน แล้วจึงแอบส่งข้อความมาหาพวกเขาให้ตามน้ำ ไม่อย่างนั้นได้ถูกเปิดเผยแน่!
สำหรับการที่ช่วยเหลือนางครั้งนี้ นางคงจะต้องวางแผนหลอกพี่สาวให้ไปพบกับตือโป๊ยก่ายพรุ่งนี้เสียแล้ว ขณะที่ฮ่าวอวิ๋นกำลังคิดอย่างมีความสุข แต่เป็นความทุกข์ของเหล่าพี่สาวที่ถูกขายในครั้งนี้