ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 175 กลับโลกมนุษย์
บทที่ 175 กลับโลกมนุษย์
ในเวลานี้หัวของฮ่าวอวิ๋นเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ตัวของฉิงเทียนนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นของผู้ชาย ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่ได้ใกล้ชิดเธอแบบเขานอกจากพ่อของเธอเอง
“ออกไป” ฮ่าวอวิ่นอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา แม้แต่คำว่า“ท่านอาจารย์”ก็ยังไม่ใช้
จู่ๆก็เหมือนเห็นผมของฮ่าวอวิ๋นนั้นลุกขึ้นมาดุจดั่งไฟ ฉิงเทียนก็รู้สึกตกใจและรีบชักมือกลับออกมา แล้วถามอย่างสงสัย “มีอะไรรึ? ผมแค่จะพูดเรื่องอย่างว่า ทำไมคุณถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนั้น?”
ถึงแม้ฮ่าวอวิ๋นนั้นจะมีความโกรธจัดบนใบหน้าของเธอ แต่หัวใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย เธอไม่ตอบคำถามของฉิงเทียน และได้เหาะบินข้ามฝั่งหนีไป
มองไปที่ฮ่าวอวิ๋นที่หนีไปอย่างไม่มีเหตุผล ฉิงเทียนก็ได้แต่สงสัยว่าเขาได้ไปทำอะไรให้ฮ่าวอวิ๋นโมโหอีกแล้ว? ทั้งๆที่เมื่อสักครู่ฮ่าวอวิ๋นมาเล่นงานเขาก่อนแท้ๆ แต่ก่อนที่เขาจะได้โกรธ กลับเป็นฮ่าวอวิ๋นที่โกรธเขาก่อนแทนซะนี่
ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะพูดสบถออกมา “เป็นวันเฮงซวยอะไรแบบนี้” แต่ฉิงเทียนนั้นไม่รู้เลยว่าเขาได้ฉวยโอกาสไปกอดองค์หญิงแปดของเง็กเซียนฮ่องเต้เข้าให้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นสวรรค์ในยุคปัจจุบันนั้นก็ไม่ได้แต่ต่างไปจากยุคจีนโบราณมากนัก ซึ่งถ้าใครได้เห็นหน้าองค์หญิงแปดเข้าละก็คงไม่ได้มีชีวิตอยู่แน่นอน แล้วถ้าองค์เง็กเซียนทราบเรื่องนี้เข้าละก็ฉิงเทียนคงได้หมดโอกาสเห็นพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้แล้ว
แต่ในเวลานี้ฉิงเทียนนั้นยังไม่รู้เรื่องนี้ และตอนนี้ฉิงเทียนก็กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่มากอยู่ นั้นคือการที่ฮ่าวอวิ๋นได้บินหนีไปจากศาลานี้ที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ แล้วเขาจะกลับไปขึ้นฝั่งได้อย่างไร?
ต้องเหาะไปสินะ?
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังเหาะอยู่นั้นเอง น้ำในทะเลสาบที่เงียบสงบจู่ๆมีลมพัดขึ้นมา และสายลมที่แรงก็ได้หมุนและดูดเอาน้ำยกสูงขึ้นมาถึง 10 เมตรและกระแทกเข้าใส่ฉิงเทียนที่กำลังเหาะอยู่ในอากาศ
“บ้าเอ๊ย” ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าตัวเขานั้นได้ลอยกลับมาที่ศาลาแล้ว เขาได้ถูกผลักกลับมาที่ศาลาด้วยพลังของคลื่นน้ำนั้น ในเวลานี้ตัวเขาได้เปียกโชกไปหมดแล้ว “นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย ทำไมจู่ๆถึงได้มีคลื่นน้ำโผล่ขึ้นมาได้” ฉิงเทียนก็ได้ทำการระเหยเอาน้ำออกจากเสื้อผ้าของเขา
“ดูเหมือนจะถูกขังซะแล้วนะเจ้าคะ” ในทะเลความรู้ เพ่าฝูได้จ้องไปที่ทะเลสาบด้วยสีหน้าจริงจัง
“มันน่าจะมีกลไกอยู่ แล้วเราจะกลับไปได้อย่างไรล่ะเนี่ย?” ฉิงเทียนกล่าว “เพ่าฝู เธอสามารถทำลายคลื่นน้ำนี้ได้ไหม?”
เพ่าฝูก็ได้ตอบกลับมา “นายท่าน ข้าไม่ได้เก่งรอบด้านขนาดนั้นนะเจ้าคะ ข้าช่วยอะไรท่านไม่ได้เจ้าค่ะ” แต่จริงๆแล้วเพ่าฝูพบว่าฉิงเทียนนั้นจะพึ่งพาเธอมากเกินไปและยังขอให้เธอช่วยแก้ไขทุกเรื่องอีก ซึ่งย่อมไม่ส่งผลดีกับการพัฒนาของเจ้านายของเธอแน่ ดังนั้นเพ่าฝูจึงได้ตัดสินใจที่จะไม่ช่วยเหลืออะไรจนกว่าเจ้านายของเธอจะอยู่ในวิกฤติความเป็นกับความตายจริงๆ
เมื่อเห็นว่าเพ่าฝูก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ ฉิงเทียนจึงได้แต่นั่งลงกับพื้นแล้วใช้หัวของตัวเองคิดดูว่าจะหาทางกลับไป แต่หลังจากที่คิดอยู่พักใหญ่ๆฉิงเทียนก็ไม่พบทางออกเลยนอกจากนั่งรอจนกว่าเวลาจะหมดแล้วถูกส่งกลับไปที่โลกเอง
อีกทางด้านหนึ่งฮ่าวอวิ๋นก็ได้เหาะกลับมายังพระราชวัง เมื่อนางมาถึงที่พระราชวังสวรรค์นางก็ได้เสกเปลี่ยนเสื้อผ้าของนางกลับเป็นเสื้อผ้าผู้หญิง นางได้กลับกลายเป็นผู้หญิงแล้ว!
เหล่าทหารในพระราชวังสวรรค์ก็พบว่าองค์หญิงของพวกเขานั้นได้รีบร้อนกลับมา และไม่มีใครที่กล้าจะมาขวางนาง แต่ละคนต่างก็หลบเลี่ยงนางอย่างรวดเร็วเพราะต่างก็กลัวนางจะระเบิดลงใส่
ฮ่าวอวิ๋นก็ได้มุ่งตรงไปที่เรือนของนาง ในเวลานี้ฮ่าวอวิ๋นรู้สึกสับสนมาก
เมื่อนางกลับมาถึงเรือนของนาง ฮ่าวอวิ๋นก็ได้ฟื้นสติคืนกลับมา และมีความอายเยี่ยงสาวน้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง
“เจ้านั่นทำแบบนั้นกับข้าได้อย่างไร?” ฮ่าวอวิ๋นคิดอย่างหน้าแดง “ถ้าเป็นแบบนี้ คนอื่นอาจจะรู้ได้ว่าข้าไปพบกับคนอื่นได้”
……………..
ผู้เฒ่าคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ และในมือของเขาก็มองดูด้ายแดงที่กำลังยุ่งเหยิงเหล่านี้ เขาก็ได้รู้สึกตกใจและพูดขึ้น “ด้ายแดงขององค์หญิงน้อยจู่ๆก็ยืดยาวออกมาได้อย่างไรกัน? ไม่น่าเชื่อว่าจะมีบุตรชายจากตระกูลไหนที่สามารถจะลงเอยกับยัยปีศาจนี่ได้ ข้าคงจะต้องรีบไปกราบทูลองค์เง็กเซียนและเจ้าแม่เสียแล้ว” ผู้เฒ่าจันทราคิดและลูบหนวดของเขา
“ไม่สิ, มันอาจจะแค่ยาวขึ้นเฉยๆ ยังเร็วเกินไปที่จะกราบทูลเรื่องนี้ให้องค์เง็กเซียนกับเจ้าแม่ทรงทราบ” ผู้เฒ่าจันทราที่ลองคิดดูแล้ว และก็ล้มเลิกความคิดที่จะไปบอกองค์เง็กเซียน
………………….
ห้องของฉิงเทียนบนโลก!
หลังจากที่ทนรออยู่หนึ่งชั่วโมง ฉิงเทียนก็ได้กลับมายังโลก เมื่อมองดูนาฬิกาในห้องในห้องก็พบว่าเขาใช้เวลาไป 12 ชั่วโมงบนสวรรค์ ซึ่งเขาประหลาดใจมากไม่ใช่ว่าเขาอยู่บนสวรรค์ได้แค่ 4 ชั่วโมงหรอกเหรอ ทำไมคราวนี้เขาถึงได้อยู่ได้นานมากขนานนั้น
“ช่างมันละกันออกไปซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงให้ฉางเอ๋อและเทพเอ้อหลางก่อนดีกว่า เงินตั้งหนึ่งหมื่นหินเซียนแน่ะ” พอคิดได้แล้วว่าจะทำอะไรดี ฉิงเทียนก็ได้ขับรถออกเข้าไปในกลางใจเมือง
ฉิงเทียนที่อยู่ในกลางใจเมืองก็ได้เข้าร้านสัตว์เลี้ยงร้านหนึ่ง แล้วพนักงานขายเมื่อพบลูกค้าเข้าร้านมาก็ได้ออกมาทักทายเขาแล้วถาม “มีอะไรต้องการให้ช่วยไหมคะ?”
“อ้อ, ผมต้องการซื้ออาหารกระต่ายและอาหารสุนัขหน่อยน่ะครับ” ฉิงเทียนตอบ แต่แล้วเขาก็ลองคิดดู ถ้าเขาไปสวรรค์คราวหน้าอาจจะมีโอกาสได้เจอสัตว์เลี้ยงบนสวรรค์เพิ่มก็ได้ ทำไมเขาไม่ซื้อเตรียมให้พร้อมไปเลย? อย่างไรเสียเขาก็มีแหวนเก็บของอยู่แล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉิงเทียนจึงได้เปลี่ยนออร์เดอร์ของเขาทันที “ผมต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่คุณมีในร้านเลย”
พนักงานขายก็ตกใจและถามเขาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ “คุณลูกค้าคะ คุณต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมดของร้านเราอย่างนั้นเหรอคะ?”
ไม่ว่าเขาจะทำหน้าตาประหลาดใจมากเพียงใด ฉิงเทียนก็ได้ผงกหัวตอบและพูดขึ้น “ใช่ ผมอยากได้อาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมดในร้านของคุณ พอดีผมขี้เกียจที่จะไปดูร้านอื่นด้วย”
เมื่อเห็นฉิงเทียนที่ตอบยืนยันมา พนักงานขายก็ได้ยืนมองฉิงเทียนด้วยสายตาแปลกๆ ทำไมลูกค้าคนนี้ถึงได้ซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงไปมากมายนัก? แต่เขาก็ยังรู้หน้าที่ของเขาดี
เขาจึงได้ยิ้มอย่างมืออาชีพแล้วบอก “ถ้าคุณลูกค้าต้องการเป็นปริมาณมากเช่นนั้น ดิฉันจำเป็นต้องแจ้งกับผู้จัดการร้านของเราก่อนนะคะ จากนั้นดิฉันถึงจะสามารถตอบคุณลูกค้าได้ คุณลูกค้าช่วยรอสักครู่นะคะ”
“ได้ๆ แต่ช่วยรีบหน่อย ผมกำลังรีบอยู่” ฉิงเทียนกล่าว
“ได้ค่ะ ดิฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” พนักงานพูดและรีบเข้าไปข้างในทันที
ฉิงเทียนที่กำลังเบื่อๆก็ได้นั่งลงและสายตาของเขาก็ได้จับจ้องไปยังการตกแต่งในร้าน และพบว่าร้านนี้ตกแต่งด้วยรูปการ์ตูนต่างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยรูปการ์ตูนสัตว์ต่างๆอยู่ภายในร้าน ตั้งแต่แมวดำยอดนักสืบที่อยู่ในช่วงปี 80 จนไปถึงพี่น้องน้ำเต้าที่อยู่ในช่วงปี 90 และเจ้าแพะหรรษากับหมาป่าตัวใหญ่ที่อยู่ในปี 00
“เจ้าของร้านนี้คงจะเป็นคนที่นิสัยเหมือนเด็กน่าดู” ฉิงเทียนยิ้มและพูดในใจ
หลังจากที่ฉิงเทียนมองดูการตกแต่งภายในร้านก็พบว่าพนักงานขายได้พาคนคนหนึ่งมาด้วย
“ฉิงเทียน คุณมาทำอะไรที่นี่?” คนข้างหลังนั้นเมื่อเห็นเขาก็พูดด้วยอาการตกใจ
ซึ่งกลายเป็นว่าคนคนนั้นก็คือหลิวตันนั่นเอง ซึ่งแม้แต่ฉิงเทียนเองก็ยังตกใจ ทั้งๆที่เขาตั้งใจจะเลี่ยงเธอ แต่เขากลับเดินเข้าหาปากกระบอกปืนเองซะอย่างนั้น เขาเข้ามาในร้านแล้วก็พบกับเธอ
“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่ร้านขายสัตว์เลี้ยงนี้ได้? คุณที่เป็นถึงผู้บริหารใหญ่ของบริษัทยักษ์ใหญ่น่าจะยุ่งมากนี่นา” ฉิงเทียนที่เห็นเธอก็ได้ทักทายเธอแล้วถาม
ในเวลานี้เอง หลิวตันนั้นยังคงรู้สึกอารมณ์ดีอยู่ จึงได้นึกครึ้มอกครึ้มใจมาดูร้านสัตว์เลี้ยงเล็กๆของเธอร้านนี้ และไม่คิดว่าจะได้มาพบกับฉิงเทียน