ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 187 ต่อรอง
บทที่ 187 ต่อรอง
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังใช้ความคิดอยู่นั้น จู่ๆเขาก็รู้สึกได้ว่าขาของเขานั้นถูกดึงด้วยอะไรบางอย่าง เมื่อก้มลงไปมองก็พบเห่าฟ้าที่กำลังกัดขากางเกงของเขาอยู่และกระดิกหางให้กับเขา ดูแล้วเหมือนกำลังประจบเขาอยู่!
“ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง เห่าฟ้า” ฉิงเทียนก็ยิ้มขึ้นมาและก้มลงไปลูบหัวของเห่าฟ้า เห่าฟ้าเองก็ใช้หัวของมันถูเข้ากับตัวของฉิงเทียน แสดงถึงความสนิทกันอย่างมาก
ทำให้ทหารสวรรค์ที่อยู่ใกล้ๆเมื่อได้เห็นภาพนี้ก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา สำหรับเห่าฟ้าบนสวรรค์นั้น เป็นถึงสัตว์เลี้ยงเทพแห่งสงครามเอ้อหลางซึ่งเป็นหลานองค์เง็กเซียนฮ่องเต้
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของราชวงศ์ ซึ่งตำแหน่งของมันนั้นสูงกว่าทหารสวรรค์อย่างเขาเสียอีก กลับทำตัวเชื่องๆให้คนอื่นลูบหัวและถูตัวไปที่คนอื่นเช่นนี้ ซึ่งปกติมันมักจะเดินเชิดหัวสูง ซึ่งหากใครทำอะไรให้มันไม่พอใจ อย่าว่าแต่จะลูบหัวมันเลย ลำพังแค่แตะหัวมันยังไม่ได้เลย เขาเคยถูกมันวิ่งไล่เป็นระยะทางหลายสิบลี้มาแล้ว เมื่อคิดว่าหากถูกกัดโดยเห่าฟ้าอีกละก็ได้จบไม่สวยแน่ๆ
สีหน้าของทหารสวรรค์คนนั้นก็ทำหน้าเจ็บปวดและหวาดกลัวขึ้นมา เขาอยากที่จะรีบออกไปจากที่นี่ทันที ถ้าเกิดเขาถูกกัดโดยมันอีกละก็เขาคงได้ร้องไห้ไม่ออกแน่ๆ เขาจึงได้รีบก้มหัวให้ฉิงเทียนอย่างกระวนกระวาย “นายท่านขอรับ ข้านึกขึ้นได้ว่าข้ามีธุระจะต้องรีบไปทำ ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ” ภายใต้สายตาที่สงสัยของฉิงเทียน ทหารสวรรค์ก็ได้หายไปจากตรงหน้าของฉิงเทียนด้วยความเร็วแสง
“เจ้านี่ช่างทรงพลังจริงๆเลยนะเจ้าเห่าฟ้า!” ฉิงเทียนรู้ดีว่าทหารสวรรค์นั้นที่วิ่งเร็วขนาดนี้ไม่ใช่เพราะกลัวเขา แต่กลัวเจ้าเห่าฟ้าที่เขากำลังลูบหัวอยู่ต่างหาก
เจ้าเห่าฟ้านั้นก็ได้เชิดหัวขึ้นมา และมองไปที่ทหารสวรรค์คนนั้นที่วิ่งแจ้นหนีไปด้วยสีหน้าที่ดูถูก
ทหารสวรรค์คนเมื่อสักครู่นั้นถูกเจ้าเห่าฟ้าข่มขู่ ซึ่งเขาได้วิ่งหนีอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเห็นเจ้าเห่าฟ้าจ้องเขาอยู่
ฉิงเทียนก็ได้ส่ายหัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้และมองไปที่เจ้าเห่าฟ้าที่ทำสีหน้าภาคภูมิใจจึงได้ยิ้มและพูดขึ้น “ผมรู้นะว่าเจ้ามาหาผมทำไม” ว่าแล้วเขาก็หยิบไส้กรอกออกมาจากแหวนเก็บของ”
อย่างที่คาด ทันทีที่เขาหยิบไส้กรอกออกมา สายตาของเห่าฟ้าก็จับจ้องไปที่มันทันที แล้วก็กระโดดไล่งับไส้กรอกที่อยู่ในมือของฉิงเทียน แล้วไส้กรอกนั้นก็ได้หายเข้าไปในท้องของเห่าฟ้าอย่างรวดเร็ว หลังจากที่มันกลืนลงไปแล้วเจ้าเห่าฟ้าก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนด้วยท่าทีที่ประจบประแจงราวกับจะบอกเขาว่า: แค่อันเดียวมันพอที่ไหนกันเล่า
“เจ้านี่ตะกละจริงๆเลยนะ!” ว่าแล้วฉิงเทียนก็หยิบไส้กรอกออกมาจากแหวนเก็บของอีก แล้วมันก็ได้ไล่งับอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกลับมาเป็นแบบเมื่อสักครู่อีกครั้ง
“เจ้ายังอยากจะกินอีกเหรอ!” ฉิงเทียนมองดูเจ้าเห่าฟ้าที่ยกหัวขึ้นมามองเขาและส่ายหางให้อีก
“นายท่านเจ้าค่ะ หยิบเอาถุงไส้กรอกออกมาให้มันซักถุงสิเจ้าคะ” จู่ๆเพ่าฝูก็พูดเข้าหูของเขา
“ได้ๆ” ฉิงเทียนเองที่เห็นว่าถ้ามันยังไม่พอใจ เขาคงไม่ได้ออกไปจากตรงนี้แน่ จึงได้หยิบไส้กรอกถุงใหญ่ออกมาจากแหวนเก็บของแล้ววางเอาไว้ตรงหน้าของเห่าฟ้า แล้วเห่าฟ้าก็เขมือบเอาไส้กรอกถุงใหญ่ลงไปทันที
เมื่อเขาเห็นเห่าฟ้าทานเข้าไปทั้งๆที่ยังห่อถุง ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัวของเจ้าเห่าฟ้าแล้วพูดอย่างช่วยไม่ได้ “กินแบบนั้นเข้าไปแล้วจะรู้รสชาติของไส้กรอกเรอะ?”
ทันทีที่ฉิงเทียนพูดจบ เจ้าเห่าฟ้าก็ได้มองมาที่เขาด้วยสายตาที่ดูถูก
“หน็อยแน่ มองหน้าดูถูกผมอย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนพูดอย่างประหลาดใจ
“นายท่านเจ้าค่ะ ท่านต่างหากที่ดูถูกเขา” เพ่าฝูพูดพร้อมกับหัวเราะ “เห่าฟ้านั้นเป็นถึงสัตว์เทพเลยนะเจ้าคะ ท้องของมันเป็นเหมือนดังช่องเก็บของขนาดมหึมา ซึ่งใหญ่กว่าแหวนของนายท่านเสียอีก ซึ่งไส้กรอกทั้งหมดนั้นแค่ถูกเก็บเอาไว้ในนั้นเท่านั้นเจ้าค่ะ”
ฉิงเทียนก็รู้สึกทึ่งขึ้นมาและจ้องมองมาที่เห่าฟ้า “นี่เจ้ามีช่องเก็บของอยู่ในท้องอย่างนั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูด เจ้าเห่าฟ้าก็ได้เชิดหัวขึ้นมาทันที ราวกับมันกำลังจะบอกว่า: แน่นอน เพราะข้าคือสัตว์เทพยังไงล่ะ
แล้วเห่าฟ้าก็ได้คายเอาการ์ดสีขาวที่ขนาดเท่าบัตรเครดิตออกมาวางตรงหน้าของฉิงเทียน
“นี่คืออะไร?” ฉิงเทียนก็ได้หยิบเอาบัตรขึ้นมาจากพื้น และสำรวจดูจนทั่ว “ทำไมมันถึงได้ดูคล้ายบัตรเครดิตบนโลกนัก?”
“ก็มันคือบัตรเครดิตบนโลกเซียนยังไงล่ะเจ้าคะ!” เพ่าฝูอธิบาย
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังรู้สึกทึ่งอยู่นั้นเอง จู่ๆเสียงของเทพเอ้อหลางก็ดังขึ้นมา “น้องฉิง เจ้าอยู่ที่นี่นี่เอง”
เขาพบชายในชุดเกราะสีเงิน ถือหอกสามง่ามทั้งสองด้านมา ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขามยิ่งนัก
ฉิงเทียนนั้นไม่เพียงแต่จะชื่นชมเขาที่เป็นถึงเทพสงครามบนสวรรค์ แต่ยังชื่นชอบบรรยากาศที่เข้มแข็งของชุดออกรบของเขา ฉิงเทียนจึงได้ก้มหัวแล้วพูดขึ้น “สวัสดีครับท่านหยาง”
แต่ก่อนที่ฉิงเทียนจะได้ทันก้มหัว เทพเอ้อหลางก็ได้มาห้ามเขาก่อนแล้วฉิงเทียน และได้พูดกับเขาพร้อมกับยิ้ม “นี่ ไม่ใช่ว่าข้าบอกไปแล้วรึยังไง? ว่าต่อแต่นี้ไปเจ้าเป็นเหมือนน้องชายของข้าหยางเจี่ยนแล้ว คราวหน้าถ้าเจ้าพบข้าอีก เจ้าจะต้องเรียกข้าว่าพี่หยาง”
ฉิงเทียนก็ได้ตอบอย่างฝืนๆ “มันไม่ดีมั้งครับ? คุณเป็นถึงเจ้าหน้าที่สวรรค์ระดับสองและยังเป็นถึงหลานขององค์เง็กเซียนอีก”
“แล้วมันยังไงล่ะ? ถ้าเจ้าไม่ยอมเรียก ข้าจะถือว่าเจ้าดูถูกข้า” หยางเจี่ยนพูดอย่างไม่พอใจ
เมื่อได้ยินที่หยางเจี่ยนพูด ฉิงเทียนก็รู้ว่าไม่ดีแน่หากเขาปฏิเสธอีก จึงได้พูดออกไป “พี่หยางก็ได้ครับ” จริงๆแล้วเขาที่เกิดในศตวรรษที่ 21 เมื่อเทียบกับเขาแล้วเรียกว่าเป็นผู้ใหญ่ยังไม่ได้เลย
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนเปลี่ยนคำเรียกเขาแล้ว หยางเจี่ยนก็ได้จบไหล่ของฉิงเทียนอย่างพึงพอใจแล้วพูดอย่างยินดี “ดี ข้าจะคอยดูแลเจ้าตอนอยู่ในสวรรค์เอง
แต่ฉิงเทียนนั้นกำลังมีสีหน้าที่บอกไม่ถูก ทำไมเทพเอ้อหลางหยางเจี่ยนถึงได้จู่ๆก็ทำตัวสนิทสนมกับเขามากขนาดนี้นี้ ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าเทพเอ้อหลางได้รับผลประโยชน์จากเขาไปมากมายแล้ว
เพลงดาบดั่งความฝันนั้นได้ทำให้เขาบรรลุขั้นของการฝึกวิชาได้เร็วขึ้นไปอีกหลายปีเลยทีเดียว เขารู้สึกได้ว่าเขานั้นได้มาถึงจุดยอดของระหว่างขั้นต้าลัวและจุนเชิ่งแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะต้องติดงานเลี้ยงลูกท้อละก็เทพเอ้อหลางคงได้ขอตัวหลบไปบรรลุวิชาแล้ว ดังนั้นสำหรับผู้มีพระคุณของเขาแล้ว จะให้เขาไม่ใจดีด้วยได้อย่างไร?
“พี่หยางครับ นี่คือไส้กรอกที่พี่ต้องการครับ” ฉิงเทียนก็ได้หยิบเอาไส้กรอกห่อใหญ่ออกมาจากแหวนเก็บของ ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่กว่าของที่เขาให้เจ้าเห่าฟ้าไปเมื่อสักครู่
ด้วยการโบกมือของหยางเจี่ยน ไส้กรอกของฉิงเทียนก็ได้ลอยมาหาเขา จากนั้นเขาก็หยิบเอาออกมาชิ้นหนึ่งแล้วเตรียมที่จะให้เจ้าเห่าฟ้า ซึ่งเขาพบว่าเจ้าสุนัขของเขานั้นเริ่มที่จะดื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลานี้เขาได้ยึดเอาเส้นชีวิตของมันเอาไว้เรียบร้อยแล้วและจะได้ดัดนิสัยมัน
“เจ้าหมาเวรนี่” เทพเอ้อหลางหย่างเจี่ยนได้หันไปมอง และพบว่าในเวลานี้เขาไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าเห่าฟ้าแล้ว ซึ่งในตอนนี้เจ้าเห่าฟ้ากำลังวิ่งพร้อมกระดิกหางอย่างมีความสุข
ฉิงเทียนก็รู้สึกตกใจ เมื่อสักครู่เจ้าเห่าฟ้ายังอยู่ที่นี่แท้ๆ แล้วตอนนี้มันหายไปได้อย่างไร
“น้องฉิง พี่คงต้องขอตัวก่อน หากวันนี้ข้าดัดนิสัยเจ้าหมาเวรนี่ไม่ได้ ก็ไม่ใช่ข้าเทพเอ้อหลางแล้ว” แล้วก็มีสายลมพัดผ่านมาแล้วเทพเอ้อหลางก็ได้หายตัวไป
“สัตว์เลี้ยงเซียนนี่ช่างต่างจากที่เราคิดเอาไว้จริงๆนะ!” ฉิงเทียนถอนหายใจ เดิมทีเขาคิดว่าเจ้าเห่าฟ้านั้นจะต้องเชื่อฟังเทพเอ้อหลางมากๆแน่ แต่เขาไม่คิดเลยว่าความสัมพันธ์ของเทพเอ้อหลางกับเจ้าเห่าฟ้านั้นจะช่างเหมือนกับสัตว์เลี้ยงและคนบนโลกขนาดนี้
ฉิงเทียนจึงได้ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าต่อ แล้วก็พบไท่ไป๋จินซิงที่กำลังจัดเวทีอยู่ข้างหน้า
เขาพบเห็นก้อนเมฆขนาดมหึมาลอยอยู่เหนือลานกว้างแล้วเขาก็ได้กลิ่นแรงๆลอยเข้าจมูกเขา แล้วจู่ๆฉิงเทียนก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมา ก้อนเมฆขนาดมหึมานี้ได้ห่อหุ้มไปด้วยดอกไม้และหญ้าเซียน และพบเห็นเหล่าเซียนกำลังช่วยกันตกแต่งบนก้อนเมฆนี้
ฉิงเทียนจึงได้ยกเท้าลอยขึ้นสูงด้วยพลัง แล้วเขาก็ได้บินลอยดูเมฆก้อนนั้น
ฉิงเทียนที่กำลังบินอยู่นั้น จู่ๆก็ได้ยินเสียงของฮ่าวอวิ๋นตะโกนขึ้นมา “ท่านอาจารย์มาแล้ว”
เมื่อเห็นฮ่าวอวิ๋นที่วิ่งมาหาอย่างตื่นเต้น สีหน้าของฉิงเทียนก็ได้บูดขึ้นมาทันที คุณยังจะมีหน้ามาหาฉันอีกเหรอทั้งๆที่ทิ้งฉันเอาไว้แบบนั้นแล้วแท้ๆ ก็แค่เปิดในที่สิ่งที่พวกผู้ชายบนโลกเขาดูกันแท้ๆ นอกจากนี้ก็ไม่ใช่ฉันที่เปิดให้ดูเสียหน่อย แต่เป็นคุณที่เปิดดูเองต่างหากแท้ๆ แล้วกลับมาโกรธฉันซะอย่างนั้น ถ้าเกิดฉันยอมสอนให้ง่ายๆก็ไม่ใช่ฉิงเทียนแล้ว
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นทุกข์หรือรู้สึกแย่อะไร “น้องชาย ผมไม่กล้าที่จะเป็นอาจารย์ของคุณหรอก ผมเป็นแค่คนธรรมดาๆเท่านั้น” หลังจากที่พูดจบเขาก็ได้เดินไปหาไท่ไป๋จินซิง
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูดเช่นนั้น ฮ่าวอวิ๋นก็รู้ว่าฉิงเทียนนั้นกำลังโกรธนางอยู่และฮ่าวอวิ๋นเองก็ผิดด้วย แต่ถ้าเขามาแต๊ะอั๋งคนอื่นเช่นนี้ ตัวเขาเองก็ผิดด้วย แต่เนื่องจากเขาเองก็ไม่รู้ว่านางเป็นผู้หญิง นางจะยอมลืมเรื่องนั้นไปก็ได้ฮ่าวอวิ๋นคิดกับตัวเอง
“แต่ท่านอาจารย์กำลังโกรธอยู่ จะง้อท่านอาจารย์ยังไงดีนะ” ฮ่าวอวิ๋นเอียงหัวและคิดแผนการอยู่ ซึ่งฉิงเทียนที่กำลังเดินไปหาไท่ไป๋จินซิงอยู่นั้นก็ได้หันไปมองที่ฮ่าวอวิ๋นด้วย อย่างไรเสียเขาเองก็ยังต้องการที่จะสอนเขาเต้นฮิป-ฮอปอยู่ ไม่อย่างนั้นการจัดการเรื่องของคนแสดงของไท่ไป๋จินซิงก็จะยังไม่เรียบร้อยเสียที จริงๆแล้วฉิงเทียนนั้นแค่อยากให้เขาตั้งใจมากกว่านี้
เมื่อไท่ไป๋จินซิงพบฉิงเทียนกำลังเดินมา เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆ เจ้ามาแล้วอย่างนั้นรึน้องฉิง”
เมื่อฉิงเทียนได้มองดูท่าทีของไท่ไป๋จินซิง ใบหน้าของเขาก็ได้ดำมืดขึ้นมาซึ่งเขารู้ได้ทันทีว่าเรื่องในวันนั้นท่านไท่ไป๋จินซิงนั้นรู้แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีที่เขาไม่ได้ออกไปไหนไกล ไม่อย่างนั้นเรื่องเช่นนี้คงได้แพร่กระจายออกไปไกลหลายพันลี้แล้ว
หลังจากที่หัวเราะอยู่พักใหญ่ๆ ไท่ไป๋จินซิงก็ได้หยุดหัวเราะ “อะแฮ่ม, น้องฉิงเจ้าใจเย็นนะ เจ้าใจเย็นก่อน!” ไท่ไป๋จินซิงพูดด้วยรอยยิ้ม
ฉิงเทียนก็ได้ตอบด้วยสีหน้าที่ดำมืด “พี่ไท่ไป๋ครับ การเตรียมการเรื่องของรายการแสดงเป็นอย่างไรแล้วบ้างครับ?”
ทันทีที่ได้ยินฉิงเทียนถามเรื่องของงานเลี้ยงลูกท้อแล้ว สีหน้าของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็นจริงจังทันทีและตอบกลับไป “นอกจากเรื่องของการเต้นฮิป-ฮอปของเจ้าแล้ว การแสดงที่เหลือก็เรียบร้อยดีแล้ว”
จากนั้นเขาก็ได้เกลี้ยกล่อมฉิงเทียน “น้องฉิง เจ้าช่วยยกโทษให้เขาทีเถอะถือว่าเห็นแก่หน้าข้าก็ได้”