ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 229 โลกความฝัน (3)
บทที่ 229 โลกความฝัน (3)
ในมุมมืดแห่งหนึ่ง ชายหัวโล้นได้ยืนตัวแสดงเวลาของเขาอย่างไม่ยินยอมเท่าไรนัก “พี่ชาย ได้โปรดอย่าเอาไปมากนะครับ ผมยังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ครับพี่!” ในเวลานี้ชายหัวโล้นทำท่าเหมือนอยากจะร้องไห้มาก
“ได้ๆ ไม่ต้องกังวล ผมไม่ปล่อยให้คุณตายหรอกน่า” ฉิงเทียนหัวเราะแล้วหยิบเอาเครื่องบอกเวลาของชายหัวโล้นมา ซึ่งพบว่ามีถึง 1,000 ชั่วโมง
ฉิงเทียนจึงได้หัวเราะขึ้นมา เขาไม่คิดว่าเขาจะพบ NPC ที่ค่อนข้างรวยได้เร็วขนาดนี้ ชายหัวโล้นนั้นพยายามที่จะชักแขนกลับ แต่ฉิงเทียนก็ได้ดึงแขนของเขาออกมาแล้วพูด “ไม่ต้องกังวลหรอกน่า ผมไม่ได้อยากเอาชีวิตคุณหรอก” พูดตบเขาก็ได้เอาเครื่องบอกเวลาของเขามาใกล้ๆกับของชายหัวโล้น แล้วทันใดนั้นเวลาของชายหัวโล้นก็ได้ถูกถ่ายโอนออกมา แล้วเวลาฉิงเทียนก็ได้เพิ่มขึ้นมา 500 ชั่วโมง
จากนั้นเขาก็ปล่อยแขนของชายหัวโล้นไปแล้วพูดขึ้น “นี่ถือว่าผมเมตตามากแล้วนะ แล้วเจอกันคราวหน้า”
“ไม่พบคุณอีกจะดีกว่านะ” ชายหัวโล้นบ่นพึมพำด้วยเสียงค่อยๆ
แล้วฉิงเทียนก็ได้เดินจากไปด้วยรอยยิ้ม การปล้นนี่มันหาเงินได้ไวจริงๆน้า
เมื่อฉิงเทียนเดินกลับเข้ามาเขาก็พบหญิงสาวในชุดกี่เพ้าที่ดูสวยงามและทันสมัย จุดที่เป็นรอยผ่ายาวได้เผยให้เห็นต้นขาของเธอ เผยให้เห็นความน่าหลงใหลและเซ็กซี่ หน้าอกที่อวบอิ่มและเอวที่บาง รวมเข้ากับผิวหน้าที่นุ่มนวลและเป็นเงาราวกับเป็นเครื่องลายคราม และที่ไหล่ของเธอก็ปกคลุมไปด้วยเส้นผมที่สีราวกับดอกลาเวนเดอร์ เธอเป็นหญิงสาวที่ดูราวกับเป็นคนที่อยู่ในรูปภาพ แต่ใบหน้าของเธอนั้นดูเย็นชา และหน้าของเธอนั้นดูคุ้นเคยอย่างมาก ซึ่งเมื่อดูดีๆก็พบว่าหน้านั้นละม้ายคล้ายคลึงกับแฟนของเขาซูเสวี่ยนั่นเอง
“บ้าเอ๊ย, เจ้าปีศาจนั่นมันอ่านความทรงจำของเรารึยังไงนะ?” ฉิงเทียนพูดด่ามันในใจ ถ้าไม่ใช่อย่างที่เขาคิด จะมีใบหน้าของแฟนของเขาในภาพลวงตาของเขาได้อย่างไร “แต่การแต่งตัวแบบนี้ซูเสวี่ยไม่เคยใส่มาก่อนเลยแฮะ ถ้าเรากลับไปคราวนี้ ให้ซูเสวี่ยลองแต่งแบบนี้ดูดีกว่า” ฉิงเทียนคิด
“เป็นคุณเองสินะที่ก่อปัญหาวุ่นวายที่ร้านของฉันเมื่อสักครู่!” ในตอนนั้นเองNPCที่หน้าคล้ายซูเสวี่ยก็ได้คิ้วขมวดมองมาที่ฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น
ฉิงเทียนก็ได้มองไปที่ NPC ที่อยู่ตรงหน้าเขา แต่แทนที่จะตอบคำถามของเธอฉิงเทียนกลับถามกลับไป “คุณเป็นใครงั้นเหรอครับ? แล้วนี่ร้านของคุณเหรอ?”
“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่ชื่อว่าเฉียงเวย(กุหลาบ)” เธอตอบและมองมาที่ฉิงเทียน ถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็น NPC ในโลกจินตนาการนี้ และทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นมาโดยปีศาจจิตใจ แต่ในโลกจินตนาการนี้ NPC เหล่านี้ล้วนมีความคิดเป็นของตัวเอง และพวกเขาก็ไม่ได้ถูกควบคุมอย่างสิ้นเชิงโดยปีศาจจิตใจ
“เฉียงเวย ร้านกุหลาบ ชื่อดีนี่นา” ฉิงเทียนพูดชื่อของเธอและคิดว่าเหมือนชื่อเหล้าชนิดหนึ่ง
เฉียงเวยมองไปที่ฉิงเทียนที่เมินคำถามของเธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ “ถ้าคุณจะมาก่อปัญหาที่นี่ ร้านของฉันไม่ยินดีต้อนรับคุณ!”
โดยไม่รอให้ฉิงเทียนได้ตอบ เธอก็ได้กระแทกส้นสูงของเธอแล้วเดินหายเข้าไปในแสงไฟสลัวๆนั้น
“โลกนี้ชักน่าสนุกมากขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ!” ฉิงเทียนจึงได้ยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แล้วมองไปที่ด้านหลังของเฉียงเวยที่เดินห่างออกไป “ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าจะได้พบคนรู้จักของเราในโลกนี้มากแค่ไหนกันนะ?”
ที่ตึกระฟ้าที่เจ้าปีศาจจิตใจอาศัยอยู่นั้น ในเวลานี้เจ้าปีศาจจิตใจกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประธานและกำลังฟังรายงานของลูกน้องของเขา “ท่านประธานครับ พวกเราพบคนที่ท่านต้องการให้หาแล้วครับ ตอนนี้เขาอยู่ที่ร้านกุหลาบในเขตโรงงานครับ จะให้พวกเราตามล่าแล้วฆ่าเขาเลยไหมครับ?”
“ฆ่าเขาได้ทันทีที่พบเขา!” ปีศาจจิตใจตอบอย่างสบายๆ ขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้แล้วนั่งไขว่ห้าง
“ได้ครับ ท่านประธานจะรีบดำเนินการเดี๋ยวนี้ครับ!”
……………….
ร้านกุหลาบ ฉิงเทียนกำลังนั่งอยู่ในร้านมือถือแก้ววอดก้าอยู่และมองไปที่กลุ่มคนชายหญิงที่กำลังเมาอยู่บนเวที แล้วในใจของเขาก็คิดว่าจะหาทางทำลายภาพลวงตานี้อย่างไรดี
ส่วนหนึ่งของภาพลวงตานี้เจ้าปีศาจน่าจะสร้างมาจากความทรงจำของเขา นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้ควบคุมโลกนี้ได้แบบเบ็ดเสร็จ อย่างมากเขาก็น่าจะมีอำนาจอย่างมากในโลกจินตนาการนี้ และเขาอาจจะต้องการให้เราติดอยู่ในโลกนี้ไปตลอด ไม่ก็สั่งให้ใครสักคนมาฆ่าเขาแน่ๆ! สิ่งที่เราควรจะทำตอนนี้คือรอจนกว่าเจ้าปีศาจจิตใจจะพบเขาเอง แล้วจากนั้นก็แอบสะกดรอยตามเขา ฉิงเทียนทำการวิเคราะห์ในใจอย่างต่อเนื่อง!
“ตอนนี้ก็ขอเรามีความสุขกับโลกที่แกอุตส่าห์ทำให้สักหน่อยก็แล้วกัน” ฉิงเทียนดื่มวอดก้าจนหมดแก้ว แล้วทันใดนั้นเองก็มีกลุ่มชายร่างโตยืนอยู่ที่หน้าร้าน นำมาด้วยผู้ชายที่คล้ายลิงใส่สูท แล้วเตะประตูร้านและพูดด้วยเสียงที่ดังลั่น “เฉียงเวยออกมา! กำหนดจ่ายค่าเช่าร้านนี้เหลืออีก 2 วัน ถ้าเธอไม่ยอมจ่าย ร้านนี้จะต้องตกเป็นของพวกเรา!”
เหล่าชายหญิงที่อยู่ในร้านนั้นกลับไม่มีใครที่รู้สึกถึงการมาของคนพวกนี้เลย บางทีพวกเขาอาจจะรู้แต่เคยชินแล้วก็ได้
แต่อย่างไรก็ตาม บริกรคนหนึ่งก็ได้รีบวิ่งเข้าไปข้างในเพื่อไปเรียกเฉียงเวย
ส่วนฉิงเทียนที่นั่งอยู่ในร้านก็ได้มองไปที่คนเหล่านี้อย่างสงสัยและยิ้มย่องในใจ: ดูเหมือนว่าเฉียงเวยจะโดนหาเรื่องซะแล้ว! เรารอชมการแสดงดีๆดีกว่า
แล้วคนที่เหมือนลิงผอมเมื่อเห็นเฉียงเวยนั้นออกมาแล้ว ก็ได้หยุดทำท่าจองหองเมื่อสักครู่แล้วรีบไปหาเฉียงเวยทันทีแล้วพูดขึ้น “เจ๊เฉียงเวย ร้านของคุณถึงกำหนดจ่ายแล้วนะ!”
เฉียงเวยก็ได้นั่งที่บาร์แล้วบอกให้บริกรเสิร์ฟไวน์แดงแก้วหนึ่งให้เธอ แล้วเธอก็หยิบแก้วไวน์นั้นขึ้นมาแล้วถือไว้ตรงหน้าของเธอ เธอจ้องมองไปที่ไวน์ในแก้วที่แดงราวกับเลือดและพูดอย่างใจเย็น “มันถึงเวลาแล้วอย่างนั้นเหรอ? ทำไมเจ้านายของคุณถึงได้รีบร้อนนัก?”
“นี่เจ๊เฉียงเวย พวกเราต่างก็เป็นคนมีชื่อเสียงดังนั้นจะไม่พูดอ้อมค้อม คุณเป็นอย่างไร ร้านนี้เป็นอย่างไร หัวหน้าของพวกเรารู้อย่างชัดเจนดีอยู่แล้ว” ชายผอมพูดด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าอย่าทำตัวเป็นคนโง่ไปหน่อยเลย
“จากนั้นเขาก็นั่งลงที่เก้าอี้ตรงบาร์อีกตัวแล้วพูดขึ้น “นี่เจ๊เฉียงเวย หัวหน้าของพวกเราบอกว่า หากคุณยอมตกลงเป็นภรรยาเขา ร้านนี้ก็จะตกเป็นของคุณ อย่าว่าแต่ร้านนี้เลยจะอีกสัก 10 ร้าน เขาก็ยกให้คุณได้”
“คุณกลับไปเสียเถอะ แล้วบอกกับลูกพี่ของคุณด้วยว่า มันเป็นไปไม่ได้!” เฉียงเวยพูดด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยน
เมื่อได้ยินที่เฉียงเวยบอกปฏิเสธ ชายผอมคนนั้นก็ได้เปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มเป็นเย็นชาแล้วพูดขึ้น “เฉียงเวยทำไมถึงได้ไร้ยางอายนัก หัวหน้าของพวกเราเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเธอแท้ๆ แล้วจะเตือนเธอเอาไว้นะ ร้านนี้ยังค้างชำระกับพวกเราเป็นจำนวน 10,000 ชั่วโมง”
“แล้วยังไง, ยังไม่ถึงเวลาจ่ายนี่นา” เฉียงเวยพูดอย่างไม่พอใจ แต่จริงๆแล้วเธอกำลังกระวนกระวายอย่างมาก
“ก็ได้ ในเมื่อคุณพูดอย่างนั้น ผมก็จะรอดูคุณพรุ่งนี้ ว่าคุณจะหามาพอจ่ายหรือไม่?” ชายผอมพูดอย่างไม่สุภาพแล้วเดินออกไปพร้อมกับลูกน้องของเขา
ส่วนฉิงเทียนที่นั่งดูสถานการณ์อยู่ข้างๆนั้นก็ได้คิ้วขมวดขึ้นมา ถึงแม้เขาจะรู้ว่านี่เป็นของปลอม แต่เฉียงเวยกับซูเสวี่ยก็มีใบหน้าเหมือนกันราวกับออกมาจากฝักเดียวกันจริงๆ
ใบหน้าที่น่าสงสารของเธอตอนที่เจอกับเรื่องที่ยากๆนั้นทำให้ฉิงเทียนรู้สึกหดหู่ใจขึ้นมา
“เฮ้อ ทำไมเขาถึงได้ใส่ใจกับNPCปลอมๆแบบนี้ด้วยนะ?” ฉิงเทียนถอนหายใจ แต่ฉิงเทียนก็ลองคิดดูว่าเขาทำอย่างไรถึงจะหา 10,000 ชั่วโมงมาได้นะ
ถ้าเขาอยากที่จะได้ 10,000 ชั่วโมงในเวลาสั้นๆ เขาก็จะต้องออกปล้นNPCในโลกจินตนาการนี้ แต่มันก็ไม่ใช่ตัวเขาเลยแม้แต่น้อย ถ้าไม่มีคนมาหาเรื่องเขาก่อน เขาก็จะไม่ทำใครก่อนเช่นกัน ซึ่งก็เหลืออีกวิธีนึงที่จะสามารถหาชั่วโมงมาได้ไวๆ นั่นก็คือการพนันนั่นเอง!
แต่เขาก็ไม่รู้เลยว่าเขาจะสามารถเล่นชนะในโลกจินตนาการได้หรือเปล่า ในเมื่อตอนนี้เขาใช้พลังวิญญาณไม่ได้เลย แต่ก็ต้องลองดูสักตั้ง ฉิงเทียนตัดสินใจแล้ว
“ว่าไงฉิงเทียน สนุกบ้างรึเปล่า?” จู่ๆเจ้าดำที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนมาก็ได้โผล่ออกมา และตบไหล่ของฉิงเทียนแล้วมองเขาด้วยแววตาที่ชั่วร้าย
ฉิงเทียนก็ได้ถามเขาทันที “เจ้าดำ แถวนี้มีบ่อนบ้างไหม? ผมอยากจะเสี่ยงโชคสักหน่อย”
เมื่อเจ้าดำได้ยินที่ฉิงเทียนถามว่าอยากจะไปเล่นการพนัน สีหน้าของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที “ฉิงเทียน บ่อนพนันน่ะไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างพวกเราจะไปแตะต้องได้เลยนะ ลำพังค่าแรงที่พวกเราได้ในแต่ละเดือนก็แทบจะเดือนชนเดือนอยู่แล้ว ถ้าหากแกแพ้พนันขึ้นมาแกได้ตายแน่ ล้มเลิกความคิดซะเถอะ!”
ฉิงเทียนไปคิดว่า NPC คนนี้จะเกลี้ยกล่อมให้เขาห่างไกลจากการพนันซะด้วย แล้วเขาก็ได้ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “ไม่ต้องกังวลไปผมก็แค่อยากเห็นเฉยๆน่ะเจ้าดำ”
เจ้าดำมองไปที่ฉิงเทียนที่กระตือรือร้นอยู่สักพักใหญ่ก่อนที่จะพูดขึ้น “ก็ได้ ในเมื่อแกต้องการเช่นนั้น ฉันก็จะพาไปดู แต่แกจะต้องห้ามเล่นเด็ดขาดเลยนะ!” สุดท้ายเขาก็ยอมแต่ก็ยังมีพูดเตือน
“โอเค โอเค ช่วยพาผมไปดูที!”
ออกจากร้านกุหลาบไป เจ้าดำก็ได้พาฉิงเทียนเดินไปตามตรอก
ในตรอกมืดๆแห่งนี้ ฉิงเทียนก็พบย่านกิน, ดื่มและการพนัน มีทั้งบาร์, ร้านอาหาร, หอคณิกาและบ่อนพนัน ล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่ไม่สามารถเปิดท่ามกลางแสงอาทิตย์ได้
แล้วเจ้าดำก็ได้มายืนอยู่ข้างหน้าร้านแห่งหนึ่งที่มีป้ายกะพริบเล็กๆติดอยู่เขียนว่าบ่อนพนัน