ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 261 อาวุธวิเศษประจำตัว
บทที่ 261 อาวุธวิเศษประจำตัว
แค่เพียงฉิงเทียนคิด กระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้มาปรากฏอยู่ในมือของฉิงเทียนจริงๆ
ตัวกระบี่นั้นมีความยาวสองเท้าหนึ่งนิ้ว ตัวกระบี่นั้นมีสีขาวเงินและบางมากและสะท้อนแสงออกมาได้หน่อยๆ ที่ตัวด้ามกระบี่มีรูปร่างราวกับสายฟ้าสีเงินและดูสง่างามมาก ส่วนใบกระบี่นั้นมีความคมอย่างมากดูน่ากลัว
หลังจากที่ฉิงเทียนลองใส่พลังวิญญาณลงไปที่กระบี่ จู่ๆกระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้ส่งเสียงเปรี๊ยะๆออกมา! และมีสายฟ้ามากมายออกมาห่อหุ้มตัวกระบี่เอาไว้!
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ได้ทำให้ฉิงเทียนทึ่งอย่างมาก กระบี่เล่มนี้ดูธรรมดามากที่สุดแล้วตอนที่อยู่ที่เอี๋ยวฉือ แต่ตอนนี้เพียงแค่ฉิงเทียนใส่พลังวิญญาณลงไปนิดหน่อยมันก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมากแล้ว!
เมื่อเห็นสีหน้าที่ตกตะลึงของฉิงเทียนแล้ว เพ่าฟูก็ได้ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ “นายท่านเห็นไหม ข้าเลือกให้นายท่านไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ!”
“ไม่ผิด ไม่ผิดเลยเพ่าฝู เธอนี่มันสุดยอดจริงๆเลย!” ฉิงเทียนลองรำกระบี่ด้วยกระบี่อัสนีสวรรค์ในมือของเขา หลังจากที่ลองใช้ไปได้พักหนึ่งฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณในร่างของเขานั้นถูกใช้ไปถึง 70-80% แล้ว!”
ฉิงเทียนพูดแล้วก็ส่ายหัว “ทำไมกระบี่อัสนีสวรรค์ถึงได้ใช้พลังวิญญาณมากขนาดนี้นะ?”
“กระบี่อัสนีสวรรค์ของนายท่านนั้นเป็นถึงอาวุธเซียนระดับสูงนะเจ้าคะ ซึ่งปกติจะต้องใช้พลังเซียนในการใช้งานด้วยซ้ำ แต่นี่นายท่านกลับใช้ได้โดยอาศัยแค่พลังวิญญาณเท่านั้น นายท่านยังจะไม่พอใจอีก!” เพ่าฝูพูดบ่นเจ้านายของเธอเอง
ฉิงเทียนจึงได้ลูบจมูกของเขาอย่างเขินๆแล้วถามกลับ “พลังเซียนกับพลังวิญญาณต่างกันด้วยเหรอ? ผมไม่คิดว่ามันต่างกันมากเลยนะ เพราะผมก็ใช้ฝึกได้ตามปกติตอนอยู่บนโลกเซียนแต่แค่ฝึกได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น”
เพ่าฝูได้เอามือน้อยๆของเธอทั้งสองข้างจับที่หัวตัวเองอย่างปวดหัว แล้วมองไปที่เจ้านายของเธอเองอย่างพูดอะไรไม่ถูก ทำไมเขาถึงได้ไม่เข้าใจเรื่องของสามัญสำนึกในโลกของการฝึกตนบ้างเลยนะ? ดูเหมือนว่าเธอจะต้องปรับความเข้าใจของเขาใหม่เสียแล้ว!
“แน่นอนอยู่แล้วว่ามันต้องต่างกันอย่างมากเลยล่ะเจ้าค่ะระหว่างพลังเซียนกับพลังวิญญาณเนี่ย เหมือนกับน้ำมันเบนซินกับน้ำมันก๊าดเครื่องบินเลย โดยทั่วไปน้ำมันเบนซินนั้นจะใช้ขับเคลื่อนได้แค่รถเท่านั้น ถ้าเกิดท่านใช้น้ำมันเบนซินไปขับเครื่องบินก็ได้ต้องไม่ได้แน่ๆอยู่แล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
“แล้วพลังวิญญาณเนี่ยก็เหมือนกับน้ำมันเบนซิน และพลังเซียนก็เหมือนกับน้ำมันก๊าดเครื่องบิน และอาวุธเซียนนั้นก็เปรียบได้กับเครื่องบินนั่นแหละเจ้าค่ะ ซึ่งคนอื่นๆเขาใช้พลังเซียนในการใช้อาวุธเซียนเท่านั้น แต่นายท่านกลับใช้พลังวิญญาณกับอาวุธเซียนได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่มันจะใช้พลังวิญญาณมากขนาดนั้น แล้วก็ถ้าไม่ใช่เพราะกระบี่อัสนีสวรรค์เป็นอาวุธวิเศษของนายท่านแล้วล่ะก็ ต่อให้นายท่านใช้พลังวิญญาณมากขนาดไหนก็ใช้การไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ!” เพ่าฝูอธิบายยืดยาวในรวดเดียว
หลังจากที่เพ่าฝูอธิบายเสียยืดยาว ฉิงเทียนก็เริ่มเข้าใจขึ้นมา เดิมทีอุปกรณ์เซียนนั้นจำเป็นต้องใช้พลังเซียนเท่านั้น แน่นอนว่าอาวุธวิเศษประจำตัวของเขานั้นเป็นกรณีพิเศษ ทำให้ฉิงเทียนเปลี่ยนความคิดในหัวของเขาและคิดว่าไม่ใช่อาวุธเซียนทุกอย่างที่จะต้องเสียสละและทุ่มเทอย่างมาก
“แล้วทำไมทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรกับกระบี่เล่มนี้เลยแท้ๆ แต่ทำไมถึงกลายมาเป็นอาวุธประจำตัวของผมได้ซะอย่างนั้นเพราะเข้ากันได้อย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนถามอย่างสงสัย
แล้วเพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ก็ได้เริ่มอธิบายต่อ “นั่นคือเห็นผลที่ว่าทำไมข้าถึงได้บอกให้ท่านเลือกกระบี่อัสนีสวรรค์มายังไงล่ะเจ้าคะ กระบี่อัสนีสวรรค์นั้นเดิมทีเป็นของจักรพรรดิผานกู่ จักรพรรดิผานกู่นั้นได้ใช้สายฟ้าวิบัติในการสร้างมันขึ้นมาหลังจากที่ผ่านไป 999 ปี และทันทีที่กระบี่เล่มนี้ปรากฏออกมาสวรรค์ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงทันที เมื่อสายฟ้าวิบัติรู้เข้าว่ามีคนเอาตัวเองมาใช้ทำกระบี่ จึงได้ส่งสายฟ้าวิบัติ 81 ครั้งเพื่อทำลายกระบี่เล่มนี้”
“แต่จักรพรรดิผานกู่ก็ได้รับเอง 70 ครั้งแรก ส่วนอีก 11 ครั้งที่เหลือก็ได้ใช้กระบี่อัสนีสวรรค์รับแทน ถึงแม้ว่ากระบี่อัสนีสวรรค์นั้นจะเสียหายไม่มากนักภายใต้สายฟ้าวิบัติ 11 ครั้ง แต่แกนกลางของมันก็เสียหายหนัก พลังของมันจึงได้ลดลงไปอย่างมาก จักรพรรดิผานกู่จึงไม่ค่อยได้ใช้กระบี่เล่มนี้มากนักและเขามักใช้กระบี่เล่มนี้ประดับพระราชวังของเขา!” ท้ายที่สุดเสียงของเพ่าฝูก็ดูผิดหวังหน่อยๆ
หลังจากที่ได้ยินที่เพ่าฝูเล่าแล้ว ฉิงเทียนก็เริ่มสงสัยถึงตัวตนที่แท้จริงของเพ่าฝูมากขึ้นเรื่อยๆ กระบี่อัสนีสวรรค์เล่มนี้ทรงมากนักถ้าองค์เง็กเซียนทราบเรื่องนี้เขาคงจะไม่ยอมยกกระบี่เล่มนี้ให้เขาง่ายๆอย่างแน่นอน จึงเป็นไปได้ว่าองค์เง็กเซียนเองก็ไม่ทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของกระบี่อัสนีสวรรค์!
แต่เพ่าฝูกลับรู้ถึงความลับเรื่องนี้ ทั้งๆที่องค์เง็กเซียนยังไม่ทราบเรื่องนี้เลย ทำให้ฉิงเทียนนั้นสงสัยถึงตัวตนของเพ่าฝูมากขึ้นกว่าเดิม แต่ฉิงเทียนนั้นยังไม่คิดที่จะถาม ในเมื่อเพ่าฝูนั้นไม่คิดที่จะเล่าก็แสดงว่าเธอคงมีเหตุผลของเธอเองอยู่ เอาไว้รอให้เธออยากเล่าออกมาเอง
ฉิงเทียนจึงได้เปลี่ยนเรื่องแล้วถามอย่างสงสัย “ถ้าเช่นนั้นแล้วทำไมผมถึงยังรู้สึกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ของกระบี่อัสนีสวรรค์ได้อยู่ล่ะ?”
เพ่าฝูที่หายหดหู่แล้วก็ได้ตอบเขาอย่างร่าเริง “นายท่านเจ้าคะ ก็เพราะสายฟ้าในมือของหยวนยิงของท่านเดิมทีมันคือสายฟ้าวิบัติ แต่ถึงแม้จะเป็นแบบอ่อนแรงแล้วแต่ก็ยังเป็นสายฟ้าวิบัติอยู่ ซึ่งสำหรับกระบี่อัสนีสวรรค์ที่ทำมาจากสายฟ้าวิบัติแล้วมันก็คืออาหารอันโอชะของมัน มันจึงไม่รอช้าที่จะเขมือบสายฟ้านั้นเข้าไป และด้วยการที่สายฟ้าวิบัตินั้นเป็นของนายท่านเมื่อกระบี่อัสนีสวรรค์ได้เขมือบมันเข้าไป มันจึงได้ทำการยอมรับนายท่านเป็นเจ้านายของมันทันที แล้วเข้าไปรวมตัวกับหยวนยิงของท่านโดยที่ไม่ต้องหยดเลือดเลยแม้แต่น้อย ทำให้กระบี่อัสนีสวรรค์กลายเป็นอาวุธวิเศษประจำตัวของท่านไป
“ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเช่นนี้!” ฉิงเทียนพูดอย่างตื่นเต้นเขานั้นคิดไม่ถึงว่าเขาจะได้มีโอกาสเช่นนี้ด้วย ที่ปล่อยให้อุปกรณ์เซียนเข้าไปหลอมรวมกับตัวเขาทันทีเช่นนี้ ทำให้เขาเกิดสงสัยขึ้นมาว่าจะเป็นอะไรบ้างในภายหลังรึเปล่านะ
แต่เขาก็ยินดีได้ไม่นานนัก ฉิงเทียนก็พลันนึกถึงปัญหาสำคัญขึ้นมาได้ กระบี่อัสนีสวรรค์นั้นใช้พลังวิญญาณสิ้นเปลืองอย่างมาก จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเอามาใช้สู้ได้ในปัจจุบันทำให้เขารู้สึกเสียรสชาติขึ้นมายังไงอย่างงั้น
เพ่าฝูนั้นเข้าใจถึงความกังวลของฉิงเทียนได้ในทันที เธอก็ได้หัวเราะขึ้นมาในทะเลความรู้ “นายท่านนี่โง่จังเลยเจ้าคะ ทำไมนายท่านไม่หาอาวุธวิเศษชิ้นอื่นมาใช้ก่อนที่นายท่านจะได้กลายเป็นเซียนล่ะเจ้าคะ”
“ให้ผมหาอาวุธวิเศษชิ้นใหม่อย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนถามอย่างสงสัย “เพ่าฝู, ไม่ใช่ว่าคนคนหนึ่งจะมีอาวุธประจำตัวได้ชิ้นเดียวไปตลอดชีวิตไม่ใช่รึ?”
“ก็ใช่ค่ะ คนคนหนึ่งจะมีอาวุธประจำตัวได้ชิ้นเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนคนหนึ่งจะมีอาวุธวิเศษได้ชิ้นเดียวเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เพ่าฝูเอามือแตะหน้าผากแล้วอธิบาย “ผู้บำเพ็ญตนคนหนึ่งนั้นจะมีอาวุธวิเศษประจำตัวเพียงชิ้นเดียว แต่สามารถใช้อาวุธวิเศษสักหมื่นสักแสนชิ้นได้เจ้าค่ะ ตราวเท่าที่มีที่ในจิตศักดิ์สิทธิ์เพียงพอ”
ในเวลานี้เอง เพ่าฝูก็ได้อธิบายเรื่องสามัญสำนึกเกี่ยวกับระดับต่างๆของอาวุธวิเศษ และความต่างระหว่างอาวุธวิเศษประจำตัว และอาวุธวิเศษทั่วไป!
ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำให้ฉิงเทียนตาสว่างขึ้นมา เมื่อใดที่อาวุธชิ้นนั้นถูกใช้งานในโลกของผู้บำเพ็ญตนแล้ว ต่างก็จะถูกเรียกรวมๆว่าอาวุธวิเศษ
อุปกรณ์วิเศษ อุปกรณ์สมบัติ และอุปกรณ์วิญญาณนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับได้แก่ ระดับต่ำ, ระดับกลาง, ระดับสูง! และยังมีอาวุธวิเศษที่ถูกแบ่งออกมาอยู่ในระดับพิเศษ นั่นก็คืออาวุธวิเศษประจำตัวนั่นเอง!
อาวุธวิเศษประเภทนี้นั้นสามารถที่จะเพิ่มความระดับขึ้นมาเรื่อยๆได้ ตราบเท่าที่เจ้าของอาวุธนั้นมีทรัพยากรมากพอ แม้แต่อาวุธวิเศษระดับต่ำก็สามารถที่จะกลายเป็นอาวุธวิเศษระดับสูงได้เช่นกัน
และเพราะอาวุธวิเศษประจำตัวนั้นเป็นของที่ผู้บำเพ็ญตนต้องใช้ทุกวัน และเหล่าผู้บำเพ็ญตนนั้นจะมีอาวุธประจำตัวได้เพียงแค่ชิ้นเดียว ดังนั้นถ้าอาวุธวิเศษประจำตัวเกิดถูกทำลาย ก็จะแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบำเพ็ญตนให้ระดับสูงขึ้นไปได้อีกในอนาคต!
และด้วยความจริงข้อนี้เลยทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญตนต่างก็ไม่ค่อยใช้อาวุธวิเศษประจำตัว เว้นแต่จะถึงจุดที่ชี้เป็นชี้ตายจริงๆ