ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 262 เจ้าที่
บทที่ 262 เจ้าที่
“เพ่าฝู แล้วผมพอจะมีอาวุธวิเศษได้กี่ชิ้นกัน?” ฉิงเทียนพูดอย่างตื่นเต้นขึ้นมา เดิมทีฉิงเทียนนั้นก็ตื่นเต้นอยู่แล้วที่ในที่สุดก็มีอาวุธวิเศษเป็นของตัวเอง ที่เขาเหมือนได้ทำความฝันให้เป็นจริงที่จะบินไปบนท้องฟ้าด้วยกระบี่ได้
แต่ทว่าใครจะไปคาดคิดว่าอาวุธวิเศษของเขานั้นจะสุดยอดเกินไปจนเขาไม่สามารถใช้การได้ ราวกับคนที่ได้ภูเขาทองคำมา และดีใจที่จะได้ใช้ชีวิตเยี่ยงเศรษฐีและกลายเป็นคนมีชื่อเสียง แต่จู่ๆก็พบว่าภูเขาทองคำนั้นเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด ทำให้เขาไม่สามารถที่จะขนย้ายไปได้และได้แต่มองดูด้วยความอยาก
หลังจากที่เพ่าฝูได้อธิบายเรื่องความรู้เกี่ยวกับอาวุธวิเศษให้ฟังแล้ว ฉิงเทียนก็รู้สึกเหมือนได้พบก้อนทองคำเล็กๆขึ้นมาที่กระจายอยู่รอบๆภูเขาทองคำ! ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถทำให้เขาร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีได้จริงๆ แต่ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องจะอดอยากแล้ว
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้ตื่นเต้นขึ้นมาอีกที่เขาจะได้ทานจนพุงกางเสียที! อาวุธวิเศษแบบไหนที่จะเหมาะสมกับระดับพลังของเขาบ้าง
หลังจากที่นิ่งคิดอยู่แปบนึง เพ่าฝูก็ได้ให้คำตอบแล้วพูดขึ้น “นายท่านเจ้าคะ ถึงแม้ว่านายท่านจะมีระดับพลังอยู่แค่ระดับหยวนยิง แต่นายท่านก็มีจิตศักดิ์สิทธิ์อยู่ในระดับตู้จี๋กลางๆแล้ว ข้าแนะนำให้นายท่านควรจะมีอุปกรณ์วิเศษสักสองชิ้น ชิ้นหนึ่งเอาไว้รุกและอีกหนึ่งเอาไว้รับ!”
“มีได้แค่สองชิ้นเองเหรอแถมยังแค่อุปกรณ์วิเศษอีกต่างหาก!” ฉิงเทียนรู้สึกผิดหวังขึ้นมา! เดิมทีฉิงเทียนคิดว่าเขานั้นน่าจะมีสักน้อยๆ 10-20 ชิ้น ถึงแม้ว่าจำนวนจะไม่มีแต่อย่างน้อยๆก็น่าจะอยู่ในระดับอาวุธเซียน! แต่ไม่คิดว่าเพ่าฝูนั้นจะแนะนำให้เขามีได้แค่สองชิ้นแล้วยังได้แค่อุปกรณ์วิเศษอีกต่างหาก มันช่างห่างไกลจากที่เขาหวังเอาไว้มากนัก
เพ่าฝูที่ได้ยินนายท่านพูดอย่างหดหู่ก็ได้ยิ้มแล้วพูดขึ้น “นายท่านยังดีกว่าคนอื่นๆอีกนะ! คนอื่นๆในระดับหยวนยิงนั้นมีอุปกรณ์วิเศษได้แค่ชิ้นเดียวเท่านั้นเองนะเจ้าค่ะ”
“นั่นมันไม่จริงหรอกที่นักพรตระดับหยวนยิงจะมีอุปกรณ์วิเศษได้แค่ชิ้นเดียว เพ่าฝูเธอไม่ได้หลอกผมหรอกใช่ไหม? ผมเคยเห็นในนิยายมาก่อนนะนักพรตระดับหยวนยิงนั้นจะทรงพลังมากและเคลื่อนย้ายภูเขาได้ด้วย และยังสามารถไปสวรรค์ได้อีกต่างหาก ซึ่งมันต่างจากที่เธอพูดลิบลับเลยนะ” ฉิงเทียนถามกลับอย่างสงสัย ว่าความเป็นจริงทำไมมันถึงได้ต่างมากขนาดนั้น? เดิมทีฉิงเทียนนั้นคิดว่าเขาน่าจะที่สุดยอดมากแล้วตอนที่ตัวเขาได้ฝึกวิชาถึงในระดับหยวนยิง
เพ่าฝูจึงได้หัวเราะร่าออกมา “นายท่าน น่าจะรู้นะว่าสิ่งที่ท่านพูดขึ้นมานั้นมันก็เป็นแค่นิยายเท่านั้น ของพวกนั้นมันเป็นแค่เรื่องแต่งเท่านั้นแหละเจ้าค่ะ! ระดับหยวนยิงนั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากวัวตัวหนึ่งในโลกเซียนนั่นแหละเจ้าค่ะ”
“แล้วถ้าเป็นบนโลกล่ะ?” ฉิงเทียนรีบถามกลับอย่างไว อย่างไรเสียฉิงเทียนก็ไม่ได้คิดที่จะกลับไปบนโลกเซียนอยู่แล้วถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆ ดังนั้นเขาไม่สนใจว่าตัวเขาจะเป็นเช่นไรในโลกเซียน สิ่งที่เขาสนใจคือเรื่องบนโลกต่างหากว่าจะเป็นเช่นไรด้วยระดับพลังของเขาในปัจจุบัน
เพ่าฝูมองดูฉิงเทียนด้วยท่าทีที่หมดความอดทน และทำให้เธอตั้งการ์ดขึ้นมาเมื่อคิดว่าตั้งแต่ที่เธอตื่นขึ้นมานั้น นายท่านของเธอก็เอาแต่ถามคำถามตลอด โดยไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยทำให้เธอหมดความอดทนมากขึ้นเรื่อยๆ “เรื่องนี้….ขอข้าคิดดูก่อนก็แล้วกัน อาจจะใช้เวลานึกนานหน่อย! อ๊ะ ข้าตอบคำถามนายท่านไปก็เยอะแล้วนี่นา ความคิดของข้าคงจะรวนหมดแล้วล่ะมั้ง?”
เมื่อเห็นท่าทีของเพ่าฝูแล้ว ฉิงเทียนก็ได้รีบเปลี่ยนน้ำเสียงและง้อเพ่าฝู “เพ่าฝูจ๋า เพ่าฝูคนดีของผม ผู้ที่น่ารักและสวยที่สุดแล้วยังใจดีอีกด้วย ได้โปรดช่วยบอกนายท่านของเจ้าหน่อยนะ!”
“ไม่บอกหรอก ข้าอธิบายจนปากแห้งหมดแล้ว! แต่นายท่านก็ยังเอาแต่ถามไม่หยุด!” เพ่าฝูทำจมูกที่น่ารักของเธอย่น!
“ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มน้ำก่อนนะ ดื่มน้ำ” แล้วฉิงเทียนก็ได้รินน้ำวิญญาณจากในแหวนใส่แก้วแล้วยื่นให้กับเพ่าฝู
“ฮี่ฮี่ นายท่านนี่บ้าจริงๆเลย ผู้ที่มีแต่ร่างจิตไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำหรอกนะ! เอาเถอะเห็นแก่นายท่านที่ยังอุตส่าห์เป็นห่วงคนอื่น ข้าจะบอกนายท่านให้หน่อยก็ได้!” เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ก็ได้ทำปากโค้งราวกับจันทร์เสี้ยว แล้วลักยิ้มของเธอก็ได้เผยให้เห็นเป็นหลุมลึก
“เพ่าฝูของผมสุดยอดที่สุดเลย!” ฉิงเทียนพูดชมเชยเธอ ในสายตาของฉิงเทียนนั้นเพ่าฝูนั้นคล้ายกับเด็กผู้หญิงอายุ 7-8 ขวบ
“สำหรับบนโลกแล้วนักพรตหยวนยิงนั้นอยู่แค่ในระดับล่างๆ แต่หากคำนึงถึงระดับพลังวิญญาณบนโลกในปัจจุบันแล้ว นักพรตในระดับหยวนยิงนั้นก็น่าจะอยู่ในระดับกลางๆแล้วเจ้าค่ะ
“ระดับกลางๆงั้นเหรอก็ไม่เลวเท่าไร” ฉิงเทียนผงกหัวด้วยความพอใจ เขานั้นฝึกวิชามาแค่ไม่กี่วันแต่ก็ได้กลายเป็นนักพรตระดับหยวนยิงแล้ว ถ้าหากเป็นเช่นนี้ฉิงเทียนก็เชื่อว่าถ้าเขาฝึกอีกสักร้อยปีเขาก็น่าจะบินขึ้นสวรรค์ได้!
มองไปที่ฉิงเทียนที่มีท่าทีพึงพอใจแล้ว เพ่าฝูก็อดไม่ได้ที่จะคิด: นายท่าน ท่านมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว วิชาสวรรค์โลกาของหงจวินเหล่าจู่นั้นมันไม่ได้ฝึกกันง่ายขนาดนั้นหรอก
หลังจากที่รู้ถึงระดับของตัวเองบนโลกแล้ว ฉิงเทียนก็ได้เปิดใช้จิตศักดิ์สิทธิ์แล้วก็มีตราประทับปรากฏขึ้นมาบนมือของเขา แล้วฉิงเทียนก็ได้พูดอย่างภูมิใจ “ดูนี่สิ นี่คือของรางวัลใหญ่อีกชิ้นที่ได้ ตำแหน่งเทพเจ้าที่ล่ะ!”
ในเวลานี้สิ่งที่ฉิงเทียนเอาออกมาคือรางวัลใหญ่อีกรางวัลที่เขาได้มานอกจากกระบี่อัสนีสวรรค์ นั่นคือการได้เป็นเทพเจ้าที่ทั่วทั้งเมืองโม๋ตูรวมถึงมณฑลเจียงเจ้อและมณฑลซูเจียง และซึ่งอาจจะพูดได้ว่าทั่วทั้งจีนนั้นมีเขาคนเดียวที่เป็นเทพเจ้าที่
ฉิงเทียนจ้องไปที่ตราประทับในมือของเขา ก็พบว่าตราประทับของเขาได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย! เดิมทีนั้นเป็นตราประทับสีขาวตอนนี้ได้เปลี่ยนกลายเป็นสีเหลืองหน่อยๆหลังจากที่ได้รับพลังลึกลับเข้าไป ในเวลานี้เขาได้กลายเป็นเทพเจ้าที่แล้ว ทำให้ตราประทับเจ้าหน้าที่ของเขาได้เปลี่ยนรูปร่างไป เขาพบว่ามีตัวหนังสือสีม่วงอยู่ที่ด้านบนของตราประทับด้วยว่า “เจ้าที่”
ฉิงเทียนค่อยๆรู้สึกได้ถึงบางอย่างหลังจากที่เขาเอาตราประทับออกมา เขาจึงได้หลับตาลงเบาๆ แล้วฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงทุกสิ่งที่อยู่รอบๆบ้านของเขา มีแม้สภาพพื้นที่อยู่ในหัวของเขา ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็มีบ้านเล็กๆหลังหนึ่งเห็นอย่างเด่นชัด
มีจุดสว่างๆอยู่ต่างๆกันออกไป บ้างก็สว่างมาก บ้างก็ริบหรี่มากจนดูเหมือนจะดับได้ในเร็วๆนี้ พอฉิงเทียนเข้าไปดูใกล้ๆตรงจุดที่มีแสงก็พบว่ามันสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ไม่รู้สึกอะไรเลยในจุดที่เป็นจุดมืดๆ
“จุดสัญลักษณ์พวกนี้มันคืออะไร?” ฉิงเทียนถามอย่างสงสัย
“นายท่านเจ้าคะ จุดแสดงพวกนี้คือตำแหน่งของศาลเจ้าที่ที่อยู่ในขอบเขตการดูแลของนายท่านเจ้าค่ะ” เพ่าฝูอธิบาย
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงได้มีบางจุดสว่างบางจุดก็ริบหรี่ล่ะ?” ฉิงเทียนถาม
“นายท่านยังจำเรื่องที่จางจ้งจิ่งเคยขอให้ท่านช่วยหาลูกศิษย์ในโลกมนุษย์ให้เขาได้ไหม?” เพ่าฝูถามเขากลับแทน
ฉิงเทียนนั้นนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยช่วยเขารวบรวมลูกศิษย์อย่างคุณปู่ของซูเสวี่ยและผู้เฒ่าโจวในจิงตู
“จากนั้นนายท่านก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างตอนที่ช่วยเขารับลูกศิษย์ใช่ไหม?” เพ่าฝูตอบด้วยรอยยิ้ม
“สิ่งลึกลับนั่น สิ่งลึกลับนั่น!” ฉิงเทียนพูดซ้ำไปซ้ำมาอย่างคิ้วขมวด เมื่อเขานึกถึงเรื่องที่เขาช่วยจางจ้งจิ่งรับลูกศิษย์ได้ทีละเล็กทีละน้อย!
ในตอนนี้เองที่ฉิงเทียนก็รู้สึกยินดีขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “เพ่าฝูจุดแสงพวกนี้ก็คือพลังศรัทธานั่นเองสินะ!” ฉิงเทียนยิ้มร่าออกมาแล้วมองไปที่เพ่าฝูอย่างตื่นเต้น แล้วรอให้เธอตอบคำถามเขาออกมา!
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ! จุดพวกนี้ก็คือพลังศรัทธานั่นเอง และเป็นพลังความเชื่อที่บริสุทธิ์ด้วยเจ้าค่ะ” เพ่าฝูมองไปที่ฉิงเทียนที่มีสีหน้าตื่นเต้นแล้วตอบยืนยันเขา
“มันเป็นพลังความเชื่อจริงๆด้วย ผมอยากได้ล่ะ อยากได้” ใจของฉิงเทียนนั้นกำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี