ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 267 สายฟ้าไฟ
บทที่ 267 สายฟ้าไฟ
“นี่นายท่าน, ที่ข้าบอกไปน่ะคือนักปรุงยาทั่วๆไปน่ะ ซึ่งจริงๆแล้วยังมีนักปรุงยาที่มีพลังธาตุไฟฟ้าอยู่ด้วยนะเจ้าคะ” เพ่าฝูอธิบาย
“ว่าไงนะ? แต่ธาตุสายฟ้าไม่มีความสามารถควบคุมไฟนะ แล้วจะทำได้อย่างไร?” ฉิงเทียนถามกลับขณะที่ลองใช้พลัง ในมือของเขานั้นปรากฏสายฟ้าสีเงินขึ้นที่วิ่งไปมาราวกับงูตัวน้อย! สายฟ้าของผู้ใช้ธาตุสายฟ้านั้นจะสามารถปรุงยาได้ มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
เมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่เชื่อของนายท่านของเธอแล้ว เพ่าฝูจึงได้พูดพร้อมกับยิ้ม “นายท่านเจ้าคะ ธาตุสายฟ้าก็ใช้ผลิตไฟได้เจ้าค่ะ นายท่านลองรู้สึกที่ต่างไปจากเดิมของสายฟ้าของท่านดูสิเจ้าคะ
ฉิงเทียนจึงได้หลับตาลงและมองดูสายฟ้าในมือของเขาตามที่เพ่าฝูว่ามา
มีพลังที่พลุ่งพล่านออกมาปรากฏเต็มในหัวของฉิงเทียน ซึ่งพลังที่รุนแรงมากที่สุดในโลกที่เขาเห็นในทีวีก็คือฟ้าผ่านั้นเอง และก็ทรงพลังมากที่สุดเช่นกัน
ดังนั้นแล้วหายนะของเหล่าผู้บำเพ็ญตนเองก็คือฟ้าผ่านี่แหละ มีเพียงพลังที่ทรงพลังเช่นนั้นถึงจะเหมาะแก่การเป็นการลงทัณฑ์จากสวรรค์สำหรับเหล่าผู้บำเพ็ญตน
ขณะที่ฉิงเทียนกำลังค่อยๆจับความรู้สึกของพลังสายฟ้าที่รุนแรงอยู่นั้น ฉิงเทียนก็รู้สึกเหมือนมีเรือใบไม้ลำหนึ่งลอยอยู่ท่ามกลางทะเลสายฟ้า
“แล้วไฟล่ะ?” ร่างจิตของฉิงเทียนก็ได้กำลังพยายามมองหาไฟที่อยู่ท่ามกลางสายฟ้านั้น แต่สายตาของฉิงเทียนนั้นเต็มไปด้วยสายฟ้า และสายฟ้าเองก็ได้ตกลงมาจากฟ้าอยู่รอบๆตัวเขาผ่าลงที่พื้น
เดินอยู่ท่ามกลางโลกของสายฟ้า ฉิงเทียนก็ได้ค่อยๆมองดูรอบๆตัวเขาอย่างช้าๆเพื่อมองหาไฟ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของไฟที่อยู่รอบตัวเข้าเลยแม้แต่น้อย
แต่ในเวลานั้นเองที่จู่ๆสายฟ้าก็ได้เรืองแสงขึ้นมาอยู่หน้าร่างจิตของฉิงเทียน และพบสายฟ้าสีเงินที่กำลังลุกไหม้อยู่ที่ดอกบัว
ฉิงเทียนก็รู้สึกตื่นเต้นและตกใจ “พบแล้ว ผมพบแล้ว”
แล้วเสียงของเพ่าฝูก็ได้ดังออกมาจากทะเลความรู้ “นายท่าน ลองจับมันดูสิเจ้าคะ”
“ได้” ฉิงเทียนสงบอารมณ์ตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ แล้วพยายามเดินเข้าไปใกล้ๆอย่างระมัดระวัง แล้วร่างจิตของฉิงเทียนก็ได้เข้าใกล้สายฟ้าสีเงินนั้นเรื่อยๆ
ในตอนนั้นเองที่ไฟสีเงินที่ดอกบัวนั้นก็ได้เรืองแสงขึ้นมา แล้วจู่ๆก็มีสายฟ้าพุ่งมายังร่างจิตของฉิงเทียน
ตูม! แล้วฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าร่างจิตของเขานั้นได้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ แล้วเขาก็ได้ลืมตาขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “เจ้าไฟดวงนี้มันทำร้ายผม!”
“แน่นอนสิเจ้าคะ สายฟ้านั้นถือเป็นราชาของไฟ และมันจะไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของคนอื่นง่ายๆ ดูเหมือนว่านายท่านคงจะต้องยุ่งสักหน่อยแล้วล่ะเจ้าค่ะ” เพ่าฝูอธิบายด้วยรอยยิ้ม “นายท่านจะต้องจัดการกับไฟให้ได้เสียก่อน ถ้านายท่านควบคุมมันได้เมื่อไรถึงค่อยไปมองหาอย่างอื่นต่อได้! ตอนนี้ขอข้าไปจัดการกับพลังศรัทธาก่อนนะเจ้าคะ” หลังจากที่พูดส่งท้ายเสร็จ ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าเพ่าฝูในทะเลความรู้นั้นได้หายไปแล้ว
แล้วฉิงเทียนก็ได้กัดฟันแน่นแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะไม่สามารถจัดการกับแกได้” หลังจากที่พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นมาแล้วทำสีหน้าแบบเอาเป็นเอาตาย แล้วหลับตาลงอีกครั้ง
ในครั้งนี้ฉิงเทียนฉลาดขึ้นมาบ้างเขาได้ปลดปล่อยจิตศักดิ์สิทธิ์ออกไปท่ามกลางสายฟ้า แล้วไปตามเส้นทางเมื่อสักครู่นี้ และค่อยๆเข้าไปหาดอกบัวสายฟ้าอย่างระมัดระวัง
“คงไม่คิดว่าเราจะกลับมาหาอีกแน่ๆ!” ในเวลานี้ฉิงเทียนได้เข้าหาอย่างช้าๆด้วยร่างจิตที่เล็กมาก
ด้วยเสียงดัง “ตูม” ร่างจิตของฉิงเทียนก็ได้กระจัดกระจายไปอีกครั้งด้วยฝีมือของดอกบัวสายฟ้า
ฉิงเทียนลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแล้วพูดขึ้น “บ้าจริง แตกสลายอีกแล้ว เจ้าสายฟ้านั่นมันมีตารึยังไงนะ?” ฉิงเทียนรู้สึกหดหู่ขึ้นมาเมื่อคิดว่าจิตศักดิ์สิทธิ์ที่เข้าใช้เมื่อครู่นั้นมีพลังของเขาอยู่น้อยมาก เรียกได้ว่าถ้าอยู่ตรงหน้าก็คิดว่าเป็นแค่คนธรรมดา แต่ทำไมถึงถูกพบได้นะ
“ในเมื่อแอบเข้าไปเงียบๆไม่ได้ผล ก็ไปแบบซึ่งๆหน้านี่แหละ” ฉิงเทียนตั้งมั่นในใจ ในเมื่อเขาไม่สามารถที่จะใช้วิธีย่องเบาไปขโมยของได้ ถ้าอย่างนั้นก็จะใช้วิถีโจรปล้นล่ะ
แล้วฉิงเทียนก็ได้ส่งร่างจิตศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในสายฟ้าอีกครั้ง จิตศักดิ์สิทธิ์ที่เข้าไปในสายฟ้าคราวนี้นั้นได้ก่อร่างเป็นฉิงเทียนขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อเทียบกับดอกบัวแล้ว ฉิงเทียนนั้นเป็นยักษ์เลยก็ว่าได้
“ฮ่าๆ จับไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป” ฉิงเทียนพูดอย่างภูมิใจ
เดินเข้าไปหาที่ดอกบัวสายฟ้าด้วยก้าวที่ใหญ่ยักษ์ ทุกก้าวของเขานั้นทำให้เหล่าสายฟ้าที่อยู่ข้างในนั้นแล้วรู้สึกหวาดกลัว
แล้วดอกบัวสายฟ้าเองก็รับรู้ได้ถึงอันตราย แล้วสายฟ้าขนาดหนาเท้าถังน้ำก็ได้พุ่งเข้าผ่าร่างจิตฉิงเทียน!
“ฮ่าๆ ไม่รู้เจ็บเลย” ฉิงเทียนพูดอย่างภาคภูมิใจ ถึงแม้ว่าสายฟ้าเส้นเมื่อสักครู่นั้นจะหนามากก็ตามที แล้วมันก็ยังเล็กพอๆกับมดในสายตาของฉิงเทียน
แล้วมือใหญ่ๆของฉิงเทียนก็ได้จับไปดอกบัวสายฟ้า ซึ่งในขณะที่มือของฉิงเทียนกำลังจะคว้าดอกบัวสายฟ้าอยู่นั้นเอง เจ้าสายฟ้านั้นก็ได้คิดที่จะรีบหนีจากมือของฉิงเทียนทันที
“พอสู้ไม่ได้ก็จะหนีงั้นรึ?” ฉิงเทียนพูดอย่างดูถูก เขานั้นคิดว่าเจ้าดอกบัวสายฟ้านั้นจะอยู่นิ่งๆเสียอีก แต่เขาไม่คิดว่าสายฟ้าอันนั้นจะเคลื่อนที่ได้ด้วย “คิดว่าหนีแล้วฉันจะจับไม่ได้งั้นเหรอ?”
ฉิงเทียนได้แกว่งมือใหญ่ๆของเขาคว้าเอาดอกบัวสายฟ้าเอาไว้ และอย่างที่คิดเจ้าดอกบัวสายฟ้านั่นก็ได้คิดที่จะหนีอีก
จากนั้นก็ได้เกิดภาพประหลาดเกิดขึ้น เป็นชายร่างยักษ์ที่กำลังไล่คว้าดอกบัว และดอกบัวนั้นก็เป็นเหมือนกับมดในสายตาของยักษ์ฉิงเทียน
ณ พระราชวังเมฆม่วงในโลกเซียน
สายตาของหงจวินเหล่าจู่นั้นดูเหมือนจะสามารถมองทะลุมิติได้ เขานั้นกำลังมองดูการกระทำของฉิงเทียนในโลกของสายฟ้าอยู่
หงจวินเหล่าจู่พูดแบบบ่นพึมพำ “ดี! ใช้เวลาไม่นานเจ้าเด็กนี่ก็หาสายฟ้าไฟพบแล้ว เจ้าเด็กนี่สอนได้จริงๆแต่ก็สงสัยว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะกลืนสายฟ้าไฟได้กันนะ?” จริงๆแล้วนี่คือบททดสอบที่หงจวินเหล่าจู่มอบให้ฉิงเทียนหลังจากที่รับเขาเป็นศิษย์
แน่นอนว่าฉิงเทียนไม่รู้เลยว่าอาจารย์ชั่วร้ายของเขานั้นกำลังเฝ้ามองดูเขาอยู่อย่างเงียบๆ
ในเวลานี้ฉิงเทียนกำลังหาวิธีไล่จับดอกบัวสายฟ้าอยู่ แต่ก็พบว่าเจ้านี่มันว่องไวมาก และตัวของเขาก็ใหญ่เทอะทะเกินไปด้วย ทุกครั้งที่เขาเหมือนจะจับได้มันก็จะหนีหลุดออกจากมือของเขาไปได้อยู่ดี
ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะใหญ่โตจนไม่ต้องกลัวสายฟ้าของเจ้าดอกบัวสายฟ้า แต่การเคลื่อนไหวของเขานั้นไม่คล่องแคล่วเอาเสียเลย!
“ดูเหมือนว่าตัวใหญ่คงจะไม่เวิร์คเหมือนกันแฮะ” ฉิงเทียนพูดในใจ จึงได้ค่อยๆลดจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาลงมา ทำให้ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาก็ค่อยๆหดลงตามมาด้วย จนในที่สุดตัวของเขาก็ใหญ่กว่าคนธรรมดานิดหน่อยเท่านั้น
“คราวนี้จะต้องจับแกให้ได้เลย” ฉิงเทียนพบว่าร่างกายเช่นนี้สะดวกกว่าจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันเจ้าดอกบัวสายฟ้าที่เห็นฉิงเทียนตัวเล็กลงแล้ว มันจึงไม่ได้คิดที่จะหนีอีก
“แกคิดดูถูกและไม่หนีไปงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนแสยะยิ้มขึ้นมา เขานั้นสงสัยว่าเจ้าดอกบัวสายฟ้านี่จะต้องเป็นภูตชนิดหนึ่งแน่ มันเอาแต่หนีเมื่อเห็นเขาตัวใหญ่ แต่พอเขาตัวเล็กลงก็ทำเป็นสู้ขึ้นมาทันทีและไม่กลัวเขาอีกเลย
แล้วสายฟ้าขนาดหนาเท่าชามก็ได้ยิงมาที่ฉิงเทียนอีกครั้ง
“ถ้าฉันหลบแกคงหนีแน่ ดังนั้นฉันจะไม่หลบ” ฉิงเทียนปัดมือของเขาแล้วพูดอย่างมั่นใจ แต่ทว่าเขาก็ได้ทำเป็นภูมิใจได้ไม่นาน จู่ๆก็มีสายฟ้ายิงมาทางฉิงเทียนถึง 4 เส้นพุ่งเข้าหาฉิงเทียนจากทุกทิศทุกทางปิดกั้นทางหนีของฉิงเทียนเอาไว้
“หน็อย ยังจะมีลูกไม้แบบนี้ซ่อนอยู่อีกเรอะ?” ฉิงเทียนพูดบ่นขึ้นมา ถึงจะเป็นร่างจิตศักดิ์สิทธิ์แต่เขาก็ไม่ได้ผลีผลามเลยแม้แต่น้อย เมื่อเขาเห็นว่าไม่มีทางหนี เขาจึงได้ส่งพลังจิตศักดิ์สิทธิ์เข้าไปเพิ่มในโลกสายฟ้าทันที
ด้วยเสียงดัง “ตูม” ร่างจิตของฉิงเทียนที่ได้รับพลังเพิ่มก็ได้ตัวขยายใหญ่กลายเป็นยักษ์ในโลกสายฟ้า แล้วสายฟ้าทั้ง 4 เส้นก็ได้ผ่าเข้าที่ตัวฉิงเทียนโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เสร็จแล้วฉิงเทียนก็ได้คิดที่จะใช้โอกาสนี้คว้ามันเอาไว้ให้ได้ แต่พอมือของฉิงเทียนกำลังจะไปถึง ดอกบัวสายฟ้าก็หนีไปได้อีกครั้ง
ดังนั้นภาพในโลกสายฟ้าจึงได้เป็นเช่นนี้ ทันทีที่ฉิงเทียนตัวเล็ก เจ้าดอกบัวสายฟ้าก็ได้ปล่อยสายฟ้าผ่าใส่ฉิงเทียน แต่พอฉิงเทียนกลายเป็นตัวใหญ่เจ้าดอกบัวสายฟ้าก็จะรีบหนีไปทันที
“แล้วเราจะทำยังไงดีเนี่ย? เสียเวลาไปนานแล้วแต่ยังจับมันไม่ได้เลย” ยักษ์ฉิงเทียนก้มลงไปมองดอกบัวสายฟ้า
“จริงด้วย วิธีนี้น่าจะดีกว่า” จู่ๆฉิงเทียนก็พลันคิดวิธีดีๆขึ้นมาได้ ในเมื่อเจ้าดอกบัวสายฟ้านั้นชอบรังแกคนอ่อนแอและกลัวคนแข็งแกร่ง เราก็จะต้องวางกับดักมันขึ้นมา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าสมองของมนุษย์นั้นจะสู้เจ้าสายฟ้านี่ไม่ได้
แล้วฉิงเทียนก็ได้ลงมือตามที่คิดเอาไว้ และรีบปล่อยจิตศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากออกจากร่างจิตของเขา ตอนนี้ร่างของฉิงเทียนได้กลับมาเป็นปกติแล้วแต่ในคราวนี้เขายังไม่ได้ปล่อยจิตศักดิ์สิทธิ์กลับไปยังโลกสายฟ้าแต่กลับซ่อนพลังเอาไว้
อย่างที่คาด เมื่อดอกบัวสายฟ้าเห็นร่างของฉิงเทียนลดลงแล้ว มันที่วิ่งอย่างรวดเร็วก็ได้หยุดแล้วหันมาหาฉิงเทียนราวกับบอกเขาว่า “มาเลย แน่จริงก็มาจับให้ได้เซ่” จากนั้นก็ได้ปล่อยฟ้าผ่าใส่ฉิงเทียนอีกครั้ง
ในคราวนี้ฉิงเทียนไม่ได้ถูกผ่าจนสลายหายไป เพราะฉิงเทียนนั้นได้ทำการส่งพลังจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาไปยังร่างจิตอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งนั้นเขาจะต้องเสียพลังไปไม่รู้เท่าไรในการส่งพลังจิตศักดิ์สิทธิ์ไปให้ร่างจิตของเขา เพื่อให้ร่างกายของฉิงเทียนนั้นคงสภาพเดิม
อีกทางด้านหนึ่ง อีกร่างจิตของฉิงเทียนที่มีขนาดเล็กจำนวนมากแอบเข้าไปอย่างช้าๆ ซึ่งได้เข้าล้อมเจ้าดอกบัวสายฟ้าเอาไว้
แต่เจ้าดอกบัวสายฟ้านั้นยังไม่รู้สึกตัว ในเวลานี้มันและร่างจิตของฉิงเทียนนั้นได้เผชิญหน้ากันอย่างดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมันไม่เชื่อว่าร่างของฉิงเทียนนั้นจะไม่สามารถสลายไปได้ แล้วมันก็ได้ปล่อยฟ้าผ่าขนาดเท่าชามผ่าใส่ร่างจิตของฉิงเทียนแบบไม่อั้น
ฉิงเทียนจึงได้มองดูดอกบัวสายฟ้าที่ราวกับกำลังคลั่ง จึงได้รู้ว่าแผนการของเขานั้นสำเร็จแล้ว
แผนของฉิงเทียนนั้นคืออันดับแรกจะต้องหลอกล่อเจ้าดอกบัวสายฟ้าเอาไว้จากตรงหน้า จากนั้นพอมันไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างแล้ว ในเวลานี้ก็ได้ส่งอีกจิตศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆอ้อมไปด้านหลังแล้วจากนั้นก็อาศัยโอกาสที่มันไม่ระวังตัว เข้าจู่โจมมันทันที
ในเวลานี้แผนการได้ดำเนินไปตามแผนของฉิงเทียน และเหลือแค่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ฉิงเทียนก็ได้รอจังหวะที่มันปล่อยฟ้าผ่ามาที่เขา แล้วจากนั้นก็ให้ร่างจิตที่อยู่ด้านหน้าของสายฟ้าหายไปทันทีแล้วให้ร่างจิตที่เหลือบุกเข้าไปหามันอย่างรวดเร็ว
ดอกบัวสายฟ้าที่เห็นว่าฉิงเทียนที่อยู่ตรงหน้ามันได้สลายหายไปแล้ว มันจึงได้หมุนตัวเองไปรอบๆราวกับโพสต์ท่าชนะ
แต่ในตอนนั้นเองก็รู้สึกได้ว่ามีมือกำลังล้อมรวบตัวมันอยู่ เจ้าดอกบัวสายฟ้าที่ไม่ได้ระวังตัวจึงได้คิดที่จะหนี
แต่ในเวลานี้เองมีหรือที่ฉิงเทียนจะปล่อยให้มันหนีไปได้? ร่างจิตของฉิงเทียนนั้นได้ล้อมมันเอาไว้ราวกับใยแมงมุมที่โอบล้อมดอกบัวสายฟ้า
ดอกบัวสายฟ้าจึงได้ปล่อยสายฟ้าผ่าใส่ร่างจิตของฉิงเทียน แต่ทว่าร่างจิตที่ถูกผ่านั้นหายไปก็จริง แต่ฉิงเทียนก็ยังให้ร่างจิตอื่นๆเข้าหามันต่ออยู่ดี
“อย่าได้คิดหนีฉันจะเป็นเจ้านายของแก อย่าได้หวังที่จะหนีรอจากเงื้อมมือของฉันไปได้” ฉิงเทียนพูดพร้อมกับแสยะยิ้ม