ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 288 การตายของเฉินฉี (1)
บทที่ 288 การตายของเฉินฉี (1)
ในเวลานี้ ฉิงเทียนต้องต้านทั้งลูกบอลไฟและเฉินฉีที่โจมตีมาที่เขาพร้อมกัน เฉินฉีเองก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนโดยไม่หนีไปไหน กลับกันเขายังอยู่ตรงที่ตำแหน่งเดิมไม่ได้หนีไปไหน
จึงได้รู้สึกยินดีขึ้นมา เมื่อคิดว่าฉิงเทียนรู้ตัวว่าเขาไม่สามารถหนีไปไหนได้แล้วและเลิกคิดที่จะหนี “หึ ฉิงเทียน, ตอนนี้เจ้าก็เหมือนถูกจับมัดมือมันเท้าแล้ว!” เฉินฉีตะโกน แล้วแสงสีแดงรอบตัวเขาก็ได้สว่างมากขึ้นไปอีก และกระบี่บินในมือของเขาก็สั่นขึ้นมา ราวขับมิสไซล์ที่กำลังพุ่งชนฉิงเทียนและปล่อยไอพ่นออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง และลูกบอลไฟที่อยู่อีกด้านก็ได้ขยายขนาดขึ้นมาตามเสียงของเฉินฉีจนดูราวกับพระอาทิตย์ดวงเล็กๆ จนตอนนี้ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงความร้อนขึ้นมา
ไม่ว่าลูกบอลไฟนั้นจะไปที่ไหน น้ำทะเลก็จะระเหยหายไปหมดเหลือแต่เพียงก้นทะเลที่มีรอยดำๆพาดผ่าน และฉิงเทียนเองก็รู้สึกราวกับว่าน้ำในร่างกายของเขาเองก็ได้ระเหยไปจนหมดด้วย
ในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ ฉิงเทียนจึงได้โอนถ่ายพลังวิญญาณทั้งหมดของเขาไปยังกระบี่อัสนีสวรรค์อย่างบ้าคลั่ง แล้วในตอนนั้นเองกระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้ส่องแสงสีเงินออกมาและมีสายฟ้าวิ่งไปมาอยู่รอบๆตัวกระบี่
ราวกับกระบี่อัสนีสวรรค์เองก็รู้สึกได้ว่าตัวเขาที่เป็นถึงอาวุธเซียนกำลังถูกท้าทายโดยอาวุธวิเศษตัวจ้อย ราวกับว่าศักดิ์ศรีของมันกำลังถูกเหยียดหยาม จู่ๆก็เกิดการดูดพลังอย่างมหาศาลขึ้นมา ดูดเอาพลังวิญญาณของฉิงเทียนไปอย่างบ้าครั้ง จากตอนแรกฉิงเทียนเป็นคนให้พลังวิญญาณ ตอนนี้ได้กลับกันเสียแล้ว กลายเป็นกระบี่อัสนีสวรรค์ที่ทำการดูดพลังของฉิงเทียนไปอย่างบ้าคลั่งแทน
ในตอนนั้นเองฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณในร่างของเขานั้นราวกับน้ำในทะเลสาบได้ไหลทะลักออกมา และพลังวิญญาณของเขาได้หายไปอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งฉิงเทียนเองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ในตอนนี้เขามีลูกท้อที่เขาไม่ได้เสียเงินสักแดงอยู่ในมือ หลังจากที่ลูกท้อของเขาฮัวกั่วซานหลายสิบลูกเข้าไปในปากเขา ฉิงเทียนจึงได้รู้สึกว่าความเร็วในการดูดซับพลังวิญญาณของกระบี่อัสนีสวรรค์นั้นค่อยๆลดลงไปบ้าง
เฉินฉีที่อยู่อีกด้านก็พบว่ากระบี่อัสนีสวรรค์ในมือของฉิงเทียนนั้นได้ส่องแสงจนทำให้เขารู้สึกแสบตา
กระบี่เล่มนี้จะต้องเป็นอาวุธระดับเซียนแน่ๆ อาวุธวิเศษนี้จะต้องเป็นของเรา ฉิงเทียนแกตายซะ! ในสายตาของเฉินฉีนั้นเห็นแค่เพียงฉิงเทียนที่กำลังถือกระบี่อัสนีสวรรค์พูดพึมพำๆอะไรบางอย่างราวกับกำลังถูกผีเข้า
“ตายซะ เจ้าฉิงเทียน” เฉินฉีตะโกนเสียงดัง ลูกบอลไฟที่อยู่อีกด้านของฉิงเทียนก็ได้ระเบิดออก และกระบี่บินที่อยู่อีกด้านก็ระเบิดพลังออกมา
ในชั่วขณะนั้นมีการระเบิดเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองด้านและเกิดเป็นแสงสว่างโชติช่วงท่ามกลางความมืดมิด และตามมาด้วยควันรูปดอกเห็นที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงจากการระเบิดขนาดใหญ่นี้ทำให้กลางคืนกลายเป็นกลางวันเลยทีเดียว
หลายสิบกิโลเมตรออกไปก็ยังเห็นเป็นท้องฟ้าสว่าง และแสงนั้นก็สว่างยาวนานหลายสิบวิ
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? นี่มันปรากฏการณ์ธรรมชาติแบบไหนกัน?” ผู้คนในเมืองโม๋ตูต่างก็มองดูท้องฟ้าที่สว่างโชติช่วงราวกับกลางวัน
ณ บ้านพักของผู้ว่าฯเมืองโม๋ตู, ผู้ว่าฯหวังฮ่าวก็ได้รับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่จริงจัง
มีเสียงที่ฟังดูหนักแน่นดังขึ้นมาจากในโทรศัพท์ “ผู้ว่าหวัง เสียงดังที่เกิดขึ้นนี้มาจากการต่อสู้ของผู้มีพลังสองคนอยู่เหนือทะเลห่างออกไปจากเมืองโม๋ตูหลายสิบกิโลเมตร ผมอยากให้ผู้ว่าหวังช่วยรักษาความสงบของผู้คนในเมืองไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกให้หน่อย”
หวังฮ่าวจึงได้ตอบกลับไปอย่างช่วยไม่ได้ “ผู้อำนวยการเฝิง ถึงแม้ว่าคนจากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของคุณจะกำลังจับกุมคนอยู่ แต่นี่มันตีสองกลางดึกแล้วนะครับ จะมาทำเสียงดังเอะอะแบบนี้ไม่ได้นะครับ”
คนที่อยู่ที่ปลายสายโทรศัพท์ที่ถูกเรียกว่าผู้อำนวยการเฝิงนั้นก็ได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่ฝืนๆ “ผู้ว่าหวังคุณโทษผิดคนแล้ว คราวนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเราสมช.จริงๆ”
“ไม่ใช่สมช.ของคุณหรอกเหรอ?” หวังฮ่าวรู้สึกประหลาดใจ
“ไม่ใช่จริงๆ สมช.ของพวกเราก็เพิ่งจะส่งคนไปที่นั่นเอง” ผู้ว่าเฝิงตอบอย่างช่วยไม่ได้ ในใจของเขาเองก็รู้สึกแย่ การต่อสู้ผู้มีพลังสองคนนี้มันรุนแรงมากเกินไปเหมือนกัน
ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าในคืนนั้นทางฝ่ายปกครองของเมืองโม๋ตูได้จัดการประชุมตลอดทั้งคืน เพื่อสรรหาเหล่าผู้เชี่ยวชาญออกมาอธิบายทางทีวีในวันพรุ่งเพื่อชี้แจ้งว่าปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
หลังจากการระเบิดที่อลังการบนท้องทะเลได้ เฉินฉีหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆ อาวุธเซียนจะต้องตกเป็นของข้า และแหวนเก็บของนั่นด้วย!”
“อั่ก” แล้วเขาก็ได้ไอและกระอักเลือดออกมา แสดงให้เห็นว่าเฉินฉีที่ใช้ท่าการโจมตีนี้ก็ทำให้ตัวเองบาดเจ็บภายในอย่างมากเช่นกัน!
ถึงจะบาดเจ็บภายในอย่างหนัก แต่เฉินฉีก็ไม่นึกเสียใจเลยกลับตื่นเต้นอีกต่างหาก ในความคิดของเฉินฉีนั้นฉิงเทียนยากที่จะรอดได้ เหล่าผู้บำเพ็ญตนระดับหยวนยิงทั่วทั้งจีนก็ยังไม่อาจต้านทานการโจมตีนี้ได้ ฉิงเทียนเองก็คงจะต้องตายในการระเบิดนี้ไปแล้วแน่นอน
ขั้นตอนต่อไปก็จัดการเก็บกวาดการต่อสู้ กระบี่วิเศษระดับเซียนเอย ลูกท้อลึกลับนั่นก็ดี เมื่อเขาคิดเช่นนี้แล้วเฉินฉีที่ได้รับบาดเจ็บก็รู้สึกคุ้มค่าขึ้นมาเลย ในสำนักของเขานั้นมีเพียงท่านเจ้าสำนักเท่านั้นที่มีอาวุธเซียน
และถ้าเขาได้ของเหล่านี้มา เฉินฉีก็คงจะได้อยู่ในตำแหน่งสูงๆในสำนักอัคคีเป็นแน่ เฉินฉีนั้นรอดูฉิงเทียนหลังจากแสงหายไปอย่างตื่นเต้น เขานั้นรู้สึกแสบตาเพราะแสงจากระเบิด
แต่ทว่าหลังจากที่รอให้แสงที่แสบตานี้หายไปแล้ว กลับพบฉิงเทียนที่ยังยืนอยู่ท่ามกลางระเบิดนั้น
“มันเป็นไปได้อย่างไร? มันเป็นไปไม่ได้!” เขาไม่อยากที่จะเชื่อสายตาตัวเอง เขาทุ่มพลังไปมากขนาดนั้นแล้วแต่ฉิงเทียนยังกลับมีชีวิตรอดอยู่ได้
“แค่กๆ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกน่า” ฉิงเทียนพูดอย่างอ่อนแรง ในเวลานี้ฉิงเทียนรู้สึกแย่เอามาก เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นเพราะแรงระเบิดมหาศาลนั้น พลังวิญญาณในร่างของเขาเองก็ไม่เหลือหลอ ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อสักครู่นั้น แสงสีเงินที่ออกมาจากกระบี่อัสนีสวรรค์นั้นได้ห่อหุ้มร่างเขาเอาไว้ บางทีตอนนี้ฉิงเทียนก็คงจะไหม้เกรียมแบบเดียวกับเสื้อผ้าของเขาแล้ว
มองไปที่กระบี่อัสนีสวรรค์ในมือของเขา ที่มืดหม่นลงเพราะพลังวิญญาณที่หมดแล้วของเขา ฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมา “คราวนี้ขอบใจเจ้ามากนะ” หลังจากที่พูดจบฉิงเทียนก็ได้เก็บกระบี่อัสนีสวรรค์เข้าไปไว้ในตัวของเขา จากนั้นก็หยิบเอาลูกท้อออกมาจำนวนหนึ่งจากในแหวนเก็บของและทานเข้าไปในทีเดียว ซึ่งทำให้พลังวิญญาณของเขาที่เหือดแห้งไปแล้วฟื้นคืนขึ้นมาบ้าง
ในเวลานี้เฉินฉีก็ได้ฟื้นคืนจากอาการตกใจอย่างช้าๆ และมองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังฟื้นคืนพลังวิญญาณ ยาลูกกลอนที่พกมานั้นก็เกือบที่จะหมดแล้ว แม้แต่กระบี่ของเขาเองก็ได้ระเบิดไปแล้ว
เดิมทีเขาคิดว่าเขาน่าจะได้ผลตอบแทนครั้งใหญ่กลับคืนมา แต่ในเวลานี้ดูเหมือนว่าเขาจะขาดทุนเสียแล้ว และตอนนี้เขาเองก็หมดสิทธิ์ที่จะหนีด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นเองพลังของเฉินฉีก็ได้ตกลงมาจากหยวนยิงชั้นกลางลงมายังชั้นต้น แล้วก็ตกมาจนถึงชั้นจินตันชั้นปลาย ชั้นกลาง จนกระทั่งถึงจินตันชั้นต้นแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าระดับพลังของเฉินฉีนั้นจะหยุดลดลงเลย
เฉินฉีที่รู้สึกได้ว่าระดับพลังของเขาค่อยๆลดลงอย่างช้าๆ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสิ้นหวัง นี่คือผลข้างเคียงจากการเร่งระดับวิชาให้เพิ่มขึ้นชั่วขณะเมื่อสักครู่ และในเวลานี้เขาหมดหนทางที่จะหนีรอดจากความตายแล้ว
“เฉินฉี ตอนนี้คุณหนีไปไหนไม่ได้แล้ว!” ฉิงเทียนที่ฟื้นคืนพลังขึ้นมาได้ครึ่งหนึ่ง ก็ได้มองมาที่เฉินฉีอย่างเกรี้ยวกราด
“ฮึ่ม เจ้าฉิงเทียนไม่ต้องทำเป็นพูดมาก ข้าได้ส่งข่าวเรื่องของเจ้ากลับไปที่สำนักแล้ว และสำนักของเราจะไม่มีวันปล่อยเจ้ารอดไปอย่างแน่นอน” เฉินฉิงก็มองไปที่ฉิงเทียนด้วยความเกลียดชัง
“ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของสำนักอัคคีของคุณล่ะนะว่าจะทำได้รึเปล่า? แต่ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าคุณน่ะจะต้องตายเดี๋ยวนี้แล้ว!” ฉิงเทียนก็ได้เริ่มลงมือ และตราประทับเจ้าหน้าที่ของเขาก็ได้ปรากฏขึ้นมาในมือของฉิงเทียนแล้วก็กระแทกเข้ากับเฉินฉี