ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 314 ทาบทามเข้าสู่สมช.
บทที่ 314 ทาบทามเข้าสู่สมช.
“คุณมาจากสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนถามอย่างตกใจ และในขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะคิ้วขมวด เขานั้นไม่เคยข้องแวะอะไรกันกับสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติเลย แล้วทำไมพวกเขาถึงได้มาข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้? พวกเขาต้องการอะไรกันแน่?
ฉิงเทียนมองมาที่เฟิงอี้อย่างสงสัย ซึ่งในเวลานี้ทางสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติอุตส่าห์มาแจ้งข่าวนี้กับเขา ก็แสดงว่าพวกเขาน่าจะอยู่ข้างเดียวกับเขาหาใช่ศัตรูไม่ ฉิงเทียนลองคิดพิจารณาในใจ
เฟิงอี้นั้นไม่สนใจสายตาที่สงสัยของฉิงเทียน อย่างไรก็ตามผู้อำนวยการสำนักงานได้บอกให้เขาอาศัยโอกาสนี้พาฉิงเทียนกลับมาที่สมช.ด้วย เพราะจากข้อมูลที่ได้รับมาฉิงเทียนนั้นน่าจะอยู่ในระดับหยวนยิงทั้งๆที่อายุยังไม่ถึง 30
หลังจากที่บำเพ็ญเพียรมาร่วม 70 ปี เขาก็ได้ถูกเรียกว่าอัจฉริยะ แต่ถ้าเขานั้นเป็นอัจฉริยะ เจ้าเด็กหนุ่มนี่ก็คงเป็นสัตว์ประหลาดแล้ว!
ถ้าทางสมช.คิดที่จะเอาชนะใจเขา พวกเขาก็จะต้องแสดงความจริงใจเสียก่อน และเพื่อการนั้นเขาจึงได้ถูกส่งมายังที่นี่!
เฟิงอี้กล่าวกับฉิงเทียน “น้องชายและแฟนของนาย ถูกจับตัวไปโดยสำนักอัคคีสาขาตอนใต้ แต่นายไม่จำเป็นต้องกังวลมากนักหรอก เป้าหมายของพวกเขาก็คือนาย” เฟิงอี้กล่าวในขณะที่มือของเขาชี้ไปที่ฉิงเทียน
หลิวตันที่อยู่ไม่ไกลนั้นกลัวว่าฉิงเทียนจะรีบไปทันทีที่เขาได้ทราบข่าวนี้ เธอจึงได้รีบเกลี้ยกล่อมเขา “ฉิงเทียน คุณอย่าเพิ่งวู่วามนะ พวกสำนักอัคคีนั้นทรงพลังมากไม่ใช่อะไรที่คุณจะสามารถจัดการตามลำพังได้!” ตากลมโตทั้งสองข้างของเธอจ้องมองมาที่ฉิงเทียนอย่างอ้อนวอน
ฉิงเทียนมองไปที่ดวงตาของหลิวตันแล้วก็พลันนึกถึงการกระทำของเขาเมื่อสักครู่ ทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมา เขาก็ได้ตบไปที่ไหล่ของหลิวตันอย่างอ่อนโยนแล้วพูด “คุณไม่ต้องกังวลไป ผมไม่วู่วามหรอก”
จากนั้นเขาก็หันหัวไปหาเฟิงอี้แล้วกล่าว “ในเมื่อทางสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติของคุณมาหาผมเช่นนี้ ก็แสดงว่าพวกคุณต้องการอะไรจากผมสินะ?”
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูดแล้ว คิ้วของเฟิงอี้ก็ได้กระดิกขึ้นมา เจ้าเด็กนี่มันเข้าเรื่องเลย เหมือนกับรู้แล้วว่าทางสมช.ของเราจะต้องมีเงื่อนไขที่จะช่วยเขา
“หากว่านายยอมเข้าร่วมกับสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ทางเราก็จะให้การช่วยเหลือนายอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือน้องชายและแฟนสาวของนายออกมา” เฟิงอี้จ้องไปที่ฉิงเทียน และรอคอยคำตอบจากเขา
“แล้วถ้าผมไม่เข้าร่วมล่ะ?” สายตาของฉิงเทียนจับจ้องไปที่เฟิงอี้โดยไม่หลีกหนี
“ถ้าคุณไม่เข้าร่วม ทางสมช.ของเราก็จะให้ข้อมูลกับคุณเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ทว่าความแข็งแกร่งของสำนักอัคคีนั้นก็หมูให้เคี้ยวง่ายๆขนาดนั้นล่ะนะ” เฟิงอี้กล่าวขณะที่นั่งอยู่ที่โซฟา
ความแข็งแกร่งของสำนักอัคคีนั้นไม่หมูจริงๆ และไม่ใช่อะไรที่เขาจะสามารถไปถล่มได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ฉิงเทียนเองก็ยังมีถาวเป่าสวรรค์อยู่ ซึ่งมีของวิเศษจากเทพต่างๆอยู่ในนั้น ขอเพียงแค่เขามีข้อมูลที่เพียงพอเขาก็จะสามารถช่วยเสวี่ยเอ๋อกับเสี่ยวหยูออกมาเงียบๆได้! นอกจากนี้เขายังมีปีศาจเฒ่าที่อยู่ในระดับจินเซียนเป็นไพ่ตายของเขาอีกด้วย
ดังนั้นข้อเสนอของสมช.นั้นไม่ได้ทำให้ฉิงเทียนสนใจเลย
“อาจารย์อาฉิงเลิกพูดไร้สาระกับพวกเขาเถอะ ก็แค่สำนักอัคคีเท่านั้น! พวกเราไปกันเถอะ ข้าจะฆ่าพวกเขาทั้งหมด บังอาจมาจับตัวว่าที่ศิษย์น้องของข้าและคนของสำนักหยางพิสุทธิ์เช่นนี้ สงสัยเหล่าสาวกของหั่วเต๋อซิงจวินบนโลกจะไม่อยากมีชีวิตอยู่กันซะแล้ว!” ไป๋กงหยางที่พูดด้วยน้ำเสียงขึงขังดังขึ้นมาในหัวของฉิงเทียน
“อะไรนะ? เมื่อกี้คุณบอกว่าสำนักอัคคีคือสำนักของหั่วเต๋อซิงจวินอย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนถามด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ
“ใช่แล้ว, เหล่าเจ้าหน้าที่สำคัญๆบนสวรรค์นั้นจะมีสำนักของพวกเขาอยู่บนโลกทั้งนั้น ถ้าข้าจำไม่ผิดสำนักของหั่วเต๋อซิงจวินนั้นก็คือสำนักอัคคีนั่นแหละ” ไป๋กงหยางกล่าว
สำนักอัคคีนั้นคือสำนักของหั่วเต๋อซิงจวินที่เป็นถึงเจ้าหน้าที่อยู่ในสวรรค์ เขาและลูกชายของเขาต่างก็มีพลังไฟเหมือนกัน หรือจะเป็นไปได้ที่เขาจะสั่งให้คนของสำนักอัคคีมาตามฆ่าเขาจากบนโลกเซียน แต่ว่าพ่อแม่ของเรานั้นถูกพวกเขาฆ่าตายเมื่อ 10 ปีก่อน ในเวลานั้นเขายังไม่เคยขึ้นไปที่โลกเซียนเลย
ฉิงเทียนคิ้วขมวดขึ้นมาเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามสำนักอัคคีก็จะต้องถูกทำลาย เพราะพวกเขาบังอาจฆ่าพ่อแม่ของเขา แล้วพวกเขายังจับตัวเสวี่ยเอ๋อและเสี่ยวหยูอีก ต่อให้พวกเขาเป็นสำนักของหั่วเต๋อซิงจวินก็ไม่มีเหตุผลสำหรับเขาที่จะปล่อยให้พวกเขารอดต่อไปได้
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังคิดอยู่ว่าเขาจะตามหาเสวี่ยเอ๋อและเสี่ยวหยูยังไงอยู่นั้น เฟิงอี้ที่มองดูอยู่ก็คิดว่าฉิงเทียนนั้นคงกำลังคิดว่าจะเข้าร่วมกับสมช.หรือไม่อยู่แน่ๆ
“ฉิงเทียน ถ้าคุณเข้าร่วมกับสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติ คุณจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากทางสมช.เลยนะ” หลิวตันเองก็ช่วยเกลี้ยกล่อมเขา
หลิวเอี้ยนเองก็ช่วยพูดขึ้นมาเช่นกัน “ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ชอบขี้หน้านายเท่าไร แต่ฉันก็แนะนำให้นายเข้าร่วมสมช.จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”
ในเวลานี้ฉิงเทียนที่ออกจากโลกของตัวเองเพราะได้ยินที่พวกเขาพูด และมองไปที่สายตาที่เป็นห่วงของหลิวตันที่อยู่ใกล้ๆเขา ในเวลานี้ฉิงเทียนเองก็รู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณอ่อนๆออกมาจากตัวของหลิวตัน แสดงว่าเธอเพิ่งจะขึ้นมาในระดับเหลี่ยนฉีแล้ว
หลิวตันนั้นแต่เดิมเป็นเพียงคนธรรมดา แต่เมื่อฉิงเทียนหันหน้าไปหาหลิวเอี้ยน เขาก็พบว่าหลิวเอี้ยนเองก็อยู่ในชั้นจู้จีแล้ว ถึงจะเพิ่งขึ้นมาก็เถอะ
นอกจากนี้จากที่ได้ฟังที่พวกเขาพยายามชักชวนเขาแล้ว ฉิงเทียนก็พอจะเดาได้ว่าทั้งคู่นั้นคงจะเข้าร่วมกับทางสมช.ไปแล้ว
“ฉิงเทียน นายคิดว่าอย่างไรบ้างล่ะ?” เฟิงอี้ถาม
“จริงๆผมไม่ค่อยชอบอยู่ภายใต้การสั่งการของใครสักเท่าไร ดังนั้นผมขอขอบคุณในความปรารถนาดีก็แล้วกัน” ฉิงเทียนตอบปฏิเสธอย่างนิ่มนวล
หลังจากที่พบว่าฉิงเทียนปฏิเสธ เฟิงอี้ก็ไม่ได้โกรธอะไร กลับกันเขาลุกขึ้นยืนแล้วก็หัวเราะออกมา “ฮ่าๆ เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการคาดเอาไว้เลย! ฉิงเทียนนายปฏิเสธจริงๆด้วย!”
“จริงๆแล้ว พวกเราก็ไม่ได้คิดจะให้นายเข้าร่วมกับทางสมช.หรอก แต่พวกเราอยากให้นายมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษของทางสมช.ต่างหาก” คราวนี้เฟิงอี้พูดอย่างจริงจังขึ้นมา
“ที่ปรึกษาพิเศษ? นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ?” ฉิงเทียนถามอย่างสงสัย จริงๆแล้วเขาเองก็ไม่อยากจะยุ่งกับทางสมช.มากนัก อย่างไรพวกเขาก็เป็นองค์กรของรัฐบาล และเขาเองก็ยังต้องอาศัยในเมืองโม๋ตูต่อ ถ้าเกิดเขาไปทำให้ทางรัฐโมโหเข้า เขาคงจะอาศัยอยู่ในเมืองนี้ได้ยากแล้ว
อีกทางด้านหนึ่งสีหน้าของหลิวเอี้ยนก็ได้เปลี่ยนไป ในเวลานี้เขาเต็มไปด้วยความอิจฉาและแค้นใจ เขานั้นต้องพยายามอย่างมากถึงจะได้เข้าร่วมกับทางสมช. ซึ่งทำให้เขาภูมิใจอย่างมากและตระกูลของเขาเองก็ภูมิใจด้วยเช่นกัน อีกทั้งน้องสาวของเขาเองก็ได้กลายเป็นศิษย์ของผู้เชี่ยวชาญของทางสมช.
เขานั้นคิดว่าน้องสาวของเขานั้นโชคดีมาแล้ว แต่เมื่อเทียบกับฉิงเทียนแล้ว ทั้งเขาและน้องสาวนั้นเป็นเพียงแค่ผายลมไปเลย! เพราะฉิงเทียนนั้นได้ถูกชักชวนให้เป็นที่ปรึกษาพิเศษของทางสมช.
อาจารย์ของน้องสาวของเขาเองก็เป็นที่ปรึกษาพิเศษของทางสมช.เช่นกัน! ทำไมระยะห่างของเขากับหมอนั่นถึงได้ห่างกันขนาดนี้! หลิวเอี้ยนอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างเศร้าโศก
“ที่ปรึกษาพิเศษของทางสมช.คือตำแหน่งพิเศษของคนที่ไม่ได้อยู่กับสมช. พวกเขานั้นจะไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของทางสมช. แต่ทางสมช.จะจ่ายเงินเดือนให้กับที่ปรึกษาพิเศษนี้ทุกปี และพวกเขายังสามารถขอให้ทางสมช.ช่วยรวบรวมข้อมูลข่าวสารได้ด้วย แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมต้องมีค่าใช้จ่าย ยกตัวอย่างเช่นในเวลานี้หากนายอยากที่จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักอัคคี ขอเพียงนายยอมเป็นที่ปรึกษาพิเศษของทางสมช. นายก็จะได้รับทราบข้อมูลทั้งหมดของสำนักอัคคีทันที”
“ส่วนเรื่องของความรับผิดชอบนั้น ทางสมช.ก็จะเสนองานมาให้นาย ซึ่งถ้านายอยากจะทำนายก็เลือกทำได้ และหากว่านายไม่ต้องการจะทำก็ไม่เป็นไร ซึ่งที่ปรึกษาพิเศษก็ยังได้รับเบี้ยหวัดอยู่ดี” เฟิงอี้พูดอธิบายในจบเดียว
หลังจากที่ได้ฟังที่เฟิงอี้อธิบาย ฉิงเทียนก็คิดเรื่องเงินเบี้ยหวัดของตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษก็ดูสะดวกดี ซึ่งมันเป็นเรื่องที่สะดวกดีสำหรับเหล่าผู้บำเพ็ญตนที่ไม่ต้องทำอะไรมากอาศัยเพียงแค่ชื่อของเขาและมีความสัมพันธ์กับทางรัฐเท่านั้น ซึ่งด้วยสังคมในปัจจุบันนั้นไม่เหมือนกับในโบราณ ที่อาวุธหนักของวิทยาการในสมัยนี้สามารถที่จะทำร้ายเหล่าผู้บำเพ็ญตนได้