ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 345 ความลับเหล่านางฟ้า
บทที่ 345 ความลับเหล่านางฟ้า
พี่ใหญ่นางฟ้า: ท่านอาจารย์ ท่านยังเคยเปิดหนังอย่างว่าให้ข้าดูเลย!
แล้วองค์หญิงแดนสวรรค์คนอื่นๆเมื่อได้ยินว่าหนังอย่างว่า ต่างก็สงสัยว่ามันคืออะไร? และจ้องไปที่ฮ่าวอวิ๋นด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยแล้วพูดขึ้น “น้องแปด หนังอย่างว่าที่เจ้าพูดถึงมันคืออะไรรึ?”
ใบหน้าของฮ่าวอวิ๋นก็ได้แดงขึ้นมาและพูดอย่างตะกุกตะกัก “หนังอย่างว่าก็คือหนังอย่างว่าไงเล่า”
มองดูท่าทีของน้องแปดของพวกเธอแล้ว ก็คิดว่า “หนังอย่างว่า” เนี่ยต้องไม่ใช่อะไรที่ดีแน่ๆ แล้วหัวใจองค์หญิงใหญ่ก็รู้สึกระแคะระคายราวกับถูกแมวข่วน จึงได้ยกมือขึ้นมาแล้วผลักฮ่าวอวิ๋นขึ้นไปบนเตียง แล้วแสงของฤดูใบไม้ผลิก็ได้แผ่กระจายไปทั่วห้อง
“ฮะๆ น้องแปด เจ้าต้องเชื่อฟังพี่ซะดีๆ แล้วรีบบอกข้ามาได้แล้วว่าเจ้าหนังอย่างว่าเนี่ยมันคืออะไร” องค์หญิงใหญ่พูดพร้อมกับหัวเราะราวกับนักเลง
“พี่สอง พี่สาม พี่สี่….พี่เจ็ด พี่ใหญ่รังแกข้า พวกท่านช่วยข้าด้วย” ฮ่าวอวิ๋นที่น่าสงสารขอความช่วยเหลือ แต่องค์หญิงคนอื่นๆต่างก็เอาแต่มองดู ไม่มีใครคิดช่วยเธอเลย
“นี่น้องแปด นี่เป็นปัญหาระหว่างเจ้ากับพี่ใหญ่เอง พวกเราไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้ และพวกเราเองต่างก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าหนังอย่างว่าเนี่ยมันคืออะไร? ดังนั้นน้องแปดถ้าอยากจะให้พวกเราช่วยก็บอกความจริงๆมาเสียดีๆ” องค์หญิงเจ็ดมองไปที่ฮ่าวอวิ๋นพร้อมกับยิ้ม
“อ้า พวกพี่สาวแย่ที่สุดไม่ช่วยข้าเลย ได้ข้าจะสู้กับพี่ใหญ่เอง” พูดจบฮ่าวอวิ๋นก็ได้จับองค์หญิงใหญ่กดลงบนเตียงบ้าง
“อ๊ะ น้องแปด เจ้ากล้าขัดขืนข้าเหรอ?”
“ข้าขัดขืนแล้วผิดตรงไหน ท่านพี่ฮิๆ”
“ก็ได้ ข้าจะจักจี๋เจ้า”
“ปล่อยข้านะ ฮะๆๆ ท่านจักจี๋ข้าเหรอ ได้ข้าจะสู้กับท่านพี่เอง”
บนเตียงนั้นเจ้าหญิงแดนสวรรค์ทั้งสองคนก็ได้จักจี๋สู้กันโดยปราศจากการวางตัว แล้วแสงของฤดูใบไม้ผลิก็ได้ปล่อยออกมาอีกครั้ง เมื่อมองไปรอบๆเจ้าหญิงองค์อื่นๆต่างก็พากันหัวเราะ!
ส่วนฉิงเทียนที่อยู่บนโลกก็ได้มองไปที่ข้อความของพี่ใหญ่นางฟ้าแล้ว ก็พบว่าเธอนั้นคือฮ่าวอวิ๋นจริงๆด้วย
ฉิงเทียนจึงได้พิมพ์ตอบไปด้วยความเป็นห่วง: ฮ่าวอวิ๋น เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ฮ่าวอวิ๋นที่กำลังสู้อยู่กับองค์หญิงใหญ่อยู่นั้น เมื่อได้ยินเสียงศิลาส่งผ่านเสียงดังขึ้นมา เธอจึงได้รีบส่งสัญญาณขอสงบศึกทันที “พี่ใหญ่คะขอสงบศึกก่อน ท่านอาจารย์อาจจะส่งข้อความกลับมาก็ได้”
“ฮึ่ม ก็แค่ข้อความส่งมา ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปง่ายๆหรอก วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้าได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นพี่ใหญ่” องค์หญิงใหญ่ทำเป็นพูดอย่างไม่พอใจ
ทันทีที่ได้ยินเช่นนี้ ฮ่าวอวิ๋นจึงได้งัดเอาไม้ตายออกมา แล้วเปลี่ยนท่าทีของเธอเป็นออดอ้อนขึ้นมาทันที “น่านะพี่ใหญ่จ๋า ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่กล้าทำแบบนั้นอีกแล้ว และอาจารย์ข้าก็มีการเต้นหลายๆแบบด้วยนะ”
ทันทีที่เธอพูดจบ สายตาของเจ้าหญิงองค์อื่นๆก็เป็นประกายขึ้นมาทันที แม้แต่องค์หญิงใหญ่เองก็ได้หยุดมือและเลิกยุ่งกับส่วนที่ไม่สามารถบรรยายได้ของฮ่าวอวิ๋น
“จริงรึ?” องค์หญิงใหญ่พูดพร้อมกับทำสีหน้าสงสัย
“จริงเสียยิ่งกว่าทองอีก” ฮ่าวอวิ๋นพูดสัญญา
“ก็ได้ ข้าจะเชื่อเจ้าสักครั้ง ถ้าข้าไม่เชื่อเจ้าข้าก็คงเป็นพี่ใหญ่ของเจ้าไม่ได้ คราวนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน ว่ายังไงน้องๆ?”
“ได้ค่ะ” แล้วเหล่าองค์หญิงก็ได้พากันขานรับพร้อมรอยยิ้ม
มองไปที่พี่สาวของเธอทั้ง 7 คนของเธอแล้วพบว่ามีสายตาที่ชั่วร้ายออกมา นี่มันสีหน้าของจิกกี๋ชัดๆ ในตอนนั้นเองที่ฮ่าวอวิ๋นก็ได้ตะโกนออกมาในใจ: ทำไมถึงได้พูดอย่างแต่ในใจกลับเป็นอีกอย่างไปได้เนี่ย! แน่นอนว่าเธอนั้นไม่กล้าที่จะพูดเช่นนั้นออกไป
หลังจากที่หยิบศิลาส่งผ่านเสียงขึ้นมา ฮ่าวอวิ๋นก็ได้เห็นข้อความที่เป็นห่วงของฉิงเทียน: ไม่เป็นไรค่ะ ก็แค่ถูกกักบริเวณให้อยู่ในเหยาฉีเท่านั้นเอง แต่คิดว่าท่านแม่คงไม่ยอมที่จะอ่อนข้อให้ง่ายๆแน่!
มองไปที่ทั้งสองคนที่ส่งข้อความกัน องค์หญิงใหญ่ก็ทนไม่ไหวแล้วพูดขึ้น “นี่น้องแปด เจ้าช่วยหยุดพูดเรื่องน่าเบื่อก่อนเถอะ ข้าว่าพวกเราเข้าเรื่องหลักกันเลยดีกว่า?”
“ข้าเกลียดพี่ใหญ่แล้ว!” ฮ่าวอวิ๋นพูดอย่างไม่พอใจ แต่พอเห็นสายตาของพี่ใหญ่ของเธอแล้วฮ่าวอวิ๋นก็ได้พิมพ์ลงไป: ท่านอาจารย์พอจะมีการเต้นแบบอื่นบ้างไหม?”
ฉิงเทียนก็ชะงักเล็กน้อยแล้วสงสัยว่าทำไมฮ่าวอวิ๋นถึงอยากได้ท่าเต้นแต่ก็ตอบกลับไป: ก็พอมีเยอะอยู่
องค์หญิงใหญ่ที่กำลังจับจ้องไปที่ศิลาส่งผ่านเสียง แล้วเมื่อเห็นข้อความตอบกลับมาของฉิงเทียนแล้ว ก็ได้หยิบเอาบรรยากาศแบบจิ๊กกี๋มาสวมแล้วฉกเอาศิลาไปจากมือของฮ่าวอวิ๋นทันที
“นั่นท่านพี่กำลังทำอะไรอยู่คะ?”
องค์หญิงใหญ่ไม่สนการประท้วงของฮ่าวอวิ๋น และไม่รอช้ารีบส่งข้อความตอบกลับไป “ส่งการเต้นทั้งหมดมาให้ข้า”
“อุ๊” ฉิงเทียนมองไปที่ข้อความในโทรศัพท์มือถือแล้วคิดว่าฮ่าวอวิ๋นนั้นคงจะกำลังเบื่อมากที่ถูกกักบริเวณอยู่ในเหยาฉีแน่ๆ ถ้าเธออยากที่จะเรียกรู้การเต้นใหม่ๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
มองไปที่คนอื่นๆที่กำลังทำการซึมซับพลังของลูกท้อเซียนอยู่นั้น ฉิงเทียนก็ได้ทำการเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วทำการดาวน์โหลดการเต้นจำนวนมากมาจากในอินเทอร์เน็ต รวมถึงการเต้นที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างโกสท์สเต็ปด้วย
ส่วนที่โลกเซียนนั้นตอนนี้กำลังมีการต่อสู้ครั้งใหญ่อีกรอบอยู่บนเตียง ซึ่งทั้งสองฝ่ายที่เข้าห้ำหั่นกันอยู่นั้นก็ยังคงเป็นฮ่าวอวิ๋นกับองค์หญิงใหญ่
ในเวลานี้เสื้อผ้าของทั้งคู่นั้นไม่อาจปกปิดร่างกายของทั้งคู่ได้แล้ว ผิวขาวดุจหิมะของพวกเธอได้ถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งดูแล้วช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก
ใขณะที่ฉิงเทียนกำลังเตรียมที่จะส่งของให้อยู่นั้น ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าเขานั้นยังไม่มีหินเซียนเลย
“รู้สึกน่าอายจังแฮะ จะลองขอยืมหินเซียนจากฮ่าวอวิ๋นก่อนดีไหมนะ?” ฉิงเทียนลูบจมูกตัวเองอย่างเก้ๆกังๆ
ฉิงเทียนเปิดไปที่หน้าจอส่งของของร้านถาวเป่าสวรรค์แล้วลองกดส่งของ ซึ่งพบว่าจำเป็นต้องใช้ถึง 1,000 หินเซียนไปยังโลกเซียน
“แพงมาก เสียตั้ง 1,000 หินเซียนในการส่งแฟลชไดรฟ์เนี่ยนะ หน้าเลือด หน้าเลือดเกินไปแล้ว” เมื่อไม่มีเงินก็ไม่สามารถทำอะไรได้จริงๆเหรอเนี่ย?
ถึงแม่ว่ามันจะแพงมาก แต่มันก็จำเป็นจะต้องจ่าย ฉิงเทียนจึงได้ส่งข้อความไปหาฮ่าวอวิ๋นอย่างอายๆ: ฮ่าวอวิ๋นพอจะมีให้ผมยืมสัก 1,000 หินเซียนไหม?
ฮ่าวอวิ๋นและองค์หญิงใหญ่ที่ยังคงต่อสู้กันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงดังมาจากศิลาส่งผ่านเสียง แล้วทั้งสองคนก็ได้รีบพุ่งตัวไปหยิบศิลาราวกับสายฟ้า
แต่องค์หญิงใหญ่นั้นไวกว่า และคว้าเอาศิลาไปได้ก่อน
“เอามาให้ข้านะพี่ใหญ่” ฮ่าวอวิ๋นก็ได้ไล่คว้าศิลา แต่มีหรือที่องค์หญิงใหญ่จะยอมให้เธอทำได้
“อะไรกันเขาไม่มีเงินสักแดงเลยเหรอเนี่ย?” องค์หญิงใหญ่พูดขึ้นมา จากนั้นก็ได้โยนศิลาไปให้ฮ่าวอวิ๋นอย่างไม่สนใจ
แล้วฮ่าวอวิ๋นก็ได้คิ้วขมวดขึ้นมาทันที ศิลาส่งผ่านเสียงของเธอก็ถูกท่านแม่ยึดไปแล้ว รวมถึงบัญชีถาวเป่าสวรรค์ของเธอก็โดนยึดเช่นกัน แต่แค่ 1,000 หินเซียนเขาไม่มีเลยอย่างนั้นเหรอเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
แล้วดวงตาของฮ่าวอวิ๋นก็พลันสว่างขึ้นมาแล้วจับจ้องไปที่พี่สาวของเธอ ซึ่งเสื้อผ้าของเธอนั้นยับยู่ยี่ไปหมดและกำลังจัดแต่งหัวของเธอ เธอจึงได้ทำหน้าน่าสงสารขึ้นมาทันทีแล้ววิ่งไปหาองค์หญิงใหญ่
องค์หญิงใหญ่ที่เห็นสีหน้าของน้องแปดแล้ว ก็พลันรู้สึกได้ว่าจะต้องมีอะไรไม่ดีอยู่ในใจของน้องแปดอีกแล้วแน่ๆ เธอจึงได้ถอยออกมาแล้ว “น้องแปด ไม่ต้องมามองข้าเช่นนั้น ข้าไม่ให้ยืมหรอกนะ!”
“ท่านพี่ใหญ่ที่แสนสวยและรูปงามของข้าจ๋า ได้โปรดให้ข้ายืมเงินสัก 1,000 หินเซียนเถอะนะ?” ฮ่าวอวิ๋นก็ได้จับแขนขององค์หญิงใหญ่และพูดอย่างออดอ้อน
“หึ ไม่มีทาง ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาไม่มีแม้แต่ 1,000 เซียน! เขานั้นมีชื่อเสียงมากจะตายไปในงานเลี้ยงลูกท้อ น่าจะมีคนมากมายซื้อของจากเขา แต่เขากลับไม่คิดจะเสียสละเงินเพื่อเจ้าสักหน่อยเลย” องค์หญิงใหญ่ก็ได้พูดพร้อมกับยืนกอดอก
เจ้าหญิงองค์อื่นๆก็ได้พูดขึ้นมา “จริงด้วย ตั้งแต่ตอนที่งานเลี้ยงลูกท้อจบลง ก็มีผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนถามพวกข้าถึงเรื่องของน้องแปดและการเต้นของเจ้า เขาจะจนได้อย่างไรกัน?”
ฮ่าวอวิ๋นได้ฟังการวิเคราะห์จากเหล่าพี่สาวของเธอแล้วก็พลักรู้สึกสงสัยว่าทำไมท่านอาจารย์ของเธอถึงได้ไม่มีหินเซียนเหลือเลย ซึ่งเธอเองก็ไม่คิดว่าฉิงเทียนนั้นจะเป็นคนที่มีนิสัยเช่นนั้นแน่ ในความคิดของเธอท่านอาจารย์ของเธอต้องประสบปัญหาอะไรอยู่แน่ๆ