ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 344 บำเพ็ญเพียร (2)
บทที่ 344 บำเพ็ญเพียร (2)
แล้วทั้ง 4 คนก็ได้จ้องมองไปที่การเคลื่อนไหวของฉิงเทียนอย่างใจจดใจจ่อ ฉิงเทียนมองดูสีหน้าของเขาที่ใจจดใจจ่อแล้ว ฉิงเทียนจึงช่วยไม่ได้ที่จะพูดเพื่อสลายบรรยากาศนี้ “ทุกๆคนครับไม่จำเป็นต้องใจจดใจจ่อขนาดนี้ก็ได้ครับ มันไม่ใช่อะไรที่ยากขนาดนั้น”
ขณะที่เขาพูดอยู่ ฉิงเทียนก็ได้พลิกมือขวาของเขาแล้วหยิบเอาลูกท้อเซียนออกมา 4 ลูกจากในแหวนเก็บของ
ลูกท้อเซียนที่หยิบออกมานั้น มีกลิ่นที่หอมคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้องทันทีที่หยิบออกมา ผู้เฒ่าซูและซูกังก็ได้จดจ้องไปที่ลูกท้อเซียน และมีแสงออกมาจากดวงตาของพวกเขาทั้งคู่
ในฐานะที่เป็นแพทย์แผนจีนโบราณแล้ว ทั้งสองคนรู้ว่าลูกท้อนี้วิเศษมากตั้งแต่ตอนที่มันถูกหยิบออกมา ลำพังแค่กลิ่นของมันก็เทียบไม่ได้กับลูกท้อที่ปลูกบนโลกเลย “ฉิงเทียน นี่ก็เป็นลูกท้อจากโลกเซียนอย่างนั้นเหรอ?” ผู้เฒ่าซูถามอย่างตื่นเต้น
“เกือบถูกครับ” ฉิงเทียนตอบแบบขอไปที ฉิงเทียนนั้นต้องการให้เฉพาะฉิงหยูและซูเสวี่ยเท่านั้นที่รู้เรื่องของถาวเป่าสวรรค์ อย่างไรเสียการที่มีคนรู้ความลับมากเท่าไร ก็เสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยมากขึ้นเท่านั้น
ผู้เฒ่าซูและซูกังก็ได้มองไปที่ลูกท้อแล้วกล่าวอย่างทึ่งๆ “อย่างที่คิด ลูกท้อเซียนนั้นเทียบไม่ได้กับบนโลกเลยจริงๆ ลำพังแค่กลิ่นของมันก็สุดยอดแล้ว”
“ฮะๆ ลูกท้อพวกนี้คือของพวกคุณครับ!” ฉิงเทียนได้ยื่นลูกท้อให้ทั้ง 4 คนแล้วกล่าว “พวกคุณจะสามารถเริ่มเข้าสู่พื้นฐานของการบำเพ็ญเพียรด้วยการทานลูกท้อนี้”
ทั้งสี่คนก็ได้หยิบลูกท้อขึ้นมา และจ้าวเลี่ยงก็ได้พูดอย่างตื่นเต้น “จริงรึ ถ้ากินลูกท้อนี่เข้าไป ก็จะสามารถบำเพ็ญเพียรได้เช่นนั้นรึ”
การบำเพ็ญเพียรฝึกง่ายๆด้วยการแค่กินลูกท้อจริงๆหรือ ทำไมถึงได้ฟังดูรู้สึกแปลกๆ
“เชื่อผมเถอะ ก่อนอื่นพวกคุณนั่งขัดสมาธิเสียก่อน” ฉิงเทียนกล่าวพร้อมกับยิ้ม ลูกท้อเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาวางรากฐานในการบำเพ็ญเพียรของพวกเขา ซึ่งเรียกได้ว่าให้ผลที่เกินพอ ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นได้ลูกท้อเซียนมา ก็คงไม่เอามาให้คนอื่นกินอย่างฉิงเทียนแน่ แต่จะใช้ยาลูกกลอนที่ปรุงขึ้นมาใหม่แทนได้ ซึ่งให้ผลเช่นเดียวกันกับลูกท้อเซียน
แต่ฉิงเทียนไม่ได้ทำเช่นนั้น พูดอีกอย่างก็คือ เพราะเขานั้นไม่ได้ขาดแคลนลูกท้อเซียนขนาดนั้น เพราะยังมีเหลืออยู่อีกถุงหนึ่งในแหวนเก็บของ ดังนั้นบนโลกจึงมีเพียงฉิงเทียนที่ใช้วิธีนี้
แล้วทั้งสี่คนก็ได้นั่งขัดสมาธิตามที่ฉิงเทียนบอก แล้วหยิบลูกท้อเซียนขึ้นมาทาน ทั้งสี่คนที่ได้ทานลูกท้อเซียนเข้าไปก็รู้สึกได้ถึงรสชาติอร่อยที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ แล้วลูกท้อเซียนที่ทานเข้าไปก็ได้กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์เข้าไปเสริมสร้างร่างกายของพวกเขา
ทั้งสี่คนต่างก็รู้สึกลุ่มหลงมันเพียงได้กัดคำแรก แล้วความเร็วของปากของพวกเขาก็เร็วมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นสักพักลูกท้อเซียนขนาดเท่ากำปั้นก็ได้ทานจนหมด
ซูเสวี่ยและจ้าวก่างต่างก็มองดูพวกเขาอย่างประหลาดใจ ลูกท้อนี้อร่อยขนาดนั้นเลยจริงๆเหรอ?
ฉิงเทียนมองไปที่ทั้งสองคนแล้วหยิบเอาออกมาอีกสองลูกจากในแหวน แล้วยื่นส่งให้พวกเขา “พวกคุณอยากจะลองชิมสักหน่อยไหม?”
“หึ สมกับที่เป็นน้องสี่รู้ดีจริงๆว่าข้าต้องการอะไร” แล้วจ้าวก่างก็ได้หยิบลูกท้อขึ้นมาแล้วทานเข้าไป เพียงแค่กัดคำคำแรกเข้าไปสีหน้าของจ้าวก่างก็แสดงถึงความยินดีอย่างมาก โดยไม่สนใจที่จะพูด เขารีบจับเอาลูกท้อยัดเข้าปากอย่างมูมมาม
เมื่อซูเสวี่ยได้เห็นก็ตกใจเช่นกัน “ลูกท้อนี่มันอร่อยขนาดนั้นจริงๆเหรอ?” พอพูดจบเธอก็ได้หยิบเอาลูกท้อเอาเข้าปากสีเชอร์รี่ของเธอราวกับสุภาพสตรี
ทันทีที่ที่ได้ทานเข้าไป ในตอนนั้นเองซูเสวี่ยก็รู้สึกได้ถึงรสชาติของมันที่ผสมผสานเข้ากลิ่นของมัน แล้วพลังที่บริสุทธิ์ก็ได้ไหลทะลักเข้าไปในจุดศูนย์กลางของเธอ ซูเสวี่ยจึงได้นั่งลงเพื่อซึมซับเอาพลังบริสุทธิ์นี้เข้าไป
ฉิงเทียนมองไปที่ห้องนั่งเล่นของเขาและกลุ่มคนที่กำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อทำการซึมซับพลังวิญญาณ ซึ่งเมื่อเห็นเช่นนี้แล้วก็คิดว่าจะรบกวนก็คงไม่ดี จึงได้หยิบเอาโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาแล้วเปิดเข้าไปดูในถาวเป่าสวรรค์
อย่างไรเสีย มันก็ยังมีปัญหาใหญ่ที่เขาจะต้องรีบแก้ไขโดยไว นั่นคือเรื่องของสัดส่วนของเจ้าแม่หวังหมู่ ซึ่งจะมีเซียนองค์ไหนที่จะบอกเขาได้บ้าง
แดนสวรรค์ในโลกเซียน
ในเวลานี้ เจ้าหญิงองค์โตนั้นถือโทรศัพท์มือถือด้วยความโกรธแล้วพูดกับฮ่าวอวิ๋น “น้องแปด นี่น่ะเหรอคนที่เจ้าชอบ ฉิงเทียนนั้นไม่สนใจแม้แต่ข้า ข้าว่าข้าชักเห็นด้วยกับเจ้าแม่แล้ว”
เมื่อองค์หญิงแปดได้ยินเช่นนั้น ก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม เธอร้องไห้แล้วก็พูดอย่างโศกเศร้า “แง…แม้แต่พี่ใหญ่ก็ยังรังแกข้า”
แล้วพี่น้องคนอื่นที่อยู่ข้างๆเมื่อเห็นพี่ใหญ่พูดเช่นนั้นแล้วก็ทำท่าไม่พอใจ ทุกวันนี้น้องแปดนั้นก็โศกเศร้ามาพอแล้ว
“ท่านพี่พูดอะไรออกมาน่ะ? แค่นี้น้องแปดก็เสียใจพออยู่แล้ว ท่านพี่ยังมาพูดเช่นนี้อีก” น้องเจ็ดพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ใช่ๆ!” พี่น้องคนอื่นๆก็พูดพร้อมกัน
แล้วเจ้าหญิงองค์โตเมื่อเห็นเหล่าน้องสาวของเธอพากันโกรธเธอ แล้วคิดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ และเหล่าน้องสาวก็พากันเข้าใจเธอผิดหมดแล้ว จึงได้คิดสาปแช่งฉิงเทียนให้ตาย
องค์หญิงใหญ่จึงได้รีบมานั่งข้างๆน้องแปดแล้วพูดอย่างโมโห “ก็ดูหมอนี่สิ เขามีทำไม่ดีใส่ข้าเนี่ย เดิมทีข้าแค่คิดจะติดต่อกับเขาเพื่อที่จะให้เขามาคุยกับน้องแปด แต่หมอนี่มันกลับเมินข้าและว่าข้าอีก ข้าโกรธจริงๆแล้วนะ” องค์หญิงใหญ่ก็ได้ยื่นศิลาส่งผ่านเสียงให้ฮ่าวอวิ๋นดูว่าเธอนั้นไม่ได้โกหก
เมื่อฮ่าวอวิ๋นได้ยินที่องค์หญิงใหญ่พูด เธอนั้นไม่ได้สนใจฟังที่เธอบ่น แต่มีตรงอื่นที่น่าสนใจกว่านั้น
“พี่ใหญ่คะ พี่ติดต่อกับท่านอาจารย์ได้จริงๆเหรอ?” ฮ่าวอวิ๋นหยิบเอาศิลาส่งผ่านเสียงขององค์หญิงใหญ่มาดู
“ใช่ ข้านั้นแอบหลบท่านพ่อกับท่านแม่เพื่อไปถามเรื่องวิธีการติดต่อมาจากไท่ไป๋จินซิง ข้านั้นอยากที่จะให้เจ้าดีใจแต่หมอนี่กลับไม่สนใจข้าแม้แต่น้อย” องค์หญิงใหญ่ก็ได้พูดด้วยความโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ
“ฮะๆเยี่ยมไปเลย ในที่สุดข้าก็ติดต่อกับท่านอาจารย์ได้แล้ว” ฮ่าวอวิ๋นพูดอย่างตื่นเต้นแล้วจากนั้นก็ได้หยิบเอาศิลาส่งผ่านเสียงมาจากองค์หญิงใหญ่และเมื่อพบว่าเป็นฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมา “ท่านอาจารย์ ข้าคิดถึงท่าน”
เมื่อเห็นเช่นนี้ องค์หญิงใหญ่ก็รู้สึกโหวงๆขึ้นมา เธอนั้นอุตส่าห์พยายามพูดจนน้ำลายแห้ง แต่ผลคือน้องสาวของเธอนั้นกลับไม่สนใจที่จะฟังเธอเลย และในตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกได้ว่าคนคนนั้นต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ
ส่วนพี่สาวคนอื่นๆเมื่อเห็นว่าในที่สุดน้องแปดก็ได้ยิ้มขึ้นมาหลังจากที่ไม่ได้เห็นมานาน พวกเธอจึงได้รู้สึกยินดีด้วยกับน้องแปด แต่ในใจกลับมีความสงสัยขึ้นมาว่า ฉิงเทียนคนนี้น่าหลงใหลขนาดนั้นเลยหรือ?
ในเวลานี้ฉิงเทียนที่กำลังกังวลว่าเขาจะรู้สัดส่วนของเจ้าแม่ได้อย่างไรอยู่นั้น จู่ๆโทรศัพท์ของเขาก็ได้ดังขึ้นมา
แล้วก็พบว่าเป็นพี่ใหญ่นางฟ้าส่งข้อความมา ฉิงเทียนก็ได้คิ้วขมวดแล้วคิด: คนคนนี้ส่งข้อความมาอีกแล้ว คิดจะมาด่าเขาอีกรึยังไง? ถ้าเกิดเธอมาเพื่อด่าเขาอีกจริงๆ เขาก็จะด่ากลับให้ไปร้องไห้หาแม่เลย ถ้าคราวนี้เขาไม่ได้ด่าจังๆสักที ก็คงไม่ใช่ฉิงเทียนแล้ว
แต่เมื่อเปิดเข้าไปดูข้อความของพี่ใหญ่นางฟ้าแล้วก็ตกใจ ท่านอาจารย์ คนคนนี้เรียกเขาว่าอาจารย์ เขารู้จักคนคนนี้ด้วยเหรอ? แล้วเขาไปมีลูกศิษย์ตั้งแต่เมื่อไร นอกจากองค์หญิงแปดแห่งแดนสวรรค์ และไม่ใช่ว่าฮ่าวอวิ๋นถูกเจ้าแม่ขังให้อยู่ในเหยาฉีและศิลาส่งผ่านเสียงก็ยังถูกยึดไปด้วยไม่ใช่เหรอ? แล้วเธอติดต่อกับเขาได้อย่างไร หรือว่าคนคนนี้คิดจะแกล้งเขากัน
เมื่อคิดเช่นนี้ ฉิงเทียนก็ได้ถามกลับไป: คุณเป็นใครเหรอครับ? พวกเรารู้จักกันด้วยเหรอครับ?
เมื่อฮ่าวอวิ๋นเห็นข้อความที่ฉิงเทียนส่งมาก็ได้รีบตอบกลับไป: ท่านอาจารย์ นี่ข้าเองฮ่าวอวิ๋นไง!
ฉิงเทียนเห็นข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอ ถึงแม้ว่าเขานั้นจะเริ่มเชื่อขึ้นมาบ้าง เพราะว่ามีอยู่น้อยคนนักในแดนสวรรค์ที่จะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับฮ่าวอวิ๋น แต่ฉิงเทียนก็ได้ถามกลับไปอีกคำถามเพื่อความมั่นใจ อย่างไรก็ดีในเวลานี้เจ้าแม่นั้นก็มีอาการหมดประจำเดือนอยู่ ถ้าเกิดว่าเธอแกล้งปลอมเป็นฮ่าวอวิ๋นมาหลอกเขา คงไม่ใช่เรื่องดีแน่