ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 39 สู้ตาย
บทที่ 39 สู้ตาย
เขาพบว่าความเร็วของนักฆ่านั้นรวดเร็วมากจนสามารถสร้างลมขึ้นมารอบๆได้ และใบไม้บนต้นไม้ก็ถูกลมพัดจนลอยขึ้นไปในอากาศ
ฉิงเทียนนั้นตั้งสมาธิไปที่สายตา มือของเขากำหมัดแน่น และกล้ามเนื้อของเขาก็เต้นอย่างต่อเนื่อง ในตอนนั้นเองดาบของฆ่าก็ได้พุ่งแทงมายังอกของฉิงเทียน เมื่อเห็นเช่นนี้ฉิงเทียนจึงได้เตะดาบสวนกลับไป “พลั่ก” ฉิงเทียนเคลื่อนที่ถอยหลังออกมาหลายเมตรด้วยแรงสะท้อนที่เกิดขึ้นมา
แต่ทว่าดาบในมือของนักฆ่านั้นก็สั่นไม่หยุดเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเขาคงไม่สามารถจัดการได้ในทีเดียวแน่ แล้วดาบของเขาก็ได้บินไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
ฉิงเทียนตกใจและคิดว่าเขาคนนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน เขาจะต้องเป็นผู้ฝึกวิชากำลังภายในแน่ๆ แต่ถึงแม้ว่าฉิงเทียนจะตกใจแต่การเคลื่อนไหวของมือและเท้าของฉิงเทียนนั้นกลับไม่ได้ช้าลงไปเลยเขาพยายามหลบดาบอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่นักฆ่าก็วาดมือของเขาอย่างต่อเนื่อง แล้วดาบก็พุ่งโจมตีใส่ฉิงเทียนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
เมื่อนักฆ่าเห็นว่าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เขาก็ได้พุ่งไปข้างหลังของฉิงเทียนแล้วเท้าของเขาก็เตะเข้าข้างหลังทันที
“อั่ก” ฉิงเทียนร้องออกมา แล้วร่างกายของเขาพุ่งลงไปที่พื้นแล้วกลิ้ง อย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าของเขาถูไปกับพื้นและเสียดสีไปกับก้อนกรวดและหญ้า มีรอยแผลปรากฏขึ้นทีหลังของฉิงเทียน
มองไปที่นักฆ่าด้วยสายตาที่โกรธแค้น ดาบที่บินอยู่ในอากาศกลับมาเข้ามือของเขาอีกครั้ง ความโกรธในใจของฉิงเทียนนั้นกำลังเดือดอย่างต่อเนื่องและพลังวิญญาณในร่างกายของเขาก็ได้มารวบรวมอยู่ในมือขวาของเขา แล้วเขาก็ตั้งท่าเตรียมสู้ใหม่แล้วก็กวักมือท้าทายนักฆ่า
เมื่อนักฆ่าเห็นว่าฉิงเทียนนั้นไม่เป็นอะไรมาก จากพลังเท้าของเขา เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงขึ้นมาเพราะเขารู้ถึงความรุนแรงของท่าเท้าของเขาดี มันสามารถที่จะล้มช้างรุ่นใหญ่ให้ลงไปนอนกับพื้นได้ถ้าเขาใช้มัน แต่ฉิงเทียนแค่ปัดฝุ่นออกจากตัวและลุกขึ้นมาในสภาพที่ปกติดี สีหน้าของนักฆ่าก็ได้เปลี่ยนไปตึงเครียดมากกว่าแต่ก่อน
มือขวาของฉิงเทียนสับลงมาที่บนหัวของนักฆ่า แล้วนักฆ่าก็ได้ใช้ดาบในมือขวาของเขาต้านรับมือขวาของฉิงเทียน ฉิงเทียนได้รวบรวมพลังวิญญาณในร่างกายของเขาไปไว้ที่มือขวามากขึ้น จนมองเห็นพลังที่โปร่งใสห่อหุ้มอยู่รอบมือขวาของฉิงเทียนซึ่งได้ส่งแรงกระแทกไปยังดาบในมือของนักฆ่าอย่างต่อเนื่อง! ในชั่วไม่กี่อึดใจ
“แบบนี้ไม่ดีแน่” นักฆ่าคิดในใจ เขารู้สึกได้ว่าพลังนั้นกดดันมาทางเขามากขึ้นเรื่อยๆ
แล้วด้วยเสียงที่ดังลั่น ขาของนักฆ่านั้นได้ลงไปทรุดอยู่กับพื้น สีหน้าของนักฆ่านั้นบิดเบี้ยวขึ้นมา แล้วก็มีเท้าขวาเตะเข้ามาที่ท้องของนักฆ่า และนักฆ่าคนนั้นยืนยังแทบไม่ไหวก็ได้กลิ้งไปตามพื้นทันที
“อย่าหาว่าฉันอวดเลยนะ แต่เป็นเพราะนายที่ทำเหมือนฉันเป็นแมวป่วยเองนะ!” ฉิงเทียนปัดมือของเขาแล้วพูด
ในเวลานี้เอง นักฆ่าได้ลงไปนอนกับพื้น สายตาของเขาเหลือกไปมาและในหัวของเขากำลังวางแผนอยู่ เมื่อพบว่าซูเสวี่ยนั้นอยู่ไม่ไกลและกำลังมีทีท่าหวาดกลัว
ฉิงเทียนก็ได้มองดูนักฆ่าที่อยู่บนพื้นไม่ไกลจากเขา จึงได้เดินเข้าไปหา และในขณะที่เขากำลังเดินไปหานักฆ่าและกำลังที่จะเตะเขานั้น จู่ๆนักฆ่าก็ได้โยนเศษใบไม้เต็มกำมือของเขาขว้างใส่หน้าของฉิงเทียน
ฉิงเทียนพูดขึ้นในใจ “แย่แล้ว” และวิสัยทัศน์ของเขาถูกบดบังด้วยเศษใบไม้ร่วง ในเวลานี้นักฆ่าที่อยู่บนพื้นได้หายไปแล้ว
“ฉิงเทียน ช่วยด้วย!” ซูเสวี่ยกรีดร้องออกมา
เมื่อเห็นว่านักฆ่านั้นได้ใช้มือซ้ายจับคอของซูเสวี่ยอยู่ เขาก็ยิ้มแบบชั่วร้ายและมองมาที่ฉิงเทียน เขาเองก็มองนักฆ่ากับด้วยสายตาอาฆาตเช่นกัน “ปล่อยเธอไปซะ! ไม่อย่างนั้นแกจะต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน”
“มันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของแกล่ะนะ ตราบเท่าที่มือของฉันยังจับเบาๆล่ะนะ!” ขณะที่พูดอยู่ เขาก็ได้ออกแรงที่มือเพิ่มขึ้น
แล้วซูเสวี่ยก็ได้ไอออกมา!
“แกต้องการอะไร?” ฉิงเทียนพูดอย่างร้อนรน
แล้วนักฆ่าก็พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้ม “หักแขนของแกซะ หรือจะให้ฉันฆ่าเธอ”
หลังจากที่ได้ฟังคำของนักฆ่า น้ำตาของซูเสวี่ยก็ได้ไหลออกมาและส่ายหัวของเธอ
“ทำเร็วเข้าเซ่!” แล้วนักฆ่าก็ใส่แรงลงไปที่มือของเขา
มองสีหน้าที่เจ็บปวดของซูเสวี่ย! “กร็อบๆ” ฉิงเทียนหักของตัวเอง มองไปที่นักฆ่าแล้วพูดขึ้น “พอใจรึยัง? ปล่อยเธอได้แล้ว!”
“ฮ่าๆ เชื่อฟังดีมาก!” แล้วมือของนักฆ่าก็ยกขึ้นมาแล้วก็เคาะไปที่ซูเสวี่ยทำให้เธอสลบไป
แล้วมันก็ค่อยๆย่างกรายไปหาฉิงเทียน “เจ้าหนูโทษตัวเองก็แล้วกันที่แกไปฆ่านักฆ่าในองค์กรของเรา!”
จากนั้นเขาก็ค่อยๆยกฝ่ามือของเขาขึ้นมาเหนือหัวของฉิงเทียน มองไปที่นักฆ่าที่กำลังแสยะยิ้ม ฉิงเทียนได้กำลังคิดหาวิธีตอบโต้ แล้วเขาก็เห็นดาบที่ตกอยู่ที่เท้าของเขา เขาจึงได้ใช้พลังวิญญาณของเขาเข้าควบคุมดาบเล่มนั้นจากที่เขาเคยทดลองฝึกมาอย่างช้าๆ
“เร็วเข้า เร็วเข้า” ฉิงเทียนตะโกนในใจอย่างร้อนรน
ทันทีที่มือของนักฆ่าคนนั้นสับลงมา “ฟุ่บ” ดาบเล่มนั้นก็ได้บินขึ้นมากันมือของนักฆ่าเอาไว้ได้ทัน และในขณะนั้นเองก็อาศัยจังหวะที่นักฆ่าไม่ทันตั้งตัว ฉิงเทียนก็ได้ท่องคาถากลายร่างเป็นยุงโลหิตในใจของเขา
“หายไปไหนแล้ว?” นักฆ่าที่ลืมตาขึ้นมาก็พบว่าฉิงเทียนนั้นได้หายไปแล้ว
ฉิงเทียน ที่กลายร่างเป็นยุงโลหิตไปแล้วนั้นก็ได้กระพือปีกของเขาแล้วบินไปเกาะที่คอของนักฆ่า
“โอ๊ย” แล้วนักฆ่าก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างกัดที่คอของเขา จากนั้นฉิงเทียนก็ได้ใช้พลังวิญญาณที่เหลือของเขาในการกระตุ้นเพื่อรักษาแผลเมื่อสักครู่
“ตุบ” แล้วนักฆ่าก็ล้มลงไปทันที! ใบไม้ร่วงบินปลิวว่อนไปหมด
“เฮ้อ” ฉิงเทียนนั้นเหงื่อไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ถ้าเขาไม่ใช้พิษของเลือดโลหิตในตอนสุดท้าย เขาอาจจะต้องอธิบายเรื่องที่เกิดในวันนี้แน่
แต่วันนี้เขาใช้พลังงานวิญญาณไปอย่างมาก เขามองไปที่นักฆ่าอย่างเลือดเย็น ฉิงเทียนจึงได้พูดอย่างโมโห “องค์กรนักฆ่านี้ส่งคนมาลอบฆ่าฉันเรื่อยๆเลยแฮะ ฝากไว้ก่อนเถอะหลิวไห่ แกตายแน่!”
สิ่งที่ทำให้ฉิงเทียนนั้นทนไม่ได้มากที่สุดก็คือการคุกคามคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่เขารักมากที่สุด เขาจึงได้ตัดสินโทษประหารหลิวไห่ในใจของเขา
หันหัวของเขาไปก็พบซูเสวี่ยที่กำลังสลบอยู่ ฉิงเทียนจึงได้ขยับตัวไปหา มองไปที่แขนสองข้างของเขาที่หักอยู่เขาจึงใช้ขาของเขาเขี่ยเท้าของซูเสวี่ยปลุกให้ตื่นขึ้นมา
“ฉิงเทียน คุณไม่เป็นอะไรนะ!” พูดจบเธอก็โผเข้ากอดฉิงเทียนที่กำลังนอนอยู่ แต่เดิมทีแขนของเขาที่หักอยู่ก็ทำให้เจ็บมาพออยู่แล้วแต่เมื่อถูกซูเสวี่ยกอดเขาก็ยิ่งเจ็บมากยิ่งขึ้นไปอีก
ฉิงเทียนพูดแบบกัดฟัน “เสวี่ยเอ๋อ แขนผม!”
“คุณยังไม่ตายจริงๆด้วย! ฉันนึกว่าฉันจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว!” ซูเสวี่ยพูดด้วยตาที่แดง
ฉิงเทียนมองดูสีหน้าที่กำลังร้องไห้ของเธอก็พูดขึ้น “ผมยังไม่ได้แต่งงานกับคุณ ผมจะตายได้อย่างไร?”
“ขยะแขยง” พูดจบเธอก็ทุบไปที่ฉิงเทียน
“มันเจ็บนะ! เสวี่ยเอ๋อ” ฉิงเทียนกัดฟันของเขาอีกครั้ง
“อ๊ะ ขอโทษที! แล้วฉิงเทียนคุณจะทำยังไงต่อไป?” ฉิงเทียนมองดูแขนที่ใช้การไม่ได้ของฉิงเทียน
“ไม่เป็นไรเสวี่ยเอ๋อ เดี๋ยวมันก็หายเองแหละ” ฉิงเทียนนั้นใช้พลังวิญญาณรักษาตัวเขาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าแทบจะไม่เหลือพลังวิญญาณในตัวเขาเลยก็ตามที
จากนั้นเขาก็หันไปมองนักฆ่าแล้วพูดขึ้น “เร็วเข้าเถอะ เราต้องไปหาอะไรมามัดเขาเอาไว้”
หลังจากที่จัดการกับนักฆ่าเสร็จ ฉิงเทียนก็นอนแผ่ไปกับพื้น หลังจากที่สู้กันแบบเป็นตายเมื่อสักครู่ ฉิงเทียนก็ไม่มีแรงเหลือเลย เขาเองก็พยายามรักษาแขนของเขาอยู่ ในช่วงเวลานี้เขาอ่อนแออย่างมาก ถ้าเกิดว่ามีนักฆ่าโผล่มาตอนนี้ ฉิงเทียนเชื่อว่าเขาคงไม่สามารถต่อต้านได้แน่ ซูเสวี่ยที่นั่งอยู่ข้างๆฉิงเทียนก็มองดูฉิงเทียนอย่างเป็นกังวล “เสวี่ยเอ๋อ คุณช่วยหยิบขวดเล็กๆในกระเป๋าเสื้อผมให้หน่อย แล้วจากนั้นก็เปิดขวดแล้วเทใส่ในปากของผมที!”
หลังจากที่ดื่มน้ำวิญญาณลงไป ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายของเขานั้นกำลังฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นสักพัก ฉิงเทียนก็ลุกขึ้นยืนมาได้พร้อมกับแกว่งแขน ราวกับว่าต่อติดกันเหมือนเดิมแล้ว
ซูเสวี่ยที่อยู่ข้างๆก็ตาเบิกกว้างออกมา “ฉิงเทียน คุณเป็นใครกันแน่?”
เมื่อได้ยินที่ซูเสวี่ยถาม ฉิงเทียนก็ได้ตอบด้วยความรัก “เสวี่ยเอ๋อ ไม่ว่าผมจะเป็นอะไรก็ตาม แต่ผมก็รักคุณนะ”
“เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังหลังจากที่ผมจัดการกับเขาก่อนนะ!”
ซูเสวี่ยผงกหัว!