ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 437 ขายของ
บทที่ 437 ขายของ
ในฐานะที่เป็น 1 ใน 10 เมืองใหญ่ในยมโลก เมืองยมบาลนี้แน่นอนว่าเป็นเมืองที่ดูหรูหราสุดๆ สถานะของเมืองยมบาลเองก็ใหญ่โตไม่แพ้เมืองโม๋ตูและจิงตูเลย ดังนั้นจึงมีประชากรอยู่เป็นจำนวนมาก และผีก็มีเยอะสุดๆด้วย!
น้องฉิง เมืองยมบาลของเราไม่แพ้เมืองของมนุษย์เลยใช่ไหม?” ตุลาการลู่พูดอย่างโอ้อวดขณะที่แนะนำสถานที่ต่างๆในเมืองยมบาลให้ฉิงเทียน
“ส่วนที่อยู่ตรงนั้นคือที่ทำงานของข้า ทำไมเจ้าไม่ลองแวะไปดูบ้างล่ะ?” ตุลาการลู่ชี้ไปที่ตำหนักสูงตระหง่านที่อยู่ตรงหน้าเขา มีป้ายอยู่เหนือประตูสีดำเขียนเอาไว้ “ที่ทำการตุลาการ” ซึ่งดูสง่างามมาก
ฉิงเทียนเองก็อยากที่จะรู้ว่าตุลาการนั้นทำงานกันอย่างไร จึงได้ผงกหัวของเขาแล้วกล่าว “ดีครับ ผมเองก็อยากที่จะเห็นและเรียนรู้เหมือนกัน”
แล้วพวกเขาก็พากันเดินมายังที่ทำการตุลาการ ซึ่งก็ได้อธิบายให้ฟังว่าที่ทำการตุลาการนั้นจะเป็นสถานที่สำหรับตัดสินความผิดของผีด้วย โดยอาศัยความประพฤติและศีลธรรมของผีในชาติที่ผ่านมา แล้วพวกเขาก็จะตัดสินลงโทษว่าจะให้ไปนรกขุมไหนใน 18 ขุมหรือไปเกิดใหม่ แล้วการไปเกิดใหม่นั้นก็จะยึดจากศีลธรรมของมนุษย์ด้วยว่าจะให้ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานหรือว่ามนุษย์ ซึ่งทำให้งานยุ่งมาก
ทันทีที่เข้ามาในที่ทำการตุลาการ เหล่าพนักงานในที่ทำการตุลาการนั้นต่างก็พากันเร่งรีบมาก มีบางคนที่กำลังไต่สวนผี มีบางคนที่กำลังตรวจสอบผีด้วยอุปกรณ์ต่างๆอยู่ และมีบางคนที่กำลังยุ่งอยู่กับงานเอกสาร ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่คนยุ่งเต็มไปหมด
“น้องฉิงหัวเราะกันหน่อยสิ!” ตุลาการลู่หัวเราะแห้งๆออกมา “ตั้งแต่ประชากรมนุษย์ล้นโลก ในยมโลกของเราก็มีที่ทำการตุลาการนี่แหละที่ยุ่งวุ่นวายที่สุด ข้าล่ะอยากที่จะหยุดงานสักวันสองวันจริงๆ”
“พวกเราจะต้องตรวจสอบอดีตสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ของผีเหล่านี้ แล้วพวกเราก็จะต้องไม่ปล่อยให้ผีที่ไม่ดีรอดหรือตัดสินผีที่ดีผิดไปได้ แล้วพวกเราก็ยังต้องวางแผนการไปเกิดใหม่ของผีตนๆนั้นด้วย” ตุลาการลู่กล่าวอย่างช่วยไม่ได้ “ถ้าน้องฉิงไม่มา ท่านยมบาลก็คงไม่ให้วันหยุดข้าแบบนี้หรอก ข้าไม่ได้หยุดงานเลยมานานหลายเดือนแล้ว”
“น่าสงสารยิ่งนัก!” ฉิงเทียนพูดปลอบตุลาการลู่ ดูเหมือนการชอบให้ลูกน้องทำงานล่วงเวลาเช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าในยมโลกหรือมนุษย์ก็เป็นเหมือนกันหมดจริงๆ
มองดูผีแต่ละคนที่กำลังพลิกหนังสือเล่มโตไปมาอย่างเร่งรีบ ฉิงเทียนก็พบโอกาสอันดีที่จะทำธุรกิจแล้ว ที่ทำการตุลาการแห่งนี้ยังใช้เอกสารอยู่เลย ไม่แปลกใจเลยที่ต้องทำงานล่วงเวลากันด้วยที่ทำงานที่ล้าหลังเช่นนี้
“ตุลาการลู่ ผมพอจะมีวิธีช่วยคุณ” ฉิงเทียนกล่าว
“หืม?” ตุลาการลูผงะ เขาไม่คิดว่าฉิงเทียนจะมีหนทางช่วยเขา ในความคิดของตุลาการลู่นั้นถึงฉิงเทียนนั้นอยากที่จะช่วย แต่ก็อาจจะก่อปัญหามากกว่า แต่ก็ไม่ง่ายที่จะปฏิเสธฉิงเทียนได้เขาจึงได้กล่าว “น้องฉิงก็ลองดูแล้วกัน!”
เมื่อฉิงเทียนได้ยินเหมือนกับว่าตุลาการลู่นั้นไม่ค่อยจะเชื่อเขา แล้วฉิงเทียนก็ได้หยิบเอาอุปกรณ์ทำงานจากบนโลกของเขาออกมา
ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, เครื่องปริ้น, เครื่องถ่ายเอกสาร, โทรสารและอื่นๆออกมา
“ของพวกนี้มันคืออะไร?” ตุลาการลู่ถามอย่างสงสัย
ในตอนนั้นเอง เหล่าผีที่ทำงานเอกสารอยู่ใกล้ๆเมื่อเห็นเขาพวกเขาต่างก็พากันมาดูทีละคนอย่างสงสัย
“นี่คืออุปกรณ์ทำงานบนโลกมนุษย์ของผมเดี๋ยวผมจะแสดงให้ดูทีละอย่าง” ฉิงเทียนยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ของพวกนี้ใช้ทำงานงั้นเหรอ?” ผีตนหนึ่งถามอย่างสงสัย ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์นั้นจะพบเห็นได้ทั่วไปบนโลก แต่ผีเหล่านี้ก็ไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ตุลาการลู่ก็ไม่อยากที่จะเชื่อ
ฉิงเทียนจึงได้หยิบเอาหนังสือบันทึกขึ้นมาแล้วทำการอ่านเข้าไปในหัวของเขา และอ่านไปสัก 10 บรรทัด แล้วในขณะเดียวกันคีย์บอร์ดก็ได้เริ่มพิมพ์อย่างบ้าคลั่งภายใต้การควบคุมของจิตศักดิ์สิทธิ์ หลังจากที่ผ่านไปได้สักสองชั่วโมง หนังสือเล่มโตที่มีความหนาเฉลี่ย 15 ซม.ก็ได้ถูกบันทึกลงในคอมพิวเตอร์จนเสร็จสิ้น แล้วก็เอาหนังสือเล่มต่อไปบันทึกลงไปต่อ
แล้วเหล่าผีที่ยืนดูอย่างคาดหวังเมื่อสักครู่ตอนนี้ก็เริ่มขี้เกียจที่จะดูแล้ว
“วันนี้ต้องทำงานล่วงเวลาอีกแล้วเหรอเนี่ย นี่มันไม่มีอะไรนอกจากทำให้เสียเวลาชัดๆ” ผีตนหนึ่งพูดอย่างกระซิบกระซาบด้วยเสียงที่มีเพียงเขาได้ยิน
แต่ก็ไม่มีใครที่กล้าเข้าไปขัดฉิงเทียน บุคคลที่ราชายมบาลประเมินค่าไว้สูง และชวนให้มาช่วยจัดงานเทศกาลเป็นกรณีพิเศษ เชื่อว่าจะต้องมีเบื้องหลังที่ลึกล้ำไร้ก้นบ่อแน่ๆ ชนชั้นผู้น้อยอย่างพวกเขาก็ทำได้แค่รับใช้พวกเขาอย่างระมัดระวังเท่านั้น ถ้าเกิดเขาทำอะไรไม่ดีกับเขาเข้า แล้วถูกรายงานออกไปถึงหูราชายมบาลแม้เพียงเล็กน้อย พวกเขาได้โดนดื่มน้ำจากกระทะทองแดงแน่ จึงได้แค่มองฉิงเทียนด้วยสายตาไม่ดี พวกเขาอยากที่จะกลับไปทำงานต่อแล้ว
ผีเหล่านั้นต่างก็รอกันจนเบื่อ พวกเขาจึงได้พากันบ่นต่อหน้าตุลาการลู่
“ท่านลู่ขอรับ เมื่อไรท่านผู้นี้ถึงจะเสร็จขอรับ?” ผีตนหนึ่งมองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังยุ่งอยู่คนเดียวแล้วก็พูดออกมาพร้อมถอนหายใจ
“ใช่แล้วขอรับนายท่าน วันนี้เป็นวันเกิดของภรรยาข้าด้วย นางบอกให้ข้าอย่าทำล่วงเวลาวันนี้ด้วย นางบอกว่าถ้าข้าทำล่วงเวลาวันนี้ นางจะไม่ยอมนอนกับข้า 1 เดือนขอรับ” ผีตนหนึ่งร่ำร้องออกมา
“เอาน่า ข้าเองก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน ปล่อยให้เขาลองทำไปก่อน พวกเจ้าวางใจได้ เมื่อใดที่เขาทำเสร็จแล้วพวกเราก็จะทำงานกันต่อ ข้าสัญญาว่าวันนี้จะไม่มีล่วงเวลาต่อให้งานของวันนี้จะเสร็จไม่ทันโควตาก็ตาม”
“จริงๆเหรอขอรับ ยอดไปเลยขอรับนายท่านลู่ พวกเรารักท่านจริงๆ!”
“ท่านลู่เป็นหัวหน้าที่ดีที่สุดในยมโลกจริงๆขอรับ!”
…………..
มีเสียงโห่ร้องและชื่นชมดังขึ้นมา อย่างที่เขาว่าเอาไว้หัวหน้าคนใดไม่ให้ลูกน้องทำงานล่วงเวลาจะเป็นที่นิยมมาก ไม่ว่าจะในยมโลกหรือโลกมนุษย์จริงๆ
และผีเหล่านี้เมื่อได้ยินที่ตุลาการลู่กล่าวแล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที แล้วพวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันเอง “ผีในยมโลกปีนี้จะต้องทะลุสถิติปีที่แล้วแน่ๆ!”
“ใครว่าไม่ล่ะ ตอนนี้มีผีมากมายที่ทยอยมาอยู่ในบ้านระดับล่างมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ราคาบ้านในเมืองยมบาลก็ยังเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากเดิมเลยนะ”
ตุลาการลู่ที่อยู่ไม่ไกลก็ทำได้แค่นั่งมองดูอยู่ที่เก้าอี้เฉยๆ บางครั้งก็หันไปมองฉิงเทียนที่กำลังพิมพ์ดีดอย่างบ้าคลั่ง
“เรียบร้อยแล้ว!” แล้วในขณะนั้นเองจู่ๆฉิงเทียนก็ตะโกนขึ้นมา ทำเอาเหล่าผีที่อยู่ใกล้ๆตกใจ
“เป็นอะไรไปรึน้องฉิง?” ตุลาการลู่รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างเร็วแล้วรีบวิ่งไปหาฉิงเทียน
“ไม่เป็นอะไรครับ” ฉิงเทียนโบกมือแล้วจากนั้นก็กดปุ่มเซฟงานแล้วกล่าว “ผมช่วยคุณสร้างฐานข้อมูลของยมโลกให้แล้วนะครับ ต่อจากนี้ไปเพียงแค่คุณพิมพ์ชื่อของคนที่ต้องการลงไปในคอมพิวเตอร์ ข้อมูลของคนคนนั้นก็จะปรากฏออกมาทันที”
“จริงรึ?” ตุลาการลู่กล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ แค่พิมพ์ชื่อลงไปแล้วก็มีข้อมูลเด้งออกมางั้นเหรอ ทำไมถึงได้ยิ่งฟังยิ่งน่าเชื่อยิ่งนัก!
“ไม่น่าเชื่อจริงๆ!”
แล้วเหล่าผีก็ได้พากันส่ายหัว พวกเขาทำงานด้านนี้มานานหลายพันปีแล้ว พวกเขาไม่เคยได้ยินว่าพวกเขาจะสามารถหาข้อมูลได้ทันทีเพียงแค่พิมพ์ชื่อเข้าไป ถ้าหากทำได้ตามนั้นจริงแล้วที่พวกเขาทำงานล่วงเวลากันทุกวันนี้ไปเพื่ออะไร?
“หึ ในเมื่อพวกคุณไม่เชื่อ ก็ลองดูเองเลย พวกคุณลองค้นหาชื่อจากหนังสือบนโต๊ะ ถ้าผมสามารถหาข้อมูลของคนคนนั้นได้ช้ากว่า 1 นาทีถือว่าผมแพ้” ฉิงเทียนกล่าวอย่างมั่นใจ
ก็แค่กลุ่มคนล้าหลังที่ไม่เคยเห็นพลังของวิทยาการและเทคโนโลยีมาก่อนล่ะนะ ว่ากันว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นคือสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนให้โลกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
“จางเอ้อโก่ว!”
“จางเอ้อโก่ว เพศชาย อายุ 35 ปี อยู่หมู่บ้านฉวนฉุ่ย ประเทศจีน เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง……” ฉิงเทียนตอบอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของตุลาการลู่เปลี่ยนไปทันที แล้วเขาก็ได้เปิดหน้าต่อไปแล้วพูด “หลี่เอียน”
“หลี่เอียน เพศหญิง อายุ 25 ปี ชาวจีนอยู่เมืองโม๋ตู ถูกสังหารโดยแฟนหนุ่มของเธอเอง……”
“หลงอ้าวเทียน”
“หลงอ้าวเทียน เพศชาย อายุ 20 ปี ชาวจีน เมืองจิงตู ตายด้วยอุบัติเหตุรถยนต์……”
“ถูกต้องอีกแล้ว!” ผีต้นที่อยู่ใกล้ๆก็ได้พูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาทีจริงๆ และบอกข้อมูลของผีทั้งสามตนได้อย่างชัดเจน ถ้าเกิดเป็นพวกเขาล่ะก็ กว่าจะหาข้อมูลของผีทั้งสามตนได้นั้นใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง
อย่างไรก็ดีตุลาการลู่ก็ได้มีสีหน้าตกใจ ในฐานะตุลาการแล้วเขารู้ดีว่าข้อมูลมหาศาลเช่นนั้นแต่ฉิงเทียนกลับสามารถหาคำตอบได้อย่างรวดเร็ว ถ้าหากต่อจากนี้เขาใช้วิธีการนี้ในการตรวจสอบหาข้อมูลแล้วล่ะก็ ประสิทธิภาพในการทำงานของที่ทำการตุลาการสามารถเรียกได้ว่าเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว
“น้องฉิง เจ้าจะขายของพวกนี้อย่างไร?” ตุลาการลู่ถามอย่างกระตือรือร้น