ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 439 ร้านขายเมล็ด
บทที่ 439 ร้านขายเมล็ด
แล้วฉิงเทียนก็ได้เดินออกจากที่ทำการตุลาการ เขาออกไปเดินตามถนนในเมืองยมบาล ใจหนึ่งเขาคิดที่จะทำความคุ้นเคยกับสภาพบ้านเมืองและวัฒนธรรมในยมโลก และอีกใจหนึ่งก็เพื่อหาที่เหมาะๆสำหรับตั้งร้านสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ต
มีทั้งพ่อค้าเร่, โรงเตี๊ยม, ร้านขายยาและของวิเศษต่างๆในย่านการค้าของเมืองยมบาล
เมื่อเดินไปดูตามร้านค้าเหล่านี้แล้ว ก็พบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ทั้งยาและของวิเศษที่ขายกันเหล่านี้ล้วนเป็นของที่เหมาะสมกับการบำเพ็ญเพียรกับภูตผีในยมโลก จากการที่ฉิงเทียนได้ลองมองดูด้วยจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขา
แล้วก็มีอยู่ร้านค้าหนึ่งที่ทำให้ฉิงเทียนรู้สึกสนใจขึ้นมานิดหน่อย ที่ป้ายร้านค้าแห่งนี้เขียนเอาไว้ว่า “ร้านขายเมล็ดพันธุ์”
ซึ่งไม่มีลูกค้าอยู่ในร้านเลย มีเพียงผีตัวหนึ่งในชุดสีเขียว ถ้าไม่ติดว่าเป็นผีแล้วละก็เธอเป็นสาวที่สวยมาก นอกจากผิวที่ซีดของเธอแล้วแทบจะไม่แตกต่างจากคนธรรมดาเลย
“คุณลูกค้าเจ้าคะ ไม่ทราบว่าต้องการเมล็ดพันธุ์แบบไหนเหรอเจ้าคะ? เชิญเลือกดูได้ตามสบายนะเจ้าคะ?” ผีสาวในชุดเขียวมองมาที่ฉิงเทียนพร้อมกับยิ้ม
“ไม่ทราบว่าคุณมีเมล็ดพันธุ์ในยมโลกทุกชนิดเลยรึเปล่าครับ?” ฉิงเทียนถามอย่างไม่เกรงใจทันที
ในโลกใบเล็กของฉิงเทียนนั้นยังไม่มีต้นไม้อื่นๆปลูกอยู่เลย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีแต่ต้นผลไม้ที่ฉิงเทียนนำมาจากโลกเซียนทั้งนั้น ในเมื่อเขาอยากที่จะเป็นพ่อค้าทั้งสามโลกแล้ว แน่นอนว่าเขาย่อมต้องปลูกเมล็ดพันธุ์จากนรกไปปลูกในโลกใบเล็กของเขาด้วย แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเขาจะต้องเตรียมการสำหรับการทำเหล้าพลับพลึงแดงอีก ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้คิดจะซื้อเมล็ดพันธุ์จากในนรกไปใส่เอาไว้ในโลกใบเล็กของเขา
“มีแน่นอนเจ้าค่ะ ร้านของเรามีเมล็ดพันธุ์แทบจะทุกชนิดในยมโลกเลยเจ้าค่ะ!” สาวในชุดเขียวพูดอย่างมั่นใจมาก
“ถ้าเช่นนั้นคุณช่วยแนะนำทีว่าที่ร้านของคุณมีเมล็ดพันธุ์อะไรบ้าง?” ฉิงเทียนไม่ได้เจาะจงลงไปว่าเขาต้องการอะไร แต่ถามหญิงสาวในชุดเขียวแทน
“ได้เจ้าค่ะ แต่ก่อนที่ข้าน้อยจะแนะนำ ขอข้าน้อยทราบก่อนว่าคุณลูกค้าเตรียมหินเซียนมาเยอะแค่ไหนเจ้าคะ?” สาวในชุดเขียวถาม
“หินเซียนเหรอ คุณกลัวว่าผมจะไม่มีปัญญาจ่ายเหรอ?” ฉิงเทียนถามอย่างนึกสนุก คนในยมโลกเวลาซื้อของกันต้องถามว่ามีเงินเท่าไรแบบนี้ด้วยเหรอ?
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนเหมือนจะเข้าใจผิด สาวในชุดเขียวก็ได้รีบอธิบาย “ขออภัยด้วยเจ้าค่ะคุณลูกค้า คุณคงเข้าใจผิดแล้ว ข้าน้อยถามเพราะจะได้แนะนำเมล็ดโดยอาศัยจากจำนวนหินเซียนที่คุณลูกค้ามีเจ้าค่ะ!”
“ผมมีหินเซียนเยอะอยู่แหละ! ถ้าคุณจะแนะนำจากตรงนั้นแล้วละก็…….ผมมีงบอยู่ 1 ล้านหินเซียน!” เมื่อฉิงเทียนรู้ว่าเขาเข้าใจผิดไปก็ได้ผงกหัวและตอบ
เมื่อหญิงสาวในชุดเขียวได้ยินที่ฉิงเทียนบอกแล้ว เธอก็ได้ตกใจขึ้นมา 1 ล้านหินเซียน รายรับของร้านนี้ยังไม่ถึง 1 ล้านหินเซียนเลยนะ แม้แต่หญิงสาวในชุดเขียวเองก็รู้ดีว่าทรัพย์สินของเจ้าของร้านของเธอเองก็ยังมีไม่มากเท่านั้นเลย
เรื่องนี้ได้ทำให้หญิงสาวในชุดเขียวนั้นได้มองฉิงเทียนเปลี่ยนไปทันที และคิดว่าฉิงเทียนนั้นคงจะเป็นทายาทจากตระกูลที่มีอำนาจที่ไหนสักแห่งแน่? ทำให้เธอตกใจแล้วกล่าวอย่างเร่งรีบ “คุณลูกค้าเจ้าคะ ถ้าคุณจะสั่งของเยอะขนาดนั้น ขอข้าน้อยไปแจ้งให้กับเจ้าของร้านได้ทราบก่อนนะเจ้าคะ”
“อืม ได้สิ!” ฉิงเทียนผงกหัว ฉิงเทียนเองก็รู้ดีว่าแค่พนักงานในร้านคงไม่สามารถรับออร์เดอร์ใหญ่ขนาดนี้ได้ถ้าไม่ใช่เจ้าของร้าน
แล้วหญิงสาวในชุดเขียวก็ได้หันหลังกลับไปแล้วเดินเข้าไปในร้าน ไม่นานนักก็มีชายวัยกลางคนออกมาจากในร้านพร้อมด้วยพัดขนนกในมือ
“คุณลูกค้าเจ้าคะ นี่คือคุณจูกัดเหลียงเจ้าของร้านร้านนี้ค่ะ” แล้วชายวัยกลางคนก็ได้ยื่นมือมาหาฉิงเทียน
อะไรนะจูกัดเหลียง ฉิงเทียนจ้องไปที่ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างตื่นเต้น ชุดสีขาวและยังมีพัดขนนกในมือนั่นอีก แม่เจ้าโว้ยนี่มันจูกัดเหลียงในเรื่องสามก๊กชายผู้เต็มไปด้วยข้อมูล “ขงเบ้ง” ฉิงเทียนรู้สึกราวกับตัวเขากำลังจะเป็นบ้า
จูกัดเหลียงก็ได้มองดูฉิงเทียนทำกำลังมองมาที่เขาอย่างตื่นเต้นแล้วแอบพูดในใจ “หรือว่าคนๆนี้จะเป็นคนทวงหนี้? ดูเหมือนเราจะต้องรีบหนีซะแล้ว” เขารีบหลับตาแล้วคิดหาวิธีทันที
“ขอโทษด้วยนะคุณลูกค้า ดูเหมือนข้าจะติดธุระนิดหน่อย!” จูกัดเหลียงก็ได้มีอาการร้อนรน และถอยหลังไป
แล้วทำไมฉิงเทียนถึงจะต้องปล่อยให้เขาไปด้วยตัวตนอย่างจูกัดเหลียงด้วยแล้ว ฉิงเทียนจึงรีบคว้าตัวเขาเอาไว้แล้วกล่าว “จะรีบไปไหน?”
จูกัดเหลียงก็ได้ตกใจสุดขีดเหมือนได้ยินที่ฉิงเทียนตะโกน อย่างที่เขาคิดไว้จริงๆคนคนนี้เป็นคนทวงหนี้จริงๆด้วย จึงได้ปล่อยพัดในมือของเขาทันที แล้วสีหน้าของเขาก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา น้ำตาเริ่มไหลออกมาและร่างกายเริ่มไร้เรี่ยวแรง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในชั่วอึดใจเดียวโดยไม่หยุดยั้งด้วย จากนั้นเขาก็ได้กะพริบตากับผู้หญิงในชุดเขียวที่อยู่ใกล้ๆ
แล้วหญิงสาวในชุดเขียวก็รู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไรแล้วก็เดินไปประคองจูกัดเหลียงแล้วกล่าวด้วยสีหน้าขออภัย “คุณลูกค้าเจ้าคะต้องขอโทษด้วยนะเจ้าคะ ดูเหมือนเจ้าของร้านจะป่วยน่ะเจ้าค่ะ ร้านของเราคงต้องปิดก่อน ขอเชิญคุณลูกค้าไปร้านที่อื่นก่อนนะเจ้าคะ”
ฉิงเทียนก็ตกใจขึ้นมาที่ผีก็ป่วยได้ด้วย ถึงแม้ฉิงเทียนไม่นึกว่าเขาจะได้พบกับจูกัดเหลียงคนดังเช่นนี้ แต่เขาเองก็เคยเจอไป๋ฉี่มาก่อนเหมือนกัน แล้วฉิงเทียนก็ได้ปล่อยมือจูกัดเหลียงหลังจากที่ตื่นเต้นอยู่สักพักแล้วพูดอย่างเสียดาย “ดูเหมือนว่าเราคงจะต้องไปซื้อเมล็ดจากร้านอื่นซะแล้ว”
“นี่เจ้ามาซื้อเมล็ดจริงๆเหรอ? ไม่ได้มาทวงหนี้ใช่ไหม?” จูกัดเหลียงที่ราวกับโดดออกมาจากปากปลาคาร์ฟนั้น สภาพที่เหมือนกับกำลังป่วยเมื่อสักครู่หายไปไหนแล้ว
“ใช่แล้ว ผมมาที่นี่เพื่อมาซื้อเมล็ดเท่านั้น!” ฉิงเทียนผงกหัวตอบ
“ก็น่าจะรีบๆบอกก่อน ปล่อยให้ข้าเล่นละครฟรีเลย” จูกัดเหลียงกล่าวแล้วก้มตัวเก็บพัดขนนกของเขาขึ้นมา
“…………” ฉิงเทียน
“ถ้าเช่นนั้นให้ข้าได้แนะนำเจ้าสักหน่อยละกัน ก่อนอื่นเลยก็ไม้วิญญาณผี ถึงแม้ว่าต้นไม้นี้จะโตช้ามาก แต่ก็เป็นไม้ที่นิยมมากในยมโลก เพราะไม้วิญญาณผีนี้จะดูดซับอากาศทุกอย่างแล้วปล่อยเป็นพลังผีออกมากเหมาะอย่างมากสำหรับผีที่บำเพ็ญเพียร พูดง่ายๆคือถ้ามีเจ้าต้นไม้นี้จะไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องที่จะไม่มีพลังผีอีกเลย แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีอากาศให้มันดูดซับด้วย จูกัดเหลียงอธิบายอย่างมืออาชีพ
“ดี ผมขอสัก 100 ห่อ!” ฉิงเทียนตบมือ ในเมื่อเขาต้องการที่จะปลูกดอกพลับพลึงแดง แน่นอนว่าเขาจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศให้เป็นยมโลกขึ้นมา และไม้วิญญาณผีก็เหมาะสมมาก
“ห่อละ 3,000 หินเซียน! 100 ห่อก็ 300,000 หินเซียน” จูกัดเหลียงก็ได้มองไปที่ฉิงเทียน และรอที่จะตะครุบเงินของเขา
“3 แสนหินเซียนก็ 3 แสนหินเซียน!” ฉิงเทียนผงกหัวโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนยังคงสีหน้านิ่งๆอยู่ จูกัดเหลียงก็ดีใจแทบบ้าคลั่ง เขาเป็นลูกค้าใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ
เขาจึงได้รีบแนะนำเพิ่มอีก “นี่คือต้นผลวิญญาณม่วง ผลวิญญาณม่วงนั้นจะสุก 1 ครั้งในทุกๆ 100 ปี และจะออกผลทุกๆ 7-9 ผลต่อครั้ง ทาน 1 ลูกจะช่วยเพิ่มพลังวิญญาณเป็น 2 เท่า แต่คนๆหนึ่งจะทานได้อย่างมากสุดแค่ 3 ลูกเท่านั้น และต้องระดับต่ำกว่าเซียนลงไปถึงจะทานได้
“ดี งั้นผมเอาต้นผลวิญญาณม่วงด้วยละกัน! เท่าไรครับ?” ฉิงเทียนผงกหัวอย่างไว ถึงแม้จะต้องใช้ 100 ปีถึงจะสุกงอมแต่ต้นวิญญาณม่วงนี้เป็นของที่ดีมากในการเพิ่มความแข็งแกร่งของวิญญาณ และเขาจะได้เอาไปให้ซูเสวี่ยกับคนอื่นๆ
“100 หินเซียน!” จูกัดเหลียงตอบอย่างไม่คิดมาก
“งั้นเอามาให้ผมสัก 100,000 หินเซียน!” ฉิงเทียนกล่าวพร้อมกับสะบัดมือของเขาราวกับพวกเศรษฐีใหม่
“ดะ…ได้เลย!” จูกัดเหลียงตอบอย่างตื่นเต้น ราวกับรอคำนี้ออกจากปากของฉิงเทียน
จูกัดเหลียงก็ได้แนะนำบางเมล็ดพันธุ์ให้เขาอีก ซึ่งฉิงเทียนก็ได้ซื้อมาหมด การซื้อขายนี้จึงเป็นไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่นและงบ 1 ล้านหินเซียนก็ได้หายไปในพริบตา
แล้วในเวลานี้เองที่ฉิงเทียนก็ได้เอ่ยปากถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาออกมา “คุณมีดอกพลับพลึงแดงขายที่นี่ไหม?”
“อะไรนะอยากจะซื้อดอกพลับพลึงแดงเรอะ!” จูกัดเหลียงมองไปที่ฉิงเทียนอย่างตกใจ