ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 440 อันธพาลในยมโลก
บทที่ 440 อันธพาลในยมโลก
“มันมีปัญหาอะไรอย่างนั้นรึ?” ฉิงเทียนมองไปที่จูกัดเหลียงที่มีท่าทีตกใจ
จูกัดเหลียงก็ได้ส่ายหัวแล้วกล่าว “มันจะไม่มีปัญหาได้ยังไง? ถึงดอกพลับพลึงแดงจะไม่ใช่ของหายากในยมโลก แต่มันจะไม่โตที่อื่นนอกจากถนนยมโลกเท่านั้น!”
“เจ้ายังอยากที่จะได้เมล็ดของดอกพลับพลึงแดงอยู่อีกไหม?” จูกัดเหลียงถามฉิงเทียนอีกครั้ง
ฉิงเทียนจึงได้ผงกหัวโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยแล้วกล่าว “ทำไมจะไม่เอาล่ะ เอามาทั้งหมดที่คุณมีเลย!”
เมื่อความตั้งใจของฉิงเทียนแล้ว จูกัดเหลียงจึงไม่คิดที่จะค้านเขาอีก แล้วจูกัดเหลียงก็ได้พูดในใจ: ที่หวังดีเตือนก็เพราะเห็นว่าซื้อดอกไม้จากร้านเราไปเยอะมากแล้วหรอกนะ ถ้าเป็นคนอื่นมาซื้อดอกพลับพลึงแดง ข้าจะรีบขายทันทีเลย
“เมล็ดพลับพลึงแดง 1 ห่อราคา 10 หินเซียน ข้ามีอยู่ทั้งหมด 1,000 ห่อ ทั้งหมดก็ 10,000 หินเซียน” จูกัดเหลียงส่งเมล็ดพันธุ์ให้กับฉิงเทียน แล้วก็หยิบลูกคิดขึ้นมาคำนวณแล้วกล่าว “ทั้งหมด 1,010,000 หินเซียน ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะจะสะดวกจ่ายเป็นเงินสดหรือบัตรดีล่ะ?”
“รูดบัตรโลด!” ฉิงเทียนตอบ เพราะเขาไม่ได้พกหินเซียนมามากขนาดนั้น
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังจ่ายเงินเตรียมจะออกจากร้านอยู่นั้นเอง ก็ได้มีเสียงที่ฟังขัดหูดังขึ้นมา “โย่ ดูเหมือนวันนี้จะมีลูกค้ารายใหญ่เลยสินะ แบบนี้คงมีเงินจ่ายคืนให้ข้า 2,000,000 หินเซียนแล้วสิ จูกัดเหลียง?”
ชายหนุ่มหัวโล้น สูงยาว มีรอยแผลเป็นที่หน้าเดินส่ายอาดๆไปมา
ทันทีที่เห็นชายผู้นี้เดินมา สีหน้ายิ้มแย้มของจูกัดเหลียงก็ได้หม่นหมองลงทันที แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้เปลี่ยนไปเป็นยิ้มแย้มใหม่แล้วก้มตัวเล็กน้อยพร้อมกับเดินไปหาแล้วกล่าว “พี่เตา ไม่ใช่ว่าข้าติดท่านแค่ 500,000 หินเซียนหรอกเหรอ รอประเดี๋ยวนะ เดี๋ยวข้าจะคืนให้เดี๋ยวนี้แหละ”
“เสี่ยวเหลียง!” พี่เตาก็ได้ทำเป็นแสยะยิ้ม แล้วนั่งลงที่เก้าอี้และเป่าเล็บของเขา “จะบอกอะไรให้นะเจ้ามายืมเงินของพวกเราไปตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน ตอนนี้ก็ผ่านไปเดือนนึงแล้วเจ้ายังคิดว่ามันจะยังเป็น 500,000 อยู่อีกเหรอ?”
“ถึงจะไม่ใช่ 500,000 แต่มันก็ไม่น่าจะถึง 2,000,000 นี่นา ตอนที่ข้าไปยืมเจ้าไม่ได้บอกว่าดอกเบี้ยมันจะสูงขนาดนี้นี่!” รอยยิ้มบนใบหน้าของจูกัดเหลียงค่อยๆหายไป
“หา!” พี่เตาลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห แล้วเตะดอกไม้ต้นไม้ในร้านแล้วพูด “ไอ้น้อง คิดจะเบี้ยวไม่จ่ายพวกเราอย่างนั้นเหรอ? ไม่เคยมีใครเบี้ยวหนี้ข้าลูกพี่เตามาก่อน? ไอ้น้องจะจ่ายหรือไม่จ่าย?”
ขณะที่กำลังพูดอยู่เหล่าผีที่อยู่ข้างหลังเขาต่างก็พากันเลียนแบบลูกพี่แล้วพังร้านดอกไม้
จูกัดเหลียงก็ได้ยืดอกแล้วพูด “พี่เตา, ในยมโลกมีกฎว่าห้ามใช้กำลัง เจ้าไม่กลัวทหารยามจะมาเอาเรื่องเจ้ารึยังไง?”
พี่เตาที่มีทีท่าไม่กลัวก็ได้หัวเราะออกมาแล้วกล่าว “ฮ่าๆ มีใครที่พี่เตาคนนี้ต้องกลัวด้วย! แล้วก็ภรรยาของเจ้าน่ะนะจูกัดเหลียง จะเรียกว่าผีก็ยังไม่ได้เลย แล้วทำไมเจ้าจะต้องเสียเงินไปกับเธออีก? ถ้าเจ้ามีเงินเยอะขนาดนั้นก็ไปแต่งงานใหม่ได้แล้ว”
จูกัดเหลียงกำหมัดแน่น ถ้าตาของเขาสามารถฆ่าคนได้ เขาก็คงฆ่าหมอนั่นตายไปเป็นหมื่นหนแล้ว แต่จูกัดเหลียงทำได้แค่ยืนจ้องอยู่แบบนั้น
“ฮ่าๆ ลูกพี่พูดถูกแล้ว ก็ได้แค่จ้องนั่นแหละทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” เหล่าลูกน้องต่างก็พากันหัวเราะเยาะ
“มากเกินไปแล้วนะ!” จูกัดเหลียงพูดออกมาด้วยความโกรธอย่างสุดๆ
“คิดจะสู้งั้นเหรอ?” ลูกพี่เตากล่าวพร้อมกับโบกมือของเขา “เด็ดๆจัดการมัน”
แล้วฉิงเทียนที่ยืนดูอะไรสนุกๆอยู่ไม่ไกล ก็ได้ตกใจกับเจ้าหมอนี่ ในยมโลกก็มีการกู้ยืมเงินนอกระบบด้วยแฮะ! อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ฉิงเทียนสงสัยมากกว่าก็คือจูกัดเหลียงผู้มีชื่อเสียงลงทุนยอมกู้เงินจากเจ้าพวกนี้ ดูเหมือนจะเพื่อภรรยาของเขา
ฉิงเทียนเองก็สังเกตได้ว่าคนที่เรียกตัวเองว่าลูกพี่เตานั้นมีพลังวัตรที่ไม่ธรรมดา และพวกลิ่วล้อที่อยู่ข้างหลังนั้นแม้จะอ่อนแอกว่า แต่ก็มีพลังวัตรอยู่ในระดับหยวนยิง, จินตัน และแม้กระทั่งจู้จี
ส่วนจูกัดเหลียงนั้นมีพลังวัตรอยู่แค่ระดับหยวนยิงเท่านั้น แล้วยังถูกล้อมด้วยคนมากมายอีกต่างหาก เขาจะต้องสู้ไม่ไหวแน่ๆ
“ไม่ได้ หินเซียนพวกนี้ข้าให้เจ้าไม่ได้ ข้าจะต้องใช้เงินพวกนี้เพื่อรักษาภรรยาของข้า” จูกัดเหลียงพูดในใจ แล้วในขณะเดียวกันเขาก็ได้มองไปที่หน้าร้านด้วยสายตาที่หดหู่ ร้านของเขาโดนพังอีกแล้ว เขาจะต้องเสียเงินค่าซ่อมร้านใหม่อีกแล้ว
ในขณะที่เขากำลังหลับตาและไม่ได้มองข้างหน้าอยู่นั้น ฉิงเทียนก็ได้ลงมือไปแล้ว และร่างของเขาก็ได้โผล่มาขวางพวกอันธพาลแล้วกล่าว “หึ พี่ชายต่อให้เจ้าของร้านไม่ส่งเงินให้ คุณก็ไม่น่าบอกให้คนอื่นไปพังร้านของเขาแบบนี้นะ คุยกันดีๆก็ได้?”
“คุยบ้าอะไรล่ะ ใครเป็นพี่แกกัน เด็กๆจัดการมัน! แล้วจับมันมาให้ใครซัดสักหมัดด้วย” หลังจากที่พูดจบ ลูกพี่เตาก็ได้หยิบเก้าอี้ขึ้นมาแล้วจากนั้นก็หมุนตัวแล้วขว้างใส่ฉิงเทียน
“เปรี้ยง!” ฉิงเทียนพังเก้าอี้กลางอากาศด้วยหมัดเดียว ฉิงเทียนรู้แล้วว่าคนพวกนี้ไม่ได้คิดที่จะมาทวงเงิน แต่มาหาเรื่องทำลายร้านเฉยๆ
จูกัดเหลียงนั้นเป็นถึงบุคคลมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์จีน และคนเหล่านี้ก็มารุมทำร้ายเขา
ต่อให้ลุงยกโทษ แต่ป้าไม่ให้อภัยแน่ แล้วตัวของเขาก็ได้หายไปทันที แล้วในวินาทีถัดมาเขาก็ได้มาอยู่ตรงหน้าของลูกพี่เตาแล้วยกมือซ้ายขึ้นมาจับคอขอลูกพี่เตาเอาไว้ ตอนนี้ลูกพี่เตาได้กลายเป็นลูกไก่ในกำมือของฉิงเทียนแล้ว
“ใครที่กล้าทำลายโต๊ะอีกก็ลองดูเลย!” ฉิงเทียนบีบมือของเขาแล้วในตอนนั้นเองลูกพี่เตาก็รู้สึกหายใจไม่ออกขึ้นมา
“ปะ….ปล่อย” ลูกพี่เตาพูดอย่างยากลำบาก และมองไปที่ฉิงเทียนแล้วพูดขู่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าหวาดกลัว “แก…เป็นใคร….แล้วรู้ไหม….ว่าข้าเป็นใคร?”
“รีบปล่อยลูกพี่ของพวกเราเร็วเข้า!”
“ลูกพี่ ข้าจะรีบไปช่วยเดี๋ยวนี้แหละ!”
เหล่าลูกน้องแต่ละคนต่างก็ตะโกน แต่ก็ไม่มีใครที่กล้าเข้ามาเลย อย่างไรเสียหากพวกเขาขยับล่ะก็ ลูกพี่เตาก็คงถูกฆ่าอย่างง่ายดาย
“ผมไม่สนหรอกว่าคุณเป็นใคร แต่คุณกำลังก่อกวนการซื้อของของผมอยู่ ขอผมดูหน่อยเถอะผีเนี่ยจะเป็นอะไรได้อีกหลังจากที่ตายไปแล้ว” ฉิงเทียนพูดด้วยน้ำเสียงขึงขังแล้วพูดขู่เขา ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยจิตฆ่าฟัน
แล้วลูกพี่เตาก็ได้รู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมา แล้วรีบพูดออกมา “ขะ…ข้า….ไม่ต้องการเงินแล้ว!”
“พูดออกมาไวดีมาก ไปได้แล้ว!” ก่อนที่ลูกพี่เตาจะได้พูดอะไรต่อ เขาก็ได้โยนลูกพี่เตาออกไปนอกร้านราวกับโยนขยะ
“ลูกพี่ ลูกพี่!”
“ให้ข้าช่วยพยุงลูกพี่นะ!”
แล้วกลุ่มลูกน้องต่างก็พากันตะโกนด้วยความจงรักภักดี
“เอาล่ะ ทิ้งขยะเรียบร้อยแล้ว ได้เวลาจ่ายได้!” ฉิงเทียนปรบมือแล้วกล่าวด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนที่จะหยิบเอาบัตรเครดิตเซียนออกมา
จูกัดเหลียงที่อยู่ใกล้ๆก็ผงะทันที เมื่อเขาเห็นของที่อยู่ในมือของฉิงเทียน ด้วยความตื่นเต้นจนทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก แล้วก็ลงไปคุกเข่ากับพื้นแล้วเอาหัวโขก
ฉิงเทียนก็ตกใจทันทีที่เห็นเช่นนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
“นายท่าน ได้โปรดช่วยภรรยาของข้าด้วย หากว่าท่านช่วยภรรยาของข้าได้ ข้าจะยอมเป็นวัวเป็นม้าให้ท่าน” จูกัดเหลียงก้มหัวในขณะที่ขอร้อง
ฉิงเทียนตกใจว่าเขาได้ทำให้ตัวตนที่สุดยอดอย่างจูกัดเหลียงนั้นมาก้มหัวให้เขาได้อย่างไร เขาจึงได้รีบเดินไปหาเขาแล้วช่วยประคองเขาขึ้นมาแล้วกล่าว “เจ้าของร้านครับ คุณต้องการอะไรก็บอกมา ถ้าผมช่วยได้ผมจะช่วยครับ!”
“จริงเหรอครับ?” จูกัดเหลียงพูดด้วยความยินดี เขาไม่คิดว่าจะคุยกับเซียนได้ง่ายขนาดนี้ แล้วเขาก็ได้บอกสาวในชุดเขียวว่าเขาจะปิดร้านแล้วกลับบ้านไปก่อน
ส่วนสาวในชุดเขียวที่ตกใจกับการต่อสู้เมื่อสักครู่นี้แล้วยังจับต้นชนปลายไม่พูดเลย แต่พอได้ยินที่เจ้าของร้านสั่งเธอก็ได้รีบยกเท้าแล้ววิ่งออกจากร้านไปทันที
จูกัดเหลียงก็ได้ดึงมือของฉิงเทียนมาแล้วพาเขาเข้าไปในร้านราวกับกลัวว่าฉิงเทียนจะหนีไป