ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 455 คำขู่
บทที่ 455 คำขู่
อย่างไรก็ตาม ฉิงเทียนก็ได้เล่าเรื่องต่างๆตลอดการเดินทาง ซึ่งเรื่องที่เขาเล่านั้นทำให้ไวเคาน์ติสโรสถึงกับตกใจ และไม่ต้องสงสัยเธอตัดสินใจที่จะพาฉิงเทียนไปด้วยในฐานะล่าม
ในระหว่างการเดินทาง ฉิงเทียนก็รู้ว่าผู้หญิงลึกลับคนนี้ชื่อว่าเจน เอ็ดวาร์ด แต่เธอถูกเรียกว่าไวเคาน์ติสโรส ซึ่งเธอนั้นเป็นประธานคนใหม่ในสาขาจีนของบริษัทยาโนเบิลที่มีชื่อเสียงในระดับโลก และนี่เป็นครั้งแรกของเธอที่เดินทางมาที่ประเทศจีน
ทันทีที่มาถึงประเทศจีน ฉิงเทียนและไวเคาน์ติสโรสก็ได้พักอยู่ที่โรงแรมที่ดีที่สุดในโม๋ตู ในเวลานี้พลังวัตรของฉิงเทียนก็ยังไม่ฟื้นคืนกลับมา และไวเคาน์ติสกับพรรคพวกเองก็ไม่ใช่คนธรรมดาด้วย ในตอนที่พวกเขาเข้ามาในจีนนั้นทางสมช.เองก็ไม่ได้เข้ามายุ่มย่ามด้วย ฉิงเทียนจึงต้องอยู่กับพวกเขาต่อในฐานะล่าม ใจหนึ่งก็เพื่อรอให้พลังวัตรของเขาฟื้นคืนกลับมา และอีกใจหนึ่งเพราะเขาอยากรู้ด้วยว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเธอในการเดินทางมาที่จีนคืออะไร?
ชาวญี่ปุ่นได้จัดการประชุมขึ้นมาในอาคารสำนักงานของบริษัทมู่ชิงสาขาประเทศจีนในเมืองโม๋ตู ซึ่งพวกเขากำลังมองดูผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาที่เหมือนกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเทียนเจี้ยนผลิตขึ้นมาใหม่
“โคจิม่าซัง การวิจัยเป็นอย่างไรบ้าง?” ชายวัยกลางคนที่ไว้หนวดทรงแปรงสีฟันได้ถามขึ้นมาอย่างดูภูมิฐาน
นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขา โคจิม่าชายผอมที่ใส่แว่นและดูเป็นคนตรงไปตรงมา “ผู้จัดการทั่วไปยามามูระครับ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นี้มันง่ายต่อการวินิจฉัยมากครับ แต่มันเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้รสชาติและสัมผัสใกล้เคียงกันครับ”
ยามามูระก็ได้พูดอย่างขึงขัง “ไม่ว่ามันจะยากสักเพียงใด พวกเราก็จะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ บริษัทเทียนเจี้ยนนั้นได้เข้ายึดตลาดไปจากพวกเราเป็นจำนวนมากในคราวที่แล้ว ถ้าคราวนี้พวกเขาทำได้สำเร็จอีกตลาดจีนของบริษัทมู่ชิงเราคงได้เสียไปหมดแน่ ดังนั้นคราวนี้ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด”
“แต่ผู้จัดการทั่วไปยามามูระครับมันยากมากเลยนะครับ! และผมเองก็ไม่เคยเห็นผลิตภัณฑ์แบบนี้มาก่อนเลยด้วยครับ!” โคจิม่าก็ได้พูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่เป็นไรหรอกน่า มันก็แค่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเท่านั้น มันจะทำอะไรได้สักแค่ไหนกันเชียว ข้าคิดว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นก่อนมันก็แค่โฆษณาชวนเชื่อของเจ้าพวกบริษัทเทียนเจี้ยนเท่านั้น” ยามามูระพูดอย่างดูถูกเขานั้นเพิ่งย้ายมาที่สาขาจีนในฐานะผู้จัดการทั่วไป จึงทำให้เขาไม่ใส่ใจกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทเทียนเจี้ยนมากนัก อย่างไรเสียบริษัทเทียนเจี้ยนก็แค่บริษัทที่เพิ่งก่อตั้ง จะสามารถผลิตสินค้าออกมาได้ดีแค่ไหนกันเชียว
จากนั้นมือของเขาก็ได้หยิบเอาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพนั้นขึ้นมาลองดื่ม แล้วทันใดนั้นพลังวิญญาณก็ได้ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเขา ทำให้เขารู้สึกสดชื่นมากไปทั่วทั้งร่างกายราวกับได้กลายเป็นเด็กที่อยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ ความเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมาทั้งวันได้หายไปอย่างน่าอัศจรรย์
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ยามามูระก็ได้ลืมตาขึ้นมาแล้วพูดอย่างตื่นเต้น “พวกเราบริษัทมู่ชิงจะต้องได้ผลิตภัณฑ์ที่สุดยอดเช่นนี้มาเป็นของเราให้ได้ แล้วบริษัทมู่ชิงของเราก็จะได้กลายเป็นบริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ ไม่ว่าจะใช้วิธีการอะไรเราก็จะต้องได้สูตรนี้มาอยู่ในครอบครองของพวกเราให้ได้
โคจิม่าเองก็เห็นด้วย “ใช่แล้วครับ ด้วยสิ่งนี้บริษัทของพวกเราก็จะสามารถก้าวไปสู่ระดับต่อไปได้”
“แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่ฝ่ายตรงข้ามจะยอมขายให้พวกเราน่ะครับ” โคจิม่าพูดอย่างเสียดาย
“หึ เป็นเพราะพวกเรายังจ่ายให้ไม่มากพอมากกว่า” ยามามูระยิ้มอย่างดูถูก ในความคิดของเขาแล้วไม่มีสิ่งใดที่เงินทำไม่ได้ อย่างไรเสียในวงการยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพนี้ บริษัทเทียนเจี้ยนก็เป็นบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่และยังไม่มีช่องทางการขายในต่างประเทศ ในขณะที่ต่างจากบริษัทมู่ชิงที่เป็นบริษัทที่รู้จักไปทั่วโลก และคราวนี้จะเป็นการให้ความร่วมมือไม่ใช่การซื้อขายลิขสิทธิ์ ยามามูระเชื่อว่าพวกเขาจะต้องยอมร่วมมือแน่!
ยามามูระจึงได้โทรศัพท์หาซูเสวี่ยเป็นการส่วนตัว
“คุณซูครับ ผมอยากที่จะคุยกับคุณด้วยสักเรื่องน่ะครับ!” ยามามูระกล่าว
“ถ้าเป็นเรื่องของการขายลิขสิทธิ์ยาล่ะก็ ดิฉันคงบอกได้อย่างเดียวว่าไม่ว่าคุณจะโทรมาสักกี่หน ผลก็จะยังเหมือนเดิมค่ะ” ซูเสวี่ยตอบอย่างไม่สนใจ
เมื่อได้ยินที่ซูเสวี่ยตอบปฏิเสธทันทีเช่นนี้ ยามามูระก็หน้าเสียขึ้นมาทันที แต่เมื่อคิดถึงเรื่องของผลิตภัณฑ์สุดวิเศษที่อยู่บนโต๊ะแล้ว เขาก็ได้พยายามระงับอารมณ์โกรธไว้ในใจแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณซูครับ ในเมื่อคุณปฏิเสธที่จะขายลิขสิทธิ์ให้พวกเรา ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะร่วมมือกันก็ได้นะครับ บริษัทมู่ชิงของเรานั้นเป็นบริษัทอันดับต้นๆในโลก ถ้าพวกเราร่วมมือกันมันก็จะเป็นผลประโยชน์ต่อพวกเราทั้งสองฝ่ายโดยไม่มีอะไรเสียหายนะครับ”
หลังจากที่ได้ยินที่ยามามูระพูด ซูเสวี่ยก็ได้ตกใจไปชั่วขณะแล้วจากนั้นก็ตอบกลับไป “ขอโทษด้วยค่ะ ในตอนนี้บริษัทเทียนเจี้ยนของเราก็ยังไม่มีแผนที่จะร่วมมือกับใครเช่นกันค่ะ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บริษัทของพวกเราเพิ่งปล่อยออกไปนั้นก็ได้เข้ายึดครองตลาดได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเอาชนะบริษัทมู่ชิงของคุณได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ดิฉันเชื่อว่ามันจะสามารถเอาชนะบริษัทของคุณได้แน่ในอนาคตอันใกล้ค่ะ แล้วทำไมฉันถึงจะต้องไปร่วมมือกับคุณด้วยล่ะคะ?”
เมื่อได้ยินที่ซูเสวี่ยพูด ยามามูระก็ได้คิ้วขมวดและรู้สึกแย่อย่างมาก เขายามามูระผู้จัดการทั่วไปของบริษัทยาที่ติดอันดับต้นๆของโลกนั้น ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็จะมีแต่คนนับหน้าถือตา แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี และยังบอกอีกด้วยว่าพวกเขาจะเอาชนะบริษัทของเขาด้วย
แต่เมื่อนึกถึงผลประโยชน์มหาศาลที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเทียนเจี้ยนนี้จะสามารถนำพาความมั่งคั่งที่ประเมินค่าไม่ได้มาสู่เขาแล้ว ยามามูระก็ได้กล่าวต่อ “ถึงแม้ว่าบริษัทของพวกคุณจะสามารถทำให้เป็นที่รู้จักในตลาดได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ด้วยการช่วยเหลือของบริษัทเราแล้วคุณจะสามารถเข้าครอบครองตลาดได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีกนะครับ ต่อให้มีของเลียนแบบออกมาคุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องจะโดนแย่งส่วนแบ่งในตลาดไป และผมจะช่วยโฆษณาให้ในต่างประเทศอีกด้วย! ซึ่งผมขอเสนอเงื่อนไขว่าพวกเรายินดีที่จะจ่าย 100 ล้านหยวนเพื่อขอซื้อส่วนแบ่ง 50% ของบริษัทเทียนเจี้ยนครับ และผมยังจะช่วยเหลือพวกคุณในการยึดครองตลาดอย่างเต็มที่ พวกเราจะทำงานร่วมกันเพื่อให้ประสบความสำเร็จแบบ Win-Win กันทั้งสองฝ่าย เงื่อนไขเช่นนี้คุณคิดว่าอย่างไรบ้างครับ?”
ซูเสวี่ยก็นึกดูถูกเขาในใจขึ้นมา คิดจะซื้อส่วนแบ่ง 50% ด้วยเงินแค่ 100 ล้านงั้นเหรอ? พวกคนญี่ปุ่นคิดจะเอาเปรียบกันชัดๆเลย มูลค่าของแผนกยาในบริษัทเทียนเจี้ยนในเวลานี้มีมากเกินกว่า 1 พันล้านแล้ว พวกคนญี่ปุ่นนี่ช่างฝันหวานกันจริงๆ
ซูเสวี่ยก็ได้กล่าวอย่างเย็นชา “ดิฉันไม่คิดเช่นนั้นหรอกค่ะ ด้วยคุณภาพที่สูงของผลิตภัณฑ์บริษัทเทียนเจี้ยนเราจึงเลือกวิธีการปากต่อปากแทนที่จะใช้วิธีการตลาดค่ะ และเรื่องของการขายทั่วโลกนั้นพวกเราก็น่าจะสามารถหาคู่ค้าคนอื่นได้ ดิฉันเชื่อว่าจะต้องมีคนยินดีให้ความร่วมมือกับพวกเราอย่างแน่นอนค่ะ”
เมื่อยามามูระได้ยินที่พูดแล้วก็เหมือนกับโดนซูเสวี่ยฟาดดาบแสกหน้าเขา เธอปฏิเสธเขาอย่างไม่ลังเลเลย เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมากและพูดอย่างดูถูก “หึ แล้วผมจะคอยดูว่าคุณจะเปิดตัวในตลาดอย่างไร?” จากนั้นเขาก็ได้วางสายไป
ซูเสวี่ยได้ฟังก็คิ้วขมวด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินคำเตือนเช่นนี้จากบริษัทมู่ชิง แต่เธอก็เชื่อว่าบริษัทมู่ชิงจะต้องลงมือทำบางอย่างแน่ ซูเสวี่ยนั้นเชื่อมั่นอย่างมากในผลิตภัณฑ์ของบริษัทของเธอ แต่เธอก็กังวลว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะต้องเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคตแน่ และจะต้องมีผู้คนมากมายที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งเค้กชิ้นนี้อย่างแน่นอน! แต่ซูเสวี่ยเองก็หาได้กลัวไม่ถ้าฝ่ายตรงข้ามใช้วิธีการธรรมดา บริษัทเทียนเจี้ยนก็จะตอบโต้กลับไปแบบธรรมดา และต่อให้ฝ่ายตรงข้ามใช้วิธีการที่มองไม่เห็นเธอก็ไม่กลัว
ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชิ้นนี้จะถูกแบ่งออกเป็นสองแบบ แบบแรกจะเป็นแบบธรรมดา 1 กระป๋องบรรจุ 400 มิลลิลิตรจะสามารถบรรเทาอาการเหนื่อยล้าได้เท่านั้น และราคาจะอยู่ที่ 48 หยวน
และอีกแบบจะเป็นแบบชั้นเลิศ จะบรรจุอยู่ในภาชนะที่ดูดีกว่าและขวดหนึ่งจะบรรจุอยู่แค่ 400 มิลลิลิตรเช่นกัน แต่จะใช้น้ำผลไม้จากเกาะดอกท้อเข้มข้นกว่า และจะไม่เพียงแต่จะมีสรรพคุณบรรเทาจากอาการเมื่อยล้าแต่จะยังส่งผลถึงความสวยงามอีกด้วย ซึ่งสนนราคาจะอยู่ที่ 4,888 หยวน และจะเป็นสินค้าจำนวนจำกัด อย่างไรเสียนี่ก็เป็นสินค้าชั้นสูง ไม่ใช่สินค้าที่ขายทั่วไป
ซึ่งในขณะที่ซูเสวี่ยวางแผนการตลาดเสร็จ เลขาก็ได้เดินเข้ามาแล้วรายงาน “ประธานบริษัทยาโนเบิลสาขาประเทศจีนได้เข้ามาขอพบค่ะ!”