ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 456 ไวเคาน์ติสโรส
บทที่ 456 ไวเคาน์ติสโรส
“บริษัทโนเบิลกรุ๊ปเหรอ ฉันไม่เคยติดต่อกับคนในบริษัทนี้มาก่อนเลยนะ” ซูเสวี่ยคิ้วขมวด
บริษัทโนเบิลกรุ๊ปนั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในบรรดาบริษัทยาระดับโลกแล้ว บริษัทโนเบิลนั้นอยู่ในอันดับต้นๆ โดยที่บริษัทมู่ชิงนั้นเทียบไม่ติดเลย
และในเวลานี้ประธานสาขาประเทศจีนก็ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง พวกเขาต้องการอะไรกันแน่?
และพวกเขาก็ได้มาถึงแล้วด้วย แน่นอนว่าซูเสวี่ยไม่สามารถหนีไปไหนได้
“เชิญพวกเขาเข้ามา!” ซูเสวี่ยกล่าวกับเลขา
“ได้ค่ะ!”
จากนั้นก็มีสาวงามชาวตะวันตกที่ขาเรียวงามปรากฏอยู่ตรงหน้าของซูเสวี่ย
แน่นอนว่าคนคนนี้ก็คือไวเคาน์ติสโรสนั่นเอง
ช่างเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์อะไรอย่างนี้! นี่คือความประทับใจแรกในใจของซูเสวี่ย
เช่นเดียวกันไวเคาน์ติสโรสเองก็ได้มองมาที่ซูเสวี่ยและพบว่าใบหน้าของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้แทบไม่ต้องบอกเลยว่า พวกเธอต่างก็บรรยากาศรอบตัวที่ไม่ต่างกัน ที่สามารถทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข
“สวัสดีสุภาพสตรีสุดสวย ดิฉันคือCEOของโนเบิลกรุ๊ปสาขาประเทศจีน คุณจะเรียกดิฉันว่าเอ็ดวาร์ดหรือไวเคาน์ติสโรสก็ได้ค่ะ” หลังจากที่พูดจบ ไวเคาน์ติสโรสก็ได้ยื่นมือออกไปและหมายที่จะขอมือของซูเสวี่ย
ซูเสวี่ยคิ้วขมวด เธอนั้นไม่ค่อยชอบมารยาทนี้ของชาวตะวันตกสักเท่าไรนักถึงแม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ตาม
แต่เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นสุภาพมา มันก็คงจะไม่ดีสำหรับเธอเองที่จะเมินเฉยต่อมารยาทของเธอ
เธอจึงได้ยื่นมือออกไปแล้วกล่าว “ซูเสวี่ย CEOของบริษัทเทียนเจี้ยนค่ะ”
“ว้าว คุณคือCEOของบริษัทเทียนเจี้ยนงั้นเหรอ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นสาวงามขนาดนี้” ไวเคาน์ติสโรสก็ได้จูบลงไปที่มือของซูเสวี่ย
“กลิ่นช่างดีอะไรอย่างนี้!” ไวเคาน์ติสโรสกล่าวในใจของเธอ และไม่อยากที่จะปล่อยมือ
“อะแฮ่ม ไวเคาน์ติสโรสครับ พวกเรามาที่นี่เพื่อหารือเรื่องของธุรกิจนะครับ!” เสียงของฉิงเทียนดังขึ้นมา
ฉิงเทียนนั้นมีสีหน้าไม่ค่อยดี เขารู้สึกได้ว่าไวเคาน์ติสโรสนั้นกำลังเอาเปรียบซูเสวี่ยอยู่
ก็เข้าใจนะว่าเป็นการจูบตามมารยาท แต่มันจะจับมือนานเกินไปหน่อยไหม
ซูเสวี่ยได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ก็มีอาการตื่นเต้นและดีใจในดวงตาของเธอและมองหน้าไปหาเสียงนั้น
“เสี่ยวเสวี่ย ช่วยทำเป็นไม่รู้จักผมที ผมมากับไวเคาน์ติสโรสเพราะผมอยากจะรู้ว่าไวเคาน์ติสโรสนั้นวางแผนที่จะทำอะไรกันแน่?” ฉิงเทียนได้รีบส่งโทรจิตไปหาซูเสวี่ย
ไม่ได้ยินเช่นนี้ซูเสวี่ยก็ได้รีบเก็บอาการตื่นเต้นของและจ้องไปที่ฉิงเทียนแล้วแกล้งทำเป็นถาม “สุภาพบุรุษท่านนี้คือใครเหรอคะ?”
ไวเคาน์ติสก็รู้สึกไม่ค่อยดีนิดหน่อยที่ชายคนนี้มาขัดขวางเธอที่กำลังชื่นชมสาวงามอยู่
แต่ถึงแม้ว่าเธอจะไม่พอใจ แต่ไวเคาน์ติสโรสก็รู้ดีว่าเธอนั้นควรที่คิดถึงเรื่องของธุรกิจก่อน
“คุณซูเสวี่ยค่ะ ความงามของคุณทำให้ดิฉันรู้สึกเพลิดเพลินไปหน่อย จนทำให้ดิฉันลืมเรื่องของธุรกิจไปเสียสนิทเลย” ไวเคาน์ติสได้กล่าวขอโทษด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นก็แนะนำฉิงเทียน “นี่คือผู้ช่วยของดิฉันค่ะชื่อฉิงเทียน”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณฉิง”
ซูเสวี่ยได้ผละออกจากไวเคาน์ติสโรสแล้วมาจับมือกับฉิงเทียน
“หึ คิดที่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกับฉันงั้นเหรอ” ซูเสวี่ยยิ้มแต่ในใจพูดบ่นฉิงเทียน
ขณะที่จับมือกับฉิงเทียนอยู่นั้น เธอก็ได้ปล่อยพลังชี่ออกคืบคลานไปตามแขนของฉิงเทียนราวกับมดไต่
“อะแฮ่ม!”
ฉิงเทียนฝืนทนด้วยรอยยิ้ม เขารู้ดีว่าซูเสวี่ยนั้นกำลังโกรธเขาอยู่ อย่างไรเสียเธอก็ไม่ได้เจอกับเขาตั้งนาน แต่แล้วก็ต้องมาทำเป็นไม่รู้จักกันอีก
“อะแฮ่ม ท่านประธานซูช่างเป็นสาวงามที่สวยที่สุดที่ผมเคยพบมาเลยครับ” ฉิงเทียนพูดพร้อมกับยิ้ม
“หึ พูดได้ดีนะคะ” ซูเสวี่ยพูดอย่างภูมิใจ อย่างไรก็ดีคำชมจากคนที่เธอรักนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี
“เสี่ยวเทียน คุณคิดว่าไวเคาน์ติสโรสคิดเห็นเป็นอย่างไรกับบริษัทเทียนเจี้ยนของเราบ้างคะ?”
“ก็ให้ความสนใจอยู่ เธอถามถึงเรื่องของบริษัทเทียนเจี้ยนทันทีที่เธอมาถึง และอธิบายถึงจุดประสงค์ของเธอที่มีต่อพวกเรา!” ฉิงเทียนส่งโทรจิตโต้ตอบ “คุณก็ค่อยตรวจสอบเรื่องของบริษัทโนเบิลทีหลังก็แล้วกัน”
“ได้ค่ะ” ซูเสวี่ยก็ได้ผงกหัวตอบ
อีกทางด้านหนึ่ง ไวเคาน์ติสโรสก็ได้พูดกับซูเสวี่ย “คงจะเป็นการดีกว่าถ้าจะเรียกซูเสวี่ยว่าเสวี่ยเอ๋อ ดูสนิทสนมกันขึ้นเยอะเลย และจุดประสงค์ที่เรามาในครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ พวกเราอยากจะซื้อหุ้นของบริษัทเทียนเจี้ยนค่ะ”
เป็นอีกคนแล้วที่อยากจะซื้อหุ้น คิ้วของซูเสวี่ยก็ได้ขมวดขึ้นมาเพราะเธอเพิ่งจะปฏิเสธบริษัทมู่ชิงไปและตอนนี้ก็กลับมีอีกบริษัทมาขอซื้อบริษัทเทียนเจี้ยนอีกแล้ว
ทำไมบริษัทเทียนเจี้ยนของพวกเธอถึงได้เป็นที่นิยมนักนะ นี่ขนาดเธอยังไม่ได้ประกาศเรื่องของยาที่น่าตกใจอะไรออกไปเลยนะ อย่างไรก็ดีบริษัทเทียนเจี้ยนในเวลานี้ยังคงตั้งเป้าไปที่เรื่องของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างเดียว
“ไวเคาน์ติสโรสคะ บริษัทเทียนเจี้ยนของพวกเรานั้นยังไม่มีแผนที่จะขายหุ้นของบริษัทในขณะนี้ค่ะ” ซูเสวี่ยตอบอย่างนุ่มนวล
ไวเคาน์ติสโรสก็ไม่ได้ตกใจหรือโกรธอะไร เมื่อเธอได้ยินที่ซูเสวี่ยปฏิเสธ เธอก็ได้ยักไหล่แล้วกลับสู่มาดของสาวแกร่งแล้วกล่าว “เสวี่ยเอ๋อ คุณน่าจะรู้ดีว่าบริษัทเทียนเจี้ยนของคุณนั้นกำลังตกเป็นเป้าหมายของใครหลายคนอยู่ แล้วสักวันหนึ่งคุณก็จะต้องขายหุ้นไปแม้ว่าคุณจะไม่อยากขายเลยก็ตาม”
“ไม่ช้าหรือเร็วคุณก็จะต้องรู้สึกผิดแน่ๆค่ะ แต่ดิฉันจะอดทนรอจนกระทั่งคุณสำนึกผิดแล้วมาหาดิฉันก็ได้นะคะ นี่คือที่อยู่ของดิฉันค่ะ”
ขณะที่เธอกล่าวไวเคาน์ติสโรสก็ได้หยิบเอานามบัตรออกมาจากกระเป๋าของเธอแล้วยื่นส่งให้กับซูเสวี่ย แล้วจากนั้นก็เดินจากไป
“เสวี่ยเอ๋อไม่ต้องกังวลไปนะ ผมจะสืบดูให้เองว่าเธอวางแผนอะไรกับพวกเราเอาไว้” ฉิงเทียนตอบอย่างขึงขัง
บริษัทเทียนเจี้ยนของเขานั้นไม่ยอมให้ถูกเล่นงานง่ายๆหรอกนะ แต่ตัวฉิงเทียนเองก็ไม่ยอมโดนรังแกแต่ฝ่ายเดียวเช่นกัน
“เสี่ยวเทียนคุณก็ระวังตัวด้วยนะ!” ซูเสวี่ยก็ได้ส่งโทรจิตตอบกลับไปอย่างกังวล
“หึ คุณไม่เชื่อในความสามารถของที่รักของคุณเหรอ?” ฉิงเทียนทำเป็นยักคิ้วให้กับซูเสวี่ยในขณะที่ไม่มีใครสนใจ
“ไม่มีวัน!” ซูเสวี่ยตอบขึงขัง
ที่รถปอร์เช่สุดโฉบเฉี่ยว ไวเคาน์ติสโรสก็ได้มองไปที่อาคารของบริษัทเทียนเจี้ยนแล้วยิ้มและกำหมัดแน่น เธอก็ได้พูดขึ้นมา “ซูเสวี่ย บริษัทเทียนเจี้ยนพวกคุณหนีดิฉันไม่พ้นหรอก ไม่เคยมีสิ่งไหนที่โรสคนนี้หมายตาเอาไว้แล้วจะรอดไปได้”
ฉิงเทียนก็ได้กล่าวประจบเธอตามความเหมาะสม “แน่นอนครับ ไวเคาน์ติสโรสสุดยอดอยู่แล้วครับ”
แล้วมือที่เรียวงามของไวเคาน์ติสโรสก็ได้จับไปที่ใบหน้าของฉิงเทียนแล้วพูดพร้อมกับยิ้ม “ฉิงเทียนคุณนั้นหล่อเหลาอยู่ ถ้าคุณเป็นผู้ชายดิฉันก็คงจะลิ้มรสคุณไปแล้ว แต่เสียใจด้วยนะดิฉันไม่ชอบผู้ชาย”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ฉิงเทียนก็แทบจะหน้าทิ่มลงรางน้ำ ไม่แปลกใจเลยที่คนคนนี้เอาแต่จ้องไปที่ซูเสวี่ยด้วยสายตาแบบนั้น มันกลายเป็นว่าเธอคิดจะเอาเปรียบซูเสวี่ยจริงๆด้วย
ฮึ่ม ผู้หญิงคนนี้มัน! ฉิงเทียนคิดอยากที่จะเอาคือเธอ ในเมื่อเธอเอาเปรียบคนรักของเขา เขาก็จะเอาเปรียบเธอคืนเช่นกัน
ฉิงเทียนก็ได้จับจ้องไปที่ไวเคาน์ติสโรสด้วยสายตาที่ร้อนแรง แล้วเขาก็ได้เอามือของเขาไปไปโอบกอดที่เอวของเธอ
“โรส คุณยังไม่เคยชิมรสผมเลย ทำไมคุณถึงคิดว่าผมจะไม่ดีเท่ากับเธอล่ะ?”
ไวเคาน์ติสโรสก็มีทีท่าดุดันขึ้นมา ราวกับว่าถูกจับโดยอะไรสักอย่างที่ขยะแขยง แล้วเตะเข้าไปที่ท้องของฉิงเทียน
แต่ฉิงเทียนก็ได้จับขาของเธอเอาไว้และพูดด้วยรอยยิ้ม “อย่าคิดว่าผมจะยอมให้โดนรังแกฝ่ายเดียวสิ”
ไวเคาน์ติสโรสก็ตกใจ ทำไมจู่ๆชายคนนี้ถึงได้มีพลังมากเช่นนี้ “คุณเป็นใครกันแน่?”
“ผมเป็นใครงั้นเหรอ? ผู้ช่วยของคุณไง!” ฉิงเทียนตอบพร้อมกับยิ้ม
“ในตอนนี้พวกเราสองคนคงจำเป็นต้องคุยกันดีๆเสียหน่อยแล้วล่ะ” หลังจากที่พูดจบเขาก็ได้ขังไวเคาน์ติสโรสไว้ด้วยพลังวิญญาณของเขา
แล้วพาตัวไวเคาน์ติสโรสนั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ ส่วนตัวเขาก็นั่งตรงที่นั่งคนขับ แน่นอนว่าการที่เขาต้องทำกับเธอเช่นนี้นั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“จุ๊ๆ รูปร่างก็ดีเช่นนี้แต่กลับชอบผู้หญิงด้วยกันเอง ช่างเสียของเสียจริง!” ฉิงเทียนถอนหายใจ