ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 459 การพบปะของแกนนำเทียนเจี้ยนกรุ๊ป
บทที่ 459 การพบปะของแกนนำเทียนเจี้ยนกรุ๊ป
หลังจากที่ฟังเสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียง
วันต่อมาฉิงเทียนก็ได้เปิดประตูแล้วเข้าไปในบริษัทเทียนเจี้ยนอย่างสดชื่ด โดยมีซูเสวี่ยที่ตามมาด้วยดวงตาที่เหนื่อยล้า
ที่บริษัทเทียนเจี้ยนกรุ๊ป ผู้จัดการระดับกลางและสูงทั้งหมดต่างก็ได้รับทราบประกาศในตอนเช้านี้ ให้บุคลากรระดับกลางและสูงทุกคนเข้าประชุมร่วมกันในตอนเช้าเวลา 9.30 น.
บริษัทเทียนเจี้ยนนั้นไม่ได้จัดการประชุมขนาดใหญ่เช่นนี้มานานแล้วนับตั้งแต่ตอนก่อตั้งบริษัท ทำให้มีการฮือฮาขึ้นมามากมายในบริษัท
“เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทกันแน่นะ ได้ยินมาว่าจะมีการประชุมครั้งใหญ่แน่ะ”
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ได้ยินมาจากเลขาก็เพิ่งรับทราบการแจ้งเตือนวันนี้เองเหมือนกันนะ”
“หรือว่าบริษัทจะเจอวิกฤติกันแน่นะ”
“เป็นไปไม่ได้หรอก ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเราที่เพิ่งเปิดตัวก็ออกจะไปได้สวย มันจะไปมีวิกฤติได้อย่างไร”
“เธอไม่รู้อะไรสินะ” พนักงานคนหนึ่งพูดอย่างมีเลศนัยราวกับรู้อะไรบางอย่างมา
แล้วพนักงานที่อยู่ก็ใกล้ๆก็ได้หันหน้าไปหาอย่างสนใจ
“รู้อะไรก็รีบๆบอกมา?” พนักงานอีกคนก็ได้เร่งให้ตอบ
“ก็ได้ๆ เดี๋ยวจะบอกให้ฟัง” พนักงานคนนั้นก็ได้ตอบ “ฉันได้ยินมาว่าทั้งบริษัทโนเบิลกรุ๊ปและมู่ชิงกรุ๊ปต่างก็กำลังจะเข้าซื้อบริษัทของพวกเราน่ะสิ แล้วทั้งสองบริษัทนี้ต่างก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก พวกเธอคิดเหรอว่าบริษัทเทียนเจี้ยนของเราจะกล้าปฏิเสธน่ะ?”
“อะไรนะ 2 บริษัทระดับโลก ต่างก็เพ่งเล็งบริษัทเทียนเจี้ยนของเราเหรอ?” มีคนอุทานออกมา
“งั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่จู่ๆจะมีการจัดประชุมเช่นนี้ เกรงว่าจะโดนซื้อไปแน่ๆเลย”
“ถ้าเกิดโดนซื้อไปก็ดีเหมือนกันนะ พวกเราก็จะได้กลายเป็นพนักงานของบริษัทระดับนานาชาติเลยนะ”
แต่พอพนักงานคนนี้พูดเช่นนี้ออกไป เธอกับโดนพนักงานคนอื่นบ่นใส่ทันที
“เชอะ ยัยพวกคนประจบต่างชาติ บริษัทเทียนเจี้ยนของเราไม่น่ารับเธอเข้ามาทำงานเลย”
“ทำไมคนจีนอย่างพวกเราต้องไปทำงานให้คนญี่ปุ่นด้วย”
……………
แล้วทั้งบริษัทก็เกิดเสียงฮือฮากันไปทั่วบริษัทเพราะเรื่องการประชุมนี้
ฉิงเทียนที่เป็นตัวเอกในการประชุมนี้กำลังนั่งอยู่ในห้องประธานบริษัท
นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาที่ห้องทำงานของประธานบริษัท ซึ่งเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่มาก และมีแม้กระทั่งห้องนอนอยู่ในห้องนี้ด้วย
“นี่มันใหญ่เกินไปแล้ว!” ฉิงเทียนตะโกนออกมา
ซูเสวี่ยก็ได้มองดูสีหน้าตกใจของฉิงเทียนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและกล่าว “คุณบอกว่าคุณสามารถบินด้วยกระบี่ได้ ดังนั้นห้องทำงานใหญ่ๆก็น่าจะเหมาะกับคุณ คุณที่เป็นถึงประธานบริษัทเทียนเจี้ยนกรุ๊ป ห้องทำงานของคุณก็เหมือนกับเป็นหน้าเป็นตาของบริษัทนี้ มันก็ต้องใหญ่แบบนี้แหละค่ะ”
“เข้าใจแล้ว” ฉิงเทียนผงกหัวและรู้สึกได้ว่าที่ซูเสวี่ยพูดมาก็มีเหตุผล และไม่ควรให้คนอื่นมาดูถูกได้
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังมองดูห้องทำงานของเขาอยู่นั้น เหล่าผู้ถือหุ้นคนสำคัญของบริษัทเทียนเจี้ยนก็ได้มาที่ห้องทำงานของฉิงเทียน
“น้องสี่ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวมาจนได้นะ ข้าคิดว่าเจ้าจะอยู่ในยมโลกแล้วไม่คิดจะกลับมาแล้วซะอีก?” เสียงใหญ่ๆของจ้าวก่างได้ดังขึ้นมาและพูดกับฉิงเทียนด้วยเสียงดัง
“ผมบอกแล้วไงว่าให้เบาเสียงลงหน่อยพี่ใหญ่ แก้วหูผมจะแตกอยู่แล้วนะ” หวงเห่าพูดด้วยสีหน้ารังเกียจ
ในเวลานี้ร่างกายของพี่ใหญ่จ้าวก่างก็ได้กำยำมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนพี่สามเองพลังวิญญาณของเขาก็แก่กล้ามากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่จะบำเพ็ญเพียรกันบรรลุไปขั้นต่อไปกันได้แล้ว
“ไม่เลว ทั้งสองคนต่างก็บำเพ็ญเพียรจนบรรลุชั้นต่อไปกันแล้วนะ” ฉิงเทียนก็ได้เดินมาพร้อมกับยิ้มแล้วโอบกอดพวกเขาทั้งคู่
จ้าวก่างและหวงเห่าเมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนชม จ้าวก่างก็ได้พูดอย่างดีใจ “นั่นเป็นเพราะว่าพวกเราบำเพ็ญเพียรกันอย่างจริงจังมากยังไงล่ะ”
“หึ แต่ก็ยังไม่ดีเท่ากับน้องสี่หรอก ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้จัดการกับผู้คนไปทั่วทั้งโลกผู้บำเพ็ญเพียร แม้แต่สำนักซูซานก็ยังต้องยอมศิโรราบให้กับคุณ ช่างดูสุดยอดไปเลยนะ” หวงเห่าเองก็พูดอย่างตื่นเต้น
อย่างไรก็ดีประวัติของฉิงเทียนนั้นถือว่าโชคโชนเลยทีเดียว
“พี่ครับ!” ฉิงหยูตะโกนมาจากด้านข้าง
“คุณพี่คะ” หยูซูชินก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่อ่อนหวาน
“อื้ม!” ฉิงเทียนผงกหัวและตบไหล่น้องชายของเขา “ดีมาก ระดับของพลังวัตรของน้องพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ดูเหมือนว่าช่วงที่ผ่านมานี้น้องจะไม่ได้อู้เลยสินะ!”
“มีข้าอยู่ทั้งคน จะอู้ได้อย่างไร?” เสียงของไป๋กงหยางดังเข้าหูของฉิงเทียน
“หึ รู้แล้วล่ะน่าว่ามีคุณอยู่น่ะ!” ฉิงเทียนก็ถลึงตาใส่ไป๋กงหยาง คนๆนี้เป็นคนหวังความดีความชอบเกินไปแล้ว
แล้วพ่อแม่ของซูเสวี่ย, พ่อของของจ้าวก่าง แล้วคนอื่นๆต่างก็เข้ามาในห้องทำงานของฉิงเทียน
ในเวลานี้ฉิงเทียนเริ่มรู้สึกแล้วว่าประธานบริษัทจำเป็นต้องมีห้องใหญ่ๆจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงใส่คนจำนวนมากเข้าไปเช่นนี้ไม่ได้แน่ๆ
“ไม่เจอกันตั้งนานนะครับทุกคน ในครั้งนี้ที่ผมเรียกทุกคนให้มาพบกับผมก่อนก็เพื่อคุยกันถึงเรื่องแนวทางการพัฒนาบริษัทเทียนเจี้ยนกรุ๊ปของเรา” ฉิงเทียนได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรเสียทุกคนที่นี่ต่างก็สนิทกันดีไม่มีอะไรต้องปิดบังกันอยู่แล้ว
“ว่ามาเลยน้องสี่!” จ้าวก่างพูดขึ้นมา
“ได้ ผมขอพูดตรงๆเลยนะครับ!” ฉิงเทียนเริ่มพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา “บริษัทเทียนเจี้ยนกรุ๊ปของเรานั้นพัฒนาไปอย่างไวมากในช่วงที่ผ่านมานี้ แต่ธุรกิจของเรายังมีอยู่แค่ด้านเดียวก็คือด้านของผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพและยา ผมจึงคิดว่าเราน่าจะขยายกิจการของบริษัทเรามุ่งสู่อุตสาหกรรมด้านอื่นๆบ้าง อย่างไรเสียประเทศจีนของเราก็มีบางอุตสาหกรรมที่อยู่ในอันดับ 2-3 ในโลก”
ทันทีที่ฉิงเทียนพูดเช่นนี้ สายตาของทุกคนก็ได้สว่างทันที ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียร พวกเขาต่างก็มีทะนงตัวในตนเอง พวกเขานั้นอยากที่จะขยายธุรกิจของเทียนเจี้ยนกรุ๊ปกันมานานแล้ว แต่ฉิงเทียนนั้นก็ยุ่งอยู่ตลอดเมื่อขาดการนำของฉิงเทียนแล้ว พวกเขาต่างก็อึดอัดเกินไปที่จะเปิดธุรกิจใหม่อย่างไม่มีเหตุผล
อย่างไรเสียฉิงเทียนก็เป็นเถ้าแก่ของบริษัทนี้ ตัวเขานั้นคือจุดศูนย์กลางของทุกคน
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะลุยธุรกิจด้านไหนต่อล่ะ?” จ้าวก่างถามอย่างกระตือรือร้น
“รถยนต์! พวกเราจะผลิตรถชั้นนำกัน!” ฉิงเทียนนั้นมีความคิดสำหรับธุรกิจใหม่ของบริษัทเทียนเจี้ยนแล้ว
บริษัทยานยนต์ชั้นนำในประเทศจีนนั้นต่างก็มีบริษัทต่างประเทศเป็นเจ้าของ ฉิงเทียนไม่เชื่อหรอกว่าประเทศจีนจะมีบริษัทรถเป็นของตัวเองบ้างไม่ได้?
“รถยนต์เหรอ? ข้าเกรงว่าจะต้องใช้ลงทุนไม่น้อยเลยนะ” ซูกังคิ้วขมวดแล้วพูดออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับรถก็จริง แต่ของก็ยังพอมีพื้นฐานด้านนี้อยู่บ้าง
รถยนต์คันหนึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีมากมายไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์หรือยางรถ
แต่บริษัทเทียนเจี้ยนนั้นไม่มีเทคโนโลยีใดๆอยู่เลย ซึ่งหมายความว่าบริษัทเทียนเจี้ยนนั้นจะต้องมาเริ่มต้นกันตั้งแต่ศูนย์ ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนอย่างมาก
“เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ที่สำคัญที่สุดก็คือเวลา ผมหวังให้ธุรกิจด้านยานยนต์ของบริษัทเทียนเจี้ยนของเราทำการเปิดตัวให้ได้เร็วที่สุด” ฉิงเทียนพูดอย่างยิ่งใหญ่
ฉิงเทียนเชื่อว่าด้วยผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพทั้งสองอย่างนี้ที่วางตลาดออกไป จะสามารถผลิตเงินออกมาได้ราวกับเครื่องพิมพ์เงิน
“ถ้ามีเงินแล้วไม่ใช้ จะเก็บเอาไว้ทำทำไม?”
“ใช่แล้วน้องสี่พูดถูกแล้ว ทำอะไรยากๆนี่แหละมันท้าทายดี” จ้าวก่างพี่ใหญ่ของเขาพูดอย่างตื่นเต้น
แล้วคนอื่นๆต่างก็ผงกหัว ในเวลานี้พวกเขาต่างก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียร เงินธรรมดาๆเช่นนี้ไม่สำคัญสำหรับพวกเขาอยู่แล้ว
“ในเวลานี้เรามาคุยกันเรื่องที่สำคัญที่สุดในขณะนี้อย่างผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสองตัวที่กำลังวางตลาดกันเถอะ” ฉิงเทียนกล่าวเรื่องต่อไป
“การเตรียมการของทั้งสองผลิตภัณฑ์นั้นเสร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะออกสู่ตลาดแล้ว จากการทดลองปล่อยออกไปในขั้นแรก พบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นที่นิยมอย่างมากค่ะ” ซูเสวี่ยกล่าวอย่างมั่นใจมาก