ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 462 คนญี่ปุ่นที่จองหอง
บทที่ 462 คนญี่ปุ่นที่จองหอง
ในขณะที่คนญี่ปุ่นที่ชื่อโคจิม่ากำลังเตะเข้าไปที่ท้องของผู้ใหญ่บ้านเฒ่าอยู่นั้นเอง จู่ๆตัวผู้ใหญ่บ้านเฒ่าก็เหมือนถูกจับโดยใครอะไรบางอย่าง แล้วตัวของเขาก็ได้ถอยห่างออกมา
การถอยนี้ทำให้ขาของโคจิม่าเตะเข้ากับความว่างเปล่า แล้วทำให้เขาเสียหลักลงไปนอนกองกับพื้นทันที
สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ทำให้ทุกคนต่างก็ตกใจ
“โคจิม่าซัง โคจิม่าซัง คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?” ลู่เสี่ยวตงรีบวิ่งไปหาแล้วประคองโคจิม่าลุกขึ้นมาทันที
โคจิม่าก็ลุกขึ้นมา ในเวลานี้เขาดุดันมากและตะโกนออกมา “ใคร มันเป็นฝีมือใครกัน?”
แต่ไม่มีใครที่สนใจเขา กลับกันมีแต่คนที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแทน
ซึ่งกลายเป็นว่าตรงที่โคจิม่าล้มหน้าทิ่มพื้นลงไปเมื่อสักครู่นี้ หน้าของโคจิม่านั้นประทับอยู่ตรงกองขี้หมาเต็มๆ
ตอนนี้ขี้หมาจึงได้กระจายอยู่เต็มหน้าเขา ทำให้รู้สึกเหมือนกับเห็นตัวตลก
หลังจากนั้นสักพักโคจิม่าที่กำลังเดือดก็พลันได้กลิ่นเหม็นๆขึ้นมา
“อะไรกันเนี่ย ทำไมมันถึงได้เหม็นแบบนี้?” โคจิม่าพูดกับตัวเอง
ทันทีที่โคจิม่าพูดออกมา ทุกคนรอบๆต่างก็ระเบิดหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆ!”
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนจีน พวกเขาต่างก็โมโหคนญี่ปุ่นที่จองหองเมื่อสักครู่ แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย อย่างไรเสียพวกเขาก็ยังกินข้าวบนมือคนอื่นอยู่
แต่ในเวลานี้คนญี่ปุ่นคนนั้นก็ได้หน้าทิ่มกลายเป็นหมากินขี้ไปแล้ว แล้วลงไปกินขี้จริงๆเสียด้วย
จะไม่ให้คนเหล่านี้หัวเราะกันได้อย่างไร? อย่างไรเสียการที่คนจำนวนมากหัวเราะเช่นนี้ ยังไงก็ไม่สามารถไล่ออกได้อยู่แล้ว
ดังนั้นทุกคนจึงได้หัวเราะอย่างไม่ยั้ง
โคจิม่าก็ได้เอามาจับบนหน้าของเขา แล้วจากนั้นก็มองดูชัดๆ
“เหวอ นี่มันขี้!”
ชั่วขณะต่อมา คนคนนั้นก็กระโดดเหยงและตะโกนลั่น การกระทำของเขาช่างเหมือนกับตัวตลกไม่มีผิด จากนั้นเขาก็ได้วิ่งไปหาอ่างน้ำที่อยู่ด้านหลังของเขา
ซึ่งการกระทำเช่นนี้ได้ทำให้พวกเขาหัวเราะมากยิ่งขึ้นไปอีก
“ทุกคนเงียบด้วย” แล้วยามาชิมะก็ได้ทนไม่ไหวแล้วตะโกนขึ้นมา
ความน่าอับอายของโคจิม่าก็ถือเป็นความอับอายของเขาด้วย อย่าว่าแต่ตอนหน้าชาวจีนเหล่านี้เลย
แต่ไม่มีใครที่ฟังยามาชิมะเลย ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นดาราดังจากญี่ปุ่น แต่ก็ไม่มีชื่อเสียงใดๆในประเทศจีนเลย
ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าเหล่าคนที่อยู่เบื้องหลังหนังเรื่องนี้นั้น เป็นคนจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว ก็เกรงว่าคนเหล่านี้คงจะฆ่าเขาให้ตายไปนาน
“ลู่ซัง นี่มันอะไรกัน คนจีนอย่างพวกคุณเป็นอย่างนี้กันหรอกเหรอ?” สีหน้าของยามาชิม่านั้นแย่มากและอยากที่จะฆ่าทุกคน
ลู่เสี่ยวตงเองจริงๆแล้วก็พยายามกลั้นหัวเราะอยู่ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหัวเราะออกมาได้ คนอื่นหัวเราะได้แต่เขานั้นห้ามเด็ดขาด
ลู่เสี่ยวตงที่ถูกดุโดยยามาชิมะนั้นก็ได้พูดขึ้นมาทันที “ยามาชิมะซังใจเย็นๆก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้เอง”
แล้วในชั่วขณะต่อมา ลู่เสี่ยวตงก็ได้หันหน้าไปแล้วไปดุลูกน้องของเขา “หัวเราะอะไรกัน? มันมีอะไรน่าขำนักรึไง? แล้วไม่มีงานมีการทำกันรึยังไง? หุบปากแล้วแยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว”
อย่างไรเสียลู่เสี่ยวตงก็ยังเป็นผู้กำกับอยู่ ด้วยการดุของเขาทำให้คนเหล่านี้เงียบลงทันที เหลือไว้เพียงเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาประปราย
แล้วในเวลานี้โคจิม่าก็ได้กลับมาจากอ่างน้ำ ซึ่งล้างขี้ออกจากหน้าเขาหมดแล้ว แต่ทั้งหัวของเขาก็เปียกน้ำไปหมดอย่างกับลูกแมวตกน้ำ
“ใครกัน มันเป็นฝีมือใครกัน?” โคจิม่าคำราม แล้วจ้องไปที่เหล่าทีมงานด้วยสีหน้าที่ไม่ดี ราวกับหมาป่ากระหายหิวที่กำลังมองหาเหยื่อ
เมื่อเหล่าทีมงานเห็นสายตาของโคจิม่าแล้ว พวกเขาต่างก็ก้มหน้าหลบสายตากันทันที
แล้วในตอนนั้นเองที่มีเสียงดังขึ้นมา “ฝีมือผมเองแหละคนญี่ปุ่น อย่ามาทำจองหองในแผ่นดินจีนของเรานะ!”
ในเวลานี้เองที่ทุกคนก็พบว่าผู้ใหญ่บ้านเฒ่านั้นถูกพาไปไว้ที่รถแล้ว และมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลกับผู้ใหญ่บ้านเฒ่า
ชายหนุ่มคนนี้หน้าตาหล่อเหลามา และเสื้อผ้าของเขาก็ยังเป็นของแบรนด์เนมชั้นนำอีกต่างหาก
ใช่แล้วชายคนนี้ก็คือฉิงเทียนนั่นเอง ฉิงเทียนที่ในที่สุดก็พบหมู่บ้านซานเย่ตามที่อยู่ที่เขาได้มาจากซูเสวี่ย
แต่ทันทีที่เขามาถึงที่หมู่บ้านซานเย่นั้น เขาก็พบกับเหตุการณ์ที่คนญี่ปุ่นขว้างข้าวกล่องลงกับพื้นแล้ว เดิมทีฉิงเทียนั้นไม่คิดจะเข้ามาวุ่นวายอยู่แล้ว เพราะนี่เป็นเรื่องของกองถ่าย
แต่กลับพบว่าคนที่ชื่อโคจิม่านั้นจองหองพองขนมากขึ้นเรื่อยๆ และเขายังคิดที่จะเตะคนแก่อีกต่างหาก
ฉิงเทียนจึงอดทนไม่ไหวแล้วรีบไปดึงตัวผู้ใหญ่บ้านเฒ่าออกมาแล้วทำให้เขาลงไปหน้าจิ้มขี้หมา
ในชั่วขณะที่โคจิม่าเห็นฉิงเทียนยืนอยู่นั้น เขาก็คำรามออกมาด้วยความโกรธจัดทันที “แกมาจากแผนกไหนบอกมา ลู่เสี่ยวตงผมต้องการให้ชายคนนี้กินขี้เหมือนกับที่ผมทำเมื่อกี้!”
แล้วคิ้วของลู่เสี่ยวตงก็ขมวด เขานั้นไม่รู้ว่าคนญี่ปุ่นคนนี้กลายเป็นพ่อของเขาตั้งแต่เมื่อไร แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะพูดเช่นนั้นออกไปมันเหมือนกับการรนหาที่ตาย
ลู่เสี่ยวตงนั้นคิดที่จะเข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วยหนังเรื่องนี้ หากว่าเขาทำได้สำเร็จลู่เสี่ยวตงก็จะไม่ใช่แค่คนไม่รู้จักอีกต่อไป แต่จะเป็นผู้กำกับผู้ยิ่งใหญ่
ดังนั้นลู่เสี่ยวตงจึงไม่อาจปล่อยให้ใครมาทำลายหนังเรื่องนี้ของเขาได้โดยเด็ดขาด
“รองผู้กำกับอยู่ไหน ไปจัดการไล่เขาออกเดี๋ยวนี้!” ลู่เสี่ยวต้งคำราม
แล้วในชั่วขณะต่อมาชายผอมสูงก็ได้รีบวิ่งมาแล้วกล่าว “ผู้กำกับครับ ผมมาแล้วครับ”
“ลู่เสี่ยวตง คุณไม่ได้ยินที่ผมบอกหรือยังไง? ผมต้องการให้ชายคนนั้นหน้าจิ้มขี้ไม่ใช่ไล่ออก!” โคจิม่าพูดด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
“คือว่า…..”
เรื่องนี้ทำให้ลู่เสี่ยวตงเกิดการลังเลขึ้นมา อย่างไรเสียคนคนนั้นก็เป็นคนในกองถ่ายของเขา และเขาก็ยังเป็นคนจีนอยู่ ถ้าเขาทำตามที่คนญี่ปุ่นที่อยู่จีนสั่ง แล้วปล่อยให้คนจีนลงไปกินขี้ นี่คงได้กลายเป็นประวัติศาสตร์อันดำมืดของเขาแน่
ถ้าเกิดเขาทำขึ้นมาจริงๆ ก็เกรงว่ามันคงได้มีปัญหาขึ้นมาแน่ๆหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป
เมื่อเห็นว่าลู่เสี่ยงตงลังเล คนญี่ปุ่นก็ได้เดือดดาลมากขึ้นไปอีก แล้วก็มีน้ำเสียงขู่ขึ้นมาจากคำพูดของเขา
“ลู่เสี่ยวตง คุณน่าจะรู้นะว่าเงินของคุณนั้นมาจากไหน ผมบอกให้คุณจัดการเรื่องของจ้าวเมิ่งเหยา จนป่านนี้คุณก็ยังไม่ยอมจัดการให้ผม ตอนนี้ก็ยังมีเรื่องของคนชั้นต่ำนี่คุณก็ยังมาลังเลอีก ดูเหมือนว่าคุณคงจะไม่อยากทำหนังเรื่องนี้ต่อแล้วสินะ ถ้าเป็นเช่นนั้นผมจะเปลี่ยนผู้กำกับ มีผู้กำกับอย่างคุณมีมากนักในจีน มีผู้กำกับอีกมากมายที่อยากจะมีชื่อเสียง”
สีหน้าของลู่เสี่ยวตงก็เปลี่ยนทันทีหลังจากที่ได้ยินเช่นนี้
แล้วในท้ายที่สุดเขาก็ได้ยิ้มขึ้นมาและพูดอย่างประจบประแจง “โคจิม่าซัง พูดอะไรอย่างนั้นล่ะครับ พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอครับ ผมจะไปทำให้คุณโมโหเพียงเพราะเด็กหนุ่มคนนั้นได้อย่างไรล่ะครับ”
จากนั้นลู่เสี่ยงตงก็ได้หันหน้าไปหารองผู้กำกับที่อยู่ข้างๆเขาแล้วกล่าว “ยังมามัวยืนบื้ออะไรอยู่? ไม่ได้ยินที่คุณโคจิม่าสั่งรึไง? รีบๆไปจับตัวชายคนนั้นมาให้ผมได้แล้ว แล้วจับเขาจุ่มกองขี้หมา”
“รับทราบครับ” รองผู้กำกับก็ได้ขานรับโดยไม่กล้าถามอะไรต่อ แล้วเขาก็ได้พาคนที่ต่อสู้ได้บางคนเดินไปหาฉิงเทียน
“ไปเสียเถอะพ่อหนุ่ม คนพวกนี้มันไร้เหตุผล!” ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าที่อยู่ใกล้ๆกับฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมาอย่างเป็นห่วง
ฉิงเทียนก็ได้ตบไหล่ของผู้ใหญ่บ้านเฒ่าแล้วกล่าว “ผู้เฒ่าครับ ผมเป็นคนจีนที่มีศักดิ์ศรีครับ นี่คือแผ่นดินจีนของเรา ไม่กี่ทศวรรษก่อนชาวจีนที่ยากจนนั้นสามารถขับไล่คนญี่ปุ่นออกไปจากแผ่นดินมาแล้ว ในคราวนี้ประเทศจีนทั้งร่ำรวยและมีอำนาจแล้วไยจะต้องกลัวคนญี่ปุ่นอีกด้วยล่ะครับ?”
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนกล่าว ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าก็รู้สึกตะลึงแล้วสีหน้าของเขาก็มีอารมณ์ร่วมตามขึ้นมาทันที
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ทำไมคนจีนที่มีศักดิ์ศรีอย่างข้าจะต้องไปกลัวคนญี่ปุ่นด้วย” ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าพูดอย่างตื่นเต้น
แต่อีกทางด้านหนึ่ง สีหน้าของลู่เสี่ยวตง, โคจิม่าและยามาชิมะต่างก็ไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ