ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 466 เนื้อมังกรไฟกับแท่งเผ็ด
บทที่ 466 เนื้อมังกรไฟกับแท่งเผ็ด
การทำอาหารนั้น แน่นอนว่าฉิงเทียนทำไม่ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าฉิงเทียนจะเรียนไม่ได้ เพราะเขามีถาวเป่าสวรรค์อยู่ไม่มีอะไรที่เขาเรียนไม่ได้
ภายนอกฉิงเทียนกับจ้าวเมิ่งเหยานั้นกำลังเดินทางไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน แต่จริงๆแล้วจิตของฉิงเทียนได้จมลงไปในถาวเป่าสวรรค์แล้ว
และเริ่มเข้าไปในถาวเป่าสวรรค์แล้วเซิร์จคำว่าอาหารเซียน ไม่นานนักก็มีหน้าจอหนึ่งโผล่ออกมาตรงหน้าฉิงเทียน
ฉิงเทียนก็ได้เปิดเข้าไปดูในส่วนบริการลูกค้าของร้าน
ฉิงเทียน: ใช่กุ๊กเทวดาหรือเปล่าครับ? ช่วยสอนผมทำอาหารได้หรือเปล่าครับ?
“ในห้องครัวห้องหนึ่งในโลกเซียน มีเซียนหัวอ้วนหูใหญ่ที่กำลังถือหม้ออย่างตื่นเต้น คนคนนี้คือกุ๊กเทวดานั่นเอง
เขาคือพ่อครัวคนแรกในสวรรค์!
“ฮ่าๆ ในที่สุดข้าก็ทำเนื้อมังกรยอดเผ็ดได้สำเร็จ!” กุ๊กเทวดาพูดอย่างตื่นเต้น
นี่คือเมนูเฉพาะที่คิดค้นขึ้นมาโดยกุ๊กเทวดาหลังจากที่หายไปร่วมปี
อาหารจานนี้ไม่เพียงแต่ได้ความเผ็ดมาจากแท่งเผ็ดแต่ยังมีรสอร่อยของเนื้อมังกรอยู่ด้วย
กุ๊กเทวดานั้นได้ทุ่มเทไปอย่างมากกับอาหารจานนี้
“ถ้าองค์เง็กเซียนและเจ้าแม่หวังหมู่ได้ทานอาหารจานนี้ พวกเขาจะต้องชื่นชมฝีมือการทำอาหารของเราและจะต้องตกรางวัลให้เราอย่างงามแน่”
กุ๊กเทวดาคิดอย่างตื่นเต้น
“หืม น้องฉิงติดต่อเรามาทำไมกันนะ?” กุ๊กเทวดาตกใจ จากนั้นก็วางอาหารจานนั้นไว้บนโต๊ะแล้วตอบข้อความของฉิงเทียน
กุ๊กเทวดา: ที่แท้ก็เป็นน้องฉิงนี่เอง ทำไมจู่ๆเจ้าถึงได้สนใจจะเรียกวิชาทำอาหารจากข้ารึ?
ฉิงเทียน: ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ผมอยากจะอวดต่อหน้าคนอื่นนิดหน่อยเท่านั้นเอง ตอนนี้ผมจึงอยากจะขอเรียนจากพี่ชายน่ะครับ”
กุ๊กเทวดา: น้องฉิงห้องครัวนี้เป็นเหมือนดั่งมหาวิทยาลัย ถ้าเจ้าจะเรียนคงต้องใช้เวลาเป็นร้อยปีพันปีเลยนะ
กุ๊กเทวดานั้นมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่าวิธีการทำอาหารของเขานั้น คนอื่นยากที่จะเรียนได้
ฉิงเทียน: พี่ชาย ผมไม่ต้องเก่งเท่าพี่ก็ได้ ผมแค่ต้องการผัดหรือทำอาหารอะไรอร่อยๆสักอย่างสองอย่างก็ได้
กุ๊กเทวดา: ถ้าอย่างนั้นง่ายมาก ข้ามีตำราจากประสบการณ์ของข้าในการทำอาหารมนุษย์อยู่เล่มหนึ่ง มันน่าจะเหมาะสมกับเจ้าพอ
ปี๊บๆๆ…………กุ๊กเทวดาได้ส่งตำราอาหารประสบการณ์อาหารให้แก่ท่าน
ฉิงเทียน: ขอบคุณมากพี่ชาย กี่หินเซียนดีครับพี่?
กุ๊กเทวดา: ของสิ่งนี้มันไม่มีค่ามากนักหรอก ข้าขอ 1 หินเซียนก็พอ
ถ้าไม่ใช่เพราะกฎของถาวเป่าสวรรค์ที่ไม่อนุญาตยกให้ฟรีแล้ว เขาก็คงให้ฟรีไปแล้ว
ฉิงเทียน: ขอบคุณมากครับ!
ฉิงเทียนเองก็รู้ดีว่าราคา 1 หินเซียนนั้นก็เปรียบเหมือนให้ฟรีนั่นแหละ
“จะทำการเรียนรู้ตำราประสบการณ์ของกุ๊กเทวดาเลยหรือไม่?”
“เรียนเลย!”
ฉิงเทียนกล่าวโดยไม่ลังเล
แล้วในชั่วขณะนั้นเอง สายธารข้อมูลก็ได้หลั่งไหลเข้ามาในหัวของฉิงเทียน แล้วฉิงเทียนก็สามารถเข้าใจวิธีการทำอาหารต่างๆทันที
“ด้วยทักษะการทำอาหารนี้ เกรงว่าจะไม่มีใครในโลกนี้ที่สามารถทำอาหารได้เท่ากับเราอีกแล้ว!” ฉิงเทียนกล่าวในใจ
กุ๊กเทวดา: จริงด้วยสิน้องฉิง ข้าเพิ่งจะคิดค้นเมนูใหม่ขึ้นมาได้ เดี๋ยวข้าจะส่งไปให้เจ้าลองชิมดู
ฉิงเทียน: ได้เลย ผมเองก็อยากจะลองเมนูใหม่ของพี่เหมือนกัน
กุ๊กเทวดา: ที่อาหารจานนี้สำเร็จได้ ก็ต้องขอบคุณน้องชายด้วย
ฉิงเทียน: มันเกี่ยวข้องอะไรกับผมด้วยเหรอครับ?
กุ๊กเทวดา: แน่นอนสิ ก็อาหารจานนี้ข้าใช้ขนมแท่งเผ็ดจากร้านของเขามาเป็นส่วนประกอบ แล้วจากนั้นก็ใช้เนื้อส่วนท้องที่นุ่มที่สุดของมังกร เนื้อนี้ได้หมักมาเป็นอย่างดีเป็นเวลา 9,981 วัน ก่อนจะนำมาผัด อร่อยสุดๆแน่นอน
แล้วฉิงเทียนก็รู้สึกอึ้งเมื่อได้เห็นข้อความจากกุ๊กเทวดา ที่เขานั้นเนื้อมังกรมาผัดเข้ากับขนมแท่งเผ็ด หากว่าเผ่ามังกรรู้เข้านี่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาเลย
กุ๊กเทวดา: ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวนำอาหารจากนี้ไปให้องค์เง็กเซียนกับเจ้าแม่หวังหมู่ได้ทานล่ะ
ฉิงเทียน: เชิญเลยครับ!
แล้วฉิงเทียนก็ได้จ่ายไป 1 หินเซียน แล้วเนื้อมังกรผัดแท่งเผ็ด 1 จานก็ได้มาปรากฏในช่องเก็บของของถาวเป่าสวรรค์
มองดูสีสันที่น่าทานแล้ว ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะลองชิม
แต่เขาก็ได้อดกลั้นเอาไว้ แล้วคิดว่าจะผู้ใหญ่บ้านเฒ่าและจ้าวเมิ่งเหยาได้ลองชิมเนื้อมังกรผัดเผ็ดนี้ด้วย
ไม่นานนักฉิงเทียนก็ได้เดินทางมาถึงบ้านของผู้ใหญ่บ้านเฒ่า
มีบ้านที่ทำจากอิฐจำนวนไม่กี่สิบหลังที่นี่ และบ้านอิฐเหล่านี้ก็ขาดการซ่อมบำรุงมานานมากแล้ว และมีบางหลังที่ถล่มลงมาแล้วด้วย
และมีเพียงคนชราที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ไม่มีคนหนุ่มอาศัยอยู่เลย
“ที่นี่คือหมู่บ้านยากจนที่มีชื่อเสียงในจีน ไม่มีไร่นาและรายได้ก็ต่ำ ดังนั้นเหล่าคนหนุ่มสาวจึงได้ไปทำงานในเมือง เหลือเอาไว้เพียงแค่คนแก่กับเด็กเท่านั้น!” จ้าวเมิ่งเหยาได้อธิบายให้ฉิงเทียนที่กำลังสงสัยได้ฟัง
ฉิงเทียนก็ได้ผงกหัวโดยไม่พูดอะไร ในเวลานี้ผู้ใหญ่บ้านก็ได้รออยู่นานแล้ว แล้วเมื่อเขาเห็นฉิงเทียนกับจ้าวเมิ่งเหยามา ก็ได้รีบออกมาต้อนรับทันที
“เข้ามาๆ ข้ารอพวกเจ้าอยู่นานแล้ว!” ผู้ใหญ่บ้านพูดอย่างกระตือรือร้น
แล้วฉิงเทียนก็ได้ผงกหัวพร้อมกับยิ้ม แล้วจากนั้นเขาก็ได้เริ่มโชว์ฝีมือทำอาหารทันที
วัตถุดิบที่ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าได้เตรียมเอาไว้นั้น เป็นวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติและไร้สารพิษ เมื่อรวมกับฝีมือการทำอาหารของฉิงเทียนแล้ว อาหารต่างๆก็มีสีสันและรสชาติน่ารับประทานมาก
“ว้าว ฉิงเทียน ไม่นึกเลยว่าคุณจะมีฝีมือการทำอาหารสุดยอดขนาดนี้!”
จ้าวเมิ่งเหยามองดูอาหารที่วางบนโต๊ะ เพียงแค่ได้กลิ่นอาหารเหล่านี้แล้ว จ้าวเมิ่งเหยาก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที
เมื่อได้ลองทานแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แล้วผู้ใหญ่บ้านเฒ่าที่อยู่ใกล้ๆเองก็ยังตกใจ อาหารเหล่านี้แม้จะดูบ้านๆและเขาเองก็ทำออกบ่อย แต่เขาก็ไม่เคยทำได้อร่อยขนาดนี้เลย
“ฉิงเทียน อย่างเจ้าเนี่ยสามารถไปเป็นพ่อครัวในโรงแรมใหญ่ๆได้เลยนะ ผู้ใหญ่บ้านกล่าวชม
“ผู้ใหญ่บ้านคะ แม้แต่เชฟโรงแรมห้าดาว ก็ยังไม่ได้เท่าฉิงเทียนเลยค่ะ ไม่ได้การแล้วฉันจะต้องถ่ายรูปแล้วอัพภาพอาหารดีๆเหล่านี้ขึ้นเว่ยป๋อสักหน่อยแล้ว”
ด้วยการนั้น จ้าวเมิ่งเหยาก็ได้หยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วถ่ายภาพอาหารทั้งหมดที่วางอยู่บนโต๊ะ
จากนั้นก็เขียนข้อความลงไป วันที่ 20 ที่ได้อยู่ที่นี่, ได้ทานอาหารอร่อยๆ กับเพื่อน 2-3 คน มีความสุขมากค่ะ!
แล้วตามด้วยอีโมติค่อนยินดีตามท้ายลงไป
แล้วเว่ยป๋อของจ้าวเมิ่งเหยานั้นมีคนติดตามเป็นสิบล้านคน ทันทีที่เธอได้โพสต์เว่ยป๋อลงไป ก็มีคนคอมเมนท์ขึ้นมาทันที
“นางฟ้าครับ ถ้าคุณทานมากขนาดนั้นแล้วไม่ตั้งใจถ่ายทำหนัง ระวังจะอ้วนเอาได้นะครับ”
“นางฟ้าจ๋า ผมจำได้ว่าคุณบอกจะหนีไปทำหนังเพื่อให้เป็นดาราเต็มตัว แต่ไหนกลายเป็นนักชิมไปได้ล่ะเนี่ย?”
“แต่ว่าอาหารเหล่านั้นก็ดูน่าทานอยู่นะ”
“นางฟ้า คุณอยู่ที่ไหนน่ะ? ทิวทัศน์ดูดีมากเลย”
……………….
มองดูความคิดเห็นที่ตามมาแล้ว จ้าวเมิ่งเหยาก็รู้สึกดีใจสุดๆ
แต่ก็มีบางคนที่โมโหมากเช่นกัน
เช่นยามาชิมะและโคจิม่า
“บ้าที่สุด ทั้งๆที่ตั้งใจจะทำให้หมอนั่นเสียชื่อเสียงแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครสนใจข่าวนั้นอีกเลย และเอาแต่สนใจข่าวของจ้าวเมิ่งเหยาแทน” ยามาชิมะมองไปที่เว่ยป๋อของจ้าวเมิ่งเหยาในโทรศัพท์และถามอย่างโมโห ถ้าไม่ใช่เพราะชายคนนี้ เขาก็คงจะได้สานสัมพันธ์กับจ้าวเมิ่งเหยาต่อและกลายมาเป็นดาราใหญ่ในจีนไปแล้ว
ในขณะเดียวกันฉิงเทียนได้จัดอาหารมาวางบนโต๊ะ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเขาก็ได้หยิบเอาเนื้อมังกรผัดแท่งเผ็ดออกมาจากถาวเป่าสวรรค์
ที่โต๊ะอาหาร ผู้ใหญ่บ้านและจ้าวเมิ่งเหยาก็ได้นั่งแยกกัน แล้วฉิงเทียนก็ได้หยิบเอาเหล้าลิง(เหล้าผลไม้)ที่เขาทำขึ้นมาจากผลไม้ที่เขาปลูกเองออกมา
หลังจากที่อาหารมื้อนี้เสร็จสิ้น ความสัมพันธ์ของฉิงเทียนกับจ้าวเมิ่งเหยาก็ดีขึ้นมาก พอฉิงเทียนได้เสนอไปว่าจะให้เธอมาเป็นพรีเซนเตอร์ของบริษัทให้ เธอก็ได้ตอบตกลงทันที
ด้วยความร่วมมือของจ้าวเมิ่งเหยาทำให้บริษัทเทียนเจี้ยนนั้นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและรุดหน้าไปอย่างมากจนได้กลายเป็นบริษัทอันดับต้นๆในจีน และส่งผลให้โปรเจ็คใหม่ที่เป็นบริษัทรถยนต์เป็นไปได้อย่างราบรื่น
……………….
ในเวลานี้ฉิงเทียนที่ยืนอยู่ที่ห้องประธานบริษัทก็ได้ยืนมองท้องฟ้าออกไปนอกหน้าต่างพลางและนึกถึงอดีตที่ผ่านมาของเขา จากคนธรรมดาๆที่ไม่มีอะไรหาเช้ากินค่ำไปวันๆและมีความสุขกับการซื้อของออนไลน์
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูแล้วคิด หากในวันนั้นเขาไม่ได้พบกันถาวเป่าสวรรค์เขาก็คงเป็นคนธรรมดาต่อไป และต้องกลายเป็นเบี้ยล่างของสังคม ยอมก้มหัวให้คนใหญ่คนโต
แต่ใครจะไปคิดว่าพอเขาได้พบกับถาวเป่าสวรรค์เขาก็จะได้กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ได้ขึ้นไปสวรรค์และได้เป็นเจ้าหน้าที่บนสวรรค์ ได้ไปยมโลกสนิทสนมกับราชายมบาลและเปิดร้านสามโลกโลกซูเปอร์มาร์เก็ต และได้เป็นประธานบริษัทที่ใหญ่โตระดับต้นๆของจีน
เขามองไปในทะเลความรู้ของเขาและมองไปที่เพ่าฝูที่กำลังหลับ เขาลูบหัวที่แสนน่ารักของเธอแล้วคิด “ถึงจะไม่รู้ว่าเธอนั้นคือใครกันแน่ แต่ถ้าไม่ได้เพ่าฝูนำถาวเป่าสวรรค์มาให้ ชีวิตของเราก็คงไม่มีอย่างทุกวันนี้ได้”
“ขอบใจนะเพ่าฝู ขอบใจนะถาวเป่าสวรรค์……”
(จบภาค)