ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 48 น้องสาวทูนหัว
บทที่ 48 น้องสาวทูนหัว
เมื่อเขาเดินมาหาหวังอี้ฉิงเทียนก็พูดขึ้น “คุณหนูหวังครับ รบกวนส่งมือของคุณมาให้หน่อยครับ!”
“อื้ม” หวังอี้ตอบด้วยเสียงในคอ จากนั้นก็ยื่นมือขาวๆของเธอออกมา มือของฉิงเทียนจับมือของเธอเอาไว้ แล้วใบหน้าของเธอก็แดงขึ้นมาและมองดูฉิงเทียนอย่างเงียบๆ ในขณะที่ซูเสวี่ยก็ได้เดินมาดูอยู่ข้างๆเขาโดยมีซูกังเดินตามมาข้างหลัง
ฉิงเทียนรู้สึกถึงชีพจรของหวังอี้ ซึ่งบ่งบอกได้ถึงชีพจรที่ขาของเธอ มันไม่ได้เป็นเหมือนสระน้ำนิ่งแบบแต่ก่อนแล้ว แต่รู้สึกได้ถึงการเต้นอย่างต่อเนื่อง “คุณหนูหวังครับ ผมขอดูขาของคุณหน่อยครับ” เขาพูด
“ได้ค่ะ” หวังอี้ก้มหัวของเธอตอบ
ฉิงเทียนจึงถกกระโปรงของเธอขึ้นมาอย่างช้าๆ ทันใดนั้นฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงเลือดที่ไหลเวียนดีที่สมองของเขา แล้วพบว่าวันนี้หวังอี้ได้สวมถุงเท้ายาวสีดำที่ขาของเธอด้วย ต้นขาที่เพรียวบางและถุงน่องยาวสีดำมันช่างเป็นอาวุธร้ายสำหรับผู้ชายจริงๆ ฉิงเทียนจึงต้องกักเก็บหัวใจที่กระหายของเขาเอาไว้และปล่อยให้มันเต้นอยู่ในใจเขา เขาจะต้องไปหันไปมองเธอเพราะมันจะไม่ดีงามแน่!
มันไม่ใช่ว่าฉิงเทียนอยากทำตัวเป็นสุภาพบุรุษหรอก แต่เป็นเพราะซูเสวี่ยนั้นยืนอยู่ใกล้ๆเขาต่างหาก ซึ่งกำลังจ้องมองเขาด้วยใบหน้าที่กำลังเตือนเขาอยู่ หากคิดอยากจะมีชีวิตที่สงบสุข ฉิงเทียนจำต้องเก็บไว้ข้างในใจของเขาเท่านั้น
ขณะที่เขากำลังก้มหัวอยู่ หวังอี้ก็ได้จ้องมองดูการรักษาของฉิงเทียน ซึ่งเธอไม่รู้ว่านึกอย่างไร เธอหยิบเอาถุงเท้ายาวออกมาจากตู้เสื้อมาใส่เมื่อเช้านี้ ซึ่งหวังอี้นั้นไม่ได้ใส่ถุงเท้ายาวเช่นนี้ตั้งแต่ที่เธอเดินไม่ได้ แต่วันนี้เธอกลับใส่มาโดยไม่รู้ตัวเองว่าคิดอะไรอยู่!
หลังจากที่เขากักเก็บความรู้สึกของเขาเอาไว้ในใจแล้ว ฉิงเทียนก็ได้กดมือของเขาไปที่ขาของหวังอี้ แล้วทันใดนั้นฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าขาของเธอสั่น ซึ่งขาของเธอนั้นสั่นอย่างควบคุมไม่ได้! หวังอี้นั้นรู้สึกได้ถึงมือของฉิงเทียน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้สึกอะไรที่ขาของเธอเลย แต่ในตอนนี้ขาของเธอมีความรู้สึกแล้ว การที่มีผู้ชายมาสัมผัสขาของเธอเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะกำลังทำเพื่อเธอในฐานะหมอ แต่เธอก็ยังรู้สึกแปลกๆอยู่ดี! หวังอี้จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอายขึ้นมา
หลังจากที่ลองกดจุดดูอยู่สักพัก ฉิงเทียนก็พอจะเข้าใจสภาพทั่วไปบ้างแล้วจึงได้ลุกขึ้นยืนและหันหน้ามาคุยกับหวังอี้ “คุณหนูหวังครับการที่คุณมีความรู้สึกที่ขาเมื่อสักครู่นั้น ถือว่าเป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น หลังจากนี้คุณจำเป็นจะต้องมาฝังเข็มสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง และในระหว่างการรักษาคุณห้ามทำอะไรที่เป็นการไปกระตุ้นขาของตัวเองเด็ดขาดครับ!”
“ได้เลย หากว่าทำแล้วสามารถรักษาให้หายได้ ไม่ว่าอะไรฉันก็จะทำ!” หวังเห่าพูดอย่างตื่นเต้น
“ขอบพระคุณมากค่ะ ฉิงเทียน!” หวังอี้พูดขอบคุณฉิงเทียน
ฉิงเทียนก็พูดด้วยรอยยิ้ม “มันเป็นหน้าที่ของผมในฐานะหมออยู่แล้วที่จะต้องช่วยเหลือคนครับ คุณหนูหวังให้เกียรติกันเกินไปแล้ว!”
“ใช่แล้วน้องหวัง ไม่ต้องไปขอบคุณเขามากหรอก ฉิงเทียนน่ะชอบช่วยเหลือสาวงามอย่างคุณเพื่อให้ตัวเองดูดีอยู่แล้ว” ซูเสวี่ยพูดอย่างไร้หัวใจ
ฉิงเทียนลูบจมูกตัวเองอย่างอายๆและคิดอย่างช่วยไม่ได้ว่า สายสัมพันธ์ของพวกผู้หญิงเนี่ยช่างน่าทึ่งจริงๆ และเสวี่ยเอ๋อครับผมเป็นแฟนของคุณนะครับ คุณช่วยพูดให้ผมดูดีหน่อยได้ไหม!
“พี่ซูคะ หนูจะไปพูดอย่างนั้นได้ยังไงล่ะคะ” หวังอี้พูดอย่างเขินอาย
ซูเสวี่ยก็มองไปที่ฉิงเทียนและยิ้ม “ใช่ไหม ฉิงเทียน!”
“ใช่ครับ ที่คุณพูดมาทุกอย่างถูกต้องครับ!” ฉิงเทียนตอบอย่างยิ้มๆ
“เอาน่าหลานซูเจ้าอย่าไปว่าเสี่ยวเทียนอย่างนั้นสิ ในเมื่อเขานั้นยอมช่วยเหลือพวกเราในฐานะหมอ พวกเราก็ยินดีที่จะจ่ายค่ารักษาให้อยู่แล้ว” หวังเห่าหยิบบัตรใบหนึ่งออกมาจากมือของเขาแล้วพูดกับฉิงเทียน “เสี่ยวเทียน บัตรใบนี้มีเงินอยู่ 5 ล้านหยวน ซึ่งเป็นค่ารักษาล่วงหน้าของอี้เอ๋อ หลังจากที่รักษาเสร็จแล้วฉันจะจ่ายให้อีก 5 ล้านหยวน!”
มองดูที่บัตรใบนั้น ฉิงเทียนก็รีบโบกมือปฏิเสธ “มากเกินไปแล้วครับ ลุงหวังไม่จำเป็นต้องให้ผมมากขนาดนั้นก็ได้!”
5 ล้านหยวนสำหรับเขาในเวลานี้นั้น ถึงฉิงเทียนนั้นจะมีเงินมากกว่า 5 ล้านหยวนก็จริง แต่นั่นก็เป็นเพราะเขาได้เงินจากการขายผลไม้และเห็ดหลินจือ ซึ่งมันไม่ใช่กับคราวนี้ เพราะเขารักษาโรคเช่นนี้แค่ครั้งเดียวเขาก็ได้เงินตั้ง 5 ล้านหยวนแล้ว และฉิงเทียนก็คิดว่าหลังจากนี้เขาก็ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษแล้วด้วย จะพาไปรักษาที่โรงพยาบาลต่อเลยก็ได้ แถมฉิงเทียนนั้นก็ไม่ได้หวังที่จะเอาเงินของหวังเห่าด้วย ไม่ใช่ว่าฉิงเทียนนั้นไม่ชอบเงิน แต่เขาต้องการที่จะแลกเปลี่ยน 5 ล้านนี้ให้กลายเป็นบุญคุณและสร้างความสัมพันธ์กับผู้ว่าฯเมืองโม๋ตู
มองดูฉิงเทียนที่ปฏิเสธเขา หวังเห่าจึงได้ใช้มาดที่ดูน่าเกรงขามของผู้ว่าฯขึ้นมาและพูดกับฉิงเทียน “เสี่ยวเทียน ถึงยังไงฉันก็ต้องจ่ายค่ารักษาให้นายอย่างสมน้ำสมเนื้ออยู่แล้ว นี่คือคติในชีวิตของฉัน!”
ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ฉิงเทียนจึงได้ยอมรับบัตรใบนั้นมาแล้วพูดขึ้น “ลุงหวังครับ ผมจะรับแค่ 5 ล้านนี้เท่านั้นแล้วไม่ต้องจ่ายแล้วนะครับ! นอกจากนี้คุณให้ผมเรียกคุณว่าลุงหวัง ถ้าอย่างนั้นคุณหนูหวังก็ถือเป็นน้องสาวของผมด้วย แล้วผมจะไปรับเงินได้อย่างไรล่ะครับ”
หลังจากที่ได้ฟังที่ฉิงเทียนพูด หวังเห่าก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นมา “ก็ได้ ฉันจะให้นายเป็นพี่ทูนหัวของอี้เอ๋อนับจากนี้ไป! ฉันไม่คิดเลยว่านอกจากจะพบคนที่รักษาขาของอี้เอ๋อได้แล้ว ยังได้พบคนที่จะมาเป็นพี่ทูนหัวของอี้เอ๋อได้อีกด้วย!”
“ผมเองก็หวังที่จะมีน้องสาวอย่างหวังอี้เช่นกันครับ!” ฉิงเทียนก็พูดต่อหลังจากที่ได้ยินที่หวังเห่าพูด “แต่ผมไม่รู้ว่าน้องหวังนั้นจะเกลียดพี่ชายโง่ๆอย่างผมรึเปล่า!”
“ยินดีค่ะพี่ฉิงเทียน!” หวังอี้ก็พูดกับเขาอย่างอ่อนหวาน ฉิงเทียนก็ถึงกับต้องคุกเข่าในใจของเขา เขาแค่พูดแบบขอไปทีเท่านั้นแต่กลับกลายเป็นจริงเสียนี่!
ซูเสวี่ยเองก็รู้สึกยินดีด้วยที่ฉิงเทียนนั้นสามารถมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ว่าฯเมืองโม๋ตูได้ เพราะฉิงเทียนนั้นได้ไปทำให้หลิวไห่ในเมืองโม๋ตูโกรธ ซึ่งเขานั้นเป็นเจ้าชายของเหวินไห่กรุ๊ป ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาก็จริง แต่เธอก็ยังเป็นกังวลอยู่ดี แต่ในเวลานี้หากว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับหวังเห่าได้แล้ว ก็จะไม่มีใครที่กล้าทำอะไรกับเขาได้อีก
“หนูอายุ 23 ปี ซึ่งหนูได้ถามพี่ซูมาแล้วบอกว่าคุณนั้นอายุแค่ 25 มันจะดีเหรอคะที่จะให้หนูเป็นน้องสาวน่ะค่ะ” หวังอี้มองดูฉิงเทียนและพูดอย่างลังเลด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ
สายตาของทุกคนก็ได้มองมาที่เขาพร้อมกับยิ้ม ฉิงเทียนจึงได้ลูบหัวอย่างฝืนๆแล้วพูดขึ้นมา “เป็นน้องหวังอี้ดีแล้วครับ!”
“ถ้าอย่างนั้นก็สวัสดีค่ะพี่ฉิงเทียน!” หวังอี้ใช้มือปิดปากแล้วก็ยิ้มออกมา ซูเสวี่ยที่อยู่ข้างๆก็ได้ยิ้มให้เช่นกัน
ซูกังก็ได้หันไปมองที่ปากของหวังเห่าที่กำลังมองไปที่ทั้งสามคนด้วยรอยยิ้มแล้วก็พูดขึ้นมา “ผู้ว่าฯหวัง เราไปที่ห้องรับรองเพื่อดื่มชากันดีกว่า ข้างนอกนี้ปล่อยให้หนุ่มสาวเขาพูดคุยกันไปดีกว่าครับ!”
“ได้สิ ฉันไม่ได้เห็นอี้เอ๋อมีความสุขแบบนี้มานานแล้ว!” หวังเห่าพูดอย่างมีความสุข “ปล่อยให้พวกเขามีความสุขกันไปละกัน!”
จากนั้นเขาก็ได้เข้าบ้านไปพร้อมกับซูกัง ส่วนที่ลานกว้างนั้น ฉิงเทียน ซูเสวี่ยและหวังอี้ก็ได้พูดคุยเล่นกัน ซึ่งจริงๆแล้วมีแต่ซูเสวี่ยและหวังอี้ที่คุยกัน เพราะฉิงเทียนนั้นไม่สามารถที่จะพูดแทรกได้เลย
เพราะเรื่องที่คุยกันมีแต่เสื้อผ้ายี่ห้อไหนดีที่สุด รองเท้าแบบไหนดี น้ำหอมยี่ห้อไหนหอมดี แม้แต่ใช้อะไรดีที่สุดที่จะมารค์หน้าให้ได้ความชุ่มชื้นและผิวเนียนนุ่มที่สุด และร้านอาหารที่ไหนในโม๋ตูที่อาหารอร่อยที่สุด!
เมื่อฟังบทสนทนาเหล่านี้ ฉิงเทียนก็เริ่มรู้สึกเบื่อขึ้นมา ทำไมผู้หญิงถึงได้คุยกันเรื่องน่าเบื่อขนาดนี้ได้เนี่ย? ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็จำเป็นต้องทำเป็นสนใจและฟังอย่างตั้งใจด้วย! เขาฟังจนกระทั่งเขางีบหลับไปในที่สุด!
“ไม่เอาน่าเสวี่ยเอ๋อ ผมกำลังหลับอยู่นะ” ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่ามีสัมผัสนุ่มๆมาจิ้มที่หน้าของเขา เขาจึงได้คว้ามือนั้นมาโดยที่ไม่ยังไม่ได้สติดี แล้วรู้สึกได้ว่าทำไมมือของเสวี่ยเอ๋อในวันนี้ต่างไปจากทุกที!
หรือว่าจะเป็นเธอ! เมื่อคิดได้เช่นนี้ฉิงเทียนก็ได้รีบลืมตาตื่นโดยปราศจากความง่วง แล้วเขาก็พบว่าเขากำลังจับมือของหวังอี้อยู่ และหวังอี้เองก็ได้ก้มหัวของเธออย่างเขินอาย ส่วนซูเสวี่ยนั้นไม่รู้หายไปไหนแล้ว!
ฉิงเทียนจึงได้รีบปล่อยมือของเธอ แล้วพูดอย่างเขินๆ “น้องหวังครับ ผมขอโทษ!”
หวังอี้ก็หน้าแดงขึ้นมา และยังก้มหัวของเธออยู่ก่อนจะพูดด้วยเสียงเบาๆ “ไม่เป็นไรค่ะ!”
จนกระทั่งผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง หวังเห่าและหวังอี้ก็ได้กลับบ้านกัน ฉิงเทียนจึงได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา! หวังเห่าและฉิงเทียนนั้นตกลงกันว่าฉิงเทียนนั้นจะต้องไปที่บ้านของหวังอี้อาทิตย์ละครั้งเพื่อรักษาขาของหวังอี้! และฉิงเทียนก็ได้เบอร์โทรศัพท์ของหวังเห่ามา ซึ่งเป็นเบอร์โทรส่วนตัวของเขาที่น้อยคนนักจะได้เบอร์โทรนี้ไป