ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 55 ปลอดภัยดี
บทที่ 55 ปลอดภัยดี
ตอนที่เดินทางมาสถานีตำรวจนั้น ฉิงเทียนถูกจัดให้นั่งรถคันเดียวกันกับหลี่ฉิง
ระหว่างทาง หลี่ฉิงก็มองมาที่ฉิงเทียนแบบจ้องเขม็งและเธอไม่ได้พูดอะไรสักคำ ทำให้ฉิงเทียนรู้สึกกลัวขึ้นมา! แน่นอนว่าฉิงเทียนพยายามที่จะหลบสายตาของเธอแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น! แต่แล้วฉิงเทียนก็ยอมแพ้ในที่สุด เพราะไม่ว่าฉิงเทียนจะทำอย่างไร หลี่ฉิงก็เอาแต่จ้องมองเขาด้วยตาทั้งสองข้างของเธอ
ในที่สุด ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะพูดกับหลี่ฉิง “คุณผู้รายงานข่าวครับ การที่คุณจ้องมองผมแบบนี้ คงไม่ใช่ว่าคุณกำลังสนใจผมอยู่สินะ” ขณะที่พูดขึ้นเขาก็แกล้งทำเป็นกลัวและจับเสื้อของเขาไว้แน่น!
หลี่ฉิงที่รู้สึกมึนกับคำพูดของฉิงเทียน เธอไม่คิดว่าฉิงเทียนนั้นจะเป็นคนที่หน้าหนาได้ขนาดนี้ “ทั้งๆที่คุณมีความสามารถด้านวรยุทธ์ขนาดนั้น แต่คุณกลับแกล้งทำเป็นถูกทำร้ายต่อหน้าฉัน ตอนนั้นคุณหลอกใช้ฉันอยู่สินะ?” เธอถามเขาอย่างโกรธๆ
ถูกถามโดยชุดคำถามของหลี่ฉิงเทียน ฉิงเทียนก็ได้ทำท่าเก้ๆกังๆแล้วใช่มือลูบจมูกของเขาและผงกหัวตอบ! เมื่อเห็นท่าทีของฉิงเทียน หลี่ฉิงก็ได้กัดฟันของเธอและร่างกายส่วนที่เน้นออกมาของเธอก็สั่นไหวขึ้นมาแสดงให้เห็นถึงความโกรธของเจ้าของร่างกาย แต่หลังจากสักพักความโกรธของเธอก็ได้กลายเป็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแล้วถามขั้น “คุณคือฉิงเทียนสินะ!”
มองดูสีหน้าที่เปลี่ยนอย่างกะทันหันของหลี่ฉิง ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่แอบพูดว่า “แย่แล้ว” ในใจแล้วยิ้มขึ้นมาก่อนจะตอบ “ใช่ครับ นักข่าวหลี่!”
เมื่อเขาเห็นหลี่ฉิงนั้นยอมรับออกมาแล้ว หลี่ฉิงจึงได้ถามต่อ “คุณได้โทรไปที่รายการของพวกเราใช่ไหม?”
ในฐานะที่เขาเป็นคนที่ทำแล้วต้องยอมรับ ฉิงเทียนก็ได้ผงกหัวแล้วตอบว่า “ใช่”
“ถ้าอย่างนั้นการที่กล้องของพวกเราถูกคุณเตะลงไปในน้ำเพราะชาวญี่ปุ่นนั้น คุณเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย นั่นคือการยอมรับมาว่าคุณหลอกใช้พวกเรา!”
มองดูหลี่ฉิงที่ถามเขาอย่างเรื่อยๆ ตัวของเธอก็เริ่มเอนมาหาเขาเรื่อยๆเช่นกัน และทุกครั้งที่เธอได้ยินฉิงเทียนตอบกลับมา ถึงแม้ว่าใบหน้าของเธอนั้นจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่สายตาของเธอบ่งบอกถึงความโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งมาถึงคำถามสุดท้าย “ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะ!” ฉิงเทียนทำได้แค่ส่ายหัวตอบ
“ปุ๊ก” ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าเขาถูกต่อยจากข้างหลัง และทันทีที่เขาหันหน้ากลับมา เขาก็พบว่าหมัดที่ 2 สองของเธอก็ได้ต่อยเข้าที่ท้องของเขา
“หมับ” ฉิงเทียนเริ่มโกรธและจับแขนของหลี่ฉิงแล้วพูดด้วยความโกรธ “คุณผู้หญิงครับ คุณมาทุบตีผมทำไมเนี่ย?”
“นี่คือโทษฐานที่คุณหลอกใช้ฉัน!” หลี่ฉิงพูดด้วยสีหน้าที่ต่างจากการกระทำ “ทำไม คุณอยากจะตอบโต้ฉันรึยังไง?” เธอยืดอกของเธอและมองมาที่ฉิงเทียนด้วยความโกรธ
“ผู้หญิงบ้า!” ฉิงเทียนปล่อยมือของเธอ ในเมื่อเรื่องทั้งหมดนี้ฉิงเทียนเองก็มีส่วนผิด ใครใช้ให้เขาหลอกใช้เธอก่อนล่ะ!
“ฮึ!” หลี่ฉิงเองก็ได้หันหน้าของเธอกลับไป ในตอนนี้เธอเองก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยในใจของเธอ แต่เธอก็ไม่สามารถพูดขอโทษออกมาได้ในตอนนี้!
แล้วก็เกิดความเงียบทั้งคันรถ!
ที่สถานีตำรวจ ฉิงเทียนมองดูภาพที่ดูคุ้นตาแล้วก็หัวเราะกับตัวเอง “ไม่คิดว่าจะได้กลับมาที่นี่เร็วขนาดนี้เลยนะเนี่ย! ทั้งๆที่ไม่เคยมาที่สถานีตำรวจเลยตลอด 20 ปีมานี้ แต่กลับต้องมาที่นี่สองหนในเดือนนี้เดือนเดียวได้เนี่ย!”
“หืม ฉันกลับคิดว่าคนอย่างคุณเนี่ยน่าจะมาที่สถานีตำรวจทุกวันนะ!” หลี่ฉิงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกมาจากข้างๆเขา
ฉิงเทียนรู้สึกขี้เกียจที่จะเสวนากับเธอจึงได้เดินเข้าไปที่สถานีตำรวจ
ในขณะที่กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำพาตัวพวกเขามาที่สถานีตำรวจด้วย!
“พวกแกกล้าจับฉันเรอะ! บากะ!” มุราคามิตะโกนด่าซ้ำไปซ้ำมา และเมื่อเขาเห็นฉิงเทียนเขาก็ได้จ้องมาที่เขาด้วยความโกรธ!
เมื่อได้ยินเสียงของชาวญี่ปุ่นที่ตะโกนด่าอย่างต่อเนื่อง อู๋จินก็คิ้วขมวดและสั่งลูกน้องที่ตามหลังมา “เอาตัวคนนั้นเข้าไปด้วยแล้วปลุกให้เขาตื่นและสอบปากคำเขาซะ”
จากนั้นเขาก็ได้เดินมาหาฉิงเทียน!
“คุณฉิง หลังจากที่คุณให้การเสร็จแล้ว คุณสามารถกลับไปได้ทันทีนะครับ!” อู๋จินพูดกับเขาแล้วยิ้ม
“ขอบคุณมากครับ ผู้กำกับอู๋!” ฉิงเทียนเองก็ยิ้มและพูดด้วยความขอบคุณ
ผู้ที่มาบันทึกการให้การของเขานั้นก็อ่อนโยนกว่าครั้งก่อน ตำรวจที่ทำหน้าที่บันทึกนั้นก็เป็นคนเดียวกับที่ถูกอัดจนไปนอนกองกับพื้นด้วยฝีมือของซามูไร พวกเขาจึงได้รู้สึกชื่นชมความสามารถของฉิงเทียนที่สามารถจัดการกับซามูไรเมื่อสักครู่ลงได้ ในขณะที่ทำการให้การนั้นพวกเขาเองก็ได้ถามเขาด้วยสายตาที่ชื่นชมว่าเขานั้นไปเรียนศิลปะป้องกันตัวมาจากที่ไหนและจะรับพวกเขาเป็นศิษย์บ้างได้หรือไม่! ฉิงเทียนจึงได้ส่ายหัวของเขาอย่างช่วยไม่ได้! ในที่สุดหลังจากที่ผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงการบันทึกคำให้การก็เสร็จสิ้น! ฉิงเทียนจึงได้สูดลมหายใจเต็มปอด ในที่สุดเขาก็ได้เข้าใจความรู้สึกที่พวกดารารู้สึกตอนที่พวกเขาพบกับแฟนๆที่คลั่งไคล้พวกเขาแล้ว!
เขาเดินออกมาจากห้องสอบปากคำและสลัดความคิดในหัวของเขาออกให้หมด เขามองไปที่นายกเทศฯหูที่ยังรอเขาอยู่ตลอด เมื่อเห็นเขาออกมาแล้วก็ได้ถูมือของเขาแล้วเดินเข้ามาหาฉิงเทียนด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มแล้วพูดขึ้น “เอ่อ…คุณฉิงครับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ผมเป็นคนผิดเอง! ผมหวังว่าคุณฉิงจะไปถือโทษโกรธผมนะครับ”
เดิมทีฉิงเทียนนั้นรู้สึกหงุดหงิดกับนายกเทศฯหูมากอยู่แล้ว และด้วยฉิงเทียนนั้นเชื่อว่าหากผู้คนนั้นยอมรับว่าตัวเองทำผิดจริงๆนั้นจะไม่แสดงรอยยิ้มออกมา เขาจึงได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มแบบรำคาญ “ผมเองก็ได้ทำผิดกับนายกฯหูไปเช่นกัน ผมหวังว่าพวกเราจะให้อภัยกันได้นะครับ”
“ฮ่าๆ ผมจะยกโทษให้คุณฉิงก็ได้ ถ้าคุณฉิงให้เกียรติมาทานมื้อค่ำกับผมที่ตึกหงหยุ่นในคืนนี้นะครับ!” นายกเทศฯหูพูดด้วยรอยยิ้ม
“นายกฯหูผมขอโทษด้วยนะครับ ผมคงไม่สามารถไปทานมื้อค่ำกับคุณคืนนี้ได้” ฉิงเทียนปฏิเสธ
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนตอบปฏิเสธ นายกเทศฯหูก็ไม่ได้แสดงทีท่าอึดอัดอะไร แต่เขาก็ยังยิ้มและพูดต่อ “ไม่เป็นไร ในเมื่อคุณฉิงยังมีธุระต้องไปทำ ก็เอาไว้ก่อนก็ได้ครับ!”
“เอาไว้ผมจะชวนคุณใหม่คราวหน้าก็แล้วกันนะครับ!”
“ได้ครับ!” ฉิงเทียนตอบอย่างเห็นด้วย
จริงๆแล้ว ฉิงเทียนรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจชวนเขาไปทานมื้อค่ำเพื่อขอโทษหรอก แต่เขาต้องการเส้นสายเพื่อติดต่อกับพี่สามต่างหาก!
ในขณะที่ฉิงเทียนกับนายกเทศฯหูกำลังคุยกันด้วยรอยยิ้มอยู่นั้น หลี่ฉิงที่เดินออกมาจากห้องสอบปากคำอีกห้อง ก็ไม่ได้รู้สึกยินดีกับภาพที่อยู่ตรงหน้าเธอแล้วพูดขึ้นมา “คนสารเลว!”
เมื่อฉิงเทียนเดินออกมาข้างนอกสถานีตำรวจ ฉิงเทียนก็พลันนึกได้ถึงปัญหาสำคัญขึ้นมาได้!
“อ๊าก รถของเรายังอยู่ที่ไร่ผลไม้อยู่เลย!” ฉิงเทียนจึงไม่มีทางเลือกนอกเสียจากส่ายหัวและช่างรถของเขาไว้ก่อน จากนั้นเขาก็นั่งรถไฟใต้ดินกลับไป!
ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
ผู้คนคับคั่งเป็นอย่างมากแล้วยิ่งตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานด้วยแล้ว และในฐานะที่เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และเมืองโม๋ตูก็เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศจีน คงจะนึกภาพออกได้ว่าคนในรถไฟใต้ดินตอนนี้แน่นมากเพียงใด
ฉิงเทียนที่กำลังยืนอยู่และไม่รู้ว่าเขาจะวางเท้าของเขาไว้ที่ไหนดี ดังนั้นเขาจึงได้ขยับตัวเองออกมาหน่อย! ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บขึ้นที่เท้าของเขา และเสียงที่ดังตามมา “ขอโทษค่ะ!”
“ทำไมเสียงถึงได้ฟังดูคุ้นๆจังนะ?” ฉิงเทียนที่กำลังสงสัยก็ได้ก้มลงไปมองก็พบ “นี่มันหลี่ฉิงไม่ใช่รึ!”
เมื่อหลี่ฉิงเงยหัวของเธอขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ขออภัย เธอก็เห็นของหน้าฉิงเทียน เธอจึงได้เปลี่ยนสีหน้ากลับไปตามเดิมและพูดขึ้นมาเบาๆ “ทำไมถึงได้ฉันถึงได้เจอคุณทุกที่อย่างนี้นะ?” ก่อนที่จะก้มหัวกลับไปตามเดิม
ฉิงเทียนเองก็ขี้เกียจที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเธอเหมือนกัน เขาจึงคิดเรื่องของตัวเองแทน!
“ติ๊งต่อง” แล้วรถไฟใต้ดินก็ได้มาถึงอีกสถานีหนึ่ง แล้วคนก็ได้อัดเข้ามาในรถไฟเพิ่มขึ้นไปอีก ฉิงเทียนและหลี่ฉิงก็ได้ถูกเบียดเสียดมามากขึ้นเรื่อยๆ!
ทันใดนั้น ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงอะได้บางอย่างที่นุ่มๆโดนแขนของเขา เมื่อหันหัวของเขาไปดูก็พบสีหน้าที่เขินอายของหลี่ฉิงและหน้าอกของเธอที่เปลี่ยนรูปไป ฉิงเทียนจึงได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะไม่ชอบหน้าหลี่ฉิงนิดหน่อย แต่ฉิงเทียนก็ไม่สามารถทำร้ายก้อนเต้าหู้ของหญิงสาวได้ เขาจึงได้ยกแขนของเขาหลบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ!
หลี่ฉิงก็พลันรู้สึกถึงแรงกดดันที่หายไปที่หน้าอกของเธอและเมื่อเธอหันหัวไปมองเธอก็พบว่าฉิงเทียนนั้นกำลังยกแขนขึ้นสูงๆอยู่
เธอแอบคิดในใจ: คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยังมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่ บางทีอาจจะไม่ใช่คนที่แย่เท่าไร!
แต่ในขณะที่หลี่ฉิงกำลังคิดเช่นนั้นอยู่ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีบางคนที่กำลังจับก้นของเธออยู่