ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 71 ร่วมมือกัน
บทที่ 71 ร่วมมือกัน
“พี่สาม พี่เป็นถึงเจ้าหน้าที่รัฐนะ พี่จะมาทำเรื่องสมโจรแบบนี้ไม่ได้นะ!” ฉิงเทียนมองไปที่หวงเห่า ซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ
หวงเห่าพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ตอนนี้นอกเวลาราชการแล้ว พี่ใหญ่จัดการเลย!”
“ได้เลย”
สิ้นเสียงทั้งสองคนก็ได้กระโดดซ้อนทับฉิงเทียนบนเตียง ฉิงเทียนที่ถูกทับโดยทั้งสองคนนั้นก็ได้พยายามพูดออกมา “ดูเหมือนจะเลือกคบเพื่อนผิดซะแล้ว ผมยอมแล้วครับ”
“หึ ถ้ายอมดีๆซะตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องโดนแบบนี้แล้ว น้องสามถอย!” เมื่อจ้าวก่างออกคำสั่ง ฉิงเทียนจึงได้รู้สึกตัวเบาขึ้นมา
ยังจำน้ำแก้วที่ผมให้พวกคุณดื่มได้ไหม?” เขาถาม
“อื้ม น้ำแก้วนั้นทำให้ร่างกายของพวกเราดีขึ้นอย่างมาก” หวงเห่าตอบ
แล้วทั้งสองคนก็มองมาที่ฉิงเทียนอย่างสงสัย ฉิงเทียนจึงได้อธิบาย “น้ำที่ผมให้พวกคุณดื่มนั้นไม่ใช่น้ำธรรมดา แต่มันคือน้ำวิญญาณซึ่งคือน้ำที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ”
“แล้วทำไมตอนนั้นพวกเราถึงไม่รู้อะไร?” หวงเห่าถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจ จ้าวก่างที่นั่งอยู่ข้างๆก็ผงกหัวอย่างเห็นด้วย!
“นั่นเป็นเพราะว่าน้ำแก้วนั้นผมได้ทำการเจือจางไปหลายรอบแล้ว เลยทำให้ตอนที่ผมเอามาให้ดื่มนั้นพวกคุณจึงได้ไม่รู้สึกถึงมันน่ะสิ” มองดูทั้งสองคนที่ทำสีหน้าไม่เชื่อ ฉิงเทียนจึงได้เดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบน้ำมา 2 แก้วจากนั้นก็เทน้ำออกจากขวดเติมทั้งสองแก้วจนเต็ม
“เฮ้ น้องสี่ เจ้าขวดเล็กๆนั่นมันคืออะไรกันแน่ทำไมมันถึงบรรจุน้ำได้มากมายขนาดนั้น!” จ้าวก่างถามอย่างสงสัยเหมือนเด็ก
“นี่คืออุปกรณ์เก็บของต่างมิติน่ะ เอาล่ะ ตอนนี้พวกคุณทั้งสองคนรู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณของน้ำทั้งสองแก้วนี้แล้วหรือยัง?” พูดจบ เขาก็ถอยออกมายืนห่างๆแล้วมองดูทั้งสองคนทดลองดู
ทั้งสองคนหยิบแก้วน้ำขึ้นมาถือไว้ในมือของพวกเขา จากนั้นก็หลับตาแล้วพยายามรู้สึกถึงพลังวิญญาณ
ชั่วขณะหนึ่งผ่านไป
ทั้งสองคนก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกันด้วยสีหน้าที่ดูผิดหวัง เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งสองคนแล้ว ฉิงเทียนก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาไม่รู้สึกถึงพลังวิญญาณแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงได้ปลอบ “พี่ใหญ่ พี่สาม นี่ถือเป็นเรื่องปกติ โดยทั่วไปมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณตั้งแต่ครั้งแรกอยู่แล้ว ดังนั้นผมถึงได้บอกไงว่ามันไม่ง่ายที่จะฝึกวิชาได้ มันมีปัญหามากมายนัก”
“ถ้าพวกเราไม่สามารถรับรู้ถึงพลังวิญญาณได้ พวกเราก็จะไม่สามารถฝึกวิชาได้ต่อให้พวกเรามีวิชาอยู่แล้วงั้นเหรอ?” หวงเห่าถามอย่างผิดหวัง
ฉิงเทียนรู้สึกตกตะลึง จริงๆแล้วเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นมาได้ เขานั้นคิดอยู่ตลอดเลยว่าพวกเขาจะสามารถฝึกวิชากันได้ทุกคน แต่เขาไม่สามารถพูดออกไปได้จึงได้ยิ้มแล้วบอก “ไม่ต้องกังวลไปพี่ใหญ่พี่สาม พวกคุณจะต้องสามารถฝึกวิชาได้แน่เพียงแค่มันอาจจะไม่ง่ายอย่างที่พวกคุณคิดเท่านั้น!”
“น้องสี่ แล้วนายใช้เวลานานแค่ไหนถึงสามารถที่จะรู้สึกถึงพลังวิญญาณได้?” จ้าวก่างถามอย่างสงสัย
เมื่อได้ยินที่จ้าวก่างถาม ฉิงเทียนก็คิดในใจว่าเขานั้นรู้สึกได้แทบจะทันที แต่อย่างไรก็ดีถ้าเขาพูดออกไปคงได้กำลังใจหดหายกันหมดแน่ ดังนั้นเขาจึงได้ปรับเปลี่ยนเล็กน้อย “ก็ใช้เวลาตลอดหนึ่งคืนเลยนะกว่าผมจะรู้สึกได้ ดังนั้นพวกคุณไม่ต้องผิดหวังกันหรอก!”
จ้าวก่างที่รู้สึกโล่งอกขึ้นมาก็พูดขึ้น “ถ้าอย่างนายยังต้องใช้เวลาตั้งคืนหนึ่ง พวกเราเพิ่งลองไปแค่ชั่วโมงเดียว ไม่น่าแปลกที่จะไม่รู้สึกอะไร”
“อืม ตอนนี้พวกคุณรู้แล้วรึยังว่าทำไมผมถึงมีความสามารถมากพอที่จะพูดได้ว่าผมจะสามารถทำลายตลาดมืดได้” ฉิงเทียนกล่าว
หลังจากที่คิดกันอยู่สักพักหนึ่ง จ้าวก่างที่เหมือนคิดได้แล้วก็พูดขึ้น “น้องสี่ ฉันจะต้องบอกกับพ่อของฉันเรื่องนี้ก่อน ถึงแม้ว่านายจะมีความสามารถมาก แต่เนื่องจากว่าพวกเราไม่สามารถพูดได้ว่านายเป็นผู้ฝึกตนได้ พวกเขาก็อาจที่จะไม่เชื่อ”
“ใช่แล้ว กับตัวตนอย่างตลาดมืดแล้ว พวกเขาจะไม่ทำอะไรจนกว่าพวกเขาจะมั่นใจจริงๆ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะไม่ยอมลงมือแน่!” หวงเห่าอธิบาย
ฉิงเทียนเองก็คิดหลังจากที่ได้ยินที่ทั้งสองคนพูด หวงเห่ากับจ้าวก่างเองก็มองมาที่ฉิงเทียนที่กำลังคิ้วขมวดใช้ความคิดอยู่ พวกเขาจึงยืนรอดูฉิงเทียนที่กำลังใช้ความคิด
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ ถ้าตระกูลของพวกคุณทั้งสองคนไม่ยอมเชื่อ ถ้าอย่างนั้นผมก็คงต้องลงมือเอง แต่เมื่อถึงตอนนั้นตระกูลพวกคุณทั้งสองคนอาจจะไม่ได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์จากผมแล้วนะ” ฉิงเทียนพูดอย่างจริงจัง
ฉิงเทียนพูดแบบนี้ ทำให้หวงเห่าและจ้าวก่างต้องมาคิดหนัก ความแข็งแกร่งของฉิงเทียนนั้นไม่ต้องเป็นที่สงสัยอยู่แล้ว แต่ถ้าตระกูลของทั้งสองคนนั้นไม่ได้ส่วนแบ่งจากเรื่องในครั้งนี้ พวกเขาคงจะต้องเสียดายกับเรื่องนี้ ผลประโยชน์กับความเสี่ยงย่อมมาด้วยกันอยู่แล้ว!
หลังจากนั้นสักพัก จ้าวก่างก็พูดขึ้นมา “น้องสี่ ฉันจะลองกลับไปเจรจากับพ่อของฉันดู ถ้าหากว่าไม่สำเร็จ ฉันจะพานายไปที่ตลาดมืดเองแม้จะไปเพียงแค่ฉันคนเดียวก็ตาม!”
“ใช่แล้ว ฉันเองก็จะไปกับน้องสี่ด้วย!” หวงเห่าพูดออกมาอย่างง่ายๆ
เมื่อได้ยินที่ทั้งสองคนพูดขึ้นมา ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นในหัวใจขึ้นมา “ไม่ต้องกังวลไปหรอกต่อให้ผมต้องไปคนเดียว ผมก็ไม่ทำอะไรหุนหันพลันแล่นแน่”
“กลับไปกันก่อนแล้วช่วยผมตามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ให้หน่อยก็แล้วกัน” ขณะที่พูดฉิงเทียนนั้นก็อดไม่ได้ที่แผ่รังสีอยากฆ่าขึ้นมา
หวงเห่ากับจ้าวก่างที่อยู่ใกล้ๆเขานั้นก็รู้สึกสั่นขึ้นมาทันที และรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบๆตัวพวกเขานั้นหนาวเย็นขึ้นมา พวกเขาจึงได้แต่แอบภาวนาในใจขอให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการฆ่าฉิงเทียนนั้นจะไม่ตกอยู่ในมือของน้องสี่โดยไว
มองไปที่สีหน้าของฉิงเทียน จ้าวก่างรู้สึกได้เลยว่าน้องสี่ของพวกเขานั้นได้เอาคนคนนั้นไปใส่ไว้ในบัญชีตายในใจของเขาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขารู้ได้อย่างชัดเจน
ในสมัยที่ฉิงเทียนยังทำงานพิเศษอยู่ แล้วหัวหน้าของเขาไม่ยอมจ่ายเงินให้ ในตอนที่พวกเขาบุกไปล้างแค้นนั้น ฉิงเทียนเป็นคนที่เล่นงานหนักที่สุด เขานั้นถือเก้าอี้ไว้ในมือแล้วอาละวาดไปทั่ว ซึ่งตอนนั้นแม้แต่เขายังตกใจ ในคราวนี้เขาพบว่าฉิงเทียนนั้นโกรธหนักมากกว่าคราวนั้นอีก แต่ก็เป็นความผิดของคนคนนั้นเองล่ะนะ
ในขณะที่ฉิงเทียนและคนอื่นๆกำลังมองหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อยู่นั้น ตระกูลหลิวเองก็กำลังอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนที่ทันสมัย
ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลิวไห่นั้นกำลังนอนอยู่ในเตียงโรงพยาบาล สภาพเหมือนจะตาย ส่วนหลิวตันกับหลิวซิงหยุนกำลังปรึกษากับแพทย์อยู่
“หมอครับ เกิดอะไรขึ้นกับลูกชายผมกันแน่ จู่ๆเขาก็ลุกขึ้นยืนไม่ได้และมีอาการแทบจะทุกส่วน” หลิวซิงหยุนถามอย่างกระวนกระวายใจ
หมอที่ยืนอยู่ใกล้ๆเขาก็กำลังมองดูและตรวจสอบบันทึกตรวจร่างกายของหลิวไห่แล้วถอนหายใจ “คุณหลิวครับ ทั้งเส้นประสายและเส้นเลือดที่ต้นขาของเขาถูกตัดขาดทำให้ช่วงล่างของเขานั้นเป็นอัมพาตและระบบการสืบพันธุ์ของเขาก็ใช้การไม่ได้ด้วย!”
เมื่อได้ยินที่แพทย์กล่าว หลิวไห่ก็ตะโกนออกมา “ไม่มีทาง ไม่มีทาง ผมไม่ได้ประสบอุบัติเหตุหนักขนาดนั้นสักหน่อย แล้วมันจะมีปัญหากับเส้นประสาทที่ต้นขาของผมได้อย่างไร? ทำไมผมถึงไม่รู้สึกอะไรเลย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ตอนที่ผมตื่นขึ้นมา!”
“แกตรวจดูอย่างถี่ถ้วนแล้วหรือยัง? ไอ้หมอเก๊” หลิวไห่ด่า
หลังจากที่ถูกหลิวไห่ด่า สีหน้าของหมอคนนั้นก็เสียขึ้นมา และหลิวซิงหยุนก็ได้พูดอย่างโกรธจัด “หุบปาก!”
“ผมเป็นแบบนี้ไปแล้ว คุณพ่อยังจะบอกให้ผมหุบปากอีกเหรอ ผมจะทำลาย ทำลายมัน ถ้าพวกเขาไม่สามารถรักษาผมได้ผมจะทำลายไอ้พวกไร้ประโยชน์พวกนี้ให้หมดทุกคน!” หลิวไห่พูดอย่างโอหัง
“เพียะ” มีเสียงดังขึ้นมา หลิวซิงหยุนนั้นตบเข้าไปที่แก้มของหลิวไห่ “ไอ้ลูกไม่รักดี! หมอ ออกไปคุยกับผมข้างนอก”
“ได้ครับคุณหลิว ถ้าอย่างนั้นผมจะออกไปรอข้างนอกครับ” หลังจากพูดจบเขาก็เดินออกไปข้างนอก หลิวไห่ที่ถูกตบไปก็เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา “คุณตบผม คุณตบผม ทำไมคุณถึงตบผม? คุณคิดว่าคุณคู่ควรกับแม่ของผมแล้วงั้นเหรอ? แม่ของผมได้ฝากฝังให้คุณดูแลผมก่อนที่เธอจะตาย แล้วนี่คือที่คุณดูแลผมงั้นเหรอ? ผมกำลังจะตายแต่คุณกลับตบผมแบบนี้ ถ้าผมตายเมื่อไร ผมจะฟ้องแม่ของผม”
สีหน้าของหลิวซิงหยุนก็มืดหม่นขึ้นมาเมื่อได้ยินที่หลิวไห่พูดถึงแม่ของเขา หลิวตันที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้พูดดุ “เสี่ยวไห่หยุดเดี๋ยวนี้ พ่อเองก็เป็นห่วงนายเช่นกันนะ”