ลูกเขยมังกร Royal Dragon Husband - บทที่ 421 ผมก็เหลือทนเหมือนกันนะ
บทที่ 421 ผมก็เหลือทนเหมือนกันนะ
“แกรก” เสียงแตกหักของกระดูกดังขึ้น รอยยิ้มแสยะที่มุมปากของก่วนฉู่อี้ยังไม่ทันได้เบ่งบานก็ถูกชะงักอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เพราะพี่เสือที่เหนือมนุษย์คนนี้กระเด็นออกไปด้วยแรงหมัดของเฉินเฟิง
อีกอย่าง ดูเหมือนเขาจะขาหักด้วย?
ก่วนฉู่อี้ยังไม่แน่ใจว่าเสียงแตกหักของกระดูกนั้นดังมาจากขาของพี่เสือหรือไม่
“โอ้ย!”
วินาทีต่อมาเสียงกรีดร้องของพี่เสือก็ดังขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงนี้แล้วก่วนฉู่อี้ถึงกับตกใจตาค้าง ขาของพี่เสือ หักแล้วจริง ๆ!
เสียงนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ก่วนฉู่อี้ใจหาย แต่ยังทำให้ทุกคนในงานถึงกับตกใจจนหน้าซีดเหมือนกัน
ไม่มีใครคาดคิดได้ว่าเฉินเฟิงผู้อ่อนแอเมื่อต้องเจอกับคนอย่างพี่เสือแล้วจุดจบมันจะเป็นแบบนี้!
การเคลื่อนไหวเดียว!
แค่การเคลื่อนไหวเดียวเท่านั้น!
เฉินเฟิงกลับหักขาพี่เสือได้!
“ซี๊ด”
หลาย ๆ คนสูดปากเพราะรู้สึกเสียวไส้กับภาพที่เห็น
เพื่อนร่วมชั้นหลาย ๆ คนที่เดินเข้าไปเพื่อจะจัดการเฉินเฟิงก่อนหน้านี้ก็ทำหน้าไม่ถูกเช่นกัน
โชคดีที่เขายังไม่ได้ลงมือ มิฉะนั้นคนที่นอนดิ้นอยู่บนพื้นอาจจะเป็นพวกเขาก็ได้
“กระจอก! กระจอก!”
“ไอ่พวกกระจอก!”
ก่วนฉู่อี้รู้สึกโกรธมาก เขาไม่อยากเชื่อเลยจริง ๆ พี่เสือที่เปิดตัวอย่างน่าเกรงขามคนนี้กลับกลายเป็นการย้อมแมวขายเท่านั้น
“ยืนเหม่ออะไรกัน! ให้พวกมันรีบเข้าไปสิ!” ก่วนฉู่อี้หันไปมองผู้จัดการหวงอีกครั้ง ไม่ว่าด้วยวิธีไหน วันนี้เขาต้องกู้หน้ากลับมาให้ได้
“ยังจะเอาอีก?” เมื่อได้ยินคำพูดของก่วนฉู่อี้แล้วผู้จัดการหวงแทบจะร้องไห้ออกมา พี่เสือเคยเป็นหน่วยรบพิเศษของกองกำลังพิเศษในภาคตะวันตกเฉียงเหนือเชียวนะ แม้ว่าตอนนี้จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ทักษะของเขายังคงเดิม บอกได้ว่าในเจียงหมั่นโล๋นี้ไม่มีใครสู้เขาได้หรอก
แต่ตอนนี้พี่เสือกลับถูกเฉินเฟิงอัดล้มด้วยหมัดเดียวแบบนี้ ถ้าให้คนอื่น ๆ เข้าไปมันจะไม่เป็นกระต่ายแหย่เสือหรือ อย่าขอให้พวกมันไปจัดการเฉินเฟิงเลย ขอให้พวกมันเข้าไปถึงตัวของเฉินเฟิงก่อนเถอะ
“คุณชายก่วน เราแจ้งตำรวจเถอะ คนของเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันหรอก……” ผู้จัดการหวงพูดอย่างขมขื่น เขาไม่อยากยั่วยุเฉินเฟิงจริง ๆ คนที่สามารถอัดพี่เสือขาหักด้วยหมัดเดียวแบบนี้ใครจะกล้ามีเรื่องด้วย
“แจ้งทำบ้าอะไร! กูบอกให้เรียกคนมาอีก!” ก่วนฉู่อี้โกรธจนแทบบ้า แจ้งตำรวจตอนนี้จะให้คุณชายก่วนเอาหน้าไว้ไหน?
“คุณชายก่วนครับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมดในเจียงหมั่นโล๋ของเราอยู่ที่นี่กันหมดแล้วครับ” ผู้จัดการหวงพูดด้วยความขมขื่น
“แมร่ง!” ก่วนฉู่อี้รู้สึกอึดอัดมาก เขากวาดสายตามองไปที่ชายหนุ่มผิวดำที่จะช่วยเขาก่อนหน้านี้ แต่เขายังไม่ทันพูดอะไรชายผิวดำก็ได้เดินถอยหลังแล้วยิ้มพูดอย่างขมขื่นว่า “พี่ก่วน ผมก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหรอกครับ พี่หาคนอื่นเถอะครับ……”
ก่วนฉู่อี้หน้ามืดจนแทบจะเป็นลมทันที เขาไม่คิดเลยว่าเพื่อนร่วมชั้นของเขาจะเห็นแก่ตัวแบบนี้ เมื่อเห็นฝีมือของเฉินเฟิงแล้วทุกคนก็ไม่กล้าสู้อีก
เมื่อเทียบกับความหงุดหงิดของก่วนฉู่อี้แล้วตอนนี้เฉินเฟิงสงบนิ่งมาก เขายกมือขึ้นแล้วก้มดูนาฬิกาจากนั้นยิ้มพูด “ยังจะเรียกใครอีกไหม? ถ้ามีอีกผมจะรอที่นี่สิบห้านาที ช่วยเรียกคนที่เก่งที่สุดเท่าที่คุณรู้จักมาด้วยนะ แล้วก็เรียกมายิ่งเยอะยิ่งดี”
เรียกยิ่งเยอะยิ่งดี!
คำพูดของเฉินเฟิงทำให้ทุกคนต้องผวาอีกครั้ง
อะไรคือความเย่อหยิ่ง?
นี่แหละ!
ทุกคนในสถานการณ์ต่างก็เคยผ่านอะไรมามากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็นการที่ทำร้ายคนอื่นแล้วยังไม่คิดจะหนีแต่รอให้คู่ต่อสู้เรียกพรรคพวกมาช่วย!
ใบหน้าของก่วนฉู่อี้แสบร้อนมาก ไม่ต้องสงสัยเลย เพราะเฉินเฟิงกำลังดูถูกเขา การกระทำนั้นไม่ต่างอะไรกับเอาใบหน้าของเขาไปเหยียบที่พื้นเลย!
“คุณแน่ใจแล้วหรือว่าจะให้ผมเรียกคน?!” ก่วนฉู่อี้ตาแดงและแสดงออกถึงความบ้าคลั่งของเขา
ณ ตอนนี้ แม้ก่วนฉู่อี้จะโง่แค่ไหนก็ต้องรู้ว่าเฉินเฟิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาและมีแบล็คหนาอย่างแน่นอน แต่เขาก็ไม่ตายใจอยู่ดี!
เขาต้องกู้หน้าคืนมาให้ได้!
ต่อให้เฉินเฟิงจะมีแบล็คหนาซะแค่ไหน เขาก็จะลองดูอีกสักตั้ง!
“แน่นอน” เฉินเฟิงยิ้มจาง ๆ ที่เขายอมให้ก่วนฉู่อี้เรียกคนมาช่วยเพราะเขาตั้งใจจะจัดการให้รู้แล้วรู้รอดไป
ถ้าเขาจากไปตอนนี้ วันหลังก่วนฉู่อี้ต้องเอาความแค้นนี้ไปลงกับหลี่เล่ออย่างแน่นอน
“ได้!”
“อย่าเสียใจก็แล้วกัน!” ก่วนฉู่อี้กัดฟันแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา การคาดเดาก่อนหน้านี้ของเขาถูกต้องเหมือนกัน เฉินเฟิงนั้นมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ
สถานการณ์ปัจจุบันก็เหมือนกับแปดเซียนข้ามทะเล วัดกันให้รู้ไปข้างหนึ่ง
ก่วนฉู่อี้กดโทรออกด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ภูมิหลังของเขาอยู่ในเมืองเจียงตง แต่ฝั่งจงไห่ก็มีพรรคพวกเครือข่ายของเขาไม่น้อยเหมือนกัน
แม้ว่าจะเสียหน้าที่ขอความช่วยเหลือจากบุคคลเหล่านี้ แต่ ณ ตอนนี้เขาไม่สนศักดิ์ศรีของตนแล้ว
ขอเพียงเอาชนะเฉินเฟิงได้ เสียหน้าหน่อยจะเป็นอะไรไป? ไม่กี่นาทีต่อมาก่วนฉู่อี้ก็วางสายลง
หลังวางสายลง ทุกคนก็เห็นก่วนฉู่อี้มีความมั่นใจมากขึ้น
“ไอ้สัตว์กะหมา มึงรู้ไหมว่ากูเรียกใครมา?” ก่วนฉู่อี้หัวเราะเยาะแล้วมองไปที่เฉินเฟิงอย่างเย็นชา ก่อนโทรออกเขายังรู้สึกกังวลอยู่ เนื่องจากคนในสายนั้นเป็นคนระดับสูงกว่าเขา ตามฐานะของเขาแล้วไม่คู่ควรขอความช่วยเหลือจากคน ๆ นั้นเลย
เหตุผลที่เขาโทรหาคน ๆ นี้ก็แค่อยากจะลองดูเท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะตอบรับคำขอจริง ๆ
สำหรับคำพูดได้ใจของก่วนฉู่อี้แล้วเฉินเฟิงไม่ได้ใส่ใจเลย ไม่ว่าก่วนฉู่อี้จะเรียกใครมาเขาก็เตรียมที่จะล้มโค่นอยู่แล้ว
เฉินเฟิงคิดว่าก่วนฉู่อี้จะเงียบลงถ้าเขาไม่สนใจเขา แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะยิ่งได้ใจมากขึ้น
ยิ่งเขาไม่สนใจก่วนฉู่อี้เท่าไหร่ ก่วนฉู่อี้ก็ยิ่งได้ใจเท่านั้น
“ไอ้สัตว์กะหมา มึงรู้จักกลัวแล้วใช่ไหม?”
“ฮ่า ๆ ถ้ามึงกลัว มึงมาคุกเข่าขอร้อง แล้วมาคลานรอดเป้าให้กูมีความสุข กูอาจจะปล่อยมึงไปก็ได้นะ……”
“พั๊วะ”
ก่วนฉู่อี้ยังไม่ทันพูดจบก็มีถ้วยน้ำชาร้อนลอยไปกระแทกกับใบหน้าของเขาอย่างจัง
น้ำชาร้อนถูกสาดกระเด็นไปที่บาดแผลของก่วนฉู่อี้
ก่วนฉู่อี้มือกุมศีรษะแล้วมีเสียงร้องโหยหวนที่เสียดแทงลำคอเหมือนหมูกำลังจะถูกเชือด
เสียงร้องที่เจ็บปวดนี้ทำให้ทุกคนในห้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจดัง
ทุกคนหันไปมองเฉินเฟิงด้วยสายตาที่หวาดกลัว
พี่ใหญ่คนนี้ลงไม้ลงมือแบบไม่ให้ตั้งตัว
น้ำชาร้อน ๆ แบบนี้คิดจะสาดใส่หน้าก็สาด ช่างไม่มีเหตุผลเลย!
เฉินเฟิงส่ายหัวอย่างเหลือทน อันที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้เหมือนกัน เพียงแต่เสียงรบกวนของก่วนฉู่อี้ทำให้เขาเหลือทนจริง ๆ
เขาจึงจำเป็นต้องทำมัน