ลูกเขยมังกร Royal Dragon Husband - บทที่420 กินบนเรือน ขี้บนหลังคา
บทที่420 กินบนเรือน ขี้บนหลังคา
ถึงแม้เฉินเฟิงจะลงมือกะทันหัน แต่คนส่วนมากที่อยู่ในเหตุการณ์กลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
ซึ่งในนั้นรวมถึงเซียวรั่วและหูเซอร์หยวน
เซียวรั่วรู้ดี เฉินเฟิงเป็นคนยังไง
ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินเฟิงอยู่ที่นี่ เธอไม่มีวันใช้วิธีรุนแรงแบบนี้กับก่วนฉู่อีแน่นอน
เฉินเฟิงทำให้เธอรู้สึกกล้ามากพอ
ก่วนฉู่อี้ที่ล้มลงกับพื้น เขาทั้งเจ็บปวดและโมโห ตีเขาให้ตายเขาก็คิดไม่ถึง ว่าคนที่ลงไม้ลงมือกับเขารุนแรงขนาดนี้ คือคนที่เขาดูถูกตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่พูดอะไรเลยอย่างเฉินเฟิง!
เสียงเอ๊ะอะทางนี้ ทำให้ดึงดูดความสนใจจากเจียงหมั่นโล๋
อย่างรวดเร็ว ผู้จัดการของเจียงหมั่นโล๋พาคนมาด้วย
เพื่อนของก่วนฉู่อี้ ก็เดินออกมาจากห้องอาหารห้องอื่นๆ
ตอนที่เห็นก่วนฉู่อี้นอนอยู่บนพื้นด้วยเลือดที่ท่วมตน สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปในทันที
“คุณชายก่วน คุณเป็นอะไรไปครับ?” ผู้จัดการเจียงหมั่นโล๋เดินมาด้วยความตกใจ รีบพยุงตัวก่วนฉู่อี้ขึ้น
คนอื่นไม่รู้ว่าก่วนฉู่อี้เป็นใคร แต่เขานั้นรู้เป็นอย่างดี
พ่อของก่วนฉู่อี้คือก่วนจ้งเฟย เป็นหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลจินซึ่งเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของมณฑลเจียงตง
แม่ของเขาคือหวางเสี่ยวเสวี่ยน ทำธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทเครื่องสำอางในเมืองจิ้นอัน เมื่อปีที่แล้วมูลค่าบริษัทสูงกว่าพันล้านหยวน
แค่คิดก็รู้แล้ว ก่วนฉู่อี้ที่เป็นลูกชายคนเดียวของพวกเขาสองคน จะถูกตามใจมากแค่ไหน
พูดได้อย่างไม่โอเวอร์ ต่อให้ก่วนฉู่อี้อยากได้ดวงดาวบนท้องฟ้า สองคนนี้ก็มีวิธีถึงมันลงมาให้ก่วนฉู่อี้
แต่วันนี้ ก่วนฉู่อี้กลับถูกคนตีจนหมดสภาพในเจียงหมั่นโล๋
ในฐานะผู้จัดการเจียงหมั่นโล๋ ถ้าเขาไม่สามารถหาทางออกที่ดีได้ อย่าว่าแต่ตำแหน่งผู้จัดการที่ไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้ มีความเป็นได้ว่าเจียงหมั่นโล๋อาจจะถูกสั่งปิด!
“กูถูกคนทำร้าย!มึงตาบอดหรือไง?!ไม่เห็นหรอ?!” เวลานี้ก่วนฉู่อี้เหมือนสิงโตที่กำลังบ้าคลั่ง เขาระบายความโกรธทั้งหมดลงบนตัวผู้จัดการเจียงหมั่นโล๋
สีหน้าของผู้จัดการเจียงหมั่นโล๋เศร้าทันที ความเป็นจริงตอนที่เดินเข้ามาในห้องอาหาร เขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ด้านนอกประตูเจียงหมั่นโล๋ เขาเองก็เห็นเซียวรั่วและหูเซอร์หยวนแล้ว ตอนนั้นเซียวรั่วทำให้เขาจดจำเธอได้เป็นอย่างดี เธอคือดอกกุหลาบที่มีหนาม
ก่วนฉู่อี้เห็นคนหน้าตาดีแล้วอยากมาทำความรู้จัก ทำให้เขามีปัญหากับดอกกุหลาบที่มีหนามนี้ จนตนเองเลือดตกยางออกถือเป็นเรื่องปกติ
ถึงแม้ในใจของเขาพอจะเดาเรื่องทุกอย่างออกคร่าวๆแล้ว แต่ผู้จัดการหวงกลับไม่กล้าโทษก่วนฉู่อี้ เขายิ้มแล้วพูดปลอบก่วนฉู่อี้:“คุณชายก่วนครับ คุณอย่าโมโหเลยครับ ผมจะไปแจ้งความเดี๋ยวนี้เลย……”
“แจ้งความหาแม่มึงหรอ!กูไม่แจ้งความโว้ย!” ผู้จัดการหวงยังไม่ทันพูดจบ ก่วนฉู่อี้โมโหแล้วตบหน้าผู้จัดการหวง
“บอดี้การ์ดในเจียงหมั่นโล๋ของพวกมึงกินขี้หรือไง?!”
“บอกให้พวกมันออกมา ตีขาไอ้บ้านี่ให้หัก!”
สีหน้าของก่วนฉู่อี้ดูน่ากลัวและอาฆาตแค้น เขาเป็นถึงคุณชายแห่งเมืองเจียงตง ถูกไอ้พวกระยำนี้ทำร้าย ถ้ายังต้องแจ้งความเพื่อให้เรื่องมันจบ หน้าของเขาจะไปไว้ที่ไหน วันข้างหน้าเขายังจะอยู่เจียงตงได้ยังไง?
อีกทั้ง การแจ้งความก็ใจดีกับเฉินเฟิงเกินไปแล้ว!
เขาจะทรมานเฉินเฟิงให้ตายทั้งเป็น!
“ครับๆๆ!คุณชายก่วน คุณอย่าโมโหเลยครับ ผมไม่แจ้งความ ผมไม่แจ้งความแล้วโอเคไหมครับ?” ผู้จัดการหวงหน้าเศร้า เขารีบพูดปลอบ ถึงแม้การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการแจ้งความ แต่คุณชายก่วนฉู่อี้คนนี้จะใช้วิธีรุนแรงในการจัดการ เขาเองก็ไม่กล้าไม่รับปาก
“สั่งให้พวกอาหู่มา!”
ผู้จัดการหวงหันหลัง บอกกับพนักงานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ร้านอาหารหรูอย่างเจียงหมั่นโล๋ ต้องมีบอดี้การ์ดเป็นของตนเองอยู่แล้ว แต่ว่าปกติไม่ค่อยได้ใช้
เมื่อเห็นผู้จัดการหวงมีคำสั่งลงไปแล้ว หลี่เล่อเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขแล้ว ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เขาก็เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ ถ้าก่อนหน้านี้เขาแน่วแน่เสียหน่อย ไม่ให้ก่วนฉู่อี้นั่งอยู่ที่นี่ ก็จะไม่เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้น
“ผู้จัดการหวง คุณอย่าเพิ่งเรียกคนของคุณเลยครับ เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด…..” หลี่เล่อพูดขึ้น ถ้าปล่อยให้ผู้จัดการหวงเรียกคนมา เรื่องนี้ก็จะยิ่งไปกันใหญ่
แม้แต่ประธานหนุ่มของบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปเฉินเฟิงยังกล้ามัดเอาไว้ คนอย่างก่วนฉู่อี้ เกรงว่าคงไม่อยู่ในสายตาเขา
“เข้าใจผิดแม่มึงสิ!”
“หลี่เล่อยังไม่ทันพูดจบ ก่วนฉู่อี้ก็ด่ากราดขึ้นมาอีกครั้ง
“หลี่เลอ ถ้ามึงยังกล้าพูดเข้าข้างไอ้เหี้ยนี่ เชื่อไหมเดี๋ยวกูจะซ้อมมึงด้วย!”
“พี่ก่วนครับ ผม……”
“พอได้แล้วหลี่เล่อ ให้เขาเรียกมาเถอะ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน เขาจะเรียกเทวดาไหนออกมา” เวลานี้ รอยยิ้มของเฉินเฟิงขัดจังหวะหลี่เล่อ หลี่เล่ออยากช่วยเขา เขาดูออกอยู่แล้ว แต่แค่ก่วนฉู่อี้ ไม่อยู่ในสายตาเขาจริงๆ
อยากจะสู้กับเขา ก่วนฉู่อี้ยังอีกไกล!
คำพูดของเฉินเฟิง ทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ตกใจไม่น้อย
คนที่ตกใจมากที่สุดก็คือผู้จัดการหวง ต้องรู้ก่อนว่า ที่นี่คือถิ่นของเจียงหมั่นโล๋ เฉินเฟิงทำร้ายคน แล้วยังมีสิทธิ์อะไรไม่กลัวขนาดนี้?
หรือเป็นเพราะว่า เฉินเฟิงเองก็มีภูมิหลังอะไร?
ผู้จัดการหวงขมวดคิ้วเป็นปม เขารู้สึกเหมือนเป็นปัญหาโลกแตก ถ้าหากว่าเฉินเฟิงเองก็มีภูมิหลังอะไร วันนี้เขาคงต้องซวยแน่ๆ
ผู้จัดการหวงเป็นคนซื่อ เขาคิดเรื่องต่างๆด้วยความรอบคอบ แต่เพื่อนของก่วนฉู่อี้ กลับไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนี้
เวลานี้ พวกเขาเล็งหอกไปที่หลี่เล่อและเฉินเฟิง เพราะตอนนี้เป็นเวลาทองในการประจบก่วนฉู่อี้
“กินบนเรือน ขี้บนหลังคา!พี่ก่วนถูกทำร้าย มึงไม่ช่วยพี่ก่วนก็ไม่ว่าอะไร แต่มึงยังช่วยคนที่ทำร้ายพี่ก่วนอีก!”
“ใช่ พวกเราห้องหนึ่งคณะการเงินทำไมถึงมีคนลืมบุญคุณแบบนี้!”
ทุกคนพากันชี้หน้าด่าหลี่เล่อ
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่ตัวสูงใหญ่ พวกเขาอาศัยที่ตนเองร่างกายกำยำเดินมาตรงหน้าเฉินเฟิง แล้วพูดข่มขู่เฉินเฟิง
“แกนะหรอคู่ต่อสู้ของพี่ก่วน?”
ถึงแม้เฉินเฟิงจะตัวเตี้ยกว่าพวกเขา แต่เวลานี้เฉินเฟิงกลับไม่รู้สึกกลัว
“แล้วยังไง?” เฉินเฟิงกระตุกยิ้มมุมปาก เพื่อนของก่วนฉู่อี้ ประจบคนรวยสี่คำนี้ แสดงได้สมจริงมาก
“ใช่แล้วยังไง?!”
เมื่อได้ยินเฉินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย สีหน้าของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดเย็นยะเยือกทันที
ขณะที่เขากำลังจะตวาดสั่งให้เฉินเฟิงคุกเข่า เวลานี้ บอร์ดี้การ์ดของเจียงหมั่นโล๋รีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีน่าเกรงขาม
คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดคือผู้ชายตัวสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรร่างกายกำยำล่ำสัน
หน้าตาโหดเหี้ยมของเขาทำให้คนรู้สึกกลัวอย่างไม่มีเหตุผล
ผู้ชายร่างกายกำยำคนนี้ คือพี่เสือ
“ผู้จัดการหวง ใครเป็นคนอาละวาดครับ?” สายตาดุจเหยี่ยวของพี่เสือกวาดตามองรอบๆ
“เขา เขาเป็นคนทำร้ายคุณชายก่วน” ผู้จัดการหวงชี้ไปที่เฉินเฟิงอย่างจนปัญญา เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะเป็นนกสองหัวไม่ได้
เมื่อเทียบกับเฉินเฟิงที่ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน เขาต้องเลือกก่วนฉู่อี้มีอำนาจอยู่แล้ว
สิ้นเสียงของผู้จัดการหวง สายตาเย็นยะเยือกของพี่เสือจับจ้องไปที่เฉินเฟิง
ไม่มีคำพูดใด พี่เสือเดินขึ้นหน้า ยกแส้ในมือขึ้นมา
แส้สีดำพุ่งไปแล้วฟาดหน้าของเฉินเฟิง
ใบหน้าของก่วนฉู่อี้กระตุกยิ้มที่น่ากลัว แส้นี้ลงไป หัวของไอ้เหี้ยนี่ คงจะแตกเหมือนแตงโมระเบิดแล้วมั้ง?