วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - ตอนที่ 152 เย่ชิงอวี๋ ท่านอาจารย์~
ตอนที่ 152 เย่ชิงอวี๋ ท่านอาจารย์~
สิ่งที่เย่ชิงอวี๋เพิ่งเอ่ยปากไป คือการท้าประลองด้วย ‘วิชากระบี่มหาพินาศ’
นับว่ายังดีที่เป็นวิชานี้!
เพราะหากตัดคำว่า ‘มหาพินาศ’ ออกไปแล้วละก็ นางคงต้องเริ่มสงสัยในคุณค่าของชีวิตตนเองอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุที่ว่าแม้วิชากระบี่มหาพินาศจะทรงอานุภาพเพียงใด แต่หากเมิ่งฝานหยิบยกวิชากระบี่ใด ๆ ออกมาตามใจชอบ มันย่อมต้องเหนือล้ำกว่าวิชากระบี่มหาพินาศอย่างไม่ต้องสงสัย!
หากเป็นการประลองเชิงชั้นในวิชาเดียวกัน อย่างน้อยในด้านท่วงท่ากระบี่ เย่ชิงอวี๋ก็คงไม่ถึงกับเพลี่ยงพล้ำจนดูไม่จืด
ทว่าถึงกระนั้น เมื่อเทียบกับรากฐานและปัญญาในวิถีกระบี่ของเมิ่งฝานแล้ว เย่ชิงอวี๋ยังคงห่างชั้นอยู่ราวฟ้ากับเหว
สิ่งเดียวที่เธอพอจะข่มเขาได้ก็คือระดับพลังวัตรปราณแท้!
แต่ในเมื่อต่างก็อยู่ในขอบเขตเทียนหยวนเหมือนกัน การที่เย่ชิงอวี๋จะใช้เพียงพลังปราณเพื่อกดขี่เมิ่งฝานนั้น ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
เว้นเสียแต่ว่าเธอจะอยู่ในขอบเขตกลั่นเม็ดพลังหนิงตาน ถึงจะพอมีหวังใช้ปราณวรยุทธ์อันไพศาลบดขยี้เขาให้ราบคาบได้
“ศิษย์พี่ เชิญออกกระบี่!” เมิ่งฝานกล่าวกับเย่ชิงอวี๋
แม้หน้าที่การสั่งสอนเจตจำนงกระบี่มหาพินาศจะลุล่วงไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางการที่เขาจะช่วยชี้แนะขัดเกลาเจตจำนงกระบี่ของเธอให้แหลมคมยิ่งขึ้น
ส่งคนต้องส่งให้ถึงที่ ส่งพระต้องส่งให้ถึงทิศประจิม
เมิ่งฝานไม่รังเกียจที่จะให้เย่ชิงอวี๋ได้ประจักษ์ว่า เจตจำนงกระบี่มหาพินาศในระดับสูงสุดนั้นร้ายกาจเพียงใด!
อย่างไรเสีย นางก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์นอกตำราของเขาส่วนหนึ่ง
ฝ่ายเย่ชิงอวี๋ เมื่อได้ยินเมิ่งฝานบอกให้ตนเป็นฝ่ายลงมือก่อนก็หาได้ขุ่นเคืองไม่
แม้ระดับตบะของเมิ่งฝานจะด้อยกว่าเธอ แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาก็ได้พิสูจน์ชั้นเชิงกระบี่จนสยบใจเธอได้ราบคาบ
ดังนั้นการที่เมิ่งฝานให้เธอเปิดฉากก่อน เธอจึงไม่รู้สึกว่านั่นคือความโอหังหรือการดูแคลน
กระทั่งตัวเธอเองยังไม่กล้าการันตีเลยว่า จะสามารถเอาชนะเมิ่งฝานได้หรือไม่ แม้จะทุ่มสุดตัวด้วยพลังเทียนหยวนระดับเก้าก็ตาม!
เย่ชิงอวี๋เคยเชื่อมั่นมาตลอดว่าตนคืออัจฉริยะ แต่หลังจากได้พบกับเมิ่งฝาน เธอถึงได้รู้แจ้งว่าคำว่าอัจฉริยะที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร
ตัวเธอ… ดูเหมือนจะยังห่างไกลจากคำนั้นอยู่มากนัก
‘เคร้ง’ เย่ชิงอวี๋สงบจิตใจ ก่อนจะชักกระบี่ยาวออกจากฝัก
ทันใดนั้น ประกายกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ปฏิเสธไม่ได้ว่าประกายกระบี่นี้แฝงไว้ด้วยการโอ้อวดเชิงชั้นให้ดูงดงาม แต่มันกลับหาได้มีอานุภาพในทางปฏิบัติไม่
เมิ่งฝานเพียงคลี่ยิ้มบาง ๆ เขาหาได้รังเกียจความ ‘งดงาม’ เช่นนี้
อาหารเลิศรสยังต้องครบเครื่องทั้ง สี กลิ่น รส โดยที่ ‘สี’ มาเป็นอันดับแรก เพราะรูปลักษณ์ที่ชวนมองย่อมกระตุ้นความปรารถนาของผู้คนได้
วิชากระบี่ก็หาได้ต่างกัน ในวิชาที่มีอานุภาพทัดเทียมกัน ผู้คนย่อมปักใจรักในวิชากระบี่ที่เจิดจรัสและงดงามกว่า
นี่คือครรลองแห่งสามัญชน!
เย่ชิงอวี๋สืบเท้าพุ่งเข้าหาเมิ่งฝานด้วยหนึ่งกระบี่ที่เที่ยงตรง เป็นวิชากระบี่มหาพินาศที่ผสานเข้ากับเจตจำนงกระบี่อย่างเป็นระบบ
ด้วยความที่เพิ่งบรรลุเจตจำนงกระบี่มหาพินาศมาหมาด ๆ การจู่โจมเช่นนี้จึงถือว่าสมควรแก่เหตุผล
วิชากระบี่มหาพินาศ เจตจำนงกระบี่ ผนวกกับฐานพลังเทียนหยวนระดับเก้า กระบี่นี้ของเย่ชิงอวี๋หาได้อ่อนด้อย หากแต่นับว่าใกล้เคียงกับเพดานสูงสุดของผู้ฝึกตนขอบเขตเทียนหยวนในสำนักกระบี่ซูซันเลยทีเดียว
ที่กล่าวว่าแค่ใกล้เคียง เป็นเพราะในขอบเขตเทียนหยวนนั้นยังมีกลุ่มอัจฉริยะที่สามารถบรรลุถึง ‘สภาวะกระบี่’ อยู่
นั่นต่างหาก ถึงจะเป็นเพดานสูงสุดที่แท้จริง!
ซึ่งเย่ชิงอวี๋ในยามนี้ ยังขาดไปอีกเพียงก้าวสั้น ๆ
ทว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมิ่งฝานกลับใช้เวลาว่างขัดเกลาวิชากระบี่มหาพินาศจนบรรลุถึงระดับสภาวะกระบี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นการที่เย่ชิงอวี๋มาท้าประลองวิชากระบี่มหาพินาศกับเมิ่งฝาน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ลูกพยายามจะแข่งลำดับอาวุโสกับบิดาตนเอง!
ผลลัพธ์ย่อมมิต้องสงสัย
เผชิญหน้ากับกระบี่ที่พุ่งเข้ามา เมิ่งฝานเพียงยกกระบี่หงฉี่ขึ้นอย่างนุ่มนวล
[สภาวะกระบี่มหาพินาศ]
เพียงชั่วพริบตา เย่ชิงอวี๋ที่พุ่งตัวเข้ามาก็รู้สึกราวกับโลกทั้งใบถล่มทับ มีแรงกดดันมหาศาลไร้ขอบเขตจู่โจมเข้าหาเธอจากทุกทิศทาง
แรงกดดันนั้นหนักอึ้งเสียจนการจะขยับไปข้างหน้าเพียงกระเบียดนิ้วยังยากเย็นแสนเข็ญราวกับพยายามปีนป่ายขึ้นสู่สรวงสวรรค์
ร่างกายของเธอหยุดชะงักแข็งค้าง ในขณะเดียวกันมือที่กุมกระบี่ก็เริ่มสั่นเทิ้มอย่างไม่อาจควบคุม
จากนั้น ร่างของเธอก็ถูกข่มจนต้องถอยร่นกลับไป
ในไม่ช้า เธอก็ถูกผลักกลับไปยังจุดที่ชักกระบี่ออกมาเมื่อครู่
ทันใดนั้น ร่างทั้งร่างก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง นิ้วมือคลายออกโดยอัตโนมัติ กระบี่ยาวร่วงหล่นลงสู่พื้นดังเคร้ง
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความขมขื่น ทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
มีชัยโดยมิต้องออกแรง!
นี่คือช่องว่างของพลังที่บดขยี้กันอย่างเด็ดขาด
เห็นได้ชัดว่าเมิ่งฝานยังยั้งมือไว้ หากเมื่อครู่เขาเอาจริง เธอคงไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้
ขอบเขตเทียนหยวนระดับสอง กลับสยบเทียนหยวนระดับเก้าได้เพียงปลายนิ้ว!
นี่มันตัวประหลาดระดับไหนกัน?
“ศิษย์พี่เมิ่งช่างเป็นอัจฉริยะวิถีกระบี่ระดับสัตว์ร้ายที่หาได้ยากยิ่งในหมื่นปี หากข้าคาดไม่ผิด เมื่อครู่ท่านใช้สภาวะกระบี่? สภาวะกระบี่มหาพินาศใช่หรือไม่?”
ก่อนหน้านี้เธอเรียกเขาว่าศิษย์น้อง แต่บัดนี้เธอเปลี่ยนมาเรียกเขาว่าศิษย์พี่อย่างเต็มภาคภูมิ เพราะเธอยอมรับในความแข็งแกร่งของเขาอย่างสิ้นข้อกังขา
มิใช่เพียงวิชากระบี่ที่เหนือล้ำ แต่คือความสามารถโดยรวมที่เธอไม่อาจเทียบเทียม!
“ถูกต้อง” เมิ่งฝานพยักหน้ายอมรับอย่างเรียบง่าย
สำหรับเขาในยามนี้ สภาวะกระบี่หาใช่ไพ่ตายสำคัญที่ต้องปกปิดอีกต่อไป
“หวังว่าในวันที่ข้าบรรลุสภาวะกระบี่มหาพินาศแล้ว จะมีวาสนาได้ประลองกับศิษย์พี่เมิ่งอีกสักครา”
เย่ชิงอวี๋กล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย
“ข้าย่อมยินดีเสมอ แต่ต่อให้เจ้าบรรลุสภาวะกระบี่แล้ว ก็คงยากจะเอาชนะข้าได้ เพราะถึงตอนนั้น ข้าอาจจะบรรลุจิตวิญญาณกระบี่ไปแล้วก็ได้” เมิ่งฝานกล่าวทิ้งท้ายอย่างเรียบเฉย
หากเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตเทียนหยวนคนอื่นที่กล้าเอ่ยถึงคำว่า ‘จิตวิญญาณกระบี่’ เย่ชิงอวี๋ย่อมต้องหัวเราะเยาะในความเพ้อฝัน
แต่เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากเมิ่งฝาน เธอกลับนิ่งอั้นไป
ใจหนึ่งอยากจะโต้แย้ง แต่อีกใจกลับเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ด้วยพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวของชายผู้นี้ อะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
สุดท้าย เธอทำได้เพียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริงว่า “ข้าเองก็จะเฝ้ารอดูวันนั้น!”
เมิ่งฝานหัวเราะเบา ๆ “ศิษย์พี่เย่ ในเมื่อเจ้าแพ้พนันข้าแล้ว ข้อตกลงที่เคยลั่นวาจาไว้… ถึงเวลาต้องทำตามสัญญาหรือยัง?”
ข้อตกลง?
เย่ชิงอวี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะรำลึกได้ว่าเธอเคยกล่าวไว้ว่า ‘หากท่านชนะข้าได้ จะให้เรียกท่านว่าอาจารย์จะเป็นไรไป?’
ในเมื่อกล้าเดิมพันย่อมต้องกล้ายอมรับ และเมิ่งฝานก็ทุ่มเทสอนสั่งเธอมาตลอดหลายวัน เขาย่อมคู่ควรกับคำว่าอาจารย์อย่างแท้จริง
ผู้ที่บรรลุก่อนย่อมเป็นครู!
การจะเรียกเขาว่าอาจารย์สักคำ มิได้เป็นเรื่องเสียเกียรติแม้แต่น้อย
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เธอจึงจ้องมองไปยังเมิ่งฝาน แล้วเอ่ยคำสองคำออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ
“ท่านอาจารย์~”
เมิ่งฝานระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสำราญใจ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างสง่างาม
ช่างน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก!
หากหลินเจี่ยนแห่งหน้าผาสำนึกตนมาเห็นภาพนี้เข้า คงได้ยกนิ้วโป้งให้เมิ่งฝานเป็นแน่
และคงมองว่าชายผู้นี้คือสหายร่วมอุดมการณ์ที่น่านับถือยิ่ง
“เย็นวันพรุ่งนี้ อย่าลืมมารับยาด้วยล่ะ!” เย่ชิงอวี๋ตะโกนตามหลัง
เมิ่งฝานไม่ได้หันกลับมา แต่โบกมือให้เป็นสัญญาณว่าเขารับทราบแล้ว
เรื่องสำคัญเช่นนี้ มีหรือที่เขาจะลืม?
ทว่าในใจของเย่ชิงอวี๋ยามนี้ กลับมีความคิดที่สลับซับซ้อนบางอย่างผุดขึ้นมา
เธอยังคงลังเลและไม่อาจตัดสินใจได้ในทันที
เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญต่ออนาคตของเธอเป็นอย่างยิ่ง!
เธอตั้งใจจะใช้เวลาไตร่ตรองอีกหนึ่งคืน รอจนกว่าเมิ่งฝานจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง