วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 114 สรรพวิชาล้ำเลิศ ล้วนเกิดจากอาจารย์ชี้แนะ
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 114 สรรพวิชาล้ำเลิศ ล้วนเกิดจากอาจารย์ชี้แนะ
บทที่ 114 สรรพวิชาล้ำเลิศ ล้วนเกิดจากอาจารย์ชี้แนะ
เสียงศาสตรวุธนับสิบเล่มร่วงหล่นกระจัดกระจายลงบนพื้นหอศาสตราชั้นล่างดังเคร้งคร้าง
ต้องยอมรับว่าระดับบำเพ็ญเพียรของเมิ่งฝานในยามนี้ยังมิสูงส่งนัก การฝืนใช้เจตจำนงควบคุมศัสตราจำนวนมากเพื่อสังหารศัตรูระดับเทียนหยวนก็นับว่าตึงมือถึงขีดสุดแล้ว การจะสั่งให้พวกมันบินกลับคืนฝักอย่างเป็นระเบียบทีละเล่มหลังจบศึก ย่อมเป็นเรื่องที่เกินกำลังของเขาในตอนนี้
เพียงแค่ฝืนบังคับให้พวกมันบินกลับมาตกอยู่ภายในอาณาเขตหอศาสตราได้ ก็นับว่าเมิ่งฝานใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดแล้ว
หากวันใดที่เมิ่งฝานบรรลุถึงระดับเทียนหยวน และฝึกปรือจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์จนแกร่งกล้า การใช้กลวิถีบัญชากระบี่ ย่อมจะราบรื่นดุจพลิกฝ่ามือ ถึงเวลานั้นต่อให้ต้องควบคุมกระบี่นับร้อยให้นิ่งสงบดุจแขนขา หรือสั่งให้พวกมันคืนฝักอย่างสง่างามพร้อมกัน ก็คงมิใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป
ทว่าในยามนี้ แม้กระบี่เล่มอื่นจะร่วงหล่น แต่เมิ่งฝานยังคงควบคุมกระบี่เล่มหนึ่งไว้ได้อย่างมั่นคง
กระบี่ที่ลอยนิ่งจ่ออยู่กึ่งกลางระหว่างคิ้วของเจ้าหญิงอวี้ฉีก็คือ ‘กระบี่หงชี่’ คู่กายของเขานั่นเอง!
เจ้าหญิงอวี้ฉีที่เพิ่งจะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลันต้องเบิกตาโพลง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความหวาดกลัวจู่โจมเข้าเกาะกุมจิตวิญญาณอย่างรุนแรง
หลังจากเห็นภาพสังหารหวางจื่อกู่ด้วยตาตนเอง นางก็ตระหนักแจ้งแล้วว่าเมิ่งฝานผู้นี้คือตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด นางมิอาจนำตนเองไปเปรียบเทียบกับเขาได้เลยแม้แต่น้อย และมิต้องสงสัยเลยว่า หากบุรุษผู้นี้คิดจะปลิดชีพนาง มันย่อมง่ายดายยิ่งกว่าการพลิกฝ่ามือ!
“ศิษย์พี่… ศิษย์พี่เมิ่ง ท่านย่อมเห็นแล้วว่าคนผู้นั้นมันดื้อแพ่งกระทำการโดยพละการ ข้าพยายามสั่งให้มันหยุดและถอยออกไปแล้ว แต่มันกลับเมินเฉยต่อคำสั่ง เรื่องนี้มิได้เกี่ยวข้องกับข้าเลยจริง ๆ ข้าเพียงตั้งใจมาเพื่อแลกเปลี่ยนวิชาดาบกับท่านเท่านั้น!”
เจ้าหญิงอวี้ฉีผู้สูงศักดิ์ ซึ่งปกติมิเคยต้องก้มหัวให้ใคร กลับต้องเอ่ยวาจาละล่ำละลักด้วยท่าทีสำนึกผิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นางหวาดกลัวเมิ่งฝานจากก้นบึ้งของหัวใจ กลัวว่าหากเขาถลำลึกอยู่ในเพลิงโทสะ เขาจะสะบั้นกระบี่ใส่ร่างนางโดยมิสนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน!
ความจริงมิใช่เพียงเจ้าหญิงอวี้ฉีที่พรั่นพรึง แม้แต่ท่านผู้เฒ่าหลินที่เฝ้ามองอยู่เบื้องบนก็เริ่มนั่งไม่ติดที่เช่นกัน
แม้ท่านจะมิอาจกล่าวได้ว่ารู้จักนิสัยใจคอของศิษย์ผู้นี้ได้ครบสิบส่วน แต่ก็พอจะมองออกอยู่หลายส่วน ศิษย์ของท่านผู้นี้ ยามปกติอาจดูสุภาพอ่อนน้อมและสำรวมตน ทว่าเนื้อแท้ภายในกลับมิใช่คนที่มีนิสัยอ่อนโยนยอมคนหากถูกล้ำเส้น
หากเมิ่งฝานถูกจุดเพลิงแค้นจนถึงขีดสุด เขาอาจจะสังหารเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ได้จริง ๆ
เมื่อเล็งเห็นดังนั้น ท่านผู้เฒ่าหลินจึงมิอาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ร่างของท่านพลันเลือนหายจากชั้นสอง ก่อนจะปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเมิ่งฝานในชั่วพริบตา
“ลูกศิษย์เอ๋ย… เก็บกระบี่ของเจ้าลงเถิด เจ้าหญิงอวี้ฉีผู้นี้มิได้มีเจตนาจะปองร้ายเจ้า ในเมื่อเจ้าได้กำจัดต้นเหตุของเรื่องที่ด้านนอกหอไปแล้ว เรื่องราวในวันนี้ก็ควรจะยุติลงเพียงเท่านี้”
ด้วยตบะบารมีของท่านผู้เฒ่าหลิน ท่านย่อมสามารถปัดเป่ากระบี่หงชี่ของเมิ่งฝานให้กระเด็นไปได้โดยมิต้องออกแรง ทว่าท่านกลับเลือกที่จะใช้คำพูดเจรจาอย่างนุ่มนวลเพื่อชักจูงใจแทน
เพราะเมื่อเทียบกับเจ้าหญิงคนนอกแล้ว ท่านย่อมใส่ใจและถนอมน้ำใจศิษย์รักของตนเองมากกว่าสิ่งใด
เจ้าหญิงอวี้ฉีรีบพยักหน้าพลางกล่าวสนับสนุนอย่างรวดเร็ว
“ใช่แล้ว ๆ ท่านผู้อาวุโสกล่าวถูกต้องที่สุด ข้ามิได้มีเจตนาร้ายต่อท่านเลยจริง ๆ!”
ในยามนี้การแสดงออกของนางอาจดูเสียสง่าราศีและทำลายเกียรติภูมิแห่งขัตติยนารีไปจนสิ้น แต่นางก็มิอาจทำสิ่งใดได้ เพราะวินาทีที่คมกระบี่หงชี่จ่ออยู่ตรงหน้าผาก นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งมัจจุราชอย่างแท้จริง
คนที่ไม่กลัวตาย ย่อมน่าเลื่อมใสยกย่อง
ทว่าคนที่รักตัวกลัวตาย ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของมนุษย์โลก ซึ่งมินับว่าเป็นเรื่องน่าอายแต่อย่างใด!
“ขอรับ อาจารย์”
เมื่อเห็นว่าท่านผู้เฒ่าหลินถึงกับออกหน้าชี้แนะด้วยตนเอง เมิ่งฝานจึงยอมรามือแต่โดยดี เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะ ‘ทวงคืนศักดิ์ศรี’ ให้แก่ผู้เป็นอาจารย์อยู่แล้ว การสยบเจ้าหญิงอวี้ฉีในครานี้ย่อมถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์
อันที่จริง ต่อให้ท่านผู้เฒ่าหลินมิปรากฏกายออกมา เมิ่งฝานก็มิคิดจะลงดาบสังหารเจ้าหญิงอวี้ฉีอย่างบุ่มบ่ามอยู่นับว่าเขายังรู้จักประเมินสถานการณ์หนักเบา ทว่าทั้งหมดนั้นย่อมต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าเจ้าหญิงผู้นี้ต้องรู้จักกาลเทศะและถอยออกไปอย่างสง่างาม
หากหลังจากที่เขาบดขยี้หวางจื่อกู่จนเป็นผุยผงแล้ว แต่นางยังคงดื้อรั้นสำแดงจิตสังหารใส่เขา เมื่อนั้นเมิ่งฝานก็มิคิดจะปล่อยนางไปแน่! แม้เขาจะมิลงมือสังหารต่อหน้าธารกำนัลให้เป็นที่ครหา แต่เขาย่อมต้องหาโอกาสลอบจัดการในภายหลังอย่างมิต้องสงสัย
ดังที่กล่าวไว้… เมิ่งฝานมิใช่คนเขลาเบาปัญญาเลยแม้แต่น้อย!
เมื่อเห็นเมิ่งฝานเก็บกระบี่คืนฝัก เจ้าหญิงอวี้ฉีก็พลันทรุดฮวบลงราวกับกำแพงที่พังทลาย นางหอบหายใจถี่กระชั้น ร่างกายสั่นเทาจนแทบจะยืนทรงตัวไว้ไม่อยู่ ความรู้สึกราวกับเพิ่งรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิดทำให้นางเย็นเยียบไปทั้งแผ่นหลัง
ในยามที่นางเอ่ยท้าทายเมิ่งฝานอย่างจองหองก่อนหน้านี้ นางมิเคยฝันเลยว่าตนเองจะต้องมาตกอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาถึงเพียงนี้
เมิ่งฝานหลังจากเก็บกระบี่หงชี่เรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มก้มลงเก็บศัสตราเล่มอื่น ๆ ที่ระเกะระกะอยู่บนพื้น แล้วนำไปสอดคืนเข้าฝักบนแท่นไม้ทีละเล่มอย่างสำรวม การกระทำที่ดูธรรมดาสามัญนี้อาจจะลดทอนความน่าเกรงขามที่เขาเพิ่งสำแดงออกไปเสียหน่อย แต่นั่นก็เพราะเขามิเหลือเรี่ยวแรงพอจะโบกมือบัญชาให้กระบี่เหล่านั้นบินกลับเข้าฝักเองได้อีกแล้ว
ศิษย์พี่หลัวที่เห็นดังนั้นจึงรีบถลาเข้ามาช่วยเก็บกระบี่ด้วยท่าทีลนลาน ในยามนี้เขามองเมิ่งฝานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เขารู้ว่าศิษย์น้องผู้นี้เก่งกาจ แต่ใครจะไปนึกว่าความเก่งกาจนั้นจะก้าวข้ามขีดจำกัดไปไกลถึงเพียงนี้!
นี่… ท่านผู้เฒ่าหลินยังจะให้ข้าประลองกับเขาอยู่อีกหรือ? เมื่อนึกถึงกำหนดการประลองหนึ่งปีที่ใกล้จะมาถึง ศิษย์พี่หลัวก็ได้แต่ลอบปาดเหงื่อพลางนึกขอบคุณสวรรค์ที่การประลองในวันนี้ถูกยกเลิกไปเสียก่อน
มิใช่เพียงศิษย์พี่หลัวเท่านั้นที่ตกตะลึง แม้แต่ท่านผู้เฒ่าหลินเองก็ใจสั่นสะท้านไม่แพ้กัน ในความคิดของท่าน พลังของเมิ่งฝานในระดับวรยุทธ์แท้จริงน่าจะเทียบเคียงได้กับระดับเทียนหยวนขั้นต้นก็นับว่ามหัศจรรย์แล้ว ทว่ากระบวนท่า ‘ขบวนกระบี่’ ที่เมิ่งฝานเพิ่งสำแดงออกมานั้น กลับทรงอานุภาพก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับเทียนหยวนไปไกลโข!
“ศิษย์รัก ยามที่ข้าถ่ายทอดวิชาขับกระบี่ให้แก่เจ้านั้น แม้แต่ในฝัน ข้าก็มิอาจจินตนาการได้เลยว่าเจ้าจะขัดเกลามันจนบรรลุถึงขั้นที่น่าเหลือเชื่อเช่นนี้ได้!” ท่านผู้เฒ่าหลินหันมามองเมิ่งฝานด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความฉงนระคนชื่นชม
ท่านเข้าใจว่าเมิ่งฝานคงจะศึกษารากฐานจากวิชาขับกระบี่จนสามารถรังสรรค์ท่วงท่าบัญชากระบี่ยนับสิบเล่มขึ้นมาได้ด้วยตนเอง ซึ่งเรื่องนี้แม้แต่ยอดฝีมือระดับเทียนหยวนก็ยากจะกระทำให้สำเร็จได้ เมิ่งฝานในระดับวรยุทธ์แท้จริงกลับทำได้ประหนึ่งเทพศาสตราลงมาจุติ!
ท่านผู้เฒ่าหลินมิตระหนักเลยว่า ท่วงท่ากระบี่มา ของเมิ่งฝานนั้นต้องผ่านการหล่อหลอมมามากเพียงใด ตั้งแต่การหยั่งรู้มหาวิถีแห่งกระบี่หยวนซื่อจากแท่นศิลากระบี่เทพ การเพียรอ่านคัมภีร์นับหมื่นในหอพระไตรปิฎก และที่สำคัญที่สุดคือ พรสวรรค์วิถีกระบี่เข้าถึงเทพอันเป็นเอกลักษณ์
ทั่วทั้งใต้หล้านี้… นอกจากเมิ่งฝานแล้ว คงมิมีผู้ใดกระทำเช่นนี้ได้เป็นคนที่สอง!
“ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะอาจารย์สั่งสอนได้ดีขอรับ” เมิ่งฝานตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ในเมื่อเขาไม่อาจอธิบายถึงที่มาอันซับซ้อนของท่า ‘กระบี่มา’ ได้ จึงทำได้เพียงยกความดีความชอบให้ผู้เป็นอาจารย์เพื่อเป็นการกตัญญู อีกทั้งคัมภีร์ขับกระบี่ของท่านก็ถือเป็นรากฐานสำคัญที่มิอาจปฏิเสธได้จริง ๆ
ท่านผู้เฒ่าหลินได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มขมขื่นอย่างจนใจ
สอนได้ดีงั้นรึ? คำเยินยอนี้ท่านรับไว้ได้ยากยิ่งนัก เพราะศิษย์ผู้นี้เก่งกาจเกินไปจนแทบมิต้องพึ่งพาคำชี้แนะจากท่านเลย ท่านเพียงแค่มอบคัมภีร์และทรัพยากรพื้นฐานให้เล็กน้อยเท่านั้น ทว่าความล้ำลึกที่เด็กคนนี้สำแดงออกมา ล้วนเกิดจากการตระหนักรู้ด้วยตนเองทั้งสิ้น!
หากจะพูดให้ถูก ท่านผู้เฒ่าหลินรู้สึกว่าแท่นศิลากระบี่เทพเสียอีกที่ทำหน้าที่เป็นอาจารย์สั่งสอนเมิ่งฝานได้มากกว่าตัวท่านเองหลายเท่า แต่นั่นก็เป็นวาสนาที่ใครก็มิอาจเลียนแบบได้ เพราะทั่วทั้งสำนักซู่ซัน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่แท่นศิลากระบี่เทพจะยอมลดตัวลงมาชี้แนะ