วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 161 ปีศาจอาละวาด มิอาจนิ่งดูดาย
บทที่ 161 ปีศาจอาละวาด มิอาจนิ่งดูดาย
ตามข้อเท็จจริงแล้ว ผู้คนที่ถูกทำลายชีวิตด้วยเกมสันทนาการเล็ก ๆ เช่นนี้กลับมีจำนวนมากมายมหาศาลจนนับไม่ถ้วน
เมิ่งฝานคร้านที่จะอธิบายความ
การที่เขาสร้างไพ่เก้านี้ขึ้นมาเมื่อวันก่อน ย่อมเป็นความผิดพลาดของเขาจริง ๆ และเมื่อรู้ว่าพลาดก็ต้องรีบแก้ไขให้ทันท่วงที
ไม่ว่าอย่างไร เขาได้ทำลายไพ่เก้าบนโต๊ะทิ้งไปแล้ว เพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง
ฝ่ายเย่ชิงอวี๋เองก็มีท่าทีที่ชัดเจน นางมิได้เก็บรวบรวมหินวิญญาณบนโต๊ะคืนไป
นางส่ายหน้าพลางกล่าวว่า
“เมื่อกล้าเดิมพันก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ข้าจะรับหินวิญญาณเหล่านี้คืนไปได้อย่างไร? อีกอย่างหินวิญญาณเพียงเท่านี้ ข้าหาได้เห็นเป็นเรื่องใหญ่ไม่”
ในฐานะศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดของหอปรุงยา หินวิญญาณเพียงไม่กี่ร้อยก้อนสำหรับนางแล้วนับว่าเล็กน้อยยิ่งนัก
หากนางเก็บคืนไป ย่อมเป็นการเสียหน้าอย่างยิ่ง
นางมีความรู้สึกอยากเอาชนะเมิ่งฝานอย่างประหลาดเกิดขึ้นในใจ
“เอาเถิด ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็จงไปจัดเตรียมข้าวของแล้วพวกเราออกเดินทางกันต่อ”
เมิ่งฝานยิ้มบาง ๆ มิได้คะยั้นคะยอ และเก็บหินวิญญาณเหล่านั้นเข้าสู่แหวนมิติไป
สำหรับการมิได้พักผ่อนตลอดทั้งคืนนั้น หาได้ส่งผลอันใดต่อพวกเขาทั้งสองไม่
ด้วยระดับพลังจิตสัมผัสที่แข็งแกร่ง ต่อให้มิได้หลับนอนหรือนั่งสมาธิเลยตลอดทั้งเดือน พวกเขาก็ยังมิรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย
ครู่ต่อมา ทั้งสองจัดการธุระส่วนตัวเสร็จสิ้น และลงมายังชั้นหนึ่งของโรงเตี๊ยมเพื่อรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน
แม้จะงดเว้นอาหารได้ แต่ในเมื่อมีโอกาสได้เสพสุขในรสสัมผัส ก็มิมีความจำเป็นต้องทิ้งขว้างไป
โรงเตี๊ยมเช่นนี้ มักเป็นสถานที่ที่ง่ายต่อการล่วงรู้ข่าวลือและเรื่องซุบซิบต่าง ๆ มากที่สุด
กลุ่มคนมารวมตัวกันต่างโอ้อวดและพูดคุยกันไปมา ต่อให้เจ้ามิได้ตั้งใจจะแอบฟัง ก็ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับรู้ข้อมูลบางอย่าง
ประหนึ่งในยามนี้ เมิ่งฝานและเย่ชิงอวี๋ได้รับฟังข่าวเรื่องหนึ่งที่ทำให้พวกเขาต้องขมวดคิ้ว
“ช่วงนี้ในเมืองพวกเรา มีทารกหายตัวไปหลายคนแล้ว พวกเจ้าได้ยินข่าวบ้างไหม?”
“ได้ยินมาสิ พวกลักเด็กช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง ลูกของช่างตีเหล็กแซ่หลี่ นอนอยู่ในบ้านแท้ ๆ กลับถูกลักพาตัวไปเสียได้”
“นี่มิใช่ฝีมือพวกลักเด็กหรอก ข้าได้ยินมาว่าเป็นฝีมือของพวกปีศาจอาละวาด มันจ้องจะกินแต่สมองของทารกเท่านั้น”
“จริงรึ? เหตุใดเจ้าจึงกล่าวเรื่องที่น่าสยดสยองเช่นนี้ออกมาเล่า?”
…
เมิ่งฝานและเย่ชิงอวี๋สบตากัน ทั้งคู่ต่างเห็นร่องรอยแห่งความตระหนกในแววตาของอีกฝ่าย
ทารกหายตัว?
ปีศาจอาละวาด?
ในฐานะศิษย์สำนักซูซาน เมื่อได้ยินคำสองคำนี้ หัวใจย่อมต้องสั่นไหว
เพราะภารกิจของศิษย์ซูซานยามออกท่องโลกหล้า คือการกำจัดอสูรและปราบมาร!
หากพบเจอสิ่งชั่วร้ายแล้วกลับนิ่งดูดาย ย่อมมิคู่ควรกับนามศิษย์ซูซาน
เดิมทีเมิ่งฝานมิใช่คนชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของผู้อื่น แต่หากสิ่งที่คนเหล่านี้พูดเป็นความจริง เขาก็มีหน้าที่ที่ต้องเข้าไปจัดการ
ประการสำคัญคือเขากำลังเดินทางร่วมกับเย่ชิงอวี๋ หากพบเห็นปีศาจที่ก่อกรรมทำชั่วถึงเพียงนี้แล้วเพิกเฉย ย่อมเป็นการไม่สมควร!
อย่างน้อยที่สุด ก็มิอาจทำให้เกียรติภูมิของสำนักซูซานต้องมัวหมอง
“ศิษย์พี่เมิ่ง หากมีปีศาจอาละวาดและสูบกินสมองทารกจริง ในฐานะศิษย์ซูซาน พวกเรามิอาจนิ่งเฉยได้!”
เป็นไปตามคาด เมิ่งฝานยังมิทันเอ่ยปาก เย่ชิงอวี๋ก็ชิงกล่าวขึ้นมาก่อน
ซึ่งเรื่องนี้เมิ่งฝานได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ย่อมเป็นเช่นนั้น!” เมิ่งฝานพยักหน้าพลางกล่าว
ความจริงแล้วต่อให้ไม่มีเย่ชิงอวี๋ร่วมทาง เขาก็คงมิอาจวางเฉยได้
การฆ่าฟันกันทั่วไปเขาอาจไม่ใส่ใจนัก เพราะโลกนี้มีการเข่นฆ่าเกิดขึ้นทุกวัน มีคนตายทุกวัน
เขามิอาจตามไปก้าวก่ายได้ทั้งหมด
ทว่าพฤติกรรมการสูบกินสมองทารกเช่นนี้ นับว่าสิ้นไร้มโนธรรมเกินไป เมิ่งฝานมิอาจทนดูได้
ลึก ๆ ในใจของเมิ่งฝานยังคงมีจิตวิญญาณแห่งวีรบุรุษหลงเหลืออยู่
แม้ตัวเขาจะมิใช่ผู้ยิ่งใหญ่ มีความเห็นแก่ตัวบ้าง มีความเย็นชาบ้าง และในบางคราก็ไร้น้ำใจ
ทว่ามีบางเรื่องที่แม้แต่คนเห็นแก่ตัวก็มิอาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้!
“เช่นนั้นก็เลื่อนกำหนดการเดินทางไปตระกูลเย่ของเจ้าออกไปสักสองสามวัน พวกเราจะรั้งอยู่ที่นี่เพื่อดูว่า จะสามารถหาตัวปีศาจที่ลงมือกับทารกได้หรือไม่” เมิ่งฝานกล่าวกับเย่ชิงอวี๋
“ตกลง” เย่ชิงอวี๋เห็นพ้องทันที
เมิ่งฝานจัดการอาหารตรงหน้าจนเสร็จสิ้น จากนั้นเงยหน้าถามเย่ชิงอวี๋ว่า
“ศิษย์พี่หญิงเย่ หากปีศาจที่พบในครั้งนี้แท้จริงแล้วเป็นมนุษย์ เจ้าจะกล้าลงมือสังหารหรือไม่?”
เย่ชิงอวี๋เงยหน้าสบตาเมิ่งฝานพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“กล้า!”
นางอาจไม่กล้าฆ่าคนทั่วไป แต่นางย่อมกล้าทำใจอำมหิตสังหาร ‘ปีศาจ’ ในร่างมนุษย์นี้
เพราะคนประเภทนี้ มิอาจนับว่าเป็น ‘มนุษย์’ ที่แท้จริงได้อีกต่อไป
นางรู้สึกว่าตนเองมิได้ฆ่าคน แต่กำลังสังหารปีศาจ
ปีศาจที่ร้ายกาจยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก!
เมิ่งฝานยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวต่อว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หลังจากพบตัวปีศาจแล้ว ข้าจะเหลือไว้ให้เจ้าเป็นผู้สังหาร!”
เขาเองก็มิทราบว่าตนเองมีความคิดที่วิปริตไปเช่นไร
ยิ่งเย่ชิงอวี๋มิกล้าฆ่าคน เขาก็ยิ่งอยากบีบให้นางสังหารคน
บางทีเขาอาจจะชื่นชอบในการเคี่ยวกรำผู้อื่นก็เป็นได้
หลังจากจ่ายค่าอาหารและค่าห้องเรียบร้อย เมิ่งฝานและเย่ชิงอวี๋ก็ก้าวออกจากโรงเตี๊ยม
จากนั้นพวกเขาเริ่มทำการสืบสวนและสอบถามข้อมูล
เหตุทารกหายตัวไปครั้งล่าสุดคือเมื่อวานนี้ ครั้งก่อนหน้าคือเมื่อสี่วันก่อน และครั้งก่อนหน้านั้นคือเมื่อเจ็ดวันก่อน ในตำบลเฮยเฟิงแห่งนี้ มีทารกหายตัวไปรวมทั้งสิ้นสี่คน
ทุก ๆ สามวันจะหายไปหนึ่งคน
มีข่าวลือว่าบนภูเขาโฉวงยวิ๋นซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ลี้ เคยพบซากศพของทารกที่มีสภาพสมองถูกสูบจนแห้งเหือด
ทว่านั่นเป็นเพียงข่าวลือ ยังไม่มีผู้ใดได้เห็นกับตาตนเอง
อาจเป็นไปได้ว่าทางทางการได้ปกปิดข่าวไว้ เพราะหากข่าวเช่นนี้แพร่ออกไป ย่อมทำให้เกิดความตื่นตระหนกครั้งใหญ่
“จากข้อมูลที่เรารับรู้มา ‘ปีศาจ’ ตนนั้นน่าจะลงมืออีกครั้งในมะรืนนี้” เย่ชิงอวี๋กล่าวกับเมิ่งฝาน
คำกล่าวนี้แทบมิแตกต่างจากวาจาไร้ค่า เพราะแม้แต่เด็กสามขวบก็สามารถคำนวณออกมาได้
เมิ่งฝานครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “มะรืนนี้พวกเราจะรอรับมืออยู่ที่นี่ หากปีศาจตนนั้นปรากฏตัว ย่อมไม่อาจเล็ดลอดการสัมผัสของพวกเราไปได้”
เขาทั้งสองต่างเป็นตัวตนระดับเทียนหยวน อีกทั้งยังมีพลังจิตสัมผัสที่มิได้อ่อนด้อย
ตำบลเฮยเฟิงแห่งนี้มิได้ใหญ่โตนัก หากปีศาจปรากฏตัว พวกเขาต้องสัมผัสได้อย่างแน่นอน
เหตุที่ปีศาจตนนั้นสามารถมาไปอย่างไร้ร่องรอยได้ ก็เป็นเพราะคนที่นี่ล้วนเป็นปุถุชนธรรมดา
หากมันคิดจะมาไปอย่างไร้ร่องรอยต่อหน้าเมิ่งฝานและเย่ชิงอวี๋ ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เว้นเสียแต่ว่า มันจะเป็นปีศาจระดับมหาอสูรที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตการแปลงกาย
ทว่านั่นย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
หากเป็นมหาอสูร มันย่อมสามารถทำลายล้างทั้งตำบลได้อย่างไม่ยำเกรง มิจำเป็นต้องมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ เยี่ยงหัวขโมยเช่นนี้
และตราบใดที่มิใช่มหาอสูรที่มีพลังเทียบเท่าระดับหนิงตัน เมิ่งฝานและเย่ชิงอวี๋ย่อมสามารถตรวจพบและสังหารมันได้อย่างง่ายดาย!
“ทว่าก่อนจะถึงเวลานั้น ในช่วงสองวันนี้พวกเรายังสามารถสืบสวนเพิ่มเติมได้ อย่างน้อยพวกเขาก็กล่าวถึงภูเขาโฉวงยวิ๋น พวกเราไปดูที่นั่นกันสักหน่อย” เมิ่งฝานนึกถึงภูเขาโฉวงยวิ๋นที่เป็นที่ร่ำลือว่าพบศพทารก
เพราะตามกฎเกณฑ์แล้ว ปีศาจจะปรากฏตัวในมะรืนนี้
และในช่วงสองวันนี้ พวกเขาย่อมมินิ่งเฉยรอคอยอยู่เปล่า ๆ
นอกเหนือจากภูเขาโฉวงยวิ๋นแล้ว พวกเขายังสามารถไปที่ที่ว่าการอำเภอ เพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้
ในเมื่อทารกหายตัวไป ครอบครัวของผู้เสียหายย่อมต้องไปแจ้งความ ทางการอำเภอน่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้
“ตกลง เช่นนั้นพวกเรามุ่งหน้าไปดูที่ภูเขาโฉวงยวิ๋นกันก่อน แล้วค่อยไปที่ที่ทำการอำเภอเพื่อตรวจสอบสถานการณ์” เย่ชิงอวี๋กล่าวเห็นพ้องกับเมิ่งฝานอย่างยิ่ง
การฆ่าคนทั่วไปนางอาจทำใจลำบาก
แต่หากเป็นการกำจัดอสูรปราบมาร นางย่อมมิขอปฏิเสธภาระหน้าที่นี้!