วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 178 จิตหยวนแห่งกระบี่และอาณาเขตแห่งกระบี่
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 178 จิตหยวนแห่งกระบี่และอาณาเขตแห่งกระบี่
บทที่ 178 จิตหยวนแห่งกระบี่และอาณาเขตแห่งกระบี่
ว่ากันตามตรง เมิ่งฝานรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าตนเองจะสามารถสร้าง “ดวงจิตกระบี่” ขึ้นมาได้ แต่เมื่อมีประสบการณ์จากการควบแน่น “จิตวิญญาณกระบี่” มาเมื่อครู่ เขาก็เริ่มจะมีความมั่นใจอยู่บ้าง
เพราะเห็นได้ชัดว่า ค่ายกลกระบี่สืบทอดมรดกของเซียนกระบี่โอสถนี้กำลังช่วยเหลือเขาอยู่
ด้วยความช่วยเหลือของมัน เขาอาจจะสามารถเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้จริง ๆ!
เมิ่งฝานพอจะเข้าใจในความปรารถนาดีของเซียนกระบี่โอสถผู้นี้แล้ว การที่เขาทิ้งค่ายกลสืบทอดมรดกนี้ไว้ ก็เพื่อให้ผู้สืบทอดได้สัมผัสกับจุดสูงสุดของวิถีกระบี่ ล่วงหน้า
ซึ่งเรื่องนี้จะมีประโยชน์มหาศาลต่อการบำเพ็ญเพียรของผู้สืบทอดในอนาคต
อย่างที่เขากล่าวกันว่า คนที่เคยถูกพาขึ้นไปบนยอดเขามาก่อน ยามที่ต้องปีนขึ้นเขาด้วยตนเองในภายหลัง ย่อมจะทำได้ง่ายขึ้นมาก
เพราะว่ารู้จักเส้นทางดีแล้วนั่นเอง!
เมิ่งฝานไม่ลังเลอีกต่อไป เขารวบรวมสมาธิเริ่มหลอมรวมจิตวิญญาณกระบี่ทั้งสิบสายเข้าด้วยกัน
ผลปรากฏว่า มันง่ายกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก
เช่นเดียวกับตอนควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ ขุมพลังลึกลับสายหนึ่งปรากฏขึ้น ช่วยให้เขาควบแน่น ‘ดวงจิตกระบี่’ ออกมาได้อย่างง่ายดาย
[ดวงจิตกระบี่]
หัวใจของเมิ่งฝานเต้นระรัวด้วยความฮึกเหิม!
เขารู้สึกถึงความทะเยอทะยานอันแรงกล้า หากดวงจิตกระบี่นี้ถูกฟันออกไป เขาตระหนักดีว่าเขามีความมั่นใจที่จะสังหารผู้บำเพ็ญระดับอิ๋นเสินได้เลยทีเดียว
แต่น่าเสียดาย ที่อย่างไรเสียมันก็เป็นเพียงพลังจากค่ายกลสืบทอดมรดกเท่านั้น
ทันทีที่ก้าวออกจากค่ายกลนี้ไป เขาก็จะกลับสู่สภาพเดิมและไม่มีทางควบแน่นดวงจิตกระบี่ออกมาได้เอง
ทว่าด้วยประสบการณ์ในครั้งนี้ เมื่อระดับตบะของเขาสูงขึ้นในวันหน้า การจะควบแน่นดวงจิตกระบี่ก็ย่อมจะกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น
ไม่ว่าอย่างไร นี่คือนิมิตหมายที่ดี
เมื่อดวงจิตกระบี่ของเมิ่งฝานควบแน่นสำเร็จ ในครั้งนี้ดวงจิตกระบี่ทั้งสองสายกลับไม่ได้เข้าจู่โจมกันเอง
เห็นได้ชัดว่า ค่ายกลสืบทอดมรดกนี้รู้ดีว่าหากดวงจิตกระบี่ทั้งสองปะทะกัน พลังทำลายล้างของมันอาจจะทำลายสถานที่แห่งนี้จนสิ้นซาก
“เฮ้อ…” เมิ่งฝานสูดลมหายใจเข้าลึก
แม้ดวงจิตกระบี่นี้จะสร้างขึ้นมาได้ด้วยความช่วยเหลือของค่ายกล แต่มันก็ถูกหลอมรวมขึ้นด้วยน้ำมือของเขาเองจริง ๆ
ดังนั้นในยามนี้ เมิ่งฝานจึงยังคงรู้สึกตื่นเต้นและเลือดลมสูบฉีดอย่างยิ่ง
ทว่าค่ายกลสืบทอดมรดกนี้กลับไม่ยอมให้เมิ่งฝานได้พักหายใจ
ไม่นานนัก ที่ฝั่งตรงข้ามของเมิ่งฝาน ดวงจิตกระบี่สายที่สองก็เริ่มควบแน่นขึ้นมา!
“ยังจะมาอีกรึ?” เมิ่งฝานตกใจแทบสิ้นสติ พูดกันตามตรงคือเขาเริ่มรู้สึกสยองขวัญขึ้นมาแล้ว
หากมันยัง ‘อัปเกรด’ ต่อไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ มันจะเริ่มออกนอกลู่นอกทางเกินไปแล้ว
มันช่างบ้าคลั่งและสะเทือนโลกธาตุเกินไป!
ผู้บำเพ็ญทั่วไปย่อมไม่รู้เลยว่าหลังจากระดับจิตวิญญาณกระบี่และดวงจิตกระบี่แล้ว พัฒนาการขั้นต่อไปของวิถีกระบี่คือสิ่งใด
สิ่งที่พวกเขาเคยได้ยินหรือจินตนาการได้ สูงที่สุดก็คือระดับดวงจิตกระบี่เท่านั้น
หลังจากดวงจิตกระบี่คืออะไร?
ไม่มีใครรู้!
แม้แต่ยอดอัจฉริยะอย่างเย่ชิงอวี๋ก็ยังไม่รู้
เพราะสำหรับพวกนางแล้ว ระดับดวงจิตกระบี่ช่างห่างไกลเกินเอื้อมจนมิอาจสัมผัสได้
ในสถานการณ์ปกติ เมิ่งฝานเองก็ย่อมไม่มีทางรู้ได้เช่นกัน
ยอดฝีมือวิถีกระบี่อย่างผู้อาวุโสหลินย่อมรู้ดีว่าหลังจากดวงจิตกระบี่คืออะไร แต่เขาจะไม่รีบปลูกฝังความรู้เหล่านี้ให้เมิ่งฝานเร็วเกินไป
เพราะยิ่งเป็นอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดอย่างเมิ่งฝาน ยิ่งต้องไม่ปล่อยให้มีความคิดทะเยอทะยานเกินตัว มิเช่นนั้นหากพลาดพลั้งขึ้นมา อาจจะตกลงมาเจ็บหนักกว่าคนอื่นหลายเท่า!
ทว่าเมิ่งฝานไม่ต้องการให้ใครมาปลูกฝังพื้นฐาน เขามีความรู้ทางทฤษฎีวิถีกระบี่ที่สมบูรณ์แบบอยู่ในตัวแล้ว
ทฤษฎีเหล่านี้… มาจากศิลาเทพกระบี่!
[วิถีกระบี่ต้นกำเนิด]
ยามที่ทำความเข้าใจศิลาเทพกระบี่ก่อนหน้านี้ เมิ่งฝานได้รับรู้ถึงวิถีกระบี่ทั้งสายอย่างครบถ้วน
ดังนั้นลำดับขั้นของวิถีกระบี่ เขาจึงกระจ่างแจ้งแก่ใจยิ่งนัก
พลังกระบี่ เจตจำนงกระบี่ สภาวะกระบี่ จิตวิญญาณกระบี่ ดวงจิตกระบี่ จิตหยวนแห่งกระบี่ อาณาเขตแห่งกระบี่ โลกแห่งกระบี่ มหาวิถีกระบี่…
จิตหยวนแห่งกระบี่ (เจี้ยนเสิน) คือจิตหยวน (จิตวิญญาณดั้งเดิม) ของกระบี่
อาณาเขตแห่งกระบี่ (เจี้ยนอวี้) คืออาณาเขตแห่งกระบี่
โลกแห่งกระบี่ (เจี้ยนเจี้ย) คือโลกแห่งกระบี่
มหาวิถีกระบี่ (เจี้ยนเต้า) คือมหาวิถีแห่งกระบี่
ในโลกมนุษย์แห่งนี้ จุดสูงสุดที่ผู้ฝึกกระบี่จะไปถึงได้ก็คือระดับอาณาเขตแห่งกระบี่
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักซู่ซัน ‘หลินจิงหง’ หรือเจ้าสำนักนิกายผีสิง ‘ลี่ฝานเฉิน’ ต่างก็อยู่ในระดับนี้ทั้งสิ้น
นั่นคืออาณาเขตแห่งกระบี่!
หากจะสูงขึ้นไปกว่านั้น ย่อมเป็นขอบเขตที่เหล่าเซียนกระบี่บนสรวงสวรรค์เท่านั้นที่จะย่างกรายเข้าไปได้
ต้องทำลายความว่างเปล่า ทะยานสู่แดนเซียน ถึงจะมีหวังใฝ่หาจุดสูงสุดของวิถีกระบี่ต่อไป
เมิ่งฝานดึงสติกลับมา เพราะเขารู้สึกว่าตนเองคิดไกลเกินไปหน่อยแล้ว
ยามนี้ค่ายกลสืบทอดมรดกฝั่งตรงข้ามยังคงควบแน่นดวงจิตกระบี่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ตามลำดับที่ผ่านมา ครั้งนี้มันกำลังจะ… ควบแน่นจิตหยวนแห่งกระบี่
เมิ่งฝานที่เป็นเพียงระดับเทียนหยวน กลับบังอาจจะสัมผัสระดับจิตหยวนแห่งกระบี่ นี่เป็นเรื่องที่น่าขันและไร้สาระที่สุดในใต้หล้า!
แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา เมิ่งฝานเริ่มจะคุ้นชินและสงบลงอย่างมาก
เพราะถึงแม้จะพูดให้ดูดีว่าตัวเขาเองเป็นคนควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ ดวงจิตกระบี่ หรือแม้แต่จิตหยวนแห่งกระบี่ที่จะตามมา
แต่ในความเป็นจริง เขาเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น ตัวตนที่ควบแน่นสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาจริง ๆ คือค่ายกลสืบทอดมรดกแห่งนี้ต่างหาก
ดังนั้นในตอนนี้ เมิ่งฝานจึงกลับมาสงบนิ่งและเยือกเย็นอย่างสมบูรณ์
ค่ายกลสืบทอดมรดกนี้ มีความมหัศจรรย์ในแบบเดียวกับศิลาเทพกระบี่
ศิลาเทพกระบี่ ทำให้เขาได้เห็นจุดสูงสุดของวิถีกระบี่
ส่วนค่ายกลสืบทอดมรดกนี้ ทำให้เขาได้สัมผัสจุดสูงสุดของวิถีกระบี่ด้วยตนเองสักครั้ง!
แม้ทั้งสองสิ่งจะไม่สามารถเพิ่มพลังหรือระดับตบะของเมิ่งฝานได้โดยตรง แต่ความช่วยเหลือที่มอบให้นั้นกลับมีค่ามหาศาลมิอาจประมาณได้
ต้องยอมรับเลยว่า ค่ายกลที่เซียนกระบี่โอสถทิ้งไว้นี้ ช่างใส่ใจอย่างยิ่งยวดจริง ๆ
เมิ่งฝานทำตามค่ายกลต่อไป เริ่มควบแน่นดวงจิตกระบี่เล่มแล้วเล่มเล่า
หากสามารถควบแน่นจิตหยวนแห่งกระบี่ หรือแม้แต่อาณาเขตแห่งกระบี่ออกมาได้จริง ประสบการณ์ครั้งนี้จะส่งผลดีต่อเขาอย่างไม่รู้จบ
นับเป็นเรื่องประเสริฐยิ่ง!
ในไม่ช้า ดวงจิตกระบี่ทั้งสิบสายก็ควบแน่นจนครบ
แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะความช่วยเหลือจากมรดกแห่งนี้ เมิ่งฝานจึงไม่กล้าพูดเต็มปากว่าตนเองเป็นคนสร้างมันขึ้นมา
เขาจ้องเขม็งไปที่ดวงจิตกระบี่ทั้งสิบสายฝั่งตรงข้าม เฝ้ามองดูดวงจิตกระบี่เหล่านั้นเริ่มหลอมรวมกันด้วยตาตนเอง
สิ่งที่ต้องขยายความเล็กน้อยในที่นี้คือ ในโลกความเป็นจริง มิใช่ว่าสภาวะกระบี่สิบสายจะควบแน่นเป็นจิตวิญญาณกระบี่ได้เสมอไป หรือจิตวิญญาณกระบี่สิบสายจะกลายเป็นดวงจิตกระบี่ได้เสมอไป
หากผู้ฝึกกระบี่ทำเช่นนั้นในโลกภายนอก ย่อมไม่มีทางสำเร็จแน่นอน
ทว่าในค่ายกลแห่งนี้ เซียนกระบี่โอสถได้ใช้กลเม็ดพิเศษบางอย่าง เพื่อให้ผู้สืบทอดได้สัมผัสถึงการก่อเกิดของจิตวิญญาณ ดวงจิต หรือแม้แต่จิตหยวนแห่งกระบี่
เป็นไปได้ว่าภายในค่ายกลแห่งนี้ อาจจะมีดวงจิตวิญญาณกระบี่หรือจิตหยวนกระบี่เหล่านี้สถิตอยู่แต่เดิมแล้ว
อิ๋งงงงง~~~~~~~
ในขณะที่เมิ่งฝานกำลังจมอยู่ในความคิด ดวงจิตกระบี่ทั้งสิบสายที่กำลังหลอมรวมกันอยู่ฝั่งตรงข้าม พลันส่งเสียงกรีดร้องของกระบี่ที่แหลมสูงออกมา
วินาทีต่อมา ดวงจิตกระบี่ทั้งสิบสายพลันแตกสลาย หายวับไป กลายเป็นเพียงผุยผงในอากาศ
สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไปทันที แววตาฉายแววประหลาดใจ
เห็นได้ชัดว่า การควบแน่นจิตหยวนแห่งกระบี่… ล้มเหลวเสียแล้ว!
เขาสะบัดมือคราหนึ่ง สั่งให้ดวงจิตกระบี่ทั้งสิบสายเบื้องหน้าตนสลายตัวไปเช่นกัน
ในเมื่ออย่างน้อยในทางหนึ่ง ดวงจิตกระบี่สิบสายนี้ถูกเขาสร้างขึ้นมา เขาย่อมมีความสามารถที่จะสลายมันทิ้งไปได้
ในเมื่ออาจารย์ค่ายกลฝั่งตรงข้ามยังควบแน่นจิตหยวนแห่งกระบี่ล้มเหลว ลูกศิษย์ที่ทำตามอย่างเขาย่อมไม่มีทางสำเร็จแน่นอน จึงไม่มีความจำเป็นต้องฝืนลองอีกต่อไป
“เฮ้อ…” เมิ่งฝานถอนหายใจยาว
เดิมทีนึกว่าจะได้สัมผัสความน่าสะพรึงกลัวของจิตหยวนแห่งกระบี่สักหน่อย ตอนนี้ดูท่าจะไม่มีหวังแล้ว
พูดกันตามตรง เขาแอบรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย
หลายสิ่งหลายอย่าง เมื่อมีความหวัง ย่อมมีความผิดหวังตามมาเป็นธรรมดา ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หากพิจารณาจากสถานการณ์ตอนนี้ เมิ่งฝานคิดว่าน่าจะเป็นเพราะค่ายกลสืบทอดมรดกนี้คงอยู่มานานเกินไปแล้ว
เวลาผ่านไปนานถึงแปดร้อยปี พลังงานย่อมต้องเหือดแห้งสูญหายไปเป็นจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย
หากเขามาถึงที่นี่เร็วกว่านี้สักหลายร้อยปี บางทีเขาอาจจะได้สัมผัสความอัศจรรย์ของจิตหยวนแห่งกระบี่และอาณาเขตแห่งกระบี่จริง ๆ ก็ได้
ช่างน่าเสียดายนัก…