วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 177 นี่มัน... ดวงจิตกระบี่!
บทที่ 177 นี่มัน… ดวงจิตกระบี่!
บางที เขาอาจจะผ่านการทดสอบของค่ายกลกระบี่สืบทอดมรดกนี้ไปแล้ว
แม้ว่าเมื่อครู่เขาจะยังไม่สามารถควบแน่น ‘จิตวิญญาณกระบี่’ ได้สำเร็จ แต่ขั้นตอนที่เขาทำมานั้นไม่มีสิ่งใดผิดเพี้ยน
มันขาดไปเพียงก้าวสุดท้าย นั่นคือพลังในด้านของจิตวิญญาณ
เป็นไปได้ว่าขอเพียงทำถึงขั้นเมื่อครู่ ก็ถือว่าได้รับการยอมรับจากค่ายกลกระบี่นี้แล้ว
มิเช่นนั้น ย่อมไม่อาจอธิบายได้ว่าเหตุใดค่ายกลกระบี่ถึงได้ยื่นมือมาช่วยเหลือเขาเมื่อสักครู่นี้
เพราะคนที่จะทำได้ถึงขั้นเขานั้น ทั่วทั้งใต้หล้าย่อมมีนับคนได้
เซียนกระบี่โอสถไม่มีทางวางค่ายกลที่เป็นทางตันไว้ให้ผู้สืบทอดของตนเองแน่นอน!
เย่ชิงอวี๋ที่อยู่ห่างออกไป มองดูเมิ่งฝานด้วยความกังวลใจอย่างยิ่งยวด
นางยังห่างไกลจากระดับของจิตวิญญาณกระบี่มากนัก ดังนั้นนางจึงไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่ รับรู้ได้เพียงกระแสพลังที่น่าสะพรึงกลัวสองสายที่ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ส่วนสถานการณ์โดยละเอียดนั้นนางไม่รู้อะไรเลย ได้แต่ยืนกังวลอยู่ข้าง ๆ ด้วยความมึนงงและไม่เข้าใจ
ในยามปกติผู้อื่นมักจะยกย่องนางว่าเป็นอัจฉริยะ และลึก ๆ ในใจนางก็คิดเช่นนั้น
ทว่าหลังจากได้สัมผัสกับเมิ่งฝานในช่วงเวลานี้ นางกลับรู้สึกว่าตนเองเหมือนเป็นคนไร้ค่า!
ความจริงแล้วจะโทษนางก็ไม่ได้ นางมิใช่คนไร้ค่า อันที่จริงนางโดดเด่นมากแล้วด้วยซ้ำ เพียงแต่ใครก็ตามที่ได้สัมผัสกับเมิ่งฝาน ล้วนแต่ต้องถูกเมิ่งฝานสั่นประสาททั้งสิ้น
เพราะเจ้าหมอนี่ไม่อาจใช้คำว่าโดดเด่นมาบรรยายได้อีกต่อไป แต่มันคือตัวประหลาด คือปีศาจชัด ๆ
หลายคนถึงขั้นสงสัยว่าเมิ่งฝานคือเซียนกระบี่กลับชาติมาเกิด
หรือบางคนก็เชื่อเช่นนั้นไปโดยสนิทใจแล้ว!
ขณะที่เมิ่งฝานลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก นึกว่าตนผ่านการทดสอบค่ายกลกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถแล้วนั้น
เหตุการณ์พลันแปรเปลี่ยนกะทันหัน
บนลานกว้าง ปรากฏเจตจำนงกระบี่ขึ้นอีกครั้ง
เจตจำนงกระบี่ควบแน่นเป็นสภาวะกระบี่ สภาวะกระบี่ควบแน่นเป็นจิตวิญญาณกระบี่
ไม่นานนัก จิตวิญญาณกระบี่สายที่สองก็ปรากฏขึ้น!
เรื่องนี้ทำให้เมิ่งฝานขมวดคิ้วมุ่น ในใจเริ่มรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา
หรือว่าเขาจะเดาผิด เขาไม่ได้ผ่านการทดสอบงั้นรึ?
แล้วทำไมเมื่อครู่มันถึงได้ช่วยเขาล่ะ?
ทว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อจิตวิญญาณกระบี่สายนี้ปรากฏขึ้น เมิ่งฝานก็ต้องรวบรวมสมาธิ กลับมาตึงเครียดและจดจ่ออีกครั้ง
พลังโจมตีของจิตวิญญาณกระบี่นั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วยความสามารถของเมิ่งฝานในยามนี้ ต่อให้ต้านทานการโจมตีได้หนึ่งครา เขาก็ต้องบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจดูแลตัวเองได้แน่นอน
ถึงตอนนั้นเขาก็คงได้แต่ยอมให้ผู้อื่นเชือดตามอำเภอใจ!
ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับราชาแห่งกระบี่ เมิ่งฝานจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่นิดเดียว
เขาทำตามวิธีเดิม ใช้วิธีการแบบเดียวกับฝ่ายตรงข้าม เจตจำนงกระบี่ควบรวมเป็นสภาวะกระบี่ สภาวะกระบี่ควบรวมเป็นจิตวิญญาณกระบี่
เมื่อครู่เขาเพิ่งจะรับมือกับจิตวิญญาณกระบี่ของอีกฝ่ายด้วยวิธีนี้ ครั้งนี้เขาอยากจะดูว่ามันยังจะใช้ได้ผลอยู่อีกหรือไม่
และความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าค่ายกลสืบทอดมรดกนี้จะยื่นมือมาช่วยเขาในวินาทีสุดท้ายเหมือนเมื่อครู่อีกหรือไม่
ทำเต็มความสามารถ ผลลัพธ์สุดแท้แต่ฟ้ากำหนด!
ในขณะที่จิตวิญญาณกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามก่อตัวขึ้น ฝั่งของเมิ่งฝานก็เหมือนเมื่อครู่ มีขุมพลังลึกลับสายหนึ่งปรากฏขึ้นมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของจิตวิญญาณในก้าวสุดท้าย ช่วยให้เขาสามารถควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ออกมาได้สำเร็จ
และภาพเหตุการณ์ต่อมา ก็ทำให้เมิ่งฝานต้องตาเบิกค้าง
เพราะพัฒนาการของเรื่องราว มันเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลแล้ว!
เขาสังเกตเห็นว่าหลังจากจิตวิญญาณกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามก่อตัวเสร็จ มันกลับไม่ได้ฟันเข้าใส่เมิ่งฝาน
ทว่ากลับตามมาด้วยจิตวิญญาณกระบี่สายที่สองที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
นี่มัน…
ในใจเมิ่งฝานเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี แม้เขาจะเป็นคนใจกล้าเพียงใด แต่ยามนี้หัวใจก็ยังสั่นระรัว
เจตจำนงกระบี่กลายเป็นสภาวะกระบี่!
สภาวะกระบี่กลายเป็นจิตวิญญาณกระบี่!
จิตวิญญาณกระบี่…
คงไม่ได้เตรียมจะควบแน่นเป็นดวงจิตกระบี่ต่อหรอกนะ?
หัวใจเมิ่งฝานเต้นแรง เริ่มจะแบกรับไม่ไหวแล้ว
เขายอมรับว่าตนเองคืออัจฉริยะ และเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งในหมื่นคน ทั่วหล้าแทบหาคนเปรียบไม่ได้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ในตอนนี้เขาก็เริ่มจะต้านทานไม่ไหวแล้ว!
เขาก็แค่ผู้บำเพ็ญระดับเทียนหยวนขั้นที่สองตัวเล็ก ๆ เท่านั้น การได้สัมผัสกับจิตวิญญาณกระบี่ก็นับว่าเป็นวาสนาที่ฝืนลิขิตสวรรค์มากพอแล้ว
[ดวงจิตกระบี่]
เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ของสิ่งนี้หากยัดเยียดมาที่ตัวเมิ่งฝานในยามนี้ มันจะไม่ใช่วาสนาอีกต่อไป แต่มันคือหายนะดี ๆ นี่เอง
“หวังว่าข้าคงจะคิดมากไปเองนะ” เมิ่งฝานขบฟันพึมพำกับตนเอง พยายามทำใจให้สงบลง
ธนูอยู่บนสายแล้ว มิอาจไม่ยิง!
ในเวลานี้เมิ่งฝานทำได้เพียงฝืนใจเดินหน้าต่อไป เขาเลียนแบบค่ายกลกระบี่ฝ่ายตรงข้าม ทำตามอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วเริ่มควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่สายที่สอง
และเหมือนครั้งก่อน ในวินาทีสุดท้าย ขุมพลังลึกลับก็ปรากฏขึ้นช่วยให้เขาควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่สายที่สองได้สำเร็จ
จากนั้น ค่ายกลกระบี่ฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่สายที่สาม
เมิ่งฝานทำได้เพียงทำตามต่อไป!
ในยามนี้ นอกจากทำตามแล้วก็มีเพียงการล้มเลิกเท่านั้น
ซึ่งเขาย่อมไม่เต็มใจที่จะล้มเลิกแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เมิ่งฝานรู้สึกว่าการกระทำของค่ายกลกระบี่นี้ เหมือนเป็นการชี้แนะ เขามากกว่าจะเป็นการทำร้ายเขา
หากเขากลัวจนหนีไปในตอนนี้ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าโง่เขลา โง่จนถึงขีดสุด!
ไม่นานนัก จิตวิญญาณกระบี่สายที่สาม สายที่สี่ สายที่ห้า…
จนกระทั่งจิตวิญญาณกระบี่สายที่สิบปรากฏขึ้น!
หากจะพูดให้ถูก ก็คือจิตวิญญาณกระบี่ทั้งหมดยี่สิบสาย
ทางเมิ่งฝานมีสิบสาย ทางฝ่ายค่ายกลกระบี่ก็มีสิบสาย
ยามนี้เมิ่งฝานกลั้นหายใจ จ้องมองจิตวิญญาณกระบี่ทั้งสิบสายของฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาเร่าร้อน
หากเขาเดาไม่ผิด สิ่งที่จิตวิญญาณกระบี่ทั้งสิบสายนี้จะทำต่อไป ก็คือการหลอมรวมเพื่อควบแน่นเป็นดวงจิตกระบี่
[ดวงจิตกระบี่]
ของสิ่งนี้โดยปกติแล้วจะมีเพียงผู้บำเพ็ญระดับหยวนเสินเท่านั้นที่ควบคุมมันได้
ระดับอิ๋นเสินใช้จิตวิญญาณกระบี่ ระดับหยวนเสินใช้ดวงจิตกระบี่ นี่คือเรื่องปกติ
ส่วนระดับหนิงตาน หากสามารถใช้จิตวิญญาณกระบี่ได้เพียงสักหนึ่งกระบวนท่า ก็นับว่าเป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุคที่น่าอิจฉาอย่างยิ่งแล้ว
แต่เมิ่งฝานเป็นเพียงระดับเทียนหยวน
เขายังห่างไกลจากระดับหยวนเสินนับแสนล้านลี้ แต่ยามนี้เขากลับมีโอกาสได้สัมผัสกับดวงจิตกระบี่เสียแล้ว
ภายใต้การจ้องมองของเมิ่งฝาน จิตวิญญาณกระบี่ทั้งสิบสายที่ค่ายกลควบแน่นออกมาค่อย ๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน
ครู่ต่อมา ดวงจิตกระบี่สายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเหนือลานกว้าง
พริบตานั้น แม้แต่เย่ชิงอวี๋ที่อยู่นอกลานกว้างก็ยังสั่นสะท้านไปทั้งตัว นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลและความสยดสยองที่จู่โจมเข้ามา
แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวนั้น ถึงขั้นจะบดขยี้นางให้ทรุดลงไปกับพื้น
“นั่นคือจิตวิญญาณกระบี่งั้นรึ? เหตุใดถึงน่ากลัวขนาดนี้!”
เย่ชิงอวี๋พยายามสะกดข่มร่างกายที่สั่นเทา พยายามทำใจให้สงบลง
นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของคนที่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง
นางฝันไม่ถึงเลยว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นบนลานกว้างในตอนนี้มิใช่จิตวิญญาณกระบี่ แต่คือดวงจิตกระบี่!
เพราะจิตวิญญาณกระบี่สำหรับนางก็นับว่าเป็นตัวตนที่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ส่วนดวงจิตกระบี่นั้นนางไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง
ขนาดเย่ชิงอวี๋ที่อยู่ด้านนอกยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล นับประสาอะไรกับเมิ่งฝานที่อยู่ใจกลางลานกว้าง
ยามนี้เขาขบฟันแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด
หัวไหล่สั่นไหวด้วยความถี่ที่รวดเร็วอย่างยิ่ง เขาเริ่มจะต้านทานไม่ไหวแล้วจริง ๆ
ดวงจิตกระบี่เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ มันปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาโดยตรง
ความรู้สึกสั่นสะเทือนและแรงกดดันระดับนี้ เมิ่งฝานยากจะต้านทานได้ไหวจริง ๆ
ยังดีที่ดวงจิตกระบี่สายนี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายแรงนัก
แม้มันจะถูกควบแน่นออกมาแล้ว แต่มันก็ไม่ได้โจมตีเมิ่งฝาน นี่นับเป็นโชคดีเพียงหนึ่งเดียว
ในขณะเดียวกันมันก็พิสูจน์ว่าข้อสันนิษฐานของเมิ่งฝานนั้นถูกต้อง ค่ายกลกระบี่ในยามนี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเขา
ค่ายกลสืบทอดมรดกนี้ กำลังชี้แนะเขาและบ่มเพาะเขา มิได้ต้องการจะทำร้ายเขาเลย!
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็มีแต่ต้องสู้ให้ถึงที่สุด!!!
แววตาของเมิ่งฝานพลันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวในพริบตา
เขาเริ่มเลียนแบบวิธีการของค่ายกลกระบี่ นำเอาจิตวิญญาณกระบี่ทั้งสิบสายเบื้องหน้ามาหลอมรวมกัน
ยามนี้ ถึงตาของเขาที่จะควบแน่นดวงจิตกระบี่ออกมาแล้ว!