วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 182 ภายในสิบอึดใจ ใครยังอยู่ที่นี่... ฆ่าไม่ละเว้น!
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 182 ภายในสิบอึดใจ ใครยังอยู่ที่นี่... ฆ่าไม่ละเว้น!
บทที่ 182 ภายในสิบอึดใจ ใครยังอยู่ที่นี่… ฆ่าไม่ละเว้น!
มารดาของเย่ชิงอวี๋ได้ยินดังนั้นพลันรู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างยิ่ง ทั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายโดนตบแท้ ๆ แต่ทำไมต้องมาด่าตนด้วย?
เย่เฟยไม่มีอารมณ์จะมาใส่ใจความรู้สึกของเมียจอมโวยวายเบื้องหลัง เขาค่อย ๆ ชักกระบี่ข้างกายออกมาชี้ตรงไปยังเมิ่งฝาน
ในเวลาเดียวกัน ยอดฝีมือระดับหนิงตานทั้งห้าคนรอบกายเขาก็ชักกระบี่คู่กายออกมาพร้อมกัน
ตระกูลเย่คือตระกูลผู้สืบทอดของเซียนกระบี่โอสถ ดังนั้นคนในตระกูลเย่โดยพื้นฐานแล้วจึงเป็นผู้ใช้กระบี่ทั้งสิ้น!
ยอดฝีมือระดับหนิงตานทั้งหกคนนี้มีระดับตบะที่เหลื่อมล้ำกันไป สูงสุดคือหนิงตานขั้นที่เจ็ด ต่ำสุดคือหนิงตานขั้นที่หนึ่ง
หากหกคนร่วมมือกัน ย่อมไม่ด้อยไปกว่าเย่หย่วนเฟิงผู้เป็นหนิงตานขั้นสูงสุดเลย!
เพราะเมื่อคนมากขึ้น กระบวนท่าและลูกไม้ก็ย่อมหลากหลาย ไม่เหมือนกับการลงมือเพียงคนเดียวที่คาดเดาง่าย
ยกตัวอย่างเช่น หากสองคนเข้าปะทะตรงหน้า แล้วที่เหลืออีกสี่คนลอบโจมตีเมิ่งฝานจากเงามืด ท่านว่าเรื่องนี้มันน่าปวดหัวหรือไม่?
ยากจะป้องกันและรับมือได้ทั่วถึง ช่างน่าลำบากใจยิ่งนัก
เมิ่งฝานมองดูคนทั้งหกที่ชักกระบี่ชี้มาทางตน สัมผัสได้ถึงปราณกระบี่และไอสังหารที่เข้มข้น เขาทำได้เพียงหยิบตราประทับกระบี่ของผู้อาวุโสหลินออกมาอย่างเงียบ ๆ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่มีวิธีอื่นที่จะรับมือกับระดับหนิงตานถึงหกคนได้ ต่อให้งัดไพ่ตายออกมาทั้งหมดก็สู้ไม่ไหว
อย่างไรเสียเขาก็เป็นเพียงระดับเทียนหยวนขั้นที่สอง คงต้องพึ่งพาตราประทับกระบี่ของผู้อาวุโสหลินเสียแล้ว
เมิ่งฝานได้เตือนฝ่ายตรงข้ามไปแล้ว ในเมื่อคนเหล่านี้ไม่ฟังคำทัดทาน ดึงดันจะหาที่ตาย เขาก็คงต้องตัดใจลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม
เพราะหากเขาไม่ฆ่าคนพวกนี้ คนพวกนี้ก็จะฆ่าเขา!
นี่ไม่ถือว่าเป็นการฆ่าผู้บริสุทธิ์พร่ำเพรื่อ เพราะมันคือสถานการณ์ที่เจ้าตายหรือข้ารอด
เป็นการถูกบีบให้สังหารเพื่อเอาตัวรอด
และหากจะโทษใครจริง ๆ ก็คงโทษเมิ่งฝานไม่ได้ ต้องโทษเย่ชิงอวี๋ที่ชักศึกเข้าบ้าน
เมื่อนึกถึงเย่ชิงอวี๋ เมิ่งฝานรู้สึกว่าประเดี๋ยวพอเย่ชิงอวี๋ออกมา เขาคงต้องกล่าวคำขอโทษต่อนางสักหน่อย
ขออภัยด้วยนะ พอดีเผลอทำให้เจ้าได้รับฉายา ‘ดาวทำลายล้างญาติมิตร’ ไปเสียแล้ว
ทว่าในขณะที่เมิ่งฝานเตรียมจะกระตุ้นตราประทับกระบี่เพื่อเปิดฉากสังหารหมู่…
เหตุการณ์ไม่คาดฝันมักจะเกิดขึ้นในวินาทีวิกฤตเสมอ
รูปปั้นกระบี่ยักษ์ที่อยู่ข้างกายเมิ่งฝานพลันแตกสลายลงอย่างกะทันหัน
เศษหินร่วงกราวสู่พื้น ฝุ่นควันตลบอบอวล
ในขณะเดียวกัน กระบี่ล้ำค่าเล่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายในรูปปั้นยักษ์ก็ปรากฏสู่สายตาของทุกคน
“กระบี่ชิงหยุน!” เย่เฟยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอุทานออกมาเสียงหลง
เมื่อเมิ่งฝานได้ยินชื่อทั้งสามคำนี้ ใบหน้าของเขาก็ฉายแววประหลาดใจเช่นกัน
ก่อนที่จะมาที่นี่ เขาได้หาข้อมูลเกี่ยวกับเกียรติประวัติของเซียนกระบี่โอสถ งเย่หลิงอวิ๋นง มาเป็นพิเศษ
กระบี่ชิงหยุน คือกระบี่คู่กายของเซียนกระบี่โอสถผู้นี้
มันคือกระบี่เทพ!
มันแข็งแกร่งยิ่งกว่ากระบี่วิถี เป็นอาวุธกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากกระบี่เซียน แทบจะไร้ผู้ต้านในโลกมนุษย์
อาวุธระดับนี้ ต่อให้มองไปทั่วหอกระบี่ซูซานก็นับว่ามีน้อยยิ่งกว่าน้อย หรือบางทีในหอกระบี่อาจไม่มีอาวุธระดับนี้อยู่เลยด้วยซ้ำ
หากจะมีอยู่จริง ก็คงถูกบรรดายอดฝีมือระดับสูงยึดไปใช้กันหมดแล้ว
เมิ่งฝานมองไปที่กระบี่ชิงหยุน ดวงตาของเขาพลันแดงก่ำด้วยความละโมบ
ของดีจริง ๆ!
ทว่าเขาไม่กล้าบุ่มบ่ามเคลื่อนไหว เพราะด้วยระดับตบะของเขาในตอนนี้ แม้แต่กระบี่อาคมเล่มหนึ่งเขายังกำราบไม่ได้
การเข้าไปสัมผัสกระบี่เทพโดยพลการ มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นการหาที่ตาย
แม้เขาจะเป็นผู้สืบทอดของเซียนกระบี่โอสถ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ากระบี่ชิงหยุนจะยอมรับเขาเป็นเจ้านายโดยอัตโนมัติ
หากไร้เดียงสาคิดเช่นนั้นจริง ๆ มีหวังได้ตายตกไปแน่นอน!
เมื่อกระบี่ชิงหยุนปรากฏขึ้น กลุ่มคนตระกูลเย่ก็ชะงักการจู่โจมลงทันที ทุกคนถูกดึงดูดโดยกระบี่ชิงหยุน
“นึกไม่ถึงเลยว่าภายในรูปปั้นกระบี่ชิงหยุน จะซ่อนกระบี่ชิงหยุนเล่มจริงเอาไว้ ข้านึกว่าบรรพบุรุษเซียนกระบี่โอสถจะพกพามันติดตัวไปตลอดเสียอีก นึกไม่ถึงว่าจะซ่อนไว้ที่นี่!” ยอดฝีมือหนิงตานคนหนึ่งของตระกูลเย่พึมพำกับตนเองด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
ในเวลานี้ ความสนใจของทุกคนเปลี่ยนจากมรดกสืบทอดไปอยู่ที่กระบี่ชิงหยุนแทน
เพราะหากสิ่งที่เมิ่งฝานพูดเป็นความจริง ทุกคนย่อมไม่มีโอกาสได้รับมรดกสืบทอดอีกต่อไป
แต่กระบี่เทพเล่มนี้… ใคร ๆ ก็มีหวังที่จะได้ครอบครองมัน
ในขณะที่ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่กระบี่ชิงหยุน เมิ่งฝานกลับสังเกตเห็นลูกเหล็กกลมลูกหนึ่งซ่อนอยู่ในกองเศษหิน
ในความทรงจำจากมรดกสืบทอดก่อนหน้านี้ มีบันทึกเกี่ยวกับลูกเหล็กนี้อยู่ เขาเคยนึกว่าลูกเหล็กนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่และสาบสูญไปนานแล้ว คาดว่าตนเองคงไม่มีหวังจะได้พบมัน
ทว่ามันกลับร่วงหล่นลงมาจากฟ้าในจังหวะที่ไม่คาดคิด!
ต้องยอมรับเลยว่า โชคของเมิ่งฝานนั้นดีมาโดยตลอด
ไม่ใช่สิ ควรจะพูดว่าเซียนกระบี่โอสถได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพแล้วต่างหาก
ในขณะที่คนตระกูลเย่พุ่งเข้าหากระบี่ชิงหยุนเพื่อแย่งชิงกระบี่เทพ เมิ่งฝานก็อาศัยจังหวะนั้นหยิบลูกเหล็กนั้นขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
ลูกเหล็กนี้ มีชื่อเรียกทางวิชาการว่ากระบี่เม็ด!
นี่คือ ‘กระบี่เม็ด’ ที่เซียนกระบี่โอสถกลั่นขึ้นมาด้วยตนเอง ทันทีที่ควบคุมกระบี่เม็ดนี้ได้ เขาก็จะสามารถควบคุมกระบี่วิญญาณกว่าร้อยเล่มบนลานกว้างได้อย่างตามใจปรารถนา
เพราะกระบี่วิญญาณเหล่านี้เดิมทีก็เป็นของเซียนกระบี่โอสถ และเคยถูกขัดเกลาด้วยกระบี่เม็ดนี้มาก่อนแล้ว
เมิ่งฝานเริ่มทำการหลอมรวมกระบี่เม็ดตามความทรงจำจากมรดกสืบทอด
ซึ่งมันไม่ได้ยากเลย
เมิ่งฝานที่ได้รับมรดกวิถีกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถมาแล้ว สามารถหลอมรวมกระบี่เม็ดลูกนี้ได้อย่างง่ายดาย
เขาหลับตาลง สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนอันลี้ลับของกระบี่เม็ด
ครู่ต่อมา เขาก็ลืมตาขึ้น
ในเวลาเดียวกัน บนลานกว้างพลันส่งเสียงกรีดร้องของกระบี่ที่ใสกระจ่างดังระงมไปทั่ว
ในสถานการณ์ปกติ ต่อให้มีพรสวรรค์วิถีกระบี่อย่างเมิ่งฝาน การจะควบคุมกระบี่วิญญาณสิบเล่มพร้อมกันก็นับว่าเป็นความสามารถที่ฝืนลิขิตสวรรค์มากแล้ว
กระบี่วิญญาณสิบเล่ม ประสานกับค่ายกลกระบี่จุลจักรวาล เมิ่งฝานสามารถสังหารระดับหนิงตานได้หนึ่งคนอย่างแน่นอน
ทว่าหลังจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว ปราณแท้และพลังจิตของเขาคงจะเหือดแห้งจนสิ้นฤทธิ์ ไม่สามารถสู้ต่อได้อีก อย่างมากที่สุดก็คือร่วมมือกับหงฉี่ ควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่เพื่อสังหารหนิงตานได้อีกหนึ่งคน
เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ คือสังหารได้สูงสุดเพียงสองคนเท่านั้น
แต่ยามนี้เมื่อมีกระบี่เม็ดลูกนี้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป!
กระบี่เม็ดช่วยให้เขาสามารถควบคุมกระบี่วิญญาณบนลานกว้างเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
เพราะในแง่หนึ่ง กระบี่เม็ดและกระบี่วิญญาณเหล่านี้คือหนึ่งเดียวกัน
มันคือ ชุดเซ็ต!
กระบี่เม็ดคือศูนย์กลางของกระบี่วิญญาณเหล่านี้ หรืออาจจะเรียกว่าเป็น CPU เลยก็ว่าได้
หากไม่มีกระบี่เม็ดนี้ การที่เมิ่งฝานจะใช้ค่ายกลกระบี่จุลจักรวาล วิธีที่ดีที่สุดคือต้องประสานกับท่ากระบี่จงมา เพื่อส่งเสริมกันและกัน
บัดนี้เมื่อกระบี่เม็ดอยู่ในมือ เมิ่งฝานก็ไม่จำเป็นต้องใช้ท่ากระบี่จงมาอีกต่อไป
อย่างน้อยกระบี่วิญญาณกว่าร้อยเล่มตรงหน้านี้ เขาสามารถขับเคลื่อนได้ตามใจนึกโดยไม่ต้องพึ่งพาท่ากระบี่จงมา
รอไว้ในอนาคตเมื่อต้องรวบรวมอาวุธกระบี่จำนวนมหาศาลกว่านี้ ท่ากระบี่จงมา ถึงจะได้มีโอกาสแสดงฝีมือจริง ๆ
เมิ่งฝานมองไปยังกลุ่มคนที่กำลังรุมล้อมกระบี่ชิงหยุนอยู่เบื้องหน้า แล้วพลันโพล่งขึ้นมาว่า
“นี่! พวกเจ้าเลิกดูได้แล้ว!”
ความจริงเสียงนี้ดังมากและใช้พลังไปไม่น้อย
ทว่ากลับไม่มีใครสนใจเขาเลย ทุกคนยังคงรุมล้อมกระบี่ชิงหยุนด้วยสายตาที่เร่าร้อน
เมิ่งฝานแค่นยิ้มเย็น ก่อนจะกระตุ้นพลังในกระบี่เม็ด
ฟุ่บ
ฟุ่บ ฟุ่บ
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ
แสงกระบี่สายแล้วสายเล่าพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า แผ่ซ่านบารมีเทพที่น่าสะพรึงกลัวจนแทบจะถล่มพื้นที่ใต้ดินแห่งนี้ให้พังพินาศ
กระบี่ยาวกว่าร้อยเล่มส่งเสียงกรีดร้องยาวนานพร้อมกัน พากันพุ่งออกจากฝักกลายเป็นลำแสงสีรุ้ง กระบี่ยาวลอยตระหง่านอยู่กลางอากาศ หนาแน่นยั้วเยี้ยไปหมด
ปราณกระบี่ขวางกั้นบดบังแสงตะวัน
ค่ายกลกระบี่จุลจักรวาลที่ประกอบขึ้นจากกระบี่ยาวร้อยกว่าเล่ม เริ่มเผยคมดาบอันน่าสยดสยองออกมาแล้ว
เมิ่งฝานเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เสียงกึกก้องปานสายฟ้าฟาด
“ภายในสิบอึดใจ ใครที่ยังรั้งอยู่ที่นี่… ฆ่าไม่ละเว้น!”