วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 188 ที่ใดมีคน ที่นั่นย่อมมีความอยุติธรรม
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 188 ที่ใดมีคน ที่นั่นย่อมมีความอยุติธรรม
บทที่ 188 ที่ใดมีคน ที่นั่นย่อมมีความอยุติธรรม
“ตกลง ข้าจะรอให้วันนั้นมาถึง” เมิ่งฝานกล่าวกับหลินเจี่ยนด้วยรอยยิ้ม
ยามนี้หลินเจี่ยนอาจถูกผู้คนนับหมื่นรุมด่าทอ แต่หากเขาสามารถประคองความรักไปจนถึงวันที่ได้แต่งงานกันจริง ๆ บางทีเรื่องนี้อาจกลายเป็นตำนานบทหนึ่งไปเลยก็ได้
เรื่องราวที่เหลือเชื่อและผันผวนเกินคาดเดาในโลกนี้ ความจริงแล้วมีให้เห็นอยู่ถมเถไปและเป็นเรื่องปกติยิ่งนัก
แต่มันมีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง คืออาจารย์ของเขา ‘ลู่เสี่ยวอวิ๋น’ ก็ต้องมีใจรักเขาด้วยเช่นกัน
หากมิใช่ความรักที่ใจตรงกัน ทุกอย่างก็เป็นเพียงเรื่องเพ้อเจ้อ!
หวังว่าหลินเจี่ยนจะสามารถพิชิตใจอาจารย์ของเขาได้จริง ๆ นะ
หลังจากเมิ่งฝานฝืนฝึกฝนในค่ายกลพันชั่งจนครบหนึ่งชั่วยาม เขาก็เดินออกจากหน้าผาสำนึกตนที่หลังเขา
เขารู้สึกสงสัยเป็นครั้งแรกว่าอาจารย์ของหลินเจี่ยนนั้นแท้จริงแล้วเป็นคนอย่างไร และมีท่าทีต่อหลินเจี่ยนแบบไหนกันแน่?
ดังนั้นหลังจากออกจากหน้าผาสำนึกตน เมิ่งฝานจึงมุ่งหน้าไปยังหอคัมภีร์อีกครั้ง
ในสายตาของเขา ศิษย์พี่จินคือสารานุกรมเดินได้แห่งสำนักซู่ซัน หากอยากรู้ข่าวคราวอะไร ย่อมต้องมาหาศิษย์พี่จินแน่นอน
“เจ้ามาอีกแล้วรึ?” ศิษย์พี่จินมองดูเมิ่งฝานที่ปรากฏตัวต่อหน้าอีกครั้งพลางขมวดคิ้วมุ่น
เจ้าเด็กนี่ เพิ่งไปเมื่อชั่วยามกว่า ๆ นี่เอง ทำไมกลับมาอีกแล้ว
ช่างน่ารำคาญนัก!
“ศิษย์พี่จิน ข้าอยากสอบถามเรื่องของคนคนหนึ่งขอรับ” เมิ่งฝานเอ่ยเข้าประเด็นทันที
ศิษย์พี่จินกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “วัน ๆ ข้าเอาแต่หมกตัวอยู่ในหอคัมภีร์ ไม่ออกไปไหนมาไหน ข้าจะไปรู้จักใครได้ล่ะ เจ้าอยากถามเรื่องคน มาหาข้าจะมีประโยชน์อะไร?”
“ศิษย์พี่จิน ท่านอย่ามาพูดปดตาใสหน่อยเลย ทั่วทั้งสำนักซู่ซัน ข่าวคราวของใครจะไปสู้ท่านที่หูตาไวได้ล่ะขอรับ?” เมิ่งฝานกล่าวพลางหัวเราะร่า
ศิษย์พี่จินได้แต่จนใจ ความจริงเขาหลุดปากบอกข่าวที่ไม่ควรบอกแก่เมิ่งฝานไปมากจริง ๆ
เดิมทีเขาตั้งใจจะผูกมิตรกับเมิ่งฝาน จึงมักจะแย้มข่าวบางอย่างให้เมิ่งฝานรู้อยู่เป็นระยะ
แต่ตอนนี้เขาเริ่มเสียใจแล้ว
เพราะเจ้าเด็กนี่ช่างน่ารำคาญเหลือเกิน ส่วนตัวเขาเองนั้นรักความสงบ ซึ่งเรื่องนี้เห็นได้ชัดจากคำพูดและการกระทำของเขามาตลอด
“เจ้าอยากถามถึงใคร?” ศิษย์พี่จินถามอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ลู่เสี่ยวอวิ๋น!” เมิ่งฝานเอ่ยชื่ออาจารย์ของหลินเจี่ยนออกมา
เมื่อได้ยินชื่อลู่เสี่ยวอวิ๋น แววตาของศิษย์พี่จินพลันฉายแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง
“เจ้าถามถึงนางทำไม?”
ศิษย์พี่จินคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าคนที่เมิ่งฝานจะถามถึงคือนาง
เมิ่งฝานกล่าวว่า “ช่วงนี้ข้ามีความสัมพันธ์ค่อนข้างดีกับหลินเจี่ยนที่หน้าผาสำนึกตน เขาเลยฝากข้ามาถามว่า ช่วงนี้ลู่เสี่ยวอวิ๋นเป็นอย่างไรบ้าง?”
เมื่อเอ่ยถึงลู่เสี่ยวอวิ๋น ศิษย์พี่จินไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับดูเหมือนจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันควัน
เมิ่งฝานมองเห็น ‘ความอยากรู้อยากเห็น’ ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขา
ใช่แล้ว… แม้ศิษย์พี่จินจะรักความสงบและไม่ชอบให้ใครมารบกวน แต่ความจริงเขาชอบเรื่องซุบซิบมาก เขามีนิสัยชอบข่าวคราวที่ลุกโชนอยู่ภายใน
เรื่องที่หลินเจี่ยนหลงรักอาจารย์ตัวเองและสารภาพรักต่ออาจารย์นั้น ถือว่าเป็นข่าวซุบซิบที่ใหญ่ที่สุดในสำนักซู่ซันเลยก็ว่าได้
ดังนั้นการที่ศิษย์พี่จินสนใจเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
“เจ้านี่นะ ถึงขั้นไปสนิทสนมกับเจ้าเด็กหลินเจี่ยนนั่นได้?” น้ำเสียงของศิษย์พี่จินมีความประหลาดใจแฝงอยู่
จากนั้นเขาก็รีบถามต่อทันทีอย่างร้อนรน “เจ้าเด็กหลินเจี่ยนนั่นชอบอาจารย์ของตัวเองจริง ๆ รึ? แม้ข้าจะรู้ข่าวนี้มานานแต่ก็ยังแอบสงสัยอยู่ตลอด”
ในมุมมองของศิษย์พี่จิน หรือว่าหลินเจี่ยนจะไปล่วงเกินใครเข้าจนถูกใส่ร้าย
หรือลู่เสี่ยวอวิ๋นไปทำใครเคืองจนถูกสาดโคลนใส่?
เพราะเรื่องศิษย์รักอาจารย์ถึงขั้นสารภาพรักเนี่ยมันหลุดโลกเกินไป ศิษย์พี่จินจึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อจากใจจริงนัก
แต่เขาก็แอบหวังให้มันเป็นเรื่องจริง เพราะข่าวมันช่างตื่นเต้นเร้าใจและชวนติดตามยิ่งนัก ซึ่งเป็นแนวที่เขาชอบพอดี
ดังนั้นพอเห็นเมิ่งฝานบอกว่าสนิทกับหลินเจี่ยน ศิษย์พี่จินจึงอดไม่ได้ที่จะถามย้ำ
“เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงแน่นอนขอรับ หลินเจี่ยนคนนี้มีใจรักมั่นต่ออาจารย์อย่างลึกซึ้ง ถึงขั้นที่ว่าชีวิตนี้ถ้าไม่ได้แต่งกับนางเขาก็จะไม่ขอแต่งงานกับใครอีกเลย” เมิ่งฝานบอกศิษย์พี่จินไปตามตรง
จากนั้นเขาก็เสริมต่อว่า “ความจริงข้าสงสัยมากกว่าว่า ลู่เสี่ยวอวิ๋น อาจารย์ของเขานั้น มีท่าทีต่อหลินเจี่ยนอย่างไรกันแน่?”
เมื่อศิษย์พี่จินได้รับคำยืนยันจากเมิ่งฝาน ไฟแห่งนักเผือกในดวงตาก็ยิ่งโชติช่วงขึ้น
เขาลังเลครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า
“เท่าที่ข้ารู้มา ลู่เสี่ยวอวิ๋นเองก็มีความผูกพันกับหลินเจี่ยนอย่างลึกซึ้งเช่นกัน ยามนั้นหากไม่ใช่เพราะลู่เสี่ยวอวิ๋นพยายามร้องขอความเมตตาอย่างสุดชีวิต หลินเจี่ยนคงถูกขับออกจากสำนักซู่ซันไปแล้ว หรือไม่ก็อาจถูกทำลายตบะจนกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต! หลังจากหลินเจี่ยนถูกกักบริเวณที่หน้าผาสำนึกตน ลู่เสี่ยวอวิ๋นเองก็ถูกคุมขังไว้ที่ก้นทะเลสาบปิงเย่ว์มาจนถึงทุกวันนี้แต่ข้าคิดว่าความรู้สึกที่ลู่เสี่ยวอวิ๋นมีต่อหลินเจี่ยน น่าจะเป็นความผูกพันแบบญาติพี่น้อง หรือความรักแบบศิษย์กับอาจารย์มากกว่า! หากจะบอกว่าลู่เสี่ยวอวิ๋นก็มีใจรักใคร่เชิงชู้สาวกับหลินเจี่ยนด้วย ข้าคิดว่ามันเป็นไปได้ยาก”
ในสายตาของศิษย์พี่จิน ศิษย์จะเลอะเลือนหรือวู่วามก็ว่าไปอย่าง แต่คนเป็นอาจารย์ย่อมต้องมีสติยับยั้งชั่งใจ
“ก้นทะเลสาบปิงเย่ว์?” เมิ่งฝานถามด้วยความสงสัย
เขาอยู่ในสำนักซู่ซันมานานขนาดนี้ ยังไม่เคยได้ยินชื่อทะเลสาบปิงเย่ว์เลย
ศิษย์พี่จินอธิบายว่า “ทะเลสาบปิงเย่ว์ อยู่ทางทิศตะวันตกของซู่ซัน ห่างจากตัวสำนักไปพอสมควร เจ้าไม่รู้ก็ไม่แปลก ทะเลสาบแห่งนี้ น้ำทั้งทะเลสาบคือ ‘น้ำเย็นขั้วลบ’ ที่หนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก แม้พื้นที่ใต้ทะเลสาบจะไม่ได้สัมผัสกับน้ำโดยตรง แต่มันก็ยังหนาวเย็นจนถึงขีดสุด คนธรรมดาเข้าไปอยู่เพียงวันเดียวคืนเดียวก็หนาวตายแล้ว! ดังนั้นการที่ลู่เสี่ยวอวิ๋นถูกขังอยู่ที่นั่น นางจึงต้องทนทุกข์ทรมานมากกว่าหลินเจี่ยนหลายเท่าตัวนัก หากปล่อยไว้นาน ๆ ถึงขั้นมีอันตรายถึงชีวิตได้เลย!”
เมื่อได้ยินคำของศิษย์พี่จิน เมิ่งฝานก็ตกตะลึงและแทบไม่อยากจะเชื่อ
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?
“สิ่งที่หลินเจี่ยนทำลงไปนั้น แม้จะผิดจารีตมนุษย์และเข้าข่ายเนรคุณ แต่นั่นหากจะโทษก็ต้องโทษที่ตัวหลินเจี่ยนคนเดียวสิ! แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับลู่เสี่ยวอวิ๋นล่ะ นางไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยทำไมบทลงโทษต่อลู่เสี่ยวอวิ๋นถึงได้รุนแรงกว่าหลินเจี่ยนขนาดนี้? รุนแรงกว่ามากจนถึงขั้นเสี่ยงชีวิตเลยเนี่ยนะ!”
น้ำเสียงของเมิ่งฝานเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ เพราะบทลงโทษนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย
ศิษย์พี่จินถอนหายใจยาวแล้วกล่าวว่า
“ลู่เสี่ยวอวิ๋นผิดหรือไม่ ใครจะไปตัดสินได้ชัดเจนล่ะ? หลังจากเรื่องนั้นเกิดขึ้น คนที่ก่นด่าหลินเจี่ยนมีมากก็จริง แต่คนที่ก่นด่าลู่เสี่ยวอวิ๋นก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลย บางคนถึงขั้นประณามว่านางไม่รักนวลสงวนตัว ล่อลวงลูกศิษย์ตัวเอง! แม้สำนักซู่ซันจะเป็นสำนักฝ่ายธรรมะที่ยิ่งใหญ่ แต่ทุกแห่งหนย่อมมีคนดีและคนเลวปะปนกัน ในฐานะสตรี ลู่เสี่ยวอวิ๋นต้องเผชิญกับความอยุติธรรมมากกว่าหลินเจี่ยนหลายเท่า!”
เมื่อฟังจบ เมิ่งฝานก็นิ่งเงียบไป
โลกใบนี้สุดท้ายก็ยังเป็นโลกที่คล้ายคลึงกับยุคโบราณ
สถานภาพของสตรีไม่ได้สูงส่งนัก ต่อให้เป็นสถานที่อย่างสำนักซู่ซัน ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงข้อบกพร่องในจุดนี้ได้ ผู้คนมักจะมีความเมตตาต่อบุรุษมากกว่าสตรีเสมอ
เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสำนักซู่ซันโดยตรง แต่มันเกี่ยวกับ ‘คน’ ของสำนักซู่ซัน
ที่ใดมีคน ที่นั่นย่อมมีความอยุติธรรม
ในมุมมองของลู่เสี่ยวอวิ๋น นี่คือเคราะห์ร้ายที่นางไม่ได้ก่อแท้ ๆ
และแม้ลู่เสี่ยวอวิ๋นจะเป็นอาจารย์ของหลินเจี่ยน แต่นางก็เป็นเพียงคนของสำนักคนหนึ่งเท่านั้น ฐานะในสำนักซู่ซันไม่ได้สูงส่งอะไรเลย
หากนางเป็นถึงระดับอาวุโส บางทีคงไม่มีใครกล้าทำกับนางเช่นนี้!
ยามที่หลินเจี่ยนเพิ่งเข้าสำนักซู่ซันใหม่ ๆ เขามีพรสวรรค์ที่ดูธรรมดาทั่วไป จนกระทั่งเกิดเหตุบังเอิญที่ทำให้ลู่เสี่ยวอวิ๋นรับเขาเป็นศิษย์
แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้าเด็กหลินเจี่ยนคนนี้จะมีพรสวรรค์และสติปัญญาน่าทึ่ง จนกลายเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าในบรรดาศิษย์แกนนำได้อย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มว่าจะก้าวข้ามอาจารย์ของตนเองไปแล้ว