วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 187 เป็นศัตรูกับคนทั้งหล้า แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 187 เป็นศัตรูกับคนทั้งหล้า แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว
บทที่ 187 เป็นศัตรูกับคนทั้งหล้า แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว
เมิ่งฝานรู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที
เพราะคำถามของเขาเมื่อครู่ ดูเหมือนจะบื้อไปหน่อยจริง ๆ!
หากคำตอบของปัญหานี้ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ศิษย์พี่จินย่อมคร้านจะตอบเขา
แต่หากความจริงเป็นอย่างที่เขาคิด ศิษย์พี่จินก็ยิ่งไม่มีทางตอบเขาเข้าไปใหญ่
เมิ่งฝานแค่นยิ้มขื่นเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน
จากนั้นเขาก็ชวนศิษย์พี่จินคุยสัพเพเหระอีกสองสามประโยค ก่อนจะหันหลังเดินจากไป มุ่งหน้าไปยังหอโอสถเพื่อตามหาเย่ชิงอวี๋
เมื่อเย่ชิงอวี๋ได้พบเมิ่งฝาน และได้ยินคำขอของเขา สีหน้าของนางก็อดไม่ได้ที่จะฉายแวว… จนใจ
นางเพิ่งจะบอกเมิ่งฝานไปเมื่อวานซืนเองว่า วันหน้าหากต้องการยาอะไรก็มาหาได้เสมอ
ผลคือเพิ่งจะวันที่สอง เมิ่งฝานก็มาหาถึงที่ แถมยังเอ่ยปากขอยาลูกกลอนถึงสองชนิด และทั้งสองชนิดก็ไม่ใช่ยาธรรมดา ๆ เลย
ช่างใช้คำว่าไม่เกรงใจได้อย่างถึงพริกถึงขิงจริง ๆ!
“ตกลง พรุ่งนี้ช่วงเย็นค่อยมาเอายาที่นี่” เย่ชิงอวี๋ไม่ได้ปฏิเสธเมิ่งฝาน ในเมื่อรับคำไปแล้ว นางย่อมต้องทำตามที่พูด
อีกทั้งนี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งฝานมาขอให้นางช่วยหลังจากกลับมาถึงสำนักซู่ซัน
หากครั้งแรกยังบ่ายเบี่ยง นางคงรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย
เหนือสิ่งอื่นใด การที่นางได้รับมรดกวิถีโอสถของเซียนกระบี่โอสถมาได้ พื้นฐานแล้วก็ต้องขอบคุณเมิ่งฝานทั้งสิ้น
“ขอบคุณมากขอรับศิษย์พี่เย่!” เมิ่งฝานกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มอย่างมีมารยาท
เย่ชิงอวี๋กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ยาหลอมวิญญาณหนึ่งเตา ค่าวัตถุดิบประมาณสามสิบหินวิญญาณ แล้วก็ยากลั่นจิตอีกหนึ่งเตา ค่าวัตถุดิบประมาณห้าสิบหินวิญญาณ เอาหินวิญญาณมาให้ข้าก่อน!”
ว่ากันไปตามระเบียบ
แถมคราวนี้นางรู้สึกว่าเมิ่งฝานจะหน้าหนากว่าที่นางคิดไว้เล็กน้อย จึงแอบระแวงว่าเขาจะไม่จ่ายค่าหินวิญญาณ
ในจุดนี้ เย่ชิงอวี๋เข้าใจเมิ่งฝานผิดไปจริง ๆ
คนอย่างเมิ่งฝานนั้นยึดถือความซื่อสัตย์ ไร้เล่ห์เหลี่ยมในการค้าขาย
เขาหยิบหินวิญญาณแปดสิบก้อนออกมามอบให้เย่ชิงอวี๋อย่างรวดเร็ว
สำหรับเมิ่งฝานในตอนนี้ หินวิญญาณแปดสิบก้อนนับเป็นจำนวนเล็กน้อย ไม่คู่ควรแก่การเอ่ยถึง
จากนั้นเมิ่งฝานก็ออกจากหอโอสถ มุ่งหน้าไปยังหน้าผาสำนึกตนที่หลังเขา
ค่ายกลพันชั่ง คือแนวทางการฝึกฝนในระดับเทียนหยวนที่ผู้อาวุโสหลินแนะนำให้แก่เมิ่งฝาน และผลลัพธ์ของมันก็ดีมากจริง ๆ
ในเมื่อกลับมาที่สำนักซู่ซันแล้ว เมิ่งฝานย่อมต้องใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่
ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายระดับกายาเซียนชิงหลง ประสานกับตบะระดับเทียนหยวนขั้นที่สาม ยามนี้เมิ่งฝานสามารถทนฝึกฝนอยู่ในค่ายกลพันชั่งได้นานถึงหนึ่งชั่วยามแล้ว
“น้องเมิ่ง ไม่เจอกันนานเลยนะ ช่วงนี้หายไปไหนมา?” หลินเจี่ยนเมื่อเห็นเมิ่งฝาน ก็รีบปรี่เข้ามาทักทายทันที
ในหน้าผาสำนึกตนแห่งนี้ มีเพียงเมิ่งฝานคนเดียวเท่านั้นที่เข้าออกได้อย่างอิสระ
หลินเจี่ยนรู้ว่าเมิ่งฝานจงใจมาที่นี่เพื่ออาศัยค่ายกลพันชั่งฝึกฝน จึงเข้าใจดีว่านี่คือยอดคนที่เอาจริงเอาจัง ควรค่าแก่การคบหาเป็นสหาย
และเขาก็ชอบคุยกับเมิ่งฝาน เพื่อถามไถ่ข่าวคราวโลกภายนอก
แน่นอนว่า… จุดประสงค์หลักคือข่าวคราวของอาจารย์เขา
เกี่ยวกับอาจารย์ของหลินเจี่ยนนั้น ความจริงเมิ่งฝานไม่รู้อะไรเลย รู้เพียงแค่ว่านางชื่อ ‘ลู่เสี่ยวอวิ๋น’
และนี่ก็เป็นข้อมูลที่หลินเจี่ยนบอกเขาเองด้วย
หลินเจี่ยนเคยฝากฝังให้เมิ่งฝานช่วยสืบข่าวของลู่เสี่ยวอวิ๋น แต่เมิ่งฝานไม่เคยเก็บมาใส่ใจแม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยช่วยสืบเลยสักครั้ง
ทว่าชื่อลู่เสี่ยวอวิ๋นนี้ ฟังดูแล้วขาดความดุดันไปหน่อย ให้ความรู้สึกว่าอาจารย์ของหลินเจี่ยนน่าจะเป็นคนที่อ่อนโยน
การที่หลินเจี่ยนจะตกหลุมรักอาจารย์ของตัวเองนั้น ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากอะไร
เพราะอย่างไรเสีย ผู้ชายคนไหนบ้างจะไม่ชอบผู้หญิงที่อ่อนโยน
แต่ความคิดนี้ของเมิ่งฝานมีปัญหาใหญ่
การตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกมักจะผิดพลาดเสมอ นับประสาอะไรกับการตัดสินคนจากชื่อ
ชื่อนั้นพ่อแม่เป็นคนตั้งให้ ย่อมไม่อาจเป็นตัวแทนของรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอของเจ้าตัวได้ทั้งหมด
“ช่วงนี้ข้าลงเขาไปฝึกฝนมาน่ะขอรับ” เมิ่งฝานตอบหลินเจี่ยนไปส่ง ๆ
“ลงเขาไปฝึกฝนงั้นรึ? ลงเขาน่ะดีแล้ว ตอนที่ข้าลงเขาครั้งแรก อาจารย์ก็เป็นคนพาข้าไป ตอนนั้นนางสวมชุดสีขาวราวกับหิมะ บริสุทธิ์ดุจเทพธิดาจุติลงมายังโลกมนุษย์ เพียงชั่วพริบตาเดียว…”
เมิ่งฝานเพิ่งจะพูดไปเพียงไม่กี่คำ แต่หลินเจี่ยนกลับร่ายยาวต่ออย่างน้อยเก้าร้อยคำ
ทุกประโยคและทุกถ้อยคำล้วนไม่พ้นเรื่องอาจารย์ของเขา และยามที่พูด ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่สุด
ในตอนแรกที่เมิ่งฝานรู้ว่าหลินเจี่ยนแอบรักอาจารย์ตัวเอง เขาไม่ได้เห็นเป็นเรื่องสำคัญอะไรนัก
เพราะในโลกใบนี้ เรื่องเช่นนี้ถือว่าผิดจารีตมนุษย์และศีลธรรม
แม้ในมุมมองของเมิ่งฝาน เขาจะไม่ถึงกับรับไม่ได้ แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าหลินเจี่ยนช่างฝันลม ๆ แล้ง ๆ
เหตุผลง่าย ๆ คือ หลินเจี่ยนกับอาจารย์ลู่เสี่ยวอวิ๋นไม่ได้ใจตรงกัน
หลินเจี่ยนอาจมีความรักที่นอกคอกเช่นนี้ แต่อาจารย์ของเขาคงไม่มีทางมีด้วย
ดังนั้นในสายตาของเมิ่งฝาน หลินเจี่ยนจึงดูเหมือนกำลังทำเรื่องเหลวไหล
ทว่าในเวลานี้ ความคิดของเมิ่งฝานกลับเปลี่ยนไปกะทันหัน
เขารู้สึกว่าหลินเจี่ยนไม่ได้ทำผิดอะไร และเขากลับรู้สึกอิจฉาหลินเจี่ยนขึ้นมาลึก ๆ เสียด้วยซ้ำ
รักใครสักคน… มันผิดด้วยรึ?
รักคนที่มิควรรัก… มันผิดด้วยรึ?
ไม่ว่าคนอื่นจะมองอย่างไร สำหรับตัวหลินเจี่ยนเองแล้ว เขาไม่ได้ทำอะไรผิด
โดยเฉพาะยามที่หลินเจี่ยนเอ่ยถึงอาจารย์ แววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความอ่อนโยนจนแยกไม่ออกนั้น ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกอิจฉาจริง ๆ
พูดตามตรง เขาก็อยากจะเป็นเหมือนหลินเจี่ยน ที่สามารถรักใครสักคนได้อย่างไม่ลืมหูลืมตา สัมผัสถึงรสชาติของความรักที่ร้อนแรงและบ้าระห่ำ
ถึงขั้นที่ว่า ยอมเป็นศัตรูกับคนทั้งหล้าเพื่อหญิงที่ตนรัก!
ภาพแบบนั้น… แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว
แต่น่าเสียดายที่เมิ่งฝานทำไม่ได้
ลึก ๆ ในกระดูกแล้ว เมิ่งฝานเป็นคนที่ค่อนข้างรักตัวเอง เขาไม่มีทางที่จะรักผู้หญิงคนไหนได้อย่างหมดเนื้อหมดตัวขนาดนั้น
“วันนี้ข้ากลับไป จะช่วยท่านสืบข่าวของลู่เสี่ยวอวิ๋นให้ขอรับ” เมิ่งฝานเอ่ยกับหลินเจี่ยนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลินเจี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าจะฉายแววตื่นเต้นและตื้นตันใจ
“ขอบคุณ… ขอบคุณมาก ขอบคุณจริง ๆ!” เขาเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกักทำตัวไม่ถูก
ความจริงเขาสัมผัสได้ว่าก่อนหน้านี้เมิ่งฝานไม่ได้สนใจเรื่องของเขา และไม่เคยช่วยสืบข่าวให้เลย นึกไม่ถึงว่ายามนี้เมิ่งฝานจะเสนอตัวช่วยออกมาเอง นี่นับว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับเขาอย่างยิ่ง
เมิ่งฝานยิ้มแล้วกล่าวว่า “ความจริงก่อนหน้านี้ ข้าก็เคยคิดว่าท่านไม่ควรจะรักอาจารย์ตัวเอง รู้สึกว่าท่านทำเรื่องผิดจารีต แต่เมื่อกี้ข้ากลับรู้สึกขึ้นมาว่าท่านไม่ได้ทำผิดเลย เพราะการรักใครสักคนมันไม่ผิด และการรักคนที่มิควรรักก็ไม่ผิดเช่นกัน! ขอเพียงเป็นใจที่แท้จริง ต่อให้คนนับหมื่นรุมประณาม ท่านก็ไม่ละอายต่อใจตัวเอง! ศิษย์พี่หลิน สู้ต่อไปนะขอรับ ข้าจะรอวันที่จะได้ดื่มเหล้ามงคลในงานแต่งของท่านกับอาจารย์”
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฝาน ชายร่างใหญ่ใจนักเลงอย่างหลินเจี่ยน ถึงกับมีน้ำตาคลอเบ้า และมันเกิดขึ้นในพริบตาเดียว
นี่พิสูจน์ได้ว่า คำพูดของเมิ่งฝานมีความหมายต่อเขามากเพียงใด!
เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครสนับสนุนเขาเลย ทุกคนเอาแต่ดูถูก เยาะเย้ย และด่าทอเขา
บางคนถึงขั้นมองว่าเขาไม่คู่ควรจะเป็นมนุษย์ และควรจะตายเพื่อชดใช้ความผิด
มีเพียงเมิ่งฝาน... ที่เป็นคนแรกในรอบเวลาอันยาวนานที่สนับสนุนเขา!!!
หลินเจี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“น้องเมิ่ง เพียงแค่คำพูดนี้ของเจ้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าคือพี่น้องแท้ ๆ ของข้า! ในวันที่ข้ากับอาจารย์ได้แต่งงานกัน ไม่ว่าข้าจะอยู่ที่ไหน หรือเจ้าจะอยู่ที่ไหน ต่อให้จะเป็นสุดหล้าฟ้าเขียวหรือห่างกันเก้าชั้นฟ้าสิบชั้นดิน ข้าจะต้องเชิญเจ้ามาดื่มเหล้ามงคลให้ได้!”