วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 208 ฆ่าได้แต่ไม่ฝัง
บทที่ 208 ฆ่าได้แต่ไม่ฝัง
หนึ่งคืนผ่านไปโดยไม่นอน เมิ่งฝานบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบเชียบ
ต้นกำเนิดกระบี่จากกระบี่วิญญาณสิบเล่ม หากใช้เพียงเพื่อฝึกฝนคัมภีร์หยางบริสุทธิ์แปรอัสนี ก็เพียงพอให้เขาฝึกได้นานถึงสองสามวัน
ตามจังหวะการฝึกฝนเช่นนี้ ไม่เกินครึ่งเดือน เมิ่งฝานก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นเทียนหยวนระดับเจ็ดได้
ระยะห่างจากขั้นหลอมแก่นพลังใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
รู้สึกราวกับอยู่แค่เอื้อมมือ!
เช้าวันรุ่งขึ้น เมิ่งฝานแยกทางกับสองสาวหลิวเยียนผิงและหยางซือซือ
เด็กสาวทั้งสองเตรียมตัวกลับสำนักกระบี่ซู่ซัน ส่วนเขาเตรียมมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านหลงฉวนเพื่อตามหาหลี่ซานซือ อาจารย์อาของเขา
จะเรียกอาจารย์อาก็คงได้ เพราะอย่างไรเสียเขาก็เคยเป็นศิษย์น้องของท่านผู้เฒ่าหลิน แม้จะถูกขับออกจากสำนักไปแล้วก็ตาม
หลังจากรับประทานมื้อเช้า เมิ่งฝานออกจากโรงเตี๊ยม เดินพ้นเขตเมืองคงเยว่ มุ่งหน้าไปยังทิศทางของหมู่บ้านหลงฉวน
หมู่บ้านหลงฉวนอยู่ห่างจากเมืองคงเยว่ไม่ไกลนัก ระยะทางไม่ถึงหนึ่งร้อยลี้
หากเมิ่งฝานเร่งเดินทางอย่างเต็มกำลัง ไม่ถึงหนึ่งชั่วหนึ่งก้านธูปก็คงไปถึง
ทว่าทันทีที่เขาเดินพ้นเมืองคงเยว่ เขาก็ได้พบกับชายชราในชุดคลุมสีดำคนหนึ่ง
เมิ่งฝานขมวดคิ้วมุ่น นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ดูเหมือนอีกฝ่ายจะตั้งใจมารอเขาอยู่ก่อนแล้ว
หรือว่าชายชราผู้นี้คืออาจารย์อาหลี่ซานซือ ที่รู้ว่าตนจะมาหาจึงตั้งใจมารอรับ?
ดูท่าจะไม่ใช่
ประการแรก หลี่ซานซือย่อมไม่รู้ว่าเขาจะไปหา
ประการที่สอง อย่างไรเขาก็เป็นเพียงรุ่นเยาว์ ไม่คู่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามมารอรับถึงที่
ที่สำคัญที่สุดคืออีกฝ่ายดูเหมือนจะมาด้วยเจตนาร้าย แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตจาง ๆ
ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่รังสีอำมหิตจาง ๆ แต่นี่มันจิตสังหารที่ชัดแจ้งเลยต่างหาก!
เมิ่งฝานสัมผัสได้ถึงความตายที่แผ่ซ่านออกมา
“ท่านคือใคร?” เมิ่งฝานมองชายชราชุดดำพลางเอ่ยถามก่อน
ชายชราชุดดำมองเมิ่งฝานด้วยสายตาเย็นชา ไร้ความรู้สึก “เมื่อวานนี้ เจ้าไปที่หุบเขาทางทิศเหนือและสังหารคนมาใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฝานก็เข้าใจทันที
ตาแก่นี่มาจากสำนักเงาปีศาจ
มิน่าเล่าถึงมีจิตสังหารรุนแรงขนาดนี้!
เมื่อวานเขาฆ่าศิษย์สำนักเงาปีศาจไปหกคน เจ้านี่คงมาล้างแค้นแทนลูกศิษย์
“ท่านจำคนผิดแล้ว!” เมิ่งฝานกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ปฏิเสธในทันที
ระดับพลังของตาเฒ่าคนนี้เขาดูไม่ออก อีกทั้งกลิ่นอายยังประหลาดพิสดารยิ่งนัก ดูจะแข็งแกร่งกว่าพวกขั้นหลอมแก่นพลังที่เขาเคยเจอมาเสียอีก
เห็นชัดว่าเป็นยอดฝีมือ
ลำพังความสามารถของตนเอง เขารู้สึกว่าคงไม่ใช่คู่ต่อสู้
หากต้องสู้กันจริง ๆ มีโอกาสสูงที่เขาจะต้องใช้ไพ่ตายที่ท่านผู้เฒ่าหลินทิ้งไว้ให้
ซึ่งมันไม่คุ้มเลย!
ดังนั้น เมื่อเผชิญกับคนเช่นนี้ การเลี่ยงปัญหาได้ย่อมดีที่สุด
ถ้าหมอนี่อยู่แค่ขั้นเทียนหยวน หรือขั้นหลอมแก่นพลังทั่วไป เขาคงกัดฟันชักกระบี่ฟันให้ตายไปแล้ว อย่างมากก็แค่เปลืองไพ่ตายบางอย่าง
ทว่าของที่ท่านผู้เฒ่าหลินทิ้งไว้ให้ ใช้ไปหนึ่งอย่างก็เหลือลดลงไปหนึ่งอย่าง ไม่มีเหตุจำเป็นต้องมาเสียม้าในที่แบบนี้
“ไม่ยอมรับงั้นหรือ? หึหึ ในเมื่อข้าตามหาเจ้าจนเจอ ย่อมไม่มีทางจำคนผิด!”
ชายชราชุดดำยกมือขึ้น ชูนิ้วชี้ออกไป
ในขณะเดียวกัน พลันมีแสงสีเลือดปรากฏขึ้นบนตัวเมิ่งฝาน เส้นด้ายโลหิตเล็ก ๆ เส้นหนึ่งพุ่งออกจากตัวเขา ไปพันรอบนิ้วของชายชราชุดดำ
“นี่คือตราประทับที่ข้าทิ้งไว้บนตัวลูกศิษย์ หากเขาถูกทำร้าย ตราประทับจะย้ายไปอยู่ที่ตัวฆาตกรทันที บัดนี้หลักฐานคามือ เจ้ายังจะไม่ยอมรับอีกหรือ?”
มุมปากของเมิ่งฝานกระตุกเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเย็นชาอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อวานตอนฆ่าคน เขาไม่ได้สังเกตเห็นเรื่องนี้จริง ๆ
วิธีการของตาแก่นี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
ในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้คิดจะแถไปก็คงฟังไม่ขึ้นแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ เมิ่งฝานจึงไม่เอ่ยคำใดอีก
ศึกนี้เลี่ยงไม่ได้!
เขาหยิบตรากระบี่ของท่านผู้เฒ่าหลินออกมาทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว
ในสถานการณ์เช่นนี้ สัญชาตญาณบอกเขาว่าไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาลองเชิงด้วยพละกำลังของตนเอง
ในเมื่อสัมผัสได้ว่าช่องว่างของพลังมันกว้างเกินไป ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง
ที่นี่ไม่ใช่ซู่ซัน ไม่มีท่านผู้เฒ่าหลินคอยคุ้มกัน หากหาเรื่องใส่ตัวก็คือตายจริง ๆ!
ดังนั้น เมิ่งฝานจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดใช้งานตรากระบี่ที่ท่านผู้เฒ่าหลินมอบให้ในทันที
ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานออกจากตรากระบี่ ภายใต้การควบคุมของเมิ่งฝาน มันฟาดฟันตรงไปยังชายชราชุดดำ
ในวินาทีที่ปราณกระบี่นี้ปรากฏขึ้น สีหน้าของชายชราชุดดำก็เปลี่ยนไปทันที
นักพรตรุ่นเยาว์ระดับเทียนหยวนที่ฟันปราณกระบี่ออกมา เขาควรจะดูแคลนและทำลายมันทิ้งได้อย่างง่ายดาย
แต่ในความเป็นจริง เขากลับสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวอันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา
นี่ไม่ใช่ปราณกระบี่ที่นักพรตระดับเทียนหยวนจะฟันออกมาได้แน่ ๆ กระทั่งมันก้าวข้ามขอบเขตขั้นหลอมแก่นพลังไปแล้วเสียด้วยซ้ำ
เขามีสัญชาตญาณที่จะโต้กลับ หรือกระทั่งอยากจะหลบหนี
ทว่าในยามที่ปราณกระบี่นี้ปรากฏขึ้น เขาความรู้สึกว่าพื้นที่รอบตัวถูกแช่แข็งจนพันธนาการเขาไว้
ทั่วทั้งร่าง ตั้งแต่มือจรดเท้า ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่นิดเดียว
ปราณกระบี่เล่มนี้กดดันเขาจนขยับไม่ได้!
ดวงตาของชายชราชุดดำฉายแววหวาดกลัวสุดขีด นี่มันคือการนั่งรอความตายชัด ๆ!
เขาอยากจะแผดร้อง อยากจะตะคอกถาม แต่แม้แต่ปากก็ขยับไม่ได้ ทำได้เพียงเบิกตามองปราณกระบี่นั้นฟันตรงเข้ามา
ในเมื่อร่างกายขยับไม่ได้ เขาจึงลองพยายามใช้จิตสำนึกเพื่อต่อต้านปราณกระบี่นี้
ผลปรากฏว่า แม้แต่จิตสำนึกก็ถูกกดทับจนขยับไม่ได้เช่นกัน
นี่มันเหลวไหลเกินไปแล้ว!
ทั้งที่เป็นเพียงนักพรตระดับเทียนหยวนระดับหกแท้ ๆ นี่เขาไปเตะโดนตอเหล็กประเภทไหนเข้ากันแน่?
น่าเสียดายที่เขาจะไม่มีวันได้รับรู้คำตอบนั้นอีกตลอดกาล
วินาทีต่อมา ปราณกระบี่ที่ท่านผู้เฒ่าหลินทิ้งไว้ในตรากระบี่ก็พาดผ่านลำคอของชายชราชุดดำ
ศีรษะหนึ่งหล่นวูบลงมา กระแทกเข้าที่เท้าของเขาเองก่อนจะกลิ้งออกไปเล็กน้อย
ดวงตาคู่นั้นที่ตายตาไม่หลับ เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกปนความโกรธแค้น จ้องมองมาที่เมิ่งฝานอย่างเขม็ง
“ขาดทุนเสียจริง!” เมิ่งฝานมองศีรษะของชายชราชุดดำพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เขาสแกนจิตสำนึกไปที่ร่างของชายชราชุดดำครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบแหวนมิติออกมาวงหนึ่งแล้วหมุนตัวจากไป
ส่วนศพนั้น… ฆ่าได้แต่ไม่ฝัง!
ตั้งแต่ต้นจนจบ เมิ่งฝานไม่ได้ถามชื่อของชายชราชุดดำ และไม่ได้เอ่ยคำใดเพิ่มเติม เขาเปิดใช้งานตรากระบี่ของท่านผู้เฒ่าหลินอย่างเด็ดขาดและสังหารอีกฝ่ายทิ้งโดยไม่ให้เสียเวลา
เพราะเขารู้ซึ้งถึงความต่างของพลัง หากเขาไม่ลงมือก่อนอย่างเด็ดขาด เพียงแค่เสียเวลาพูดไร้สาระแม้วินาทีเดียวแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายลงมือก่อน คนที่ตายอาจเป็นตัวเขาเอง!
ภายใต้ความต่างของพลังที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ เมื่อฝ่ายตรงข้ามลงมือ ต่อให้เขามีอาวุธสังหารของท่านผู้เฒ่าหลินอยู่ในมือ ก็อาจไม่มีแม้แต่โอกาสจะหยิบมันออกมาใช้
คนโหดเหี้ยมวาจาน้อยนิด ถึงจะอยู่รอดได้นาน!
เมิ่งฝานมุ่งหน้าต่อไปยังหมู่บ้านหลงฉวน โดยไม่หันกลับไปมองศพของชายชราชุดดำอีกเลย
จะว่าไปก็น่ากระดากใจอยู่บ้าง แม้จะฆ่าชายชราชุดดำคนนี้ไปแล้ว แต่เมิ่งฝานกลับไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายอยู่ในระดับพลังไหนกันแน่
ข้อมูลเพียงอย่างเดียวที่เขารู้ก็คือ อีกฝ่ายเป็นคนของสำนักเงาปีศาจ!
เพียงแค่วันเดียว เขาสังหารคนของสำนักเงาปีศาจไปแล้วถึงเจ็ดคน
ดูเหมือนเขาจะเป็นดาวข่มของสำนักนี้เสียจริง…
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมิ่งฝานก็เดินมาถึงหมู่บ้านหลงฉวนอย่างสบายอารมณ์
สำหรับ ‘อาจารย์อา’ ที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนคนนี้ เมิ่งฝานยังคงมีความสนใจอยู่ไม่น้อย
และที่สนใจยิ่งกว่าก็คือ กระบี่วายุอัสนี เล่มนั้นของอาจารย์
เมิ่งฝานรู้ดีว่า กระบี่วายุอัสนีเล่มนี้ ท่านอาจารย์เตรียมไว้ให้เขานั่นเอง!