วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 228 ความลับของศิษย์พี่จิน
บทที่ 228 ความลับของศิษย์พี่จิน
เด็กที่ถูกเรียกว่าเอ้อร์โก่วคนนี้ เมื่อเทียบกับเด็กที่ชื่อหลินจิงหงในความทรงจำของไอเจตจำนงกระบี่ครั้งก่อนหน้า มีหน้าตาแทบจะถอดแบบออกมาเหมือนกันเป๊ะ
หลินจิงหงในอดีตนั้น เป็นศิษย์ของนิกายมารเฟิงอวิ๋น ที่ถูกส่งมาแฝงตัวอยู่ในสำนักกระบี่ซู่ซัน
เนื่องจากหลินจิงหงคนนี้มีชื่อเหมือนกับเจ้าสำนัก และยังมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับศิษย์พี่จิน จนถึงตอนนี้เมิ่งฝานจึงยังมิอาจแน่ใจได้ว่าแท้จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นสายลับจากนิกายมารเฟิงอวิ๋น
ทำได้เพียงหวังว่าคงมิใช่ท่านเจ้าสำนัก มิฉะนั้นแล้วเรื่องนี้คงจะเหลือเชื่อเกินไป!
เป็นสายลับจนได้เป็นถึงเจ้าสำนักกระบี่ซู่ซัน นี่มันเป็นเรื่องตลกที่ฝืนลิขิตสวรรค์เพียงใดกัน?
ต้องรู้ไว้ว่า หากเทียบกำลังกันจริงๆ สำนักกระบี่ซู่ซันนั้นเข้มแข็งกว่านิกายมารเฟิงอวิ๋นเสียอีก
หากเจ้าสำนักเป็นสายลับจริง นิกายมารเฟิงอวิ๋นยังจะมีคุณสมบัติหรือความสามารถใดมาสั่งการเจ้าสำนักได้อีกรึ?
แต่หากศิษย์พี่จินเป็นสายลับ…
อืม… ก็ไม่เป็นไร
คนที่สามารถปราบปรามได้นั้นมีมากมายอยู่แล้ว!
“เด็กชายที่มีใบหน้าแทบจะเหมือนกับหลินจิงหงในวัยเยาว์ทุกประการ... นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือ?”เมิ่งฝานขมวดคิ้วแน่น พึมพำกับตัวเอง
เมิ่งฝานเคยเห็นความทรงจำของเจตจำนงกระบี่ตอนหลินจิงหงยังเยาว์วัยมาแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าเด็กคนนี้มิใช่หลินจิงหงในตอนนั้น
“น่าสนใจแฮะ รู้สึกว่าพอดูความทรงจำของไอเจตจำนงกระบี่ช่วงนี้จบ ก็น่าจะคลี่คลายปริศนาได้สักนิดแล้วล่ะ”
เมื่อคิดได้ดังนี้ เมิ่งฝานก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจและถอนหายใจออกมา
หลายครั้งที่รู้มากขึ้น ก็ยิ่งตายเร็วขึ้น
แต่ความลับเหล่านี้มันวิ่งเข้ามายัดเยียดตัวเองเข้าไปในหัวของข้าเอง ข้าจะทำอย่างไรได้?
คงไม่ถึงกับต้องทำให้ตัวเองหมดสติในตอนนี้หรอก ข้าไม่ได้มีนิสัยทำร้ายตัวเองอยู่แล้ว!
เมิ่งฝานรวบรวมสมาธิและรับชมความทรงจำของเจตจำนงกระบี่ต่อไป
ในความทรงจำ เด็กชายที่ชื่อเอ้อร์โก่วคนนี้ ในแต่ละวันเอาแต่กิน ดื่ม และเที่ยวเล่น มีฝึกกระบี่บ้างเป็นครั้งคราว
ในยามนี้ ‘กระบี่มู่ซู’ ในมือของเอ้อร์โก่ว ยังเป็นเพียงกระบี่ไม้ธรรมดาสามัญ มีไว้เพียงเพื่อเล่นสนุก มิมีอานุภาพสังหารแม้แต่น้อย
เวลาในความทรงจำผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน เด็กชายก็มีอายุครบสิบขวบแล้ว
ในความทรงจำเหล่านี้ เมิ่งฝานเห็นเพียงเอ้อร์โก่วกับมารดาของเขาเท่านั้น มารดาของเอ้อร์โก่ว ทุกคนเรียกนางว่าซู่ซู่ มิทราบว่าชื่อจริงคืออะไร
ส่วนชื่อจริงของเอ้อร์โก่ว ยิ่งมิทราบเข้าไปใหญ่ ทุกคนต่างเรียกเขาว่าเอ้อร์โก่ว
แล้วบิดาของเอ้อร์โก่ว ก็ไม่เคยปรากฏตัวเลยในความทรงจำช่วงนี้
วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบสิบขวบของเอ้อโกว
ท่านน้าของเอ้อร์โก่วที่ไม่ได้พบหน้ากันหลายปี ได้เดินทางมาอวยพรวันเกิดให้เขา
เมิ่งฝานได้รับทราบว่าน้าของเอ้อร์โก่วมีนามว่าจินเจิ้ง และยังได้ทราบชื่อเต็มของมารดาเอ้อร์โก่วด้วยว่า จินซู่ซู่
ที่สำคัญที่สุด เมิ่งฝานได้ยินชื่อจริงของเอ้อร์โก่วจากปากของท่านน้า
จินหมั่นถัง!
เมื่อได้ยินชื่อนี้ เมิ่งฝานไม่ได้รู้สึกตกตะลึงแต่อย่างใด เพราะโดยพื้นฐานแล้วเขาเดาได้อยู่แล้ว
เนื่องจากเอ้อร์โก่วคนนี้มีหน้าตาคล้ายหลินจิงหงตอนเด็ก และหลินจิงหงตอนเด็กนั้น ระหว่างคิ้วก็มีความคล้ายคลึงกับศิษย์พี่จินอยู่ลางๆ
“เอ้อร์โก่ว ก็คือศิษย์พี่จินแห่งสำนักกระบี่ซู่ซันในปัจจุบัน!” เมิ่งฝานพึมพำ
“ส่วนหลินจิงหงในวัยเยาว์นั้น ไม่ใช่ศิษย์พี่จินแน่นอน โดยพื้นฐานแล้วระบุได้เลยว่าคือเจ้าสำนัก!”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใจของเมิ่งฝานก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
แม้จะมั่นใจในความลับนี้แล้ว แต่เขาก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องให้ความลับนี้เน่าตายอยู่ในท้อง ห้ามบอกใครเป็นอันขาด
บางทีทั่วทั้งใต้หล้า อาจมีแค่ตัวเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ความลับนี้!
หากวันใดความลับรั่วไหลออกไป แล้วเจ้าสำนักคิดจะลงมือสังหารเขา ต่อให้เป็นท่านผู้เฒ่าหลินก็อาจจะช่วยเขาไว้มิได้!
ท่านผู้เฒ่าหลินแม้จะแข็งแกร่ง แต่คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าสำนัก และท่านผู้เฒ่าหลินเองก็เคยบอกเองกับปากว่าสู้เจ้าสำนักมิได้
“ข้าชอบพูดอยู่เสมอว่าศิษย์พี่จินเป็น ‘ผู้รอบรู้แห่งซู่ซัน’ รู้ข่าวสารทุกอย่าง ฮ่าฮ่า!” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ยามนี้ดูเหมือนว่า ยิ่งข้าสัมผัสความทรงจำของเจตจำนงกระบี่มากขึ้นเรื่อยๆ ข้านี่แหละคือผู้รอบรู้แห่งซู่ซันตัวจริง ความลับมากมายที่ถูกฝังรากลึกไปนานแล้ว อาจจะถูกข้าขุดคุ้ยขึ้นมาได้!”
“เรื่องแบบนี้จะเป็นคุณหรือโทษ บอกตรงๆ ว่าพูดยากจริงๆ!”
“แต่ตราบใดที่ปากของข้าแน่นหนาเพียงพอ เก็บความลับเหล่านี้ฝังไว้ในท้อง มันก็จะเป็นแต่คุณ ไม่มีโทษ!”
เมิ่งฝานดูความทรงจำต่อไป
จินเจิ้งที่เป็นน้าของเอ้อร์โก่ว พำนักอยู่ที่นี่เพียงช่วงกลางวันวันเดียว ไม่ได้ค้างคืน ก่อนจะเดินทางกลับไปในคืนนั้นทันที
ในตอนที่เมิ่งฝานคิดว่าความทรงจำจะข้ามไปยังช่วงต่อไปแล้ว บุคคลที่เมิ่งฝานคาดไม่ถึงก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
คืนนั้น นอกหน้าต่างห้องของเอ้อโกว มีเงาหนึ่งปรากฏขึ้น
เขายืนอยู่ข้างหน้าต่าง เฝ้ามองเอ้อร์โก่วที่อยู่ในห้องเงียบๆ ไม่เอ่ยวาจาใด เพียงแค่มองดูอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบงัน
เมื่อเมิ่งฝานเห็นใบหน้าของคนผู้นี้ ลมหายใจของเขาก็พลันติดขัดขึ้นมาอีกครั้ง เพราะคนผู้นี้ช่างดูคุ้นหน้าคุ้นตายิ่งนัก!
หลินจิงหง
ไม่ใช่หลินจิงหงตอนเด็กคนนั้น แต่เป็นเจ้าสำนักหลินจิงหง
หน้าตาของหลินจิงหงตอนเด็ก ไม่ได้เหมือนกับท่านเจ้าสำนักเลย
ทว่าคนนอกหน้าต่างคนนี้ กลับมีหน้าตาคล้ายคลึงกับท่านเจ้าสำนักยิ่งนัก เพียงแต่ดูหนุ่มกว่ามาก
มีความเป็นไปได้สูงว่า นี่คือท่านเจ้าสำนักในวัยหนุ่ม!
เมิ่งฝานคิดอย่างรวดเร็ว จิตใจหมุนวนอยู่กับความคิดนั้น
หากเขาเดามิผิด หลินจิงหงในตอนเด็กคนนั้น ก็คือเจ้าสำนักหลินจิงหงนั่นแหละ
และหลังจากหลินจิงหงเข้าร่วมสำนักกระบี่ซู่ซัน ก็น่าจะใช้วิธีการบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เดิมของตนเอง
ดังนั้นหลินจิงหงตอนเด็กกับหน้าตาของเจ้าสำนักในปัจจุบันจึงมิเหมือนกัน!
“หากเป็นเช่นนั้น ศิษย์พี่จินกับหลินจิงหงตอนเด็กมีหน้าตาคล้ายคลึงกันขนาดนี้ แถมเจ้าสำนักยังมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในยามนี้อีก...”
“หรือว่า ศิษย์พี่จินจะเป็นบุตรชายของเจ้าสำนัก?”
การคาดเดานี้มีเหตุผลและหลักฐานรองรับ มีความเป็นไปได้สูงยิ่ง
และนี่ก็เป็นอีกความลับหนึ่งที่ต้องเก็บงำไว้!
เมิ่งฝานรู้สึกจนปัญญา
ความลับเช่นนี้ แม้แต่ศิษย์พี่จินที่เป็นคนในเรื่องเอง เขาก็ยังไม่กล้าบอกเลย
“คำถามต่อมาคือ หากศิษย์พี่จินเป็นบุตรของเจ้าสำนักจริงๆ แล้วตัวศิษย์พี่เองรู้เรื่องนี้หรือไม่?”
จะรู้หรือไม่รู้ ต้องติดตามดูความทรงจำต่อไป
หากเจ้าสำนักไปแสดงตัวกับศิษย์พี่จิน ศิษย์พี่จินย่อมต้องรู้ แต่ถ้าเจ้าสำนักไม่ปรากฏตัว แล้วจากไปโดยปกปิดความลับต่อไป เช่นนั้นจนถึงทุกวันนี้ ศิษย์พี่จินก็อาจจะยังไม่รู้เรื่องเลยก็ได้
“แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้า? ข้าสอดรู้สอดเห็นและตื่นเต้นอยู่ทำไมกัน?” เมิ่งฝานยิ้มขมขื่น แม้แต่ตัวเองก็รู้สึกว่าตัวเองช่างแปลก
ความทรงจำดำเนินต่อไป เจ้าสำนักเอาแต่เฝ้ามองอยู่ที่นอกหน้าต่าง มิได้เข้าไปในห้อง
จนกระทั่งขอบฟ้าเริ่มมีแสงสว่างรำไร แสงตะวันแรกปรากฏ เจ้าสำนักจึงหันหลังเดินจากไป
“ไม่ได้แสดงตัว เจ้าสำนักจงใจปกปิดเรื่องนี้ไว้!”
ทว่าทันทีที่เจ้าสำนักจากไป เมิ่งฝานก็เห็นเงาร่างสายหนึ่งรีบตามออกไป นั่นคือจินซู่ซู่ มารดาของศิษย์พี่จิน
หากศิษย์พี่จินเป็นบุตรของเจ้าสำนัก เช่นนั้นจินซู่ซู่ผู้นี้ก็คือภรรยาของเจ้าสำนักนั่นเอง
ภาพความทรงจำยังคงดำเนินต่อไป และเริ่มข้ามช่วงเวลา
ความทรงจำของเจตจำนงกระบี่นี้ ยึดเอากระบี่มู่ซูเป็นหลัก
แม้เมิ่งฝานอยากจะติดตามไปดูว่าจินซู่ซู่และเจ้าสำนักเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
เพราะกระบี่มู่ซูนั้นไม่มีความทรงจำในช่วงนั้นเลย!
ต่อมาความทรงจำหมุนไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานเอ้อร์โก่วก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขามีปณิธานแน่วแน่ว่าจะไปเข้ารับการทดสอบของสำนักกระบี่ซู่ซัน
ความฝันของเขาคือการเป็นจอมกระบี่ผู้ผดุงธรรม ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก สยบมารและกำจัดปีศาจ
มารดาของเอ้อร์โก่วไม่เห็นด้วยที่จะให้เขาไปที่สำนักกระบี่ซู่ซัน ผลสุดท้ายเอ้อร์โก่วจึงหาโอกาสแอบหนีออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปยังซูซัน