วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 235 จิตใจปราศจากสตรี ฝึกกระบี่จึงจะเป็นเลิศ!
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 235 จิตใจปราศจากสตรี ฝึกกระบี่จึงจะเป็นเลิศ!
บทที่ 235 จิตใจปราศจากสตรี ฝึกกระบี่จึงจะเป็นเลิศ!
ยามที่เย่ชิงหยูเดินทางมาถึง นางก็ได้เห็นภาพการประลองระหว่างหลิวเยี่ยหานและเมิ่งฝานพอดี
จะเรียกว่าประลองก็คงไม่ถูกนัก เพราะตั้งแต่วินาทีที่หลิวเยี่ยหานออกกระบี่ จนกระทั่งกระบี่พุ่งสวนกลับจากทางเมิ่งฝานผ่านหนังศีรษะของหลิวเยี่ยหานไป
รวมทั้งหมดแล้วก็ไม่เกินเพียงชั่วพริบตาเดียว รวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ!
“หากศิษย์พี่เมิ่งมิรู้จักหนักเบา ยามนี้เจ้าคงกลายเป็นศพไปแล้ว” เย่ชิงหยูเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นชาทันทีที่ก้าวเข้ามา
ที่แห่งนี้ นอกจากเมิ่งฝานและหยางสือแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นศิษย์ตำหนักหลอมยาทั้งสิ้น
อย่างหลิวเยี่ยหานและหลิวฉางหยวน ต่างก็คุ้นเคยกับเย่ชิงหยูเป็นอย่างดี และรู้ถึงนิสัยอันเย็นชาของนาง
ดังนั้นแม้คำพูดนี้จะฟังดูไม่รื่นหูนึก แต่หลิวเยี่ยหานก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรเย่ชิงหยูกลับไป
แต่ว่า…
เย่ชิงหยูถึงกับเรียกเมิ่งฝานว่าศิษย์พี่เชียวรึ?
หลิวเยี่ยหานและหลิวฉางหยวนสบตากัน ต่างเห็นความประหลาดใจในแววตาของอีกฝ่าย
เพราะเย่ชิงหยูในฐานะศิษย์เอกผู้โดดเด่นของตำหนักหลอมยา มักจะวางตัวสูงส่งและมิเคยเห็นใครอยู่ในสายตา
ยามนี้กลับเป็นฝ่ายเรียกศิษย์ซู่ซันขั้นเทียนหยวนระดับหกคนหนึ่งว่าศิษย์พี่อย่างเต็มปากเต็มคำ?
สิ่งที่เมิ่งฝานไม่คาดคิดก็คือ เพียงแค่คำเรียกขานคำเดียวของเย่ชิงหยู ภาพลักษณ์ของเขาในสายตาสองพี่น้องตระกูลหลิวก็ดูสูงส่งขึ้นมาทันที!
“ศิษย์พี่เย่ ทำไมท่านถึงมาที่นี่ได้รึ?” หลิวฉางหยวนรีบเดินเข้าไปหาเย่ชิงหยูพลางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ ในความประหลาดใจนั้นยังแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นยินดีราง ๆ
เมิ่งฝานมองดูฉากนี้ เพียงประโยคสั้น ๆ ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของคนที่คอยประจบประแจง
น่าเสียดาย จากที่เขารู้จักเย่ชิงหยูมา ผู้หญิงประเภทนี้การตามตื๊ออย่างไร้ศักดิ์ศรีไม่อาจสั่นคลอนใจนางได้เลย
หลิวฉางหยวนผู้นี้คงต้องจบลงด้วยความโศกเศร้าเป็นแน่!
“มาที่นี่ ย่อมต้องมาขอให้ศิษย์พี่เมิ่งชี้แนะวิชากระบี่อยู่แล้ว” เย่ชิงหยูกล่าวกับหลิวฉางหยวนด้วยท่าทีเย็นชาอย่างยิ่ง
แม้ท่าทางอีกฝ่ายจะเย็นชาถึงเพียงนั้น แต่เมื่อเห็นเย่ชิงหยูยอมคุยด้วย แววตาของหลิวฉางหยวนก็ฉายแววตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เมิ่งฝานมองเห็นทั้งหมดนั้น แล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ โดยไม่แสดงออกใด ๆ
จิตใจปราศจากสตรี ฝึกกระบี่จึงจะเป็นเลิศ!
ดูท่าหลิวฉางหยวนคนนี้คงจะชี้แนะได้ยากลำบาก คงต้องเสียเวลาและเรี่ยวแรงไปมิใช่น้อย
อีกด้านหนึ่ง หลิวเยี่ยหานเก็บกระบี่ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา เขาตัดสินใจไม่สนใจเย่ชิงหยูมากนัก
เพียงแต่ปฏิกิริยาของเย่ชิงหยู ทำให้เขามองไปยังเมิ่งฝานด้วยสายตาที่เคร่งขรึมยิ่งขึ้น
“ศิษย์น้องเมิ่ง หากเมื่อครู่ข้ามองไม่พลาด สิ่งที่เจ้าใช้ก็น่าจะเป็นวิชากระบี่แสงสุดขั้วเช่นกัน ทั้งยังบรรลุถึงระดับสภาวะคุกคามกระบี่แล้วด้วย ไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องเมิ่งจะเคยฝึกฝนวิชากระบี่แสงสุดขั้วมาก่อน มิน่าเล่าเยียนผิงถึงได้ตามข้ามาที่นี่!
ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ ในเมื่อพ่ายแพ้ก็ต้องยอมรับ ขอเพียงศิษย์น้องเมิ่งสามารถชี้แนะให้ข้าบรรลุสภาวะคุกคามกระบี่แสงสุดขั้วได้ ข้ายินดีจะมอบหินวิญญาณให้สองพันก้อน”
เมิ่งฝานยิ้มออกมาทันที ดีใจอย่างยิ่ง
จากเดิมที่เป็นธุรกิจหินวิญญาณเพียงหนึ่งพันก้อน เขาเพียงแค่ขยับปากเล็กน้อยก็กลายเป็นสองพันก้อนเสียแล้ว เงินทองช่างหาง่ายดายนัก!
“ได้เลย ได้เลย” เมิ่งฝานพูดด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เย่ชิงหยูเหลือบมองหลิวเยี่ยหานแวบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวกับเมิ่งฝานว่า “ศิษย์พี่เมิ่ง ตามหลักใครมาก่อนได้ก่อน เมื่อวานท่านเริ่มชี้แนะข้าแล้ว วันนี้ก็ควรจะชี้แนะข้าก่อนมิใช่รึ?”
นางต้องการรับคำชี้แนะเป็นคนแรก เพื่อที่จะได้เสร็จธุระและรีบจากไปเร็ว ๆ
สาวน้อยคนนี้ค่อนข้างเข้ากับคนอื่นได้ยาก ไม่ชอบอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก
เมิ่งฝานส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “เจ้าอย่ารีบร้อนเลย ข้าเห็นวิชากระบี่ของหลิวเยี่ยหานแล้ว แต่ยังไม่เห็นวิชากระบี่ของหลิวฉางหยวน ข้าขอขอดูวิชากระบี่ของเขาก่อน ดูจบแล้วจึงค่อยชี้แนะเจ้า!”
หลิวฉางหยวนย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แม้แต่พี่ชายลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ขั้นเทียนหยวนระดับเก้าอย่างหลิวเยี่ยหานยังถูกสยบจนยอมศิโรราบ เขาจะมีปัญญาไปคัดค้านอะไรได้?
ยิ่งไปกว่านั้น ดูท่าทางที่ศิษย์พี่เย่ให้ความเคารพต่อเมิ่งฝานอย่างยิ่ง เขาจึงไม่กล้าแสดงความไม่สุภาพต่อเมิ่งฝานแม้แต่น้อย
เขารีบพูดกับเมิ่งฝานว่า “ศิษย์พี่เมิ่ง ข้ากำลังฝึกวิชากระบี่ฟ้าคำรามฤดูใบไม้ผลิอยู่ แต่ยังไม่สามารถบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้เสียที ติดอยู่ที่คอขวด ไม่อาจก้าวข้ามไปได้” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
กระบวนดาบที่เขาฝึกนั้นไม่ได้มีแค่ฟ้าคำรามฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น
มีอีกกระบวนหนึ่งคือวิชากระบี่อัคคีที่ได้บรรลุเจตจำนงกระบี่แล้ว แต่ยังห่างไกลจากสภาวะคุกคามมากนัก จึงไม่กล้าคาดหวังว่าเมิ่งฝานจะแนะนำให้บรรลุสภาวะคุกคามได้
ดังนั้นในตอนนี้ เขาจึงกล้าพูดถึงแค่ฟ้าคำรามฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น ไม่กล้าพูดถึงวิชากระบี่อัคคี
เพราะการบรรลุเจตจำนงกระบี่นั้นง่ายกว่าการบรรลุสภาวะคุกคามมากนัก
หากเขาพูดถึงสภาวะคุกคามไปแล้วในที่สุดกลับทำไม่สำเร็จ ก็จะเสียหน้าต่อหน้าเย่ชิงหยู
สิ่งที่น่ากล่าวถึงคือ ในตอนแรกที่เขาฝึกวิชากระบี่อัคคีนั้น ก็เป็นเพราะเย่ชิงหยูฝึกกระบวนดาบนี้ เขาจึงแอบไปเรียนตาม
เสียดายที่เย่ชิงหยูไม่เคยมองมาที่เขาสักครั้งตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เคยใส่ใจเลย!
“ลองฝึกท่วงท่ากระบี่ฟ้าคำรามฤดูใบไม้ผลิให้ข้าดูก่อนสักครั้ง” เมิ่งฝานกล่าวกับหลิวฉางหยวน
วิชากระบี่ฟ้าคำรามฤดูใบไม้ผลิ เขาเคยได้พบเห็นในห้องเก็บคัมภีร์มาก่อน
เนื่องจากเคยฝึกฝนเพลงกระบี่อสนีบาตที่ท่านผู้เฒ่าหลินมอบให้แก่เขา ดังนั้นเมื่อครั้งที่พบวิชากระบี่ฟ้าคำรามฤดูใบไม้ผลิในห้องเก็บคัมภีร์ เขาจึงหยุดดูนานกว่าปกติ
พูดให้ถูกวิชากระบี่อสนีบาตนั้นเหนือกว่าวิชากระบี่ฟ้าคำรามฤดูใบไม้ผลิมากนัก เพราะวิชากระบี่อสนีบาตนั้นใกล้จะเทียบเท่าระดับสวรรค์แล้ว
ชั่วครู่ต่อมา หลิวฉางหยวนก็แสดงท่วงท่ากระบี่ฟ้าคำรามฤดูใบไม้ผลิครบทุกท่าจนจบ
เมิ่งฝานยิ้มแล้วกล่าวว่า “การค้าของเจ้าเนี่ย ง่ายที่สุดแล้ว ไปเตรียมหินวิญญาณห้าร้อยก้อนไว้เถอะ”
ก่อนหน้านี้หลิวเยียนผิงและเมิ่งฝานตกลงกันไว้ว่า การชี้แนะให้บรรลุเจตจำนงกระบี่คือห้าพ้อยหินวิญญาณ ส่วนสภาวะคุกคามกระบี่คือหนึ่งพันหินวิญญาณ
“อะไรนะ?” หลิวฉางหยวนตะลึงงันชั่วขณะ คำพูดที่เมิ่งฝานเอ่ยออกมาอย่างกะทันหันทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน
เมิ่งฝานจึงอธิบายต่ออย่างใจเย็นว่า “ความต้องการของเจ้านั้นง่ายเกินไป วันนี้ข้าก็สามารถชี้แนะให้เจ้าบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้เลย ดังนั้นจึงบอกให้เจ้าไปเตรียมหินวิญญาณไว้ก่อน!”
“เป็นไปได้อย่างไร?” หลิวฉางหยวนจ้องมองเมิ่งฝานด้วยสีหน้าประหลาดใจ ไม่เชื่อแม้แต่น้อย
เขาย่อมรู้ซึ้งถึงสถานะของตนเองดีที่สุด เป็นไปได้อย่างไรที่จะบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้ภายในวันเดียว?
เขาไม่มีคุณสมบัติพอหรอก!
หลิวเยียนผิงรีบหยิกเข้าที่เนื้อส่วนเกินตรงเอวของหลิวฉางหยวนทันที พลางกล่าวอย่างมิพอใจว่า “สั่งให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ศิษย์พี่เมิ่งจะไปหลอกท่านเพื่ออะไร?”
พี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองที่ไม่มีความทะเยอทะยานและไม่เคยเห็นโลกกว้าง ทำให้นางรู้สึกอับอายยิ่งนัก
“แต่ว่า…” หลิวฉางหยวนขมวดคิ้วมองน้องสาว ยังอยากพูดต่อ
“ไม่มีแต่ว่า!” หลิวเยียนผิงจ้องตาขึงขังไปที่หลิวฉางหยวน
“ก็ได้” หลิวฉางหยวนต้องยอมสยบต่ออำนาจมืดของน้องสาว
พูดตามตรง พี่ชายที่กลัวน้องสาวนับว่าหาดูได้ยากจริง ๆ!
หลิวเยียนผิงชำเลืองมองพี่ชายตนเอง พลางเอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “ท่านคงไม่ได้มีหินวิญญาณหรอกนะ?”
หลิวฉางหยวนหน้าแดงก่ำทันที รีบพูดว่า “เป็นไปได้อย่างไร ห้าร้อยหินวิญญาณเท่านั้นเอง”
แค่ดูสีหน้า ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นอย่างนั้น!
หลิวเยียนผิงรู้จักพี่ชายคนนี้ดีอย่างถึงแก่น
แม้แต่ห้าร้อยหินวิญญาณยังไม่มีเลย น่าสงสารจริง ๆ!
นางฉวยจังหวะที่ทุกคนไม่ทันระวัง แอบยัดหินวิญญาณระดับสูงห้าก้อนให้หลิวฉางหยวนอย่างเงียบ ๆ เพื่อรักษาหน้าให้พี่ชาย
แต่สิ่งที่นางไม่รู้นั้นคือ การเคลื่อนไหวเล็กน้อยของนางตกอยู่ในสายตาของเมิ่งฝานอย่างครบถ้วน
พูดตามตรง นี่คือสิ่งที่เมิ่งฝานเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลย
มีคำกล่าวว่า ลูกสาวต้องเลี้ยงให้อยู่สุขสบาย ลูกชายต้องเลี้ยงให้รู้จักความลำบาก แต่นี่ช่างเป็นความแตกต่างที่ห่างกันมากเกินไปสักหน่อย
เมิ่งฝานถอนหายใจในใจ แล้วแกล้งทำเป็นว่าไม่ได้เห็นเหตุการณ์นั้น เพื่อรักษาหน้าให้แก่พี่ชายผู้น่าสงสารคนนี้บ้าง
ในขณะเดียวกัน เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า หากวันใดวันหนึ่งมีลูกชายลูกสาวเป็นของตนเอง จะต้องปฏิบัติต่อลูก ๆ ให้เท่าเทียมกันอย่างแน่นอน