วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 250 กระบี่เทพเซียวเหยาที่มีที่มาน่าเกรงขาม
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 250 กระบี่เทพเซียวเหยาที่มีที่มาน่าเกรงขาม
บทที่ 250 กระบี่เทพเซียวเหยาที่มีที่มาน่าเกรงขาม
เมิ่งฝานยอมรับว่า หากเขาเห็นเพียงศพบุรุษไม่กี่ศพ เขาอาจจะไม่โกรธแค้นขนาดนี้
แต่การที่ได้เห็นร่างของหญิงสาวแรกรุ่นนอนตายเกลื่อนอยู่ที่นี่ และเห็นชัดว่าพวกนางถูกล่วงเกินอย่างทารุณ ทำให้โทสะในใจเขาพลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
ที่สำคัญที่สุดคือ ศพถูกวางทิ้งไว้โดยไม่มีการจัดการใด ๆ แม้แต่จะฝังก็ยังขี้เกียจทำ ประดุจว่าเป็นเพียงขยะที่ถูกโยนทิ้งส่งเดช
การเข่นฆ่าทำลายหญิงสาวมากมายขนาดนี้ เท่ากับว่าในโลกนี้ต้องมีชายโสดเพิ่มขึ้นอีกหลายคน ซึ่งเรื่องนี้ เมิ่งฝานที่ชาติก่อนเคยเป็นชายโสดมาก่อนย่อมไม่อาจทนรับได้จริง ๆ!
หือ?
เดี๋ยวก่อน!
เหมือนว่าตอนนี้เมิ่งฝานเองก็ยังเป็นชายโสดอยู่นี่นา…
“เจ้าคือหลิวเฉินใช่ไหม?” เมิ่งฝานจ้องมองชายผมขาวชุดดำด้วยสายตาเย็นเยียบ น้ำเสียงเย็นชาถึงที่สุด
“รู้จักชื่อข้าแล้วยังกล้ามาหาที่ตายอีกรึ? ไม่ว่าเจ้าจะวางแผนอะไรไว้ สุดท้ายก็มีแต่ทางตายทางเดียวเท่านั้น!”
หลิวเฉินจ้องเมิ่งฝานด้วยสายตาเย็นยะเยือก พลางค่อย ๆ เดินลงมาจากเตียง
เขาไม่มีความอยากรู้อยากเห็นในตัวเมิ่งฝาน และไม่อยากรู้ว่าเมิ่งฝานมาที่นี่เพื่ออะไร
เพราะในความคิดของเขา สิ่งที่ต้องทำมีเพียงแค่ฆ่าเมิ่งฝานทิ้ง แล้วจากไปจากที่นี่เสีย
ในเมื่อที่นี่ถูกเปิดโปงแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อ
เมิ่งฝานมองหลิวเฉินอย่างไร้ความรู้สึก ทว่าในดวงตามีไอสังหารแผ่ซ่านออกมา
หากหลิวเฉินตัดสินประหารชีวิตเมิ่งฝานในใจ เมิ่งฝานเองก็ตัดสินประหารชีวิตหลิวเฉินแล้วเช่นกัน!
ที่จริงก่อนหน้านี้ เมิ่งฝานตั้งใจจะเก็บหลิวเฉินคนนี้ไว้ให้หลี่เสวี่ยโหรวเป็นผู้สังหาร
เพราะความแค้นในใจของนางนั้นลึกล้ำนัก การให้นางได้ฆ่าบุตรชายของเจ้าตำหนักนกกระทาด้วยมือตัวเองจะช่วยระบายความแค้นออกมาได้ไม่น้อย
แต่ทว่าหลิวเฉินคนนี้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมแก่นพลัง ซึ่งหลี่เสวี่ยโหรวไม่ใช่คู่ต่อสู้เลย ดังนั้นเมิ่งฝานจึงต้องลงมือเอง!
จะให้ตีหลิวเฉินจนปางตายแล้วค่อยส่งให้หลี่เสวี่ยโหรวฆ่ารึ?
เมิ่งฝานไม่คิดว่าเขาจะควบคุมพลังได้แม่นยำขนาดนั้น แม้เขาจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ดูแคลนยอดฝีมือขั้นหลอมแก่นพลังจนเกินไป
เขาเป็นคนระแวดระวังและสุขุมมาโดยตลอด มั่นใจได้แต่ห้ามโอหัง!
“ฟิ้วววววว!”
แสงกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าหลิวเฉินที่เพิ่งก้าวลงจากเตียง
กระบี่หงชี่!
ในฐานะกระบี่บินประจำกายของเมิ่งฝาน อานุภาพของกระบี่หงชี่ก้าวข้ามกระบี่แพะแดงไปนานแล้ว
มันคือกระบี่ธรรมระดับสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญที่สุดคือกระบี่หงชี่เชื่อมโยงกับจิตใจของเมิ่งฝาน สั่งการได้ดั่งใจนึก
“กระบี่ธรรมรึ?” สายตาที่เย็นชาประดุจเครื่องจักรของหลิวเฉินสั่นไหวเป็นครั้งแรก แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย
ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเทียนหยวน ถึงขนาดสามารถควบคุมกระบี่ธรรมได้เชียวหรือ?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ แววตาของหลิวเฉินก็แสดงความหนักใจขึ้นมาเล็กน้อย 4
พูดกันตรง ๆ อาวุธของตัวเขาเองนั้นก็เพียงแค่ระดับศัสตราวิญญาณ ยังไม่ถึงขั้นกระบี่ธรรมเลย!
เขาซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมแก่นพลัง แถมยังมีฐานะสูงส่ง กลับยังไม่อาจครอบครองกระบี่ธรรมได้ แล้วเจ้าเด็กฝึกกระบี่ขั้นเทียนหยวนระดับเจ็ดคนนี้ มีดีอะไรถึงได้ครอบครองมัน?
ตูม!!!
หลิวเฉินกระทืบเท้าลงบนพื้น พื้นสั่นสะเทือนอย่างฉับพลัน
จากนั้นเขาชักดาบออกมา ฉวยโอกาสฟาดฟันไปที่เมิ่งฝาน
หลังจากที่เมิ่งฝานเปิดเผยกระบี่หงชี่ออกมา หลิวเฉินก็ได้เก็บความดูถูกเมิ่งฝานกลับไปแล้ว และให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะฉะนั้นเขาจึงขี้เกียจเสียเวลาพูดจา ลงมือทันที และออกหมัดแรกก็ไม่ยั้งมือเลย
แสงดาบสีดำมืดปกคลุมห้องทั้งห้อง ทำให้ห้องที่ค่อนข้างมืดหม่นอยู่แล้วนั้นยิ่งอึมครึมมากขึ้น
แสงดาบนั้นไม่น่ากลัว สิ่งน่ากลัวคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ในแสงดาบนั้น — วิญญาณดาบ!
วิญญาณดาบนั้นเป็นแนวคิดเดียวกันกับวิญญาณกระบี่
ผู้บำเพ็ญที่สามารถบ่มเพาะวิญญาณดาบและวิญญาณกระบี่ในขั้นหลอมแก่นพลังได้นั้น ล้วนเป็นบุตรแห่งฟ้าดินที่โดดเด่นที่สุดของแต่ละสำนัก
เมิ่งฝานเดิมทีคิดว่าบุตรชายของเจ้าตำหนักนกกระทาคนนี้อาจเป็นเพียงคุณชายเสเพลที่อาศัยบารมีบิดาออกไปก่อกรรมทำชั่ว (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
แต่เมื่อเห็นการโจมตีที่แฝงจิตวิญญาณดาบนี้ เขาก็รู้ทันทีว่าหลิวเฉินไม่ใช่คนเคี้ยวง่าย มองทั่วทั้งพรรคมารอินทรีสวรรค์ก็นับเป็นอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง มิใช่เพียงอาศัยบุญบารมีของบิดาเท่านั้น
“ตาย!!!”
หลิวเฉินฟันดาบลงมา ไอสังหารแผ่ซ่านรุนแรง จิตสังหารพุ่งทะยานเสียดฟ้า
คนโหดเหี้ยมมักพูดน้อย
ไม่มีการยืดเยื้อ เขาต้องการฟันเมิ่งฝานให้ตายในดาบเดียวอย่างเด็ดขาดฉับไว
เสียดายที่ผู้ที่เขาเผชิญหน้าอยู่นั้นคือเมิ่งฝาน
หากเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเทียนหยวนคนอื่น แม้แต่สัตว์ประหลาดอย่างอู๋เทียน ก็อาจจะรับดาบนี้ไม่ได้และถูกฟันจนตาย
แต่เมิ่งฝานไม่ใช่
เพราะเมิ่งฝานนั้นเป็นอัจฉริยะที่เกิดมาเพื่อการต่อสู้โดยแท้!
กระบี่หงชี่แผ่รัศมีสีแดงอันไม่มีที่สิ้นสุดออกมา เมิ่งฝานเพียงแค่นึกคิด กระบี่หงชี่ก็พุ่งออกไปรับการฟันจากวิญญาณดาบของหลิวเฉิน
จิตวิญญาณของเมิ่งฝานนั้น แม้จะได้รับการช่วยเหลือจากหลวงจีนเฒ่าจนพัฒนาขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังห่างไกลจากวิญญาณจิตที่ไร้มลทินอยู่มาก
ดังนั้นในสภาวะปกติ วิญญาณกระบี่ที่เขาฟันออกไปจึงยังขาดพลังอยู่
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เมิ่งฝานฟันออกไปในครั้งนี้จึงไม่ใช่วิญญาณกระบี่
ไม่เพียงแค่ไม่ใช่วิญญาณกระบี่เท่านั้น แม้แต่สภาวะคุกคามก็ไม่ใช่ หากแต่เป็น เจตจำนงกระบี่!
กระบี่เทพเซียวเหยา!
ในสภาวะปกติ เจตจำนงกระบี่เมื่อเผชิญกับวิญญาณกระบี่นั้น ก็ไม่ต่างจากแมลงเม่าที่จะโยกต้นไม้ หรือตั๊กแตนที่ยกขาขึ้นมาขวางล้อรถม้า
แต่เจตจำนงกระบี่ของกระบี่เทพเซียวเหยานั้นไม่ใช่เช่นนั้น!
กระบี่เทพเซียวเหยานี้เป็นหนึ่งในกระบวนกระบี่สวรรค์ที่เป็นเสาหลักของสำนักซู่ซัน และเป็นวิชากระบี่ขั้นสูงสุดที่คิดค้นโดยเจ้าสำนักซู่ซันรุ่นที่ยี่สิบเจ็ด หลี่เซียวเหยา
จุดที่แข็งแกร่งที่สุดของกระบี่นี้ไม่ได้อยู่ที่พลัง ไม่ได้อยู่ที่วิญญาณ และไม่ได้อยู่ที่เทพ…
แต่อยู่ที่เจตจำนงเทพ!
เจตจำนงกระบี่ที่ถึงขีดสุด สามารถทำลายชั้นฟ้าได้
ในอดีต หลี่เซียวเหยาเคยใช้กระบี่เทพเซียวเหยาเพียงครั้งเดียวจตจำนงกระบี่ปรากฏออกมาก็สังหารเจ้าลัทธิบูชาพระจันทร์ที่เก่งกาจไร้เทียมทานในยุคนั้นได้ในพริบตา
ก่อนหน้านี้ในตอนที่อยู่ในวิหารเทพกระบี่พร้อมกับอู๋เทียนเพื่อซึมซับศิลาเทพกระบี่ เมิ่งฝานมีความเข้าใจในวิถีกระบี่ใหม่
นอกเหนือจากวิชาหมื่นกระบี่คืนสำนักที่ชัดเจนขึ้นแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าถึงแก่นแท้ของวิชากระบี่
กระบวนกระบี่นั้น ไม่ใช่ว่าระดับยิ่งสูงก็ยิ่งแข็งแกร่งเสมอไป
อย่างเช่นกระบี่เทพเซียวเหยานี้ หากฝึกเจตจำนงกระบี่จนถึงขีดสุด กลับไม่ได้อ่อนแอกว่าวิญญาณกระบี่เลย อาจแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ!
นั่นคือทฤษฎี!
ทว่าในความเป็นจริง วินาทีต่อมาเจตจำนงของกระบี่เทพเซียวเหยาของเมิ่งฝาน กลับถูกจิตวิญญาณดาบของหลิวเฉินทำลายลง
วิชากระบี่ต่อให้มีที่มาน่าทึ่งหรือเบื้องหลังยิ่งใหญ่เพียงใด เมื่อคนใช้ต่างกัน อานุภาพย่อมต่างกันด้วย
แน่นอนว่าเมิ่งฝานไม่อ่อนแอ เรียกได้ว่าแข็งแกร่งมากด้วยซ้ำ
แต่ทว่าหลิวเฉินคนนี้แข็งแกร่งกว่า!
ในจังหวะที่เจตจำนงกระบี่ถูกทำลาย เมิ่งฝานก็ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าดูแย่ลงกว่าเดิม
“เสี่ยวชิง!!!” เมิ่งฝานตะโกนลั่น
พร้อมกับเสียงเรียกของเมิ่งฝาน เงาร่างยักษ์สีเขียวก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ยืนตระหง่านอยู่ระหว่างเมิ่งฝานและหลิวเฉิน เพื่อต้านทานอานุภาพที่เหลืออยู่ของจิตวิญญาณดาบนั้น
“หือ?” สีหน้าของหลิวเฉินฉายแววประหลาดใจ เขาจ้องมองเมิ่งฝานอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ทั้งกระบี่ธรรม ทั้งสัตว์เลี้ยงอสูรระดับมหาอสูร
หลิวเฉินคิดว่าตัวเองเป็นพวกทายาทรุ่นสองที่มีภูมิหลังยิ่งใหญ่แล้ว ไม่นึกเลยว่าเจ้าเด็กตรงหน้าจะมีสมบัติพัสถานมากกว่าเขา แถมยังมากกว่าหลายเท่าตัวนัก!
เจ้าเป็นใครกันแน่?” หลิวเฉินมองเมิ่งฝาน และเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกสนใจในตัวตนของอีกฝ่าย
ก่อนหน้านี้เขาแค่อยากจะฆ่าเมิ่งฝานทิ้งอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะถาม แต่ตอนนี้เขายังคงอยากฆ่าเมิ่งฝานอยู่ เพียงแต่รู้สึกว่าเมิ่งฝานมีคุณสมบัติพอที่จะบอกชื่อให้เขารู้แล้ว
เขาฆ่าคนมานับไม่ถ้วน การที่ใครสักคนจะถูกเขาจดจำชื่อได้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง!