วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 93 กระบี่หวนคืน... สังหารสิ้นสิบทิศ!
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 93 กระบี่หวนคืน... สังหารสิ้นสิบทิศ!
บทที่ 93 กระบี่หวนคืน… สังหารสิ้นสิบทิศ!
เจ้ารีบร้อนนักหรือ?
ย่อมแน่นอนว่าข้ารีบร้อน…
ข้ารีบร้อนจะปลิดชีพเจ้าให้ลงนรกไปเสียเดี๋ยวนี้ต่างหาก!
นี่คือเจตนาสังหารที่แท้จริง มิใช่ความหมายอื่นใด
นางอสูรคลี่ยิ้มพึงใจพลางยื่นมือหยกอันเนียนนุ่มออกมา ฉุดรึงเมิ่งฝานให้ก้าวเดินตรงไปยังเตียงหลังใหญ่ ทันทีที่ร่างของเขาถูกผลักให้ล้มลงบนฟูกนุ่ม สิบลมหายใจที่นัดหมายไว้กับหงชี่ก็บรรจบครบรอบพอดี!
ในชั่วพริบตา พันธนาการที่หนักอึ้งพลันสลายไป ร่างกายของเมิ่งฝานกลับมาเบาสบายและคล่องตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เคร้ง!
นิ้วหัวแม่มือของเขาดีดเข้าที่กระบังกระบี่อย่างแรง ส่งให้กระบี่หงชี่พุ่งออกจากฝักวาววับดุจประกายไฟ
“เจ้าเดรัจฉานต่ำช้า! กล้าดีอย่างไรจะมาสร้างราคีให้แก่ข้า ไปลงนรกเสียเถิด!”
เมิ่งฝานคำรามก้องด้วยโทสะที่ระเบิดออกมา วาดกระบี่หงชี่ออกเป็นแนวขวางในขณะที่ตัวเขายังคงนอนหงายอยู่บนเตียง
ด้วยความเร่งรีบในสถานการณ์วิกฤต เขาทำได้เพียงปลดปล่อย ‘เจตจำนงสังหารอสูร’ ออกไปเพียงหนึ่งเสี่ยง แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับจุดประสงค์ในตอนนี้ เขาเพียงต้องการบีบให้นางอสูรถอยห่างออกไป มิได้หวังจะสังหารนางในคราวเดียว
แม้พลังของคมกระบี่นี้จะมิใช่ระดับสูงสุด แต่การจู่โจมที่ฉับพลันเหนือความคาดหมายก็ทำให้นางอสูรตระหนกตกใจจนต้องผงะถอยร่นออกไปได้สำเร็จ!
เมิ่งฝานดีดตัวลุกขึ้นยืนในทันที เขาไม่กล้าลังเลแม้เพียงเสี้ยววินาที เพราะเกรงว่าหากช้าไปเพียงนิด ร่างกายอาจถูกอำนาจมืดของนางสะกดไว้อีกครั้ง เมื่อบีบให้นางถอยห่างได้แล้ว เขาจึงเริ่มเปิดฉากจู่โจมที่แท้จริง!
“กระบี่… มา!!!”
เสียงคำรามดุดันกึกก้องไปทั่วโถงวิหาร
ในดินแดนอสูรที่พลังฝึกปรือถูกกดทับเช่นนี้ เมิ่งฝานมิอาจใช้อาคมบังคับกระบี่ของผู้อื่นได้ และต่อให้ทำได้ รอบกายเขาก็มีเพียงซากศพของเนี่ยปิงเท่านั้น ส่วนสนามรบทางทิศใต้ก็อยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง
ทว่าท่วงท่า ‘กระบี่มา’ ของเขานั้นหาใช่เพียงการเรียกหาศาสตรา แต่มันคือแก่นแท้ขั้นสูงของวิชาควบคุมกระบี่ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้อาวุโสหลิน และถูกยกระดับโดยการหลอมรวมศาสตร์กระบี่นับหมื่นแขนงเข้าด้วยกัน จนสามารถควบแน่น ‘เจตจำนง’ ให้กลายเป็น ‘คมศาสตรา’ ได้ทุกรูปแบบตามใจปรารถนา!
หากใครคิดว่าในห้องโถงที่ไร้กระบี่แห่งนี้ เมิ่งฝานจะไร้พิษสงผู้นั้นคิดผิดมหันต์!
สิ้นเสียงประกาศศักดา กระแสพลังกระบี่นับไม่ถ้วนก็ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าภายในโถงวิหาร บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยวด้วยไอสังหารที่เย็นเฉียบ
เจตจำนงกระบี่ วารีคลั่ง!
เจตจำนงกระบี่ อสนีบาตสะท้านนภา!
เจตจำนงกระบี่ ปักษาเวหา!
เจตจำนงกระบี่ พิฆาตอสูร!
เจตจำนงกระบี่ ทลายขุนเขา!
เจตจำนงกระบี่ ไร้อารมณ์แห่งมหาจักรพรรดิ!
เจตจำนงกระบี่ หงส์ชาด!
เจตจำนงกระบี่ ดาราพรายแสง!
…
กระแสเจตจำนงกระบี่กว่าพันสายควบแน่นขึ้นภายในท้องพระโรง พลังอำนาจที่แผ่ออกมานั้นยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย จนบรรยากาศโดยรอบสั่นสะเทือนด้วยไอสังหารที่เย็นเฉียบถึงกระดูก
หากผู้ฝึกปรือกระบี่บรรลุถึงขีดสุดของศาสตร์แขนงนั้น ๆ ย่อมสามารถปลุก ‘เจตจำนงกระบี่’ ให้ตื่นขึ้นได้โดยมิพึ่งพาปราณแท้แม้แต่น้อย อาศัยเพียงความเข้าใจอันถ่องแท้ในวิถีแห่งศัสตราวุธเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้เมิ่งฝานตระหนักรู้แจ้งมานานแล้ว
ดังนั้น ยามที่เขารังสรรค์ท่า ‘กระบี่มา’ ขึ้นมา เขาจึงมุ่งเน้นไปที่การ “หยิบยืมกระบี่จากความว่างเปล่า” เพราะในสมรภูมิที่แท้จริง มิใช่ทุกคราที่จะมีกระบี่กายภาพให้เขาหยิบฉวยได้เสมอไป
ท่ากระบี่ที่เมิ่งฝานทุ่มเทแรงกายแรงใจค้นคว้ามาอย่างหนักหน่วง จะเป็นเพียงวิชาขับกระบี่ดาด ๆ ได้อย่างไร?
นี่คือมหาวิถีกระบี่แห่งปฐมกาลที่เขาหลอมรวมศาสตร์กระบี่นับหมื่นแขนงเข้าด้วยกัน จนบังเกิดเป็นปฐมบทแห่งคัมภีร์เอกลักษณ์ ‘หมื่นกระบี่คืนสำนัก’
อานุภาพของมันก้าวข้ามขีดจำกัดของกระบี่วิทยาทั้งปวง อย่างน้อยก็เหนือล้ำกว่าทุกตำราที่เมิ่งฝานเคยอ่านผ่านตาในหอคัมภีร์สำนักซู่ซัน
นางอสูรยืนตะลึงลานจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา ริมฝีปากงามอ้าค้างด้วยความตระหนกขีดสุด มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ มนุษย์ที่ย่างกรายเข้าสู่แดนอสูร มิใช่ว่าพลังฝึกปรือต้องถูกสะกดจนสิ้นหรอกหรือ ภาพเจตจำนงกระบี่นับพันสายที่ล่องลอยอยู่ตรงหน้านี้ เป็นสิ่งที่รังสรรค์ขึ้นได้โดยมิใช้ปราณแท้จริงหรือ?
เหลวไหลสิ้นดี!!!!
ทว่าความจริงกลับปรากฏชัดเจนต่อหน้า เมิ่งฝานมิได้ใช้พลังหลิงหยวนแม้แต่หยดเดียว เขาอาศัยเพียง ‘สภาวะกระบี่’ ล้วน ๆ ทว่าด้วยพรสวรรค์ระดับ ‘วิถีกระบี่บรรลุเทพ’ และการหนุนนำจากมหาทางแห่ง ‘หยวนซื่อ’ ทำให้เขาสามารถรังสรรค์ท่วงท่าที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นถึงเพียงนี้ได้
“เจ้า… เจ้าเป็นใครกันแน่!”
นางอสูรแผดร้องด้วยความตื่นตระหนก นางมิอาจวางท่าเย้ายวนหรือโอหังได้อีกต่อไป
เมิ่งฝานหาได้แยแสต่อคำถามนั้น เขาคำรามกลับด้วยโทสะที่ยังมิมอดดับ
“เจ้ามิใช่ว่าอยากสนุกนักหรอกหรือ? เช่นนั้นวันนี้ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าสนุกจนลืมตาย!!!”
ลำแสงกระบี่นับพันสายพุ่งทะยานเข้าใส่นางอสูรดุจห่าฝน ทิ่มแทงร่างของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอบข้ามาสิ ว่าเจ้ายังสุนกอยู่หรือไม่!
ทว่าแม้จะกุมความได้เปรียบ เมิ่งฝานก็หาได้ประมาทประมาทเขายังคงจดจำคำเตือนของหงชี่ได้แม่นยำว่าเขามีโอกาสเพียงคราเดียวเท่านั้น หากพลาดพลั้งไป คนที่จะพินาศย่อมเป็นตัวเขาเอง
ดังนั้นทันทีที่กระบวนท่าแรกสิ้นสุดลง เมิ่งฝานจึงรุกไล่ต่อด้วยท่าที่สองของคัมภีร์หมื่นกระบี่คืนสำนักในทันที!
‘สิบทิศดับสูญ’
ในเมื่อตัดสินใจจะลงมือแล้ว ก็ต้องทุ่มเทสุดกำลังมิให้เหลือร่องรอย มิเช่นนั้นย่อมเป็นการสร้างปัญหาให้ตนเองในภายหลัง และสิ่งที่เขากังวลก็เป็นจริง เพราะแม้เจตจำนงกระบี่นับพันจะกระหน่ำแทงร่างนางอสูร แต่นางกลับมิได้สิ้นใจลงในทันที แม้นางจิ้งจอกจะมิได้มีกายาเหล็กไหลเช่นอสูรวัว แต่นางก็อยู่ในระดับกึ่งราชาอสูร ตบะของนางแข็งแกร่งเกินกว่าที่ศิษย์คนใดในแดนอสูรจะต้านทานไหว ยกเว้นเพียงเมิ่งฝานผู้นี้เท่านั้น!
ยามนี้สีหน้าของนางอสูรเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นหวาดผวาขีดสุด นางสัมผัสได้ถึงเงื้อมมือมัจจุราชที่กำลังเอื้อมมาปลิดวิญญาณ
มนุษย์ที่ตบะยังมิทะลวงขั้นรวมแก่นพลัง แถมยังถูกกฎแห่งดินแดนกดทับไว้ กลับสามารถทำให้นางสัมผัสได้ถึง ‘ความตาย’ ได้จริง ๆ หรือ?
ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใด ณ วินาทีนี้ นางยอมละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อร้องขอชีวิต!
“หยุดก่อน! อย่าฆ่าข้า!”
“ข้ายอมสยบแทบเท้าเจ้า! ขอเพียงไว้ชีวิต ข้ายอมสละดวงวิญญาณเป็นทาสรับใช้ ชีวิตและความตายของข้าล้วนอยู่ในกำมือเจ้า เจ้าจะสั่งให้ข้าทำสิ่งใดข้าล้วนยินยอมทั้งสิ้น!”
“ข้ายอมเป็นข้าช่วงใช้ จะให้ข้าคุกเข่าปรนนิบัติเพียงใดข้าก็ยอม ขอเพียงอย่าฆ่าข้า ข้ายอมทำทุกอย่างแล้ว!!”
…
คำวิงวอนขอชีวิตอย่างสิ้นหวังจากริมฝีปากงามของนางอสูรนั้น หากเป็นบุรุษอื่นย่อมต้องใจอ่อนระยวยจนเสียการควบคุม ทว่าน่าเสียดายที่เมิ่งฝานหาได้ไยดีต่อเสน่ห์เย้ายวนเหล่านั้นแม้แต่น้อย
สำหรับเขานางอสูรเช่นนี้มีเพียงสถานะเดียวที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย นั่นคือ ‘ความตาย’ เท่านั้น!
การเลี้ยงดูปีศาจเจ้าเล่ห์ไว้ข้างกายหาใช่การเพิ่มบารมีหรือหาความตื่นเต้น แต่มันคือการรนหาที่ตายโดยแท้
ในเสี้ยววินาทีที่ท่วงท่า ‘สิบทิศดับสูญ’ สำแดงฤทธานุภาพ เจตจำนงกระบี่นับหมื่นแสนสายพลันม้วนตัวเข้าหากันราวกับพายุคลั่ง โอบล้อมร่างของนางอสูรไว้กึ่งกลางก่อนจะระเบิดออกอย่างรุนแรงปานถล่มฟ้าทลายดิน!
มวลพลังที่ปะทุออกมานั้นดุดันเสียจนน่าหวาดหวั่น มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่าการระเบิดพลีชีพของยอดฝีมือระดับสวรรค์หยวนเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่เขามิได้ใช้ปราณแท้แม้เพียงกระผีกริ้น นี่คือความคมกริบอันไร้ที่เปรียบของศาสตร์กระบี่จากคัมภีร์ ‘หมื่นกระบี่คืนสำนัก’ ทรงพลังอย่างแท้จริง และไร้ซึ่งสิ่งใดจะหาญกล้าต้านทาน!
นี่คือรากฐานอันมั่นคงแห่งวิถีกระบี่ของเมิ่งฝาน และคือความเกรียงไกรแห่งมหาวิถีกระบี่ ‘หยวนซื่อ’ อย่างที่สุด
ชั่วอึดใจต่อมา ฝุ่นควันและไอสังหารเริ่มจางลง
เมื่อกระบวนท่าสิบทิศดับสูญสิ้นสุดลง มิเพียงเจตจำนงกระบี่นับหมื่นจะสลายไป ทว่าร่างของนางอสูรที่เคยงดงามปานล่มเมืองก็มลายสิ้นไปพร้อมกัน สิบทิศดับสูญ สมนามกรอย่างแท้จริง!
บนพื้นพระวิหารอันโอ่อ่า ยามนี้หลงเหลือเพียงเศษโลหิตและชิ้นเนื้อกระจัดกระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า นางอสูรมิเพียงไร้ซึ่งลมหายใจ ทว่าแม้แต่ร่างที่สมบูรณ์ก็มิอาจรักษาไว้ได้แม้แต่ชิ้นเดียว
ทว่าท่ามกลางกองโลหิตที่นองพื้นนั้น สายตาของเมิ่งฝานกลับเหลือบไปเห็นวัตถุชิ้นหนึ่งที่เปล่งประกายสีแดงเข้ม
มันคือ ‘แก่นอสูร’ ขนาดมหึมา!
แก่นอสูรเม็ดนี้ล้ำค่าจนประเมินมิได้ เพราะมันคือแก่นวิญญาณของอสูรระดับกึ่งราชา ซึ่งหาใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะมีวาสนาได้ครอบครอง เมิ่งฝานมิได้รังเกียจคราบเลือดที่ติดอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมาและเก็บรักษาไว้อย่างรวดเร็วทันที