วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 130 ทฤษฎีคะแนนเต็ม สะเทือนไปทั้งงาน!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 130 ทฤษฎีคะแนนเต็ม สะเทือนไปทั้งงาน!
“เริ่มแล้วโว้ย! เปิดฉากแล้ว!”
“รอจนรากจะงอก ในที่สุดการสอบจำลองก็เริ่มขึ้นซะที!”
“นั่นสิ รอมาตั้งหลายวัน ในที่สุดก็จะได้เห็นอัจฉริยะแดนใต้ของพวกเราโชว์ของสักที… แต่เดี๋ยวนะ ทำไมบนบอร์ดถึงมีชื่อพวกสัตว์ประหลาดจากจิงตูกับเขตเหนือโผล่มาด้วยวะ?”
ไม่ว่าจะเป็นคลื่นฝูงชนที่อัดแน่นอยู่ภายในสนามกีฬา หรือผู้ชมที่เกาะจอยักษ์อยู่ด้านนอก ต่างก็พากันจดจ้องตารางคะแนนเป็นตาเดียว
ถึงแม้บนจอยักษ์จะไม่ได้ถ่ายทอดสดภาพการทำข้อสอบจากมิติเสมือนจริงให้เห็น แต่เพียงแค่มองตัวเลขคะแนนของเหล่าอัจฉริยะที่เด้งรันขึ้นมา ทุกคนก็พอจะคาดเดาสถานการณ์เดือดดาลด้านในได้แล้ว
ก็แหงล่ะ สำหรับการสอบภาคทฤษฎี ภาพประกอบอะไรเทือกนั้นมันไม่ได้สลักสำคัญเท่ากับตัวเลขคะแนนที่ไล่บี้กันหรอก
ทว่า การที่รายชื่ออัจฉริยะต่างถิ่นจากจิงตูและเขตเหนือมาโผล่หราอยู่บนตารางของภูมิภาคใต้ มันก็สร้างความงุนงงให้ผู้ชมจำนวนไม่น้อย
“ช่างหัวมันดูๆ ไปเถอะ ไม่ว่าจะมาจากแดนใต้หรือเขตเหนือ ยังไงก็ถือเป็นยอดอัจฉริยะแห่งต้าเซี่ยของพวกเราทั้งนั้นแหละวะ!” ผู้ชมบางคนไม่ใส่ใจรายละเอียดหยุมหยิม
…
ณ ห้องรับรอง VIP ระดับสูงของสมาคมผู้ฝึกยุทธ์
กลุ่มบุคคลใหญ่โตกำลังนั่งทอดสายตามองจอภาพขนาดใหญ่อย่างเงียบงัน ‘หนานหวัง’ เองก็นั่งตระหง่านอยู่บนตำแหน่งประธานในห้องนี้ด้วยเช่นกัน
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าลูกศิษย์ของเป่ยหวังกับเม่ยหวังจะโผล่มาแจมที่นี่ด้วย แต่ก็นะ… พอศิษย์ของราชันพิฆาตมังกรปรากฏตัว สองคนนั้นก็คงนั่งไม่ติดเก้าอี้กันแล้วล่ะ”
ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้งแค่นหัวเราะเยาะ คนผู้นี้คือ ‘เหยียนอู่’ ตัวแทนจากสถาบันยุทธ์จิงอู่ และเขายังเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์สุริยัน!
สถาบันยุทธ์จิงอู่ คือหนึ่งในห้าสถาบันยักษ์ใหญ่แห่งต้าเซี่ย ซึ่งประกอบไปด้วย สถาบันจิงอู่, หมัวตู, โรงเรียนทหารที่หนึ่ง, จู่หลง และอวิ๋นตวน
กฎเหล็กข้อเดียวของการผงาดขึ้นเป็นห้าสถาบันใหญ่ได้ คือต้องมียอดฝีมือระดับ ‘ราชัน’ นั่งแท่นคุมกะลาหัวอยู่! กล่าวได้ว่า อธิการบดีของทั้งห้าสถาบัน ล้วนเป็นตัวตนระดับราชันที่ชื่อเสียงสะท้านฟ้าทั้งสิ้น!
“แบบนี้สิถึงจะบันเทิง สอบจำลองแค่รอบเดียว กลับดึงดูดผู้สืบทอดของระดับราชันมาลุยได้ถึงสี่คน… ท่านหนานหวัง คุณชายของท่านรั้งอันดับที่แปดสิบห้าในทำเนียบอัจฉริยะระดับประเทศ ดูทรงแล้ว แชมป์การสอบจำลองครั้งนี้ คงไม่แคล้วตกเป็นของท่านแล้วล่ะมั้งครับ!” ชายชราลูบเคราหัวเราะร่วน เขาคือ ‘หูซื่อ’ ตัวแทนระดับสูงจากสถาบันอวิ๋นตวน
หนานหวังปรายตามองหน้าจอพลางยกยิ้มมุมปาก
“ก็แค่เด็กอมมือที่รั้งท้ายในทำเนียบอัจฉริยะเท่านั้น ยังห่างชั้นอีกเยอะ”
แม้ปากจะเอ่ยถ่อมตัว แต่น้ำเสียงกลับแฝงความเย่อหยิ่งและภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด
การจะเบียดแทรกเข้าสู่ทำเนียบอัจฉริยะระดับประเทศได้ด้วยวัยเพียงสิบแปดปีนั้น มันคือนรกขนานแท้ นับประสาอะไรกับลูกชายของเขาที่ทะยานไปถึงอันดับที่แปดสิบห้าได้สำเร็จ… จะบอกว่าไม่ร้ายกาจก็คงเป็นการโกหกคำโตแล้ว
ท่ามกลางเสียงประจบสอพลอ มีเพียงชายวัยกลางคนซอมซ่อที่นั่งรั้งท้ายสุดของห้องเท่านั้น ที่เอาแต่นั่งกอดกล่องกระบี่โบราณหลับตาเงียบๆ ไม่ปริปากแม้แต่ครึ่งคำ
เหยียนอู่ปรายตามองชายซอมซ่อ แววตาฉายความเย้ยหยัน
“ว่าแต่พี่หลี่… สถาบันยุทธ์เฉียนหลงถ่อมาถึงแดนใต้แบบนี้ ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากเลยนะ ปกติพวกคุณหยิ่งยโสรักสันโดษ ไม่เคยก้มหัวเชิญชวนนักเรียนก่อนไม่ใช่หรือไง? ทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงโผล่หัวมาได้ล่ะ หรือว่า… สถาบันใกล้จะเจ๊งจนพยุงตัวไม่ไหวแล้วล่ะสิ?”
หลี่ฉางเซิงปรายตาอันเย็นเยียบมองสวนกลับ
“ถ้าแกพ่นคำพูดหมาๆ ออกมาอีกคำเดียว ฉันไม่รังเกียจที่จะช่วยเย็บปากแกให้หรอกนะ”
“แก!”
ใบหน้าของเหยียนอู่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะแสยะยิ้มเยาะ “ฉันพูดแทงใจดำหรือไง? สถาบันยุทธ์เฉียนหลงมันใกล้จะถึงทางตันแล้ว! ลองนึกดูสิ… ตอนที่ท่านอธิการบดีเฒ่าแห่งเฉียนหลงยังมีชีวิตอยู่ สถาบันพวกแกยิ่งใหญ่คับฟ้าขนาดไหน? ใครจะไปคิดว่าพอตกมาอยู่ในมือพวกแก สภาพกลับหมาไม่แดกย่ำแย่ลงทุกปี แถมวันนี้… พวกแกยังกล้าทรยศเจตนารมณ์สุดท้ายของท่านอธิการบดีเฒ่าอีกต่างหาก!”
สิ้นคำรามเย้ยหยัน!
เสียง เช้ง! พลันดังกังวานกึกก้อง!
กระบี่ยาวสนิมเขรอะเล่มหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าจ่อคอหอยของเหยียนอู่ในชั่วพริบตา! รังสีอำมหิตเย็นเยียบเสียดแทงกระดูก ราวกับว่าหากเหยียนอู่ขยับปากพ่นลมหายใจออกมาอีกแม้แต่เฮือกเดียว หัวของมันจะหลุดจากบ่าทันที!
เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลอาบใบหน้าเหยียนอู่
“พอได้แล้ว!” หนานหวังขมวดคิ้ว ตวาดเสียงต่ำ
หลี่ฉางเซิงถึงยอมชักกระบี่มรณะกลับเข้าฝัก เขาปลดน้ำเต้าสุราข้างเอวขึ้นมากรอกใส่ปากอึกใหญ่ ก่อนจะปาดปากเอ่ยเสียงเรียบเย็น
“ใครหน้าไหนบอกพวกแกกัน… ว่าฉันมาเพื่อรับสมัครนักเรียน?”
“ที่ฉันถ่อมาถึงนี่… ก็แค่มากันหมาหน้าด้านบางตัว ที่คิดจะใช้อำนาจมืดข่มขู่พวกรุ่นเยาว์ก็เท่านั้นแหละ”
พูดจบ เขาก็คร้านจะเสวนาต่อ ทิ้งตัวลงนั่งพิงเก้าอี้ กระดกเหล้าจิบไปพลาง ปิดเปลือกตาลงไม่สนใจจะเสวนาปราศรัยกับใครหน้าไหนอีก
“หึ!”
ส่วนลึกในดวงตาเหยียนอู่สาดประกายเคียดแค้นอำมหิตผ่านวูบ เขาแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างหัวเสีย หันขวับกลับไปจ้องมองหน้าจอแทน
…
ตัดกลับมาที่มิติเสมือนจริง
ซูอวี่เพิ่งเหยียบเท้าลงบนบันไดหินขั้นแรก วูบ! จู่ๆ ภาพโฮโลแกรมของสมุนไพรวิญญาณสองชนิดก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[**คำถาม: สมุนไพรวิญญาณชนิดใดด้านล่างนี้ มีสรรพคุณกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต สลายเลือดคั่ง และช่วยยกระดับความเข้มข้นของสายเลือด?**]
คิ้วของซูอวี่เลิกขึ้นเล็กน้อย เขาแค่ปรายตามองแวบเดียว ก็กดเลือกคำตอบอย่างไม่ลังเล!
ติ๊ง! ทันทีที่ตอบถูก บันไดขั้นที่สองก็สาดแสงสว่างวาบขึ้นมาเป็นทางเดิน ซูอวี่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้าวขึ้นไปยืนบนขั้นที่สองอย่างชิลๆ
“ที่แท้ก็เล่นเกมถามตอบแบบนี้นี่เอง… หมูตู้ชะมัด!”
เขาแหงนหน้ามองบันไดอีกเก้าสิบกว่าขั้นที่ทอดยาวขึ้นไปบนยอดเขา สำหรับการสอบภาคทฤษฎี เป้าหมายเดียวในหัวของซูอวี่คือ ‘คะแนนเต็ม’ เท่านั้น!
ไม่ว่าจะเป็นคลังความรู้ตอนอยู่เมืองเหิงเฉิง หรือตำราที่ยัดเข้าสมองตอนติวเข้มในค่ายอัจฉริยะ ฐานข้อมูลทฤษฎีของซูอวี่ในตอนนี้เรียกได้สมบูรณ์แบบ! มันไม่ได้มีความท้าทายอะไรเลยสักนิด!
คิดได้ดังนั้น ซูอวี่ก็เริ่มเร่งความเร็ว กดตอบคำถามด้วยความเร็วแสงทันที!
และในเวลาเดียวกัน โลกความเป็นจริงภายนอกมิติเสมือน
สายตานับแสนคู่ต่างจับจ้องไปที่จอยักษ์อย่างไม่กะพริบ เฝ้ามองรายชื่อบนตารางที่กำลังกะพริบรีเฟรชอันดับสลับไปมาอย่างบ้าคลั่ง!
[**อันดับที่ 1: ทังเนี่ยนปิง – 25 คะแนน**]
[**อันดับที่ 2: หนานโส่วเหริน – 24 คะแนน**]
[**อันดับที่ 3: อู๋หลิงเอ๋อร์ – 24 คะแนน**]
[**อันดับที่ 4: อวิ๋นซิ่ว – 23 คะแนน**]
สี่อันดับบนสุดตาราง คือตัวเต็งสัตว์ประหลาดที่จะเบียดแย่งมงกุฎแชมป์การสอบจำลองครั้งนี้ไปครองอย่างเห็นได้ชัด!
“โอโห! ทังเนี่ยนปิงคนนี้น่ากลัวชะมัด ผ่านไปแค่ไม่กี่นาที โกยไปยี่สิบห้าแต้มแล้ว เอาเรื่องสุดๆเลยว่ะ!”
“ใช่เลย ร้ายกาจมาก! แต่หนานโส่วเหรินก็ไม่ใช่ย่อยนะเว้ย ได้ยินมาว่าเขาบรรลุถึงขอบเขตกายาทองคำขั้นสามแล้ว แถมยังเป็นกายาทองคำไร้มลทินในตำนานอีกต่างหาก!”
“จุ๊ๆๆ การสอบครั้งนี้ถือเป็นสมรภูมิรวมพลปีศาจขนานแท้เลยแฮะ!”
หลายคนต่างพากันอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
“เอ๊ะ… แล้วทำไมบอร์ดท็อปๆ ไม่เห็นชื่อซูอวี่เลยวะ? อ้อ นู่นไง! ร่วงไปอยู่อันดับที่สิบสี่นู่นเลย!”
“ซูอวี่? ซูอวี่นี่ใครวะ?”
“ไอ้บ้า! ขนาดซูอวี่แกยังไม่รู้จักอีกเหรอ? นั่นน่ะลูกศิษย์ของราชันพิฆาตมังกรเชียวนะโว้ย! ตอนที่รอยแยกมิติหมื่นเผ่าพันธุ์แตกที่เมืองเหิงเฉิง ซูอวี่นี่แหละที่เป็นคนลงมือเชือดปรมาจารย์จันทราตายคาที่เลยนะเว้ย!”
“ชิ! ก็แค่เกาะใบบุญยืมพลังคนอื่นดังไม่ใช่หรือไง? มีอะไรให้น่ายกย่องตรงไหนวะ” ใครบางคนแค่นเสียงเหยียดหยาม
“อีกอย่าง ตอนนี้ซูอวี่ก็รั้งอยู่อันดับที่สิบสี่ ยังไม่ติดสิบอันดับแรกด้วยซ้ำ ฉันว่านะ… ข่าวลือพวกนั้นก็แค่การปั่นกระแสของเจียงหนานเพื่อสร้างภาพเท่านั้นแหละ โม้เกินจริงไปเยอะ!”
หลายคนเริ่มตั้งแง่หมั่นไส้ซูอวี่ขึ้นมา ก็แหงล่ะ ในความเชื่อที่ฝังหัวของพวกเขา มณฑลที่สอบได้อันดับโหล่มาทุกปีอย่างเจียงหนาน จะไปมีปัญญาปั้นอัจฉริยะของจริงออกมาได้ยังไง? มันก็แค่พวกเด็กเส้นขี้โม้เท่านั้นแหละ!
ทว่า… ในจังหวะที่คลื่นฝูงชนกำลังสาดน้ำลายดูถูกอยู่นั้นเอง!
ชื่อของ ‘ซูอวี่’ บนจอยักษ์ พลันพุ่งทะยานแหวกตารางขึ้นมาราวกับติดจรวดอวกาศ!
[**อันดับ 13!**]
[**อันดับ 12!**]
[**อันดับ 11!**]
…
[**อันดับ 5!!**]
เพียงพริบตาเดียวแค่สองสามนาที คะแนนของซูอวี่ก็ดีดกระฉูดรวดเดียวทะลุ 40 แต้ม! พุ่งเสียบเข้าชิงอันดับที่ห้าของตารางได้อย่างบ้าคลั่ง!
ความเปลี่ยนแปลงแบบช็อกโลกนี้ ทำเอาผู้ชมทั้งหมดถึงกับวิญญาณหลุดสะท้านไปทั้งอารีน่า!
“อะไรวะเนี่ย!”
“อันดับของซูอวี่ดีดพรวดเดียวขึ้นที่ห้าเลยเรอะ!”
“บ้าไปแล้ว! หรือว่าตอนแรกมันแกล้งออมมือวะ? ไม่น่าจะใช่นะเว้ย!”
ผู้ชมนับไม่ถ้วนต่างรูม่านตาหดเกร็ง แหกปากอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ชั่วขณะนั้น ซูอวี่ก็กลายเป็นพายุหมุนลูกใหญ่ที่ดูดทุกสายตาให้มาจับจ้องทันที
“ต่อให้พุ่งแรงแค่ไหน ก็มาตันแค่อันดับห้านั่นแหละวะ! ลองดูสี่สัตว์ประหลาดข้างหน้าสิ นั่นน่ะระดับท็อปของประเทศทั้งนั้นเลยนะเว้ย!”
“ใช่! โดยเฉพาะลูกชายท่านหนานหวัง ตอนนี้ฟาดโจทย์ไปตั้งห้าสิบข้อแล้ว! ยิ่งเจาะลึก ความยากของโจทย์ก็ยิ่งวิปริตมหาโหด ถึงตอนแรกซูอวี่จะสปีดแรง แต่เดี๋ยวเครื่องก็ต้องพังความเร็วตกอยู่ดี!”
“นั่นสิ! พวกแกลองดูสปีดซูอวี่ตอนนี้ดิ มันเริ่มช้าลงแล้วเห็นมั้ย?”
ทุกคนพากันวิจารณ์ออกรสออกชาติ ราวกับเป็นกูรูผู้หยั่งรู้
ทว่า… สิ้นคำสบประมาทยังไม่ทันขาดคำ!
ตัวเลขคะแนนหลังชื่อของซูอวี่ ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง พุ่งทะยานขึ้นไปอีกระลอก!
[**40 คะแนน!**]
[**45 คะแนน!**]
[**50 คะแนน!**]
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีสั้นๆ คะแนนของซูอวี่เด้งพรวดเดียวชน 50 แต้ม! ถีบ ‘อวิ๋นซิ่ว’ ร่วงจากเก้าอี้ แซงขึ้นไปครองอันดับสี่อย่างไม่เห็นฝุ่น!
“เห้ยยยยย!”
พวกที่เพิ่งพ่นน้ำลายด่าไปหมาดๆ ถึงกับสูดลมหายใจเย็นเฉียบเข้าปอดดังกอม
“หึ… ในฐานะศิษย์ของราชันพิฆาตมังกร การจะแซงอวิ๋นซิ่วได้ก็ถือเป็นเรื่องเบสิกอยู่แล้วแหละ แต่ถ้าคิดจะปีนข้ามหัวคุณชายของท่านหนานหวังล่ะก็… ขอบอกเลยว่าฝันไปเถอะ!”
“ฉันเดาว่าลิมิตซูอวี่คงมาสุดแค่นี้แหละว่ะ”
“หึๆ ฉันว่าไม่แน่ว่ะ!” ใครบางคนแสยะยิ้มแย้งขึ้นมา “ถ้ามันรักษาความเร็วแบบนี้ต่อไปได้… ไม่แน่ว่าต่อให้เป็นพวกหนานโส่วเหริน ก็อาจจะร่วงจากบัลลังก์ได้เหมือนกันนะโว้ย!”
ชั่วขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกสนามกีฬา ต่างก็เกิดสงครามน้ำลายโต้เถียงกันอย่างดุเดือด โดยมีชื่อของ ‘ซูอวี่’ เป็นศูนย์กลางพายุ!
และในจังหวะที่ทุกคนกำลังเถียงกันคอเป็นเอ็นอยู่นั้นเอง…
บนหน้าจอจอยักษ์ ตัวเลขคะแนนของซูอวี่ก็ฉีกกระชากทุกตรรกะความน่าจะเป็นอีกครั้ง!
[**50 คะแนน!**]
[**60 คะแนน!**]
[**70 คะแนน!**]
…
[**90 คะแนน!**]
[**95 คะแนน!!**]
ด้วยความเร็วระดับปีศาจ พริบตาเดียวเขาก็เหยียบหัวทั้ง ทังเนี่ยนปิง, หนานโส่วเหริน และอู๋หลิงเอ๋อร์ ทะยานขึ้นประทับบนบัลลังก์ ‘อันดับหนึ่ง’ ได้สำเร็จ!!
เสียงอึกทึกทั่วทั้งอารีน่าถูกเด็ดขาดลงทันควัน!
ทุกชีวิตต่างเบิกตาโพลงอ้าปากค้าง จ้องมองตัวเลขคะแนนของซูอวี่บนจอยักษ์ราวกับเห็นผี และตกอยู่ในความเงียบงันระดับป่าช้าแตก!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหันไปมอง ‘ทังเนี่ยนปิง’ ที่ร่วงไปอยู่อันดับสอง ซึ่งตอนนี้เพิ่งจะคลำทางทำได้แค่ 80 คะแนน… บรรยากาศก็ยิ่งเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงกลืนน้ำลาย
วินาทีถัดมา… ตัวเลขของซูอวี่ก็ดีดจาก 95 ทะลุทะลวงไปแตะที่ 99 คะแนน!!
นั่นหมายความว่า ซูอวี่กวาดเรียบข้อสอบทฤษฎีไปแล้วถึง 99 ข้อรวด และเหลือบอสด่านสุดท้ายเพียงข้อเดียวเท่านั้น!
“แม่เจ้าโว้ย… โคตรน่าสะพรึงกลัวเลย!” ใครบางคนครางเสียงสั่นพลางส่ายหน้าไปมาอย่างทึ่งจัด
“แค่ไม่รู้ว่าข้อสุดท้าย ซูอวี่จะตอบถูกไหม… โดยปกติแล้วโจทย์ข้อสุดท้ายมันคือไม้ตายก้นหีบสกัดดาวรุ่ง ต่อให้เป็นพวกสัตว์ประหลาดระดับท็อป ก็ยังร่วงกันมานักต่อนักแล้ว!” ฝูงชนกระซิบกระซาบวิจารณ์กันเสียงสั่น
เสี้ยววินาทีต่อมา… ท่ามกลางสายตานับแสนที่เบิกค้างแทบถลน ตัวเลข ’99’ บนสุดของยอดตารางก็เกิดการกะพริบเปลี่ยน
พุ่งทะยานขึ้นไป…
ประทับตราสถิติใหม่ที่ ‘100’ คะแนน!
คะแนนเต็ม!!