วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 137 นักล่า, กายาทองคำระดับสุดยอดขั้น 3!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 137 นักล่า, กายาทองคำระดับสุดยอดขั้น 3!
[**แจ้งเตือน: คะแนนบนหน้าต่างสถานะขยับเพิ่มขึ้น +1 แต้ม!**]
ซูอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
จากกฎกติกาที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เขาทำความเข้าใจมันทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
การสังหารยอดฝีมือจากหมื่นเผ่าพันธุ์และสัตว์ดุร้าย จะมอบคะแนนรางวัลลดหลั่นกันไปตามระดับการบ่มเพาะของพวกมัน ความจริงแล้ว กฎการสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้ถือว่าเรียบง่ายมากๆ
นอกจากคนที่สามารถช่วงชิงธงและคว้าคะแนนเต็มไปครองได้แล้ว สำหรับคนที่เหลือ… จะถูกประเมินผลจากยอดคะแนนสะสม และระยะเวลาที่ยืนหยัดเอาชีวิตรอด
ดังนั้น เมื่อใดที่ประเมินแล้วว่าตัวเองคงไม่มีปัญญาไปชิงธง สิ่งที่ต้องทำคือหันไปพึ่งพาการไล่ล่าสังหารและเอาชีวิตรอดให้ยาวนานที่สุด เพื่อปั๊มคะแนนให้ตัวเอง
ซูอวี่ก้มมองซากศพสวะเผ่าต่างดาวที่แหลกเหลวแทบเท้า เพียงปรายตามอง เขาก็ระบุตัวตนของมันได้ทันที
เผ่าพฤกษาเขียว!
ในบรรดาหมื่นเผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์นี้ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มที่แข็งแกร่งอะไรนัก เป็นได้แค่อาหารชั้นปลายแถวระดับสามเท่านั้น
ต่อให้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกมัน ก็หยุดอยู่แค่ขอบเขตปรมาจารย์ แถมพลังรบเมื่อเทียบกับขอบเขตเดียวกันแล้ว ก็ไม่ได้ถือว่าร้ายกาจอะไรเลยสักนิด เรียกได้ว่า พอสู้ถูไถเป็นแค่กระสอบทรายเดินได้ก็เท่านั้น
ซูอวี่คร้านจะเสียเวลาใส่ใจกับเศษซากของเผ่าพฤกษาเขียว เขาสะบัดเท้าพุ่งทะยานลึกเข้าไปในดงป่าทึบต่อไป
ในเวลานี้ ยิ่งทะลวงเข้าไปได้ลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เรื่องหยุมหยิมนอกเหนือจากนี้ไม่สลักสำคัญอะไรอีกแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับซูอวี่ ผู้มีความแข็งแกร่งเหลือเฟือพอจะไปชิงธง การมุ่งหน้าสู่ยอดเขาย่อมเป็นภารกิจอันดับหนึ่ง ท้ายที่สุดแล้ว คะแนนเต็มจากการชิงธงคือผลไม้รสเลิศอันหอมหวาน ใครจะอดใจต้านทานความเย้ายวนนี้ได้!
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไป ซูอวี่ค่อยๆ เข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันนั้น ณ โลกภายนอก...
ฝูงชนนับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องหน้าจอมอนิเตอร์ตาไม่กะพริบ ทว่าภาพที่ปรากฏ กลับเป็นภาพของเหล่าอัจฉริยะที่พากันถอดใจกดปุ่มยอมแพ้เด้งออกมาทีละคน!
ถ้าไม่ใช่เพราะดวงกุดไปเจอยอดฝีมือ ก็เป็นเพราะดันไปเหยียบถิ่นหมื่นเผ่าพันธุ์และอสูรร้ายที่เกินกำลังจะรับมือ นี่คือพวกที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ซวยซ้ำซ้อนอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม แม้ดวงจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่ ‘ความแข็งแกร่ง’ ก็เป็นอีกส่วนที่เป็นจตัวตัดสิน! ในเมื่อไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง ต่อให้ดวงซวยแล้วจะไปเรียกร้องหาความยุติธรรมจากใครล่ะ?
“เฮ้อ การสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้มันจะโหดเกินไปหน่อยไหมเนี่ย ฉันเห็นอัจฉริยะหลายคนทนไม่ไหวยกธงขาวยอมแพ้กันไปแล้ว นี่ยังผ่านไปแค่สิบนาทีเองนะ!”
“ใช่เลย! ฉันเห็นหนึ่งในคนที่กระเด็นออกมา มีอัจฉริยะขอบเขตหลอมภายในขั้นปลายรวมอยู่ด้วยนะเว้ย หมอนั่นดันซวยจัดไปประจันหน้ากับยอดฝีมือต่างเผ่าขอบเขตกายาทองคำเข้าพอดี โคตรดวงกุดเลยวะ”
หลายคนถึงกับทอดถอนใจออกมาด้วยความสมเพช
แต่ทันใดนั้นเอง ใครบางคนก็แหกปากอุทานขึ้นมาด้วยความแตกตื่น
“พวกนายดูนั่น! บนหน้าจอมันมีกระดานจัดอันดับโผล่ขึ้นมาแล้ว!”
สิ้นเสียงตื่นตูม ฝูงชนจำนวนไม่น้อยพากันหันขวับไปจ้องหน้าจอมอนิเตอร์เป็นตาเดียว
ภาพที่ปรากฏคือ กระดานจัดอันดับผู้เข้าสอบทุกคน เรียงลำดับตามเกณฑ์คะแนนที่ไล่เลี่ยกัน
“อันดับ 1 ทังเนี่ยนปิง 68 แต้ม!”
“อันดับ 2 หนานโส่วเหริน 65 แต้ม!”
“อันดับ 3 อู๋หลิงเอ๋อร์ 60 แต้ม!”
“อันดับ 4 อวิ๋นซิ่ว 50 แต้ม!”
“อันดับ 5 ซูอวี่ 40 แต้ม!”
..…
ห้าอันดับแรก ล้วนตกเป็นของพวกซูอวี่และสัตว์ประหลาดคนอื่นๆ ตามความคาดหมาย
เพียงแต่ การที่ซูอวี่ร่วงลงมารั้งอยู่อันดับที่ห้านั้น กลับเป็นสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง!
“เดี๋ยวๆๆ… ซูอวี่คนนี้เห็นอยู่ชัดๆ ว่าครอบครองกายาทองคำไร้มลทิน ตามหลักคะแนนน่าจะสูสีบี้ติดกับหนานโส่วเหรินสิ ทำไมถึงมีแค่สี่สิบแต้มล่ะ?” ใครบางคนตั้งข้อสงสัย
“นั่นสิ ฉันก็งงเหมือนกัน ระดับการบ่มเพาะโคตรแข็งแกร่งขนาดนั้น แต่กลับเก็บมาได้แค่สี่สิบแต้มเนี่ยนะ ช่างไม่สมราคาคุยเอาซะเลย”
“ขนาดอวิ๋นซิ่วยังมีคะแนนนำหน้าซูอวี่เลย หมอนี่มัวเดินเล่นทำบ้าอะไรอยู่ข้างในเนี่ย”
ฝูงชนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ด้วยความกังขา
“หรือว่า… ระดับของซูอวี่จะสวนทางกับความแข็งแกร่งที่แท้จริง? ฉันเคยได้ยินมานะ ว่าบางคนยอมอัดยาใช้วิธีลัดเพื่อเพิ่มระดับให้พุ่งพรวดพราด จนส่งผลให้รากฐานกลวงโบ๋ บางที… ซูอวี่อาจจะเป็นพวกสวะคอขวดประเภทนั้นก็ได้!”
ประโยคนี้ ราวกับไปจุดชนวนความคิดที่ทำให้คนส่วนใหญ่พากันพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย
แม้ว่าซูอวี่จะมีกายาทองคำไร้มลทิน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารากฐานของเขาจะมั่นคง เป็นไปได้อย่างมากว่าเขาเดวงดีสร้างกายาทองคำไร้มลทินได้ไม่นาน และยังไม่ทันได้ปรับรากฐานให้มั่นคง ก็รีบแจ้นมาลงแข่งในการสอบจำลองครั้งนี้เสียแล้ว
“ดูทรงแล้ว… การสอบครั้งนี้ ซูอวี่คงหมดสิทธิ์ลุ้นแชมป์อันดับหนึ่งแล้วล่ะมั้ง” บางคนส่ายหน้าไปมา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดายเล็กน้อย (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
หลังจากได้เห็นอันดับที่น่าผิดหวัง ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็เริ่มหมดศรัทธาในตัวเขา
เดิมทีพวกเขายังแอบส่งแรงเชียร์ให้ซูอวี่ฟาดฟันแย่งชิงอันดับหนึ่ง กับยัยหนูสัตว์ประหลาดสองคนจากเขตเมืองหลวงและเขตทางเหนือได้ แต่พอดูจากสภาพในตอนนี้แล้ว… ฝูงชนก็พากันถอนหายใจส่ายหน้าถอดใจไปตามๆ กัน
ทว่าในขณะเดียวกัน ภายในโลกจำลองเสมือนจริง ซูอวี่ไม่ได้ล่วงรู้ถึงเสียงนกเสียงกาของผู้ชมภายนอกเลยแม้แต่น้อย
และแน่นอน ต่อให้เขาจะรับรู้ ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับอารมณ์ของซูอวี่อยู่ดี
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากได้คะแนนเยอะๆ แต่เป็นเพราะเขากำลังเร่งสปีดพุ่งทะยานมุ่งหน้าตรงไปยังยอดเขาด้วยความเร็วที่ยากจะมองตามทันต่างหากล่ะ!
เห็นอยู่ทนโท่ว่าแค่ไปกระชากธงมาได้ก็คว้าคะแนนเต็มไปนอนกอด ในสายตาซูอวี่ การเสียเวลาอันมีค่าไปกับการไล่ฟันพวกยอดฝีมือต่างเผ่าและสัตว์ดุร้ายสวะพวกนี้ มันเป็นเรื่องที่โคตรจะปัญญาอ่อน!
เว้นเสียแต่ว่าโดนดักหน้าจนไม่มีทางเลี่ยง เขาถึงจะยอมเสียเวลาลงมือบดขยี้เคลียร์ทางให้พ้นๆ
และนี่ก็คือเหตุผลที่แท้จริง ว่าทำไมคะแนนของซูอวี่ถึงได้น้อยนิดติดดินนัก!
ซูอวี่พุ่งตะบึงไปข้างหน้า ร่างของเขากลายเป็นเพียงภาพติดตากะพริบวูบไหว แหวกม่านทะลวงผ่านผืนป่าอันกว้างใหญ่ไปอย่างบ้าคลั่ง
ฟุ่บ!
ทันใดนั้น พิษสีเขียวมรกตสายหนึ่งก็พุ่งกระฉูดแหวกอากาศออกมาจากมุมมืด เล็งเป้าทะลวงเข้าใส่ร่างของซูอวี่ มองยังไงก็กะเอาให้ถึงตายชัดๆ!
ร่างของซูอวี่เพียงแค่เบี่ยงหลบวูบเดียว ก็สามารถหลบหลีกการลอบกัดครั้งนี้ไปได้
ของเหลวพิษสีเขียวสาดกระเซ็นไปโดนลำต้นของต้นไม้ใหญ่ข้างทาง เพียงเสี้ยววินาที มันก็กัดกร่อนเปลือกไม้หนาเตอะจนละลายกลายเป็นแอ่งหนองเหลวเละไม่มีชิ้นดี!
เมื่อซูอวี่เห็นอานุภาพทำลายล้าง นัยน์ตาของเขาก็หดเกร็งลงเล็กน้อย
ความร้ายกาจของพิษระดับนี้… เกรงว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตหลอมภายในขั้นสูงสุดเดินมาเตะเข้า ก็คงมีแต่ตายสถานเดียว!
วินาทีต่อมา จากเงามืดใต้ดงไม้… งูยักษ์เกล็ดเขียวมรกตตัวหนึ่งก็ค่อยๆ เลื้อยปรากฏกายออกมาอย่างเชื่องช้า
งูเขียวยักษ์ตัวนี้มีความยาวเหยียดถึงสามเมตรเต็ม กลิ่นอายคุกคามที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของมัน บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นกลิ่นอายของอสูรระดับขอบเขตกายาทองคำ!
ซูอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เฮ้อ เลี่ยงไม่ได้ซะด้วย รีบๆ กระทืบให้จบๆ ไปเลยละกัน!
ซูอวี่พ่นลมหายใจเซ็งๆ พลันปรากฏแสงสีทองหม่นสว่างวาบขึ้นที่ใจกลางฝ่ามือ!
พริบตาต่อมา ร่างของเขาก็ พุ่งประชิดเข้าถึงตัวงูเขียวยักษ์ในระยะเผาขน ก่อนจะฟาดฝ่ามือตะปบลงไปเต็มแรง!
ตู้มมมม!!!
พลังอันบ้าคลั่งดุดัน บวกกับความเร็วที่เหนือกว่า ทำให้เจ้างูเขียวยักษ์ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีให้ตอบสนอง มันถูกฝ่ามือทองคำซัดเข้าเต็มกลางหัวในชั่วพริบตา!
ภายใต้เสียงระเบิดดังกัมปนาท…
ร่างอันใหญ่โตของงูเขียวยักษ์ถึงกับระเบิดเละกระจาย กลายเป็นเพียงเศษซากเนื้อและกองเลือดหยาบๆ สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ!
[**แจ้งเตือน: คะแนนของท่านดีดพุ่งจาก 40 ขึ้นเป็น 50 แต้ม!**]
[**แจ้งเตือน: สังหารศัตรูขอบเขตกายาทองคำขั้น 1 ได้รับคะแนนโบนัส +10 แต้ม!**]
ซูอวี่ปัดมือเบาๆ ปัดเป่าคาวเลือด ในขณะที่เขากำลังจะหมุนตัวจากไปนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงตวาดกร้าวดุดันพุ่งแหวกอากาศมา
“ไอ้สวะหน้าไหนมันบังอาจมาแย่งเหยื่อของข้า!!”
ซูอวี่หันไปมองตามทิศทางเสียงด้วยความประหลาดใจ ปรากฏร่างของชายหนุ่มบึกบึนในชุดหนังสัตว์ เดินจ้ำพรวดออกมาจากเงามืด บนใบหน้าของมันบิดเบี้ยวไปด้วยโทสะปะทุเดือด
ชายหนุ่มจ้องเขม็งมาที่ซูอวี่ สลับกับมองซากก้อนเนื้อที่เคยเป็นงูเขียวแหลกเหลวแทบเท้า โทสะบนใบหน้าของมันก็ยิ่งทวีความคลุ้มคลั่งมากขึ้นไปอีก
“ใครอนุญาตให้แกฆ่าเหยื่อของข้าหา!!”
“รนหาที่ตายนักนะไอ้สวะ!”
ชายหนุ่มแผดเสียงคำรามลั่น พลันบังเกิดประกายแสงสีทองเข้มข้นระเบิดแผ่ซ่านออกมาจากร่าง พร้อมกับร่างเงากายาทองคำที่ผุดพรายขึ้นมาประทับร่างอย่างดุดัน!
และบนร่างเงากายาทองคำนั้น… กลับมีลวดลายเส้นสายสามเส้น ปรากฏขึ้นมาให้เห็นอย่างแจ่มชัด!
ขั้น 3… กายาทองคำระดับสุดยอด!
ซูอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มแฝงความสนใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก
ในสถานที่กันดารแบบนี้ คิดไม่ถึงเลยว่ายังจะได้มาเจออัจฉริยะระดับนี้เดินเตร็ดเตร่อยู่อีก
“น่าสนุกดีนี่!”