วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 138 สังหารหวังหลั่งในพริบตา!
ต้องรู้ก่อนว่า ผู้ที่สามารถหล่อหลอมกายาทองคำระดับสุดยอดได้ ต่อให้ไปเยือนเวทีระดับชาติอย่างการสอบเกาเข่า ก็คู่ควรกับคำว่า ‘อัจฉริยะ’ อย่างเต็มภาคภูมิ
ท้ายที่สุดแล้ว ใช่ว่าสวะหน้าไหนก็สามารถฝึกฝนจนได้กายาทองคำไร้มลทินมาครองได้ ในการสอบเกาเข่าของแคว้นต้าเซี่ยแต่ละปี จำนวนคนที่หล่อหลอมกายาทองคำไร้มลทินได้มีไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ พื้นที่เวทีที่เหลือจึงถูกจับจองโดยบรรดาผู้ครอบครองกายาทองคำระดับสุดยอดนั่นเอง
การที่ไอ้เวรตรงหน้าครอบครองกายาทองคำระดับสุดยอดได้ ย่อมการันตีถึงความน่าเกรงขามของมัน ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นถึงกายาทองคำระดับสุดยอดขั้น 3… พลังรบย่อมไม่อาจดูแคลนได้!
เมื่อสัมผัสถึงคลื่นปราณอันดุดันที่แผ่ซ่านจากร่างอีกฝ่าย ซูอวี่ก็ยกยิ้มมุมปาก แววตาฉายประกายแห่งความสนใจวูบหนึ่ง
ในขณะที่ชายหนุ่มร่างยักษ์กำลังหน้ามืดตามัวด้วยโทสะเดือดดาล พริบตาเดียว มันก็พุ่งทะยานหมายปลิดชีพซูอวี่ทันที!
“เอาแล้ว… ซูอวี่ดันซวยไปเจอหวังหลั่งเข้าซะแล้ว!” นอกโลกจำลองเสมือนจริง ผู้ชมคนหนึ่งแหกปากอุทานด้วยความแตกตื่น
“หวังหลั่ง? อัจฉริยะจากเมืองเจิ้นหนานน่ะเหรอ? ไอ้บ้าที่รั้งอันดับหกคนนั้นน่ะนะ?” ใครบางคนร้องถาม
“เออ! หวังหลั่งคืออัจฉริยะอันดับสองแห่งค่ายเมืองเจิ้นหนาน เป็นรองแค่หนานโส่วเหรินคนเดียว! ถึงหมอนั่นจะมีแค่กายาทองคำระดับสุดยอดระดับ 3 แต่มันดันเกิดมาพร้อมพละกำลังดุจเทพ ต่อให้ปะทะกับกายาทองคำระดับสุดยอดขั้น 4 มันก็ยังบดขยี้ได้สบายมือ!”
“ถ้าอย่างนั้น… ซูอวี่ก็เจองานหินของแท้แล้วสิ”
“ก็แหงล่ะวะ! ขนาดหนานโส่วเหรินตอนเอาชนะหวังหลั่งยังต้องหอบกิน แล้วดูจากคะแนนอันน้อยนิดของซูอวี่ตอนนี้ พลังรบคงไม่ได้เว่อร์วังอะไรนัก การต้องมาชนกับไอ้บ้าหวังหลั่ง เกรงว่าคงเละไม่เป็นท่าแน่” ผู้ชมบางคนถอดใจส่ายหน้าด้วยความเสียดาย
ตัดกลับมาภายในโลกจำลอง
หวังหลั่งออกหมัดพุ่งกระแทกสุดแรงเกิด ประกายแสงสีทองเข้มข้นหมุนวนอัดแน่นรอบกำปั้น ปลดปล่อยอานุภาพทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว! ชั่วอึดใจนั้น ห้วงมิติโดยรอบถึงขั้นบิดเบี้ยวสั่นกระเพื่อม!
ซูอวี่เลิกคิ้วเล็กน้อย จังหวะที่คิดจะเบี่ยงตัวหลบ เขากลับพบว่าหมัดทะลวงไส้ของหวังหลั่งได้ล็อคเป้าหมายปิดตายทางหนีของเขาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะขยับไปทิศทางไหนก็ไร้ทางรอด
“น่าสนใจดีนี่”
ซูอวี่ยิ้มบาง เขายื่นท่อนแขนออกไปรับการโจมตีนั้นอย่างใจเย็นไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
วินาทีต่อมา พลังอันดุดันบ้าคลั่งก็ปะทุทะลักล้นจากกำปั้นของหวังหลั่ง!
“ตายซะไอ้สวะ!!” หวังหลั่งแผดเสียงคำรามลั่น
แววตาของมันอัดแน่นด้วยโทเดือดดาล เจ้างูเขียวกายาทองคำตัวนั้น มันอุตส่าห์ลงแรงตามล่ามาตั้งนาน! คะแนนสิบแต้มเต็มๆ นั่นทำเอามันตาลุกวาวด้วยความโลภ
แต่ใครจะไปคิด ว่าเหยื่ออันโอชะกลับถูกหมาคาบไปแดกต่อหน้าต่อตา!
ในเมื่อแกกล้าฆ่างูเขียวของข้า งั้นข้าก็จะขอชิงคะแนนทั้งหมดของแกมาเซ่นสังเวยแทนก็แล้วกัน!
หวังหลั่งคำรามก้องในใจอย่างอำมหิต มันไม่สนหัวหรอกว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนตรงหน้าจะเป็นใคร เพราะในสายตามัน คนเดียวที่คู่ควรเป็นกระสอบทรายให้มันได้… มีเพียงหนานโส่วเหริน!
ต่อให้เป็นยอดฝีมือกายาทองคำสุดยอดขั้น 5 อย่างอวิ๋นซิ่ว มันก็ไม่เคยมองเห็นอยู่ในสายตาแม้แต่นิดเดียว!
“เอาแล้ว… หมัดนี้ของหวังหลั่ง มันก้าวข้ามขีดจำกัดของกายาทองคำขั้น 3 ไปแล้ว! ต่อให้เป็นยอดฝีมือกายาทองคำขั้น 7 ธรรมดาๆ มายืนรับหมัดนี้ ก็ต้องมีเลือกตกยางออกกันบ้างล่ะวะ!” ใครบางคนสูดลมหายใจหนาวเหน็บเข้าปอด เอ่ยด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง
ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนต่างจ้องมอนิเตอร์ตาเขม็งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
อานุภาพหมัดนั้น แม้จะถ่ายทอดผ่านหน้าจอ แต่พลังงานมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมา กลับทำเอาหัวใจคนดูสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
ทว่าจู่ๆ รูม่านตาของผู้ชมทุกคนก็พลันหดเกร็งฉับพลัน!
ภาพที่ปรากฏอัดกระแทกสายตาบนหน้าจอคือ… ซูอวี่ที่ค่อยๆ ยื่นหมัดออกไป ก่อนจะคลี่ฝ่ามือออกคล้ายแผ่นผ้าบางเบา โอบรับและห่อหุ้มกำปั้นอุกกาบาตของหวังหลั่งเอาไว้ได้โดยแทบไม่ต้องออกแรง!
เสี้ยววินาทีถัดมา เขาก็จัดการอีกฝ่ายราวกับโยนถุงขยะเปียกทิ้ง เพียงพลิกสะบัดข้อมือนิดเดียว ร่างบึกบึนใหญ่โตของหวังหลั่งก็ถูกงัดลอยขึ้นกลางอากาศ!
ก่อนที่ซูอวี่จะจับร่างยักษ์นั้นฟาดอัดกระแทกพื้นอย่างป่าเถื่อน!
ตู้มมมม!!!
ร่างมหึมาของหวังหลั่งถูกจับทุ่มฟาดผืนดินเต็มแรง แรงกระแทกมหาศาลบดขยี้ปฐพีจนแตกร้าว ยุบตัวถล่มทลายกลายเป็นหลุมอุกกาบาตลึกมหึมาในพริบตา!
ชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งลานรับชมโลกภายนอกเงียบกริบ!
ตัดภาพกลับมาในโลกจำลองเสมือนจริง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
จากการถูกจับทุ่มอัดพื้นอย่างกะทันหัน หวังหลั่งรู้สึกได้เลยว่าสมองของมันกำลังสั่นคลอนมึนตึ้บ มันสะบัดหัวไล่ความมึนงง ฝืนพยุงร่างลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล จ้องเขม็งไปยังไอ้หนุ่มร่างผอมบางตรงหน้า
และวินาทีที่มันปะทะเข้ากับรอยยิ้มเย้ยหยันมุมปากของซูอวี่ สีหน้าของหวังหลั่งก็บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ด้วยโทสะที่ทะลุขีดเดือด!
“ไอ้สวะ แกรนหาที่ตายนักนะ!!” หวังหลั่งแผดเสียงคำรามลั่นป่า
ทันใดนั้น ร่างเงากายาทองคำก็สำแดงฤทธิ์ผุดพรายขึ้นเบื้องหลัง ประดุจพระอรหันต์ทองคำองค์ยักษ์จุติลงมาประทับร่าง!
ครืนนนน!!!
ภายใต้แสงสีทองสาดส่อง หวังหลั่งอาบย้อมไปด้วยรัศมีดุดัน กล้ามเนื้อและเส้นเลือดดำปูดโปนขยายขนาดบวมเป่งขึ้นมาในชั่วอึดใจ! เสื้อหนังสัตว์ท่อนบนถูกมัดกล้ามเนื้อที่ขยายตัวฉีกขาดกระจุยกระจาย เผยให้เห็นเรือนร่างอันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า!
ดวงตาทั้งสองข้างของหวังหลั่งสาดประกายลำแสงสีทองวาบวับ มันคำรามลั่นสะท้านฟ้า
“หมัดราชันร้อยอสูร!!”
คล้อยหลังเสียงคำรามเกรี้ยวกราด มวลอากาศรอบทิศทางคล้ายถูกบีบอัด แว่วเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายดังกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น! ชั่วพริบตานั้น พลังทำลายล้างอันบ้าคลั่งไร้ขีดจำกัด ก็ทำการล็อคเป้าหมายปิดตายทางหนีของซูอวี่ในทันที!
“พระเจ้าช่วย! นั่นมันหมัดราชันร้อยอสูร! ซี๊ดด… ซูอวี่จบเห่ของแท้แล้วทีนี้!”
“ทำไมวะ? หมัดราชันร้อยอสูรมันร้ายกาจเบอร์นั้นเลยเหรอ?” ใครบางคนถามหน้าตาตื่น
ผู้รู้รีบอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เรื่องนี้พวกแกคงไม่รู้ ในสมาคมนักสู้เมืองเจิ้นหนาน มียอดฝีมือปรมาจารย์สุริยันท่านหนึ่งเชี่ยวชาญวิชานี้จนบรรลุแก่นแท้ ได้รับสมญานามว่า ‘ปรมาจารย์ร้อยอสูร’! และด้วยวิชาหมัดราชันร้อยอสูรเพียงวิชาเดียวนี่แหละ ที่ทำให้เขายืนหยัดฟาดฟันกับปรมาจารย์สุริยันเผ่าอื่นถึงสามตนได้ด้วยตัวคนเดียว!”
“แถมท้ายที่สุด… เขายังเด็ดหัวปรมาจารย์สุริยันต่างดาวทั้งสามตนนั้นลงได้อีกด้วย! ลำพังตัววิชาหมัดราชันร้อยอสูรก็จัดอยู่ในทักษะยุทธ์ระดับ 5 ขั้นสุดยอดอยู่แล้ว ยิ่งบวกกับพลังทำลายล้างมหาศาล ก็แทบจะเรียกได้ว่าทรงพลังทัดเทียมทักษะยุทธ์ระดับ 6 เลยทีเดียว!”
“พอเห็นไอ้หวังหลั่งงัดหมัดนี้มาใช้ ฉันถึงเพิ่งตาสว่างว่ามันเป็นผู้สืบทอดของปรมาจารย์ร้อยอสูร! จุดเด่นอันดับหนึ่งของวิชานี้คือพลังทำลายล้างที่บดขยี้ทุกสรรพสิ่ง… ดูทรงแล้ว คราวนี้ซูอวี่คงกลายเป็นศพแน่ๆ”
ฝูงชนที่ได้ฟังวีรกรรมของวิชานี้ ต่างพาหน้าถอดสี อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่เป็นห่วงชะตากรรมของซูอวี่จับใจ ท้ายที่สุดแล้ว นั่นมันคือทักษะยุทธ์ระดับ 5 เชียวนะโว้ย! แถมยังโดดเด่นด้านพลังทำลายล้างแบบทะลวงไส้อีกต่างหาก!
ตัดกลับมายังสมรภูมิเดือด
เมื่อซูอวี่สัมผัสถึงขุมพลังมฤตยูที่ควบแน่นบนกำปั้นของหวังหลั่ง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ชักจะน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ… แต่เสียใจด้วยนะ ฉันไม่มีเวลาว่างมาเล่นปาหี่กับขยะอย่างแกหรอก!”
ซูอวี่แค่นเสียงเย็นชา พริบตาต่อมา ร่างของเขาก็อันตรธานหายวับไปจากสายตา! วินาทีที่ปรากฏตัวอีกครั้ง ร่างของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นภาพติดตานับไม่ถ้วน พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวหวังหลั่งด้วยความเร็วที่ยากจะมองตามได้!
ความเร็วนั้นมันหลุดโลกเกินไป! มากเสียจนต่อให้เป็นสัญชาตญาณสัตว์ป่าของหวังหลั่ง ก็ยังไม่อาจตอบสนองได้ทัน!
“ตายซะไอ้สวะ!!” หวังหลั่งแผดเสียงคำรามลั่น ตะบันหมัดราชันร้อยอสูรอัดกระแทกใส่ซูอวี่อย่างบ้าคลั่ง!
ทว่า… ซูอวี่เพียงเบี่ยงฝีเท้าเบาๆ หลบหลีกหมัดอันเกรี้ยวกราดของหวังหลั่งไปได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้าน!
จากนั้น… เขาก็ง้างฝ่ามือตะปบสวนกลับไปเต็มแรง!
ประกายแสงสีทองหม่นที่ห่อหุ้มด้วยแรงกดดันมหาศาลระดับขุนเขา พุ่งกดทับสะกดข่มร่างของหวังหลั่งจนกระดูกแทบแหลกละเอียดในชั่วพริบตา!
ความโอหังของหวังหลั่งปลิวหายไปในสายลม ใบหน้าใหญ่โตซีดเผือดไร้สีเลือด แววตาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุดแห่งชีวิต!
“ข้า… ข้ายอมแพ้!!!”
หวังหลั่งแหกปากร้องลั่นเสียงหลงสุดลูกหูลูกตา!
ชั่วอึดใจนั้น แสงสีขาวสว่างวาบจากระบบสอบพลันฉายลงมาห่อหุ้มร่างยักษ์ ดึงกระชากเทเลพอร์ตมันหนีตายออกจากการสอบไปอย่างฉิวเฉียด!
ตู้มมมม!!!
ฝ่ามือพิฆาตของซูอวี่ที่พลาดเป้าหมาย ฟาดอัดกระแทกผืนดินเบื้องล่างเข้าอย่างจัง! พลังทำลายล้างเหนือจินตนาการบดขยี้พื้นดินจนแหลกเป็นฝุ่น ยุบตัวถล่มทลายกลายเป็นหลุมเหวขนาดมหึมาราวกับวันสิ้นโลก!
และในวินาทีนั้นเอง… ฝูงชนนับไม่ถ้วนที่เบียดเสียดจับจ้องภาพบนหน้าจอมอนิเตอร์ ต่างเบิกตาค้างอ้าปากพะงาบๆ ราวกับถูกกระชากวิญญาณหลุดออกจากร่างไปในชั่วอึดใจ!